- หน้าแรก
- พลิกผันคืนวันเก่า สู่ความรุ่งเรืองของครอบครัว
- บทที่ 36: มีคนโง่หลงมาจริง ๆ ด้วย!
บทที่ 36: มีคนโง่หลงมาจริง ๆ ด้วย!
บทที่ 36: มีคนโง่หลงมาจริง ๆ ด้วย!
หลี่เซี่ยงตงตอบว่า "พูดอะไรอย่างนั้นครับพี่ซุน งานของพี่ผมต้องสนับสนุนเต็มที่อยู่แล้วครับ"
พี่ซุนยิ้มชอบใจ "เข้าใจการทำงานของพี่ก็ดีแล้วจ้ะ รูปถ่ายหนึ่งนิ้วสองใบที่เอามา ใบหนึ่งจะใช้ทำบัตรพนักงาน อีกใบต้องติดลงในแบบฟอร์มลงทะเบียนพนักงานนะจ๊ะ"
"พอเธอเข้าทำงานแล้ว แฟ้มประวัติก็จะถูกย้ายมาที่สถานีรถไฟของเรา แบบฟอร์มลงทะเบียนใบนี้จะถูกแนบไปกับแฟ้มประวัติของเธอเพื่อส่งไปเก็บที่แผนกเอกสาร แต่เรื่องพวกนี้เธอไม่ต้องกังวลหรอกนะ พี่จัดการให้เอง"
พี่ซุนอธิบายคร่าว ๆ แล้วหยิบแบบฟอร์มลงทะเบียนพนักงานออกมาจากลิ้นชักโต๊ะทำงาน พร้อมส่งปากกาให้เขา
"ตรงไหนกรอกไม่ถูกก็ถามพี่นะจ๊ะ ห้ามเขียนมั่วเด็ดขาดเพราะต้องเก็บเข้าแฟ้มประวัติ"
"ได้ครับพี่ซุน ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนผมจะถามครับ"
หลี่เซี่ยงตงกวาดตามองแบบฟอร์มลงทะเบียนพนักงานตรงหน้า ก็คล้าย ๆ กับยุคหลังนั่นแหละ มีแต่ข้อมูลพื้นฐานทั่วไป
"พี่หลี่ครับ ดื่มน้ำครับ"
เด็กหนุ่มที่ชื่อเสี่ยวหวัง วางแก้วน้ำไว้ข้างมือเขา
หลี่เซี่ยงตงลุกขึ้นขอบคุณ "ขอบใจมากนะสหายเสี่ยวหวัง"
"ไม่ต้องเกรงใจครับพี่หลี่ เชิญกรอกแบบฟอร์มต่อเถอะครับ ผมไม่กวนแล้ว ถ้าจะเติมน้ำก็บอกผมได้เลยนะครับ"
หลี่เซี่ยงตงยิ้มพลางพยักหน้า
ทั้งที่เขาหน้าเด็กกว่าแท้ ๆ แต่เสี่ยวหวังกลับเรียกเขาว่าพี่หลี่คำพี่หลี่สองคำ สหายเสี่ยวหวังคนนี้อนาคตไกลแน่นอน!
เขานั่งลงจิบน้ำร้อนที่เสี่ยวหวังรินให้ แล้วเริ่มกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียนพนักงาน
โดยเฉพาะช่องสถานภาพสมรส เขาต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ!
เขาจับหน้าตัวเองแล้วถอนหายใจ เฮ้อ เกิดมาหล่อบางทีก็ลำบากใจเหมือนกันแฮะ...
พี่ซุนรับแบบฟอร์มที่กรอกเสร็จแล้วไปตรวจทาน พอเห็นว่าไม่มีปัญหาก็ประทับตรา แล้วหยิบใบตรวจสุขภาพออกมาอีกใบ "ห้องพยาบาลอยู่ด้านหลังตึกนี้นะจ๊ะ พี่ต้องทำบัตรพนักงานให้เธอเลยพาไปไม่ได้ เธอไปเองถูกไหม? หรือจะให้เสี่ยวหวังพาไป?"
"ผมไปถูกครับ ไม่ต้องรบกวนพี่ซุนกับสหายเสี่ยวหวังหรอกครับ"
"พี่หลี่ครับ ตอนนี้ผมว่างอยู่พอดี ให้ผมพาไปดีกว่าครับ?"
สหายเสี่ยวหวังกระตือรือร้นมากนับตั้งแต่หลี่เซี่ยงตงก้าวเข้ามาในห้อง เขาเป็นแค่พนักงานธรรมดา ปกติแทบไม่มีโอกาสเข้าถึงตัวหัวหน้าโหว ครั้งนี้อุตส่าห์เจอญาติของหัวหน้าโหวมาทำเรื่องทั้งที เขาต้องรีบทำคะแนนเผื่อจะได้หน้าได้ตากับหัวหน้าบ้าง
"ไม่ต้องจริง ๆ ครับ ขอบใจมากนะสหายเสี่ยวหวัง ผมไปเองได้ครับ จะให้รบกวนพวกคุณทุกเรื่องไม่ได้หรอก"
หลี่เซี่ยงตงเห็นแววตาผิดหวังของเสี่ยวหวัง แต่เขาก็ยังยืนยันปฏิเสธความหวังดี ประเด็นหลักคือเขารู้สึกอึดอัดและเหนื่อยใจที่ต้องมารับมือกับพวกเขี้ยวลากดินในที่ทำงานพวกนี้
เขาถือใบตรวจสุขภาพเดินออกมาจากตึกสำนักงาน ทันใดนั้นก็มีคนวิ่งหน้าตั้งสวนมาเกือบจะชนกันเข้าเต็มเปา
"เฮ้ย! เป็นแกได้ไงเนี่ย?!"
หลี่เซี่ยงตงเบี่ยงตัวหลบ พอเห็นหน้าชัด ๆ ว่าเป็นอาเจ๋อ เพื่อนสนิทของเขา ที่กำลังเหงื่อท่วมหน้าและดูรีบร้อน เขาจึงรีบถาม "แกรีบร้อนไปไหนวะ?"
อาเจ๋อปาดเหงื่อบนหน้า หอบแฮก ๆ "จะ... เจ้าตง... ฉัน..."
"ใจเย็น ๆ หายใจเข้าลึก ๆ ก่อนแล้วค่อยพูด"
หลี่เซี่ยงตงลากอาเจ๋อไปหลบมุม ยืนขวางประตูใหญ่แบบนี้มันดูไม่ดี
ทั้งสองเดินไปที่แปลงดอกไม้หน้าตึก
อาเจ๋อนั่งลงบนขอบแปลงดอกไม้ พักหายใจสักครู่ แล้วตบต้นขาตัวเองด้วยความเจ็บใจ "อย่าให้พูดเลย ฉันก็จะมารายงานตัวนี่แหละ แต่ดันไปผิดที่ วิ่งไปที่อาคารสถานีรถไฟข้างหน้าโน่นมา!"
พอได้ยินคำตอบของอาเจ๋อ ความคิดแรกที่แวบเข้ามาในหัวหลี่เซี่ยงตงคือ ลุงโหวไม่ได้โกหกจริง ๆ ด้วย มีคนโง่หลงมาจริง ๆ!
"สายหน่อยจะเป็นไรไป แกจะรีบทำไม?"
"ก็กลัวมาสายแล้วจะโดนพวกเจ้าหน้าที่ชักสีหน้าใส่น่ะสิ ฉันไม่คุยกับแกแล้ว ต้องรีบไปทำเรื่องรายงานตัวก่อน!"
พูดจบอาเจ๋อก็ลุกพรวดพราดจะเดินหนี หลี่เซี่ยงตงรีบเดินตามไปติด ๆ
เขาปลอบใจเพื่อนอย่างอารมณ์ดี "ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันพาแกไปรายงานตัวเอง รับรองไม่มีใครกล้าทำอะไรแกแน่นอน"
"พอเลย เจ้าตง อย่ามาโม้หน่อยเลย เราโตมาด้วยกัน ใครเป็นยังไงทำไมจะไม่รู้ แกจะไปมีหน้ามีตาขนาดนั้นได้ยังไง?"
อาเจ๋อไม่เชื่อสักนิด
ไม่ว่าหน่วยงานเล็กหรือใหญ่ เจ้าหน้าที่แผนกบุคคลก็วางก้ามกันทั้งนั้นแหละ
พวกเขามองคนด้วยหางตา ถ้าไม่ใช่ญาติพี่น้องหรือลูกหลานระดับหัวหน้า อย่าหวังเลยว่าจะได้เห็นรอยยิ้ม
"ไม่เชื่อใช่ไหม? งั้นตามฉันมา เดี๋ยววันนี้จะเปิดหูเปิดตาให้ดู!"
หลี่เซี่ยงตงเดินนำหน้า อาเจ๋อเดินตามหลังด้วยความงุนงง ไม่แน่ใจว่าเพื่อนกำลังล้อเล่นหรือเปล่า
แต่วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการรายงานตัวแล้ว ไม่ว่าหลี่เซี่ยงตงจะพูดจริงหรือเล่น เขาก็ต้องลองเสี่ยงดูสักตั้ง!
หลี่เซี่ยงตงพาอาเจ๋อเดินเข้าห้องทำงานรวมแผนกบุคคลอย่างคุ้นเคย
ไม่ต้องไปหาหัวหน้าโหวหรอก ทำเรื่องรายงานตัวปกติก็หาเจ้าหน้าที่ทั่วไปนั่นแหละ
"เจ้าตง ตรวจสุขภาพเสร็จเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?"
"เจ้าตงนี่ว่องไวใช้ได้เลยนะเนี่ย!"
"พี่หลี่กลับมาแล้ว ยังหิวน้ำอยู่ไหมครับ? ให้ผมเติมน้ำให้ไหม? ผมมีชาดอกมะลิอยู่ลองชิมดูไหมครับว่ารสชาติดีหรือเปล่า"
"ผมยังไม่ได้ไปตรวจสุขภาพที่ห้องพยาบาลเลยครับ พอดีลงไปข้างล่างเจอกับเพื่อนเข้า เขาจะมารายงานตัวเหมือนกัน ผมเลยพาเขาขึ้นมา"
"ขอบใจมากนะสหายเสี่ยวหวัง ผมอยากลองชิมชาดี ๆ ของคุณอยู่พอดีเลย"
อาเจ๋อมองหลี่เซี่ยงตงตาค้าง เห็นเพื่อนสนิทคุยเล่นหัวเราะกับทุกคนในห้องอย่างสนิทสนม สมองเขามึนตึ๊บไปหมด
เจ้าหน้าที่แผนกบุคคลสถานีรถไฟทำไมไม่เหมือนที่คิดไว้เลยล่ะ?
กระตือรือร้นขนาดนี้เลยเหรอ?
มารายงานตัวมีชาดอกมะลิให้กินด้วย?
หลี่เซี่ยงตงเดินไปตบไหล่อาเจ๋อที่ยังยืนเหม่ออยู่ แล้วลากไปที่โต๊ะพี่ซุน
"เหม่ออะไรอยู่? รีบเอาหนังสือแนะนำตัวให้พี่ซุนสิ"
"อ้อ... สวัสดีครับพี่ซุน นี่หนังสือแนะนำตัวของผมครับ"
อาเจ๋อรีบปั้นหน้ายิ้ม รีบวางหนังสือแนะนำตัวลงบนโต๊ะ
...
หลี่เซี่ยงตงกับอาเจ๋อเดินออกจากห้องทำงาน มุ่งหน้าไปทางห้องพยาบาลด้วยกัน
ตอนนี้อาเจ๋อนับถือหลี่เซี่ยงตงแบบหมดใจจนแทบจะก้มลงกราบ!
เขาไม่เคยเห็น และไม่เคยได้ยินมาก่อนว่า เด็กใหม่มารายงานตัวแล้วเจ้าหน้าที่แผนกบุคคลจะกุลีกุจอเสิร์ฟน้ำเสิร์ฟชาให้แบบนี้!
เขาถามด้วยน้ำเสียงประจบประแจง "เจ้าตง... ไม่สิ ต่อไปฉันต้องเรียกแกว่าพี่ตง พี่ตงบอกความจริงน้องมาเถอะ ที่บ้านพี่มีญาติทำงานเป็นหัวหน้าที่นี่ใช่ไหม? ต่อไปน้องขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะพี่!"
"เพื่อนฝูงกันพูดอะไรห่างเหินแบบนั้น? ฉันจะไม่ดูแลแกได้ยังไง?"
หลี่เซี่ยงตงรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ ทำหน้าประมาณว่า 'มีปัญหาอะไรบอกพี่ พี่เคลียร์ให้'
ขนาดเจ้าหน้าที่แผนกบุคคลเขายังต้มซะเปื่อย นับประสาอะไรกับอาเจ๋อจอมซื่อบื้อคนนี้ สบายมาก!
เขาตบไหล่อาเจ๋อ "เมื่อวานแกบอกว่าจะไม่มาทำนี่นา ทำไมจู่ ๆ ถึงเปลี่ยนใจล่ะ?"
"เฮ้อ อย่าให้พูดเลย เมื่อคืนพอสร่างเมา พ่อก็มาคุยกับฉัน เราเห็นด้วยกับที่แกพูด"
"แต่แม่ฉันทิ้งไว้แค่ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ก็ไม่มี พ่อเลยกะว่าจะเขียนจดหมายไปถามข่าวก่อน ไปกลับกว่าจะรู้เรื่องไม่รู้ต้องใช้เวลานานแค่ไหน"
"ฉันคิดว่าระหว่างนี้จะอยู่บ้านเฉย ๆ ก็ใช่ที่ เลยมารายงานตัวที่นี่ดีกว่า อีกอย่างเมื่อวานแกก็บอกว่าจะมาทำงานที่นี่เหมือนกัน เราสองคนอยู่ด้วยกันจะได้มีเพื่อน"
พูดไปสีหน้าของอาเจ๋อก็เริ่มเศร้าหมองลงเรื่อย ๆ
"พูดตามตรงนะเจ้าตง แม่ฉันจากไปโดยไม่บอกกล่าวแบบนั้น ถ้าไปอยู่เมืองนอกแล้วแต่งงานใหม่ ฉันก็ไม่แปลกใจเลยสักนิด มีแต่พ่อฉันนั่นแหละที่ยังตัดใจไม่ได้"
หลี่เซี่ยงตงฟังอาเจ๋อพูดจบ ก็ไม่รู้จะปลอบใจยังไงดี
จะให้บอกอาเจ๋อว่า 'แกพูดถูก แม่แกไม่เพียงแต่งงานใหม่ แต่ยังมีพี่น้องต่างพ่อให้แกอีกตั้งโขยง' ก็คงไม่ได้!