- หน้าแรก
- พลิกผันคืนวันเก่า สู่ความรุ่งเรืองของครอบครัว
- บทที่ 29: เปิดหูเปิดตาตามแม่!
บทที่ 29: เปิดหูเปิดตาตามแม่!
บทที่ 29: เปิดหูเปิดตาตามแม่!
หลี่เสี่ยวเจียงและน้อง ๆ ถูกย่าไล่ออกมาจากเล้าไก่ แต่ก็ไม่ได้ไปไหนไกล ยืนเฝ้าอยู่ข้างนอกนั่นแหละ
แม่หลี่มองหลี่เซี่ยงตงอย่างสงสัย "วันนี้ทำไมตื่นเช้าจัง? เมื่อคืนกินไม่อิ่มหรือไง?"
"แม่พูดอะไรอย่างนั้น ผมกลับตัวกลับใจแล้วต่างหาก"
อยากเปลี่ยนทัศนคติที่คนอื่นมีต่อเขา ก็ต้องเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ หลี่เซี่ยงตงตัดสินใจเริ่มจากการเลิกนอนตื่นสายก่อนเลย
แม่หลี่ยังไม่ค่อยเชื่อน้ำคำลูกชาย "หวังว่าจะทำได้นานกว่าสามวันนะ ถ้าไม่มีอะไรก็ออกไปเถอะ อุ้มลูกเข้ามาทำไมในนี้ กลิ่นเหม็นจะตาย"
"หลานสาวสุดที่รักของแม่เขาอยากดูแม่ไก่ ผมเลยพาเข้ามาดูครับ"
หลี่เซี่ยงตงจับมือเล็ก ๆ ของลูกสาว ชี้ไปที่แม่ไก่บนพื้น "นี่คือแม่ไก่ เสี่ยวชีอยากกินไหม? ถ้าอยากกิน ให้ย่าเชือดมาต้มซุปให้กินดีไหม?"
"จิ๊บ... จิ๊บ..."
หลี่เสี่ยวจูมองแม่ไก่ที่เดินไปมาบนพื้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น "กิน... จิ๊บจิ๊บ..."
แม่หลี่ได้ยินก็ยิ้มแก้มปริ เดินเข้ามาหยิกแก้มหลานสาว "อย่าไปฟังพ่อเขาพูดเหลวไหล แม่ไก่บ้านเรากินไม่ได้นะลูก ต้องเก็บไว้ให้ออกไข่"
หลี่เสี่ยวจูไม่ยอมแพ้ "กิน... จิ๊บจิ๊บ..."
"ยัยตัวเล็กนี่ตะกละกว่าพวกพี่ชายอีกนะ พวกนั้นแค่อยากกินไข่ แต่หนูล่อจะกินแม่ไก่ของย่าเลยเหรอ"
แม่หลี่หยิบไข่ฟองหนึ่งออกมาจากชาม ส่งให้หลานสาวลองจับดู "นี่คือไข่ไก่ ถ้ากินแม่ไก่ไปแล้ว ก็จะไม่มีไข่ให้กินนะ รู้ไหม?"
หลี่เสี่ยวจูพยักหน้า เอื้อมมือจะคว้าไข่ในมือย่า "ไข่... กิน..."
แม่หลี่เบี่ยงมือหลบ "ตอนนี้ยังกินไม่ได้ เดี๋ยวรอแป๊บนึง ย่าจะทำไข่น้ำให้กินนะ"
"กิน..."
หลี่เสี่ยวจูเบะปากทำท่าจะร้องไห้
"เสี่ยวชีไม่ร้องนะ เดี๋ยวพ่อเอาไข่ให้หนูเล่นดีไหม?"
หลี่เซี่ยงตงเห็นน้ำตาคลอเบ้าลูกสาว ก็รีบรับไข่จากมือแม่ เอาไปถือไว้ตรงหน้าลูกสาวให้เธอจับเล่น
แม่หลี่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ พอเห็นหลานสาวหยุดร้องไห้ ก็อยากจะขอไข่คืน แต่กลัวหลานจะร้องอีก เลยกำชับว่า "เจ้าสาม ถือดี ๆ ล่ะ อย่าทำตกแตกเชียว"
"แม่วางใจเถอะน่า"
โตป่านนี้แล้ว เขาจะถือไข่ฟองเดียวไม่อยู่เชียวหรือ?
หลี่เซี่ยงตงเห็นแม่กำลังจัดรังไก่ ก็รีบประจบ "แม่เลี้ยงไก่ห้าตัวนี้ได้ดีจริง ๆ บ้านเรามีไข่กินทุกวันก็เพราะฝีมือแม่แท้ ๆ"
เล้าไก่ทำความสะอาดทุกวันเลยไม่ค่อยสกปรก แม่หลี่แค่กวาดพื้นนิดหน่อย แล้วโปรยอาหารให้ไก่ ถึงค่อยมีเวลาหันมาคุยกับลูกชาย
"วันนี้แม่โชคดีต่างหาก! สงสัยย่าแกคงลืมหลานรักไปมั้ง ไม่งั้นแม่คงไม่ได้เก็บไข่เยอะขนาดนี้หรอก"
หลี่เซี่ยงตงถึงกับพูดไม่ออก อุตส่าห์พูดเอาใจตั้งเยอะ แม่ไม่ให้หน้าสักนิด แถมยังพูดจากระทบกระเทียบแดกดันเขาอีก
"เมื่อวานผมคุยกับย่าเรียบร้อยแล้ว ย่ารับปากว่าจะไม่แอบขโมยไข่ของแม่ไปอีก ต่อไปจะเก็บไว้ให้แม่จัดการทั้งหมด"
แม่หลี่ถือชามใส่ไข่เดินออกไป ไม่ได้ซาบซึ้งกับคำพูดลูกชายสักนิด "ใครจะไปรู้? วันนึงแม่จะเก็บไข่ได้กี่ฟอง ถ้าพวกแกสองย่าหลานไม่เอ่ยปาก แม่ไก่บ้านเราก็คงไม่มีสิทธิ์พูดหรอก!"
เจอคำพูดของแม่เข้าไป หลี่เซี่ยงตงหน้าแดงก่ำด้วยความละอาย!
เขาเดินตามหลังแม่ อุ้มลูกสาวออกจากเล้าไก่ บ่นอุบอิบ "แม่ช่วยไว้หน้าผมต่อหน้าลูกสาวหน่อยได้ไหม? อย่าพูดไปเรื่อยเปื่อยสิครับ"
"แกรู้จักอายด้วยเหรอ? ตอนแอบกินไม่เห็นจะอายเลยนี่"
แม่หลี่หันมามองค้อนลูกชาย ฝีเท้าไม่หยุดเดิน ตรงไปที่เตาไฟใต้ชายคาเรือนหลัก วางชามไข่ลงในตู้กับข้าวข้าง ๆ
หลี่เสี่ยวเจียงพาน้องชายทั้งสามเดินตามต้อย ๆ เหมือนลูกเป็ดเดินตามแม่ จากลานบ้านไปเล้าไก่ จากเล้าไก่มาที่หน้าเตา
"ย่าครับ ไข่น้ำมันคาวจัง ใส่น้ำตาลหน่อยได้ไหม?"
"ย่าครับ ผมอยากกินไข่น้ำหวาน ๆ"
"ย่า ใส่น้ำตาลอร่อยนะ"
แม่หลี่โดนหลานชายสี่คนรุมล้อม ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวจนปวดหัวตุบ ๆ
"หุบปากกันให้หมด! ลองออกไปถามดูสิ ลูกบ้านไหนได้กินไข่ทุกวันบ้าง? ไม่รู้จักบุญคุณข้าวแดงแกงร้อน ยังจะเรียกร้องกินน้ำตาล น้ำตาลไม่ต้องใช้เงินซื้อรึไง?"
"งั้นไม่เอาน้ำตาลก็ได้ครับย่า วันนี้เรากินไข่ต้มกันเถอะ"
"ใช่ครับย่า วันนี้มีไข่ตั้งห้าฟอง พวกเราเห็นกับตา"
"ย่า กินไข่ต้มนะครับ"
แม่หลี่ปฏิเสธเสียงแข็ง "ไม่ได้! ไข่แค่ห้าฟอง ต้มกินพวกแกก็แย่งกันตีกันตาย ถอยไปให้หมด ถ้ายังงอแงอีก วันนี้ไข่น้ำก็อดกิน ฉันจะเอาไข่ไปผัดให้ปู่พวกแกแกล้มเหล้าให้หมดเลย"
หลี่เสี่ยวเจียงกับน้อง ๆ เห็นย่าองค์ลง รู้ว่าตื๊อไปก็ไร้ประโยชน์ เลยยอมล่าถอยไม่กวนใจย่าอีก
แม่หลี่ไล่หลาน ๆ ไปให้พ้นหูพ้นตา แล้วหยิบกระบวยตักน้ำจากโอ่งข้าง ๆ เทใส่กระทะเหล็กใบใหญ่บนเตา
"เสี่ยวเหมย เติมฟืนอีกหน่อยพอนะ พอน้ำเดือดแล้วก็ไม่ต้องใส่ฟืนเพิ่มเยอะ เข้าใจไหม?"
"เข้าใจค่ะย่า"
สั่งงานหลานสาวคนโตที่นั่งเฝ้าหน้าเตาเสร็จ แม่หลี่ก็หันไปมองหลี่เซี่ยงตงที่ยืนอุ้มลูกสาวอยู่ใต้ชายคา
"หลอกล่อเด็กพอแล้ว จะให้ถือไข่เล่นตลอดได้ยังไง รีบเอาไข่ไปเก็บในตู้เดี๋ยวนี้"
หลี่เซี่ยงตงคิดว่าแม่พูดถูก ยุคนี้ไข่ไก่เป็นของมีค่า
ไม่มีบ้านไหนเอาไข่ไก่มาให้เด็กเล่นเป็นของเล่นหรอก เขาจึงหลอกล่อลูกสาวให้เอาไข่ไปวางคืนในตู้
"เอา..."
หลี่เสี่ยวจูดึงผมพ่อ ชี้มือไปที่หลี่เสี่ยวเหมยที่นั่งยอง ๆ อยู่หน้าเตาไฟ
"อยากไปเล่นกับพี่สาวเหรอ?"
"เล่น..."
หลี่เสี่ยวจูพยักหน้า
แต่แม่หลี่ที่อยู่ข้าง ๆ เห็นเขาอุ้มลูกสาวทำท่าจะเดินเข้าไปใกล้เตาไฟ ก็ด่าเปิงทันที "หลี่เล่าซาน! ตอนหมอตัดสายสะดือแก เขาตัดเอาสมองแกออกไปด้วยรึไง? ลูกแกตัวแค่นี้ แกจะอุ้มเข้าไปใกล้ไฟหาพระแสงอะไร!"
เชี่ย!
หลี่เซี่ยงตงยืนอึ้งกิมกี่กับวาจาอันคมคายของแม่
"ยืนบื้ออยู่ทำไม? เหล้าเมื่อคืนฤทธิ์แรงจนเผาสมองแกไหม้ไปแล้วรึไง? มีธุระอะไรไหม? ไม่มีก็ไสหัวไปไกล ๆ อย่ามาเกะกะขวางหูขวางตาฉัน!"
หลี่เซี่ยงตงมองแม่ด้วยความอ่อนใจ บ่นพึมพำว่า "เสี่ยวชีกำลังอยู่ในวัยจำคำพูดผู้ใหญ่ แม่ไม่กลัวหลานเสียคนหรือไง"
พูดจบก็รีบอุ้มลูกสาวหนีไปให้ไกล
หลี่เสี่ยวจูเรียนรู้เรื่องตีคนมาจากแม่แล้ว ขืนอยู่ต่อเดี๋ยวได้เรียนวิชาด่าคนเพิ่มแน่
ประเด็นคือคลังคำด่าของแม่เขามันช่างสรรหามาได้เจ็บแสบเหลือเกิน ใครอยู่ใกล้แกนาน ๆ รับรองได้เปิดหูเปิดตาแน่นอน!
"หลี่เล่าซาน แกบ่นอะไร?"
"แม่หูฝาดแล้วมั้งครับ? ผมไม่ได้พูดอะไรเลยนะ"
หลี่เซี่ยงตงรู้ว่าสู้ไม่ได้ก็หนีดีกว่า อุ้มลูกสาวไปนั่งที่บันไดหินอีกฝั่ง นั่งดูหลานชายสี่คนเล่นซนในลานบ้าน
"เสี่ยวหลาน ไปดูในครัวเล็กซิว่าหมั่นโถวข้าวโพดนึ่งสุกหรือยัง"
"สะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองวัน ๆ มัวแต่โอ้เอ้ จะทำอะไรทีต้องให้คอยตามจี้!"
"หลี่เล่าซาน!"
"จ๋าแม่! มีอะไรอีกครับ?"