- หน้าแรก
- พลิกผันคืนวันเก่า สู่ความรุ่งเรืองของครอบครัว
- บทที่ 15: หนุ่มแน่นก็มักจะใจร้อน
บทที่ 15: หนุ่มแน่นก็มักจะใจร้อน
บทที่ 15: หนุ่มแน่นก็มักจะใจร้อน
โจวอวี้ฉินเห็นสามีทำท่าทางบ้า ๆ บอ ๆ ก็อดขำไม่ได้ "งั้นคุณก็เรียกสิ"
"เรียกอะไร?"
"เรียกแม่ หรือเรียกย่าก็ได้ ฉันไม่ถือ"
"สหายโจวอวี้ฉิน เดี๋ยวนี้คุณชักจะกำเริบเสิบสานใหญ่แล้วนะ อยากโดนผมสั่งสอนสักหน่อยไหม?"
หลี่เซี่ยงตงขยับเข้าไปใกล้ สวมกอดเธอจากด้านหลัง มือไม้เริ่มอยู่ไม่สุข จับโน่นลูบนี่ไปทั่ว
โจวอวี้ฉินใช้สองมือประคองลูกสาวไว้ ทำได้แค่ปล่อยให้มือใหญ่คู่นั้นลูบไล้ไปตามตัว จนทนไม่ไหวต้องบิดตัวขัดขืน
"ปล่อยนะ ถ้าคุณยังทำแบบนี้ฉันจะโกรธจริง ๆ แล้วนะ!"
"โอเค ๆ ผมไม่ทำอะไรแล้ว คุณอยู่นิ่ง ๆ ให้ผมกอดสักพักเถอะ"
หลี่เซี่ยงตงกอดภรรยาไว้เงียบ ๆ สูดกลิ่นหอมสบู่อ่อน ๆ จากตัวเธอ อ้อมกอดที่ห่างหายไปหลายสิบปีนี้ ทำให้เขารู้สึกสงบใจอย่างบอกไม่ถูก
พ่อแม่ยืนกอดกันนิ่ง ๆ ทำให้หลี่เสี่ยวจูร้อนใจจนแทบทนไม่ไหว ขาป้อม ๆ ก้าวออกไปได้แค่สองก้าวก็ถูกดึงกลับมาอีก
เธอหันกลับมามองพ่อกับแม่ด้วยดวงตากลมโตดำขลับ ยิงฟันซี่เล็ก ๆ สองซี่แล้วตะโกนว่า "แม่... พ่อ... ตี..."
หลี่เซี่ยงตงหัวเราะร่า เอื้อมมือไปลูบหัวลูกสาว ผมสั้นเกรียนของเธอนุ่มมือดีชะมัด
"รู้แล้ว ๆ เดี๋ยวคืนนี้รอลูกหลับก่อน พ่อค่อยตีแม่นะ"
โจวอวี้ฉินหายใจติดขัด พูดเสียงสั่นว่า "อย่าพูดจาทะลึ่งตึงตังนะ"
ตอนนี้หน้าเธอแดงก่ำ ลามไปถึงคอและใบหู
หลี่เซี่ยงตงเห็นปฏิกิริยาของภรรยาก็คิดในใจว่า ไม่เห็นต้องขนาดนี้เลย!
เขาแค่พูดเล่นนิดหน่อย จำเป็นต้องเขินอายขนาดนี้เชียวหรือ?
แต่พอก้มลงมอง 'กระโจม' ที่ตั้งโด่ขึ้นมาของตัวเอง...
ก็ยังหนุ่มยังแน่นนี่นะ มันเลยใจร้อนวู่วามไปหน่อย!
"พลาด ๆ"
หลี่เซี่ยงตงคลายอ้อมกอดจากภรรยา เดินเลี่ยงไปอีกทาง พลางท่องนะโมตัสสะในใจ ข่มใจให้สงบ...
ยิ่งเขารีบร้อน เจ้านั่นยิ่งไม่ไว้หน้า แข็งขืนไม่ยอมอ่อนข้อให้เลย!
ปัง ปัง
ประตูใหญ่หน้าบ้านถูกใครบางคนทุบดังสนั่น ตามด้วยเสียงเปิดประตูดังเอี๊ยดอ๊าด
"ใครน่ะ?"
แม่หลี่ที่อยู่ในเรือนหลักได้ยินเสียง จึงตะโกนถามเสียงดังลั่นทะลุเข้ามาถึงห้องของหลี่เซี่ยงตง
หลี่เสี่ยวเจียงที่ไปเปิดประตูตอบกลับมาว่า "ย่าครับ มีคนมาหาอาสาม!"
แม่หลี่รีบเดินจ้ำอ้าวไปที่หน้าประตู พูดข้ามธรณีประตูกับคนที่มาเยือนว่า "เจ้าสามกำลังพักผ่อนอยู่ในห้อง เที่ยง ๆ บ่าย ๆ แบบนี้ พวกเธอไม่อยู่บ้านพักผ่อน จะมาหาเขาทำไม?"
น้ำเสียงของแกเต็มไปด้วยความไม่ต้อนรับ
เคาะประตูบ้านคนอื่นแบบนี้ ไม่มีมารยาทเอาซะเลย!
ลูกชายคนที่สามของแกเป็นคนเหลวไหล เพื่อนที่มาหาแต่ละคนก็ไม่ใช่คนดีเด่เท่าไหร่ เนื้อดีแมลงวันไม่ตอม แกเบื่อจะตายอยู่แล้ว
คนหนึ่งพูดขึ้นว่า "ป้าครับ พูดแบบนี้ก็ไม่ถูก พวกผมเพิ่งจะกลับเข้าเมืองมา ก็เลยกะว่าจะมาสังสรรค์กันหน่อย"
แม่หลี่สวนกลับอย่างโมโห "สังสรรค์อะไรกัน เขาเพิ่งกลับมาได้เดือนกว่า พวกเธอสังสรรค์กันน้อยไปรึไง? ครั้งไหนบ้างที่ไม่เมาหัวราน้ำจนจำทางกลับบ้านไม่ได้! พวกเธอทำไมไม่รู้จักอยู่ติดบ้าน ดูแลพ่อแม่บ้าง จะมาหาเขาอีกทำไม?"
อีกคนพูดขึ้นว่า "ฮะ ๆ พวกผมก็อยากอยู่ดูแลพ่อแม่นะ อยากจะอ้อนพ่ออ้อนแม่บ้าง แต่พ่อแม่ไม่เอ็นดูพวกผมนี่สิ"
พี่สะใภ้รองเดินออกมาเสริมทัพ "งั้นก็กลับไปอ้อนลูกเมียที่บ้านสิ!"
"โธ่ พี่สะใภ้ พูดแบบนี้ก็แย่สิครับ บ้านผมไม่ได้กว้างขวางเหมือนบ้านพี่นี่ คนเป็นสิบเบียดกันอยู่ในห้องแค่สองห้อง ใครตดทีก็ได้ยินกันหมด จะไปอ้อนกันอีท่าไหนล่ะ?"
แม่หลี่มองดูพวกหน้าหนาพวกนี้อย่างจนปัญญา แกจำสองคนนี้ได้ดี เป็นเด็กในตรอกละแวกนี้แหละ คนหนึ่งลูกบ้านแซ่เซี่ยง อีกคนลูกบ้านแซ่จาง เป็นเพื่อนเรียนกับลูกชายแกมาตั้งแต่เด็ก ต่อมาก็ไปชนบทด้วยกัน เพิ่งจะได้กลับเข้าเมืองมาช่วงนี้เหมือนกัน
"มาแล้ว ๆ"
หลี่เซี่ยงตงฟังอยู่ในห้องได้สักพัก ก็รีบขานรับ ไม่ใช่ไม่อยากรีบออกไป แต่เมื่อกี้สภาพมันไม่พร้อมจริง ๆ!
เขาถอดเสื้อผ้าและรองเท้าที่ใส่อยู่ เปลี่ยนกลับมาใส่เสื้อกล้ามสีขาว กางเกงขาสั้นตัวโคร่ง และรองเท้าผ้าเก่า ๆ ตามเดิม
การเบี่ยงเบนความสนใจนี่ได้ผลชะงัดนัก!
เวลาปฏิบัติภารกิจช่วยยืดเวลา เวลาไม่ได้ปฏิบัติภารกิจช่วยดับไฟราคะได้ดีนักแล!
ก่อนออกจากห้อง กลัวเมียจะโกรธ หลี่เซี่ยงตงจึงพูดปลอบใจว่า "ไอ้สองตัวที่มาหาข้างนอกนั่นคุณก็เคยเห็น พวกเราโตมาด้วยกัน เขาอุตส่าห์มาหาถึงหน้าบ้าน ถ้าผมไม่ออกไปมันก็น่าเกลียด คุณว่าจริงไหม?"
ภรรยาของเขา โจวอวี้ฉิน ถึงจะเรียนมาน้อย แต่ถ้ามีอะไรปรึกษาหารือกันดี ๆ บอกให้ชัดเจนว่าจะทำอะไร เธอก็เป็นคนมีเหตุผลมาก
ชาติที่แล้วเวลาเขาจะทำอะไร ไม่เคยสนใจความรู้สึกของเมียเลย ชาตินี้เขาจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว
โจวอวี้ฉินพยักหน้า "งั้นคุณออกไปก็อย่าดื่มเยอะนะ พรุ่งนี้ต้องไปรายงานตัวที่สถานีรถไฟ นี่เป็นเรื่องสำคัญ ห้ามเสียงานเสียการเด็ดขาด"
"วางใจเถอะ ผมรู้ลิมิตตัวเอง"
หลี่เซี่ยงตงจะพูดอะไรได้ ดื่มให้น้อยหน่อยไม่เสียงานก็พอ ผู้ชายรวมตัวกันไม่กินเหล้า จะให้ไปนั่งนับดาวรึไง?
ถึงแม้เพื่อนกลุ่มนี้จะเหมือนเขา คือทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง ชีวิตครอบครัวมีแต่เรื่องวุ่นวาย
แต่พูดกันตามตรง ก็เป็นเพื่อนที่โตมาด้วยกัน ความผูกพันมันมีอยู่ ใครลำบาก เพื่อนที่เหลือก็พร้อมยื่นมือเข้าช่วย เต็มกำลังความสามารถที่มี
ชาติที่แล้วจนแก่จนเฒ่า พวกเขาก็ยังนัดกันออกมาดื่มเหล้าบ่อย ๆ มิตรภาพหลายสิบปีไม่เคยจางหาย
ได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง เขาก็ยังอยากจะคบหากับเพื่อนกลุ่มนี้ต่อไป สานต่อมิตรภาพนี้ให้ยาวนาน
หลี่เซี่ยงตงหอมแก้มลูกสาว "อยู่บ้านเป็นเด็กดี เชื่อฟังแม่นะลูก"
พูดจบเขาก็จะเดินออกจากห้อง แต่ถูกโจวอวี้ฉินดึงแขนไว้
เขาเข้าใจทันที...
รีบยื่นปากเข้าไปหา
โจวอวี้ฉินเอามือปิดปากเขาไว้ "คิดอะไรของคุณ ทะลึ่งไม่เข้าเรื่อง เอาหนังสือแนะนำตัวไว้ที่บ้านค่อยออกไป"
ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เอง หลี่เซี่ยงตงนึกว่าเมียหึงลูกสาวซะอีก
"ผมจะทำหายได้ยังไงกัน?"
หลี่เซี่ยงตงส่งหนังสือแนะนำตัวให้ภรรยา คิดดูแล้วก็ล้วงบุหรี่ต้าเฉียนเหมินสองซองใส่กระเป๋า
ส่วนบุหรี่หมู่ตานเก็บไว้เถอะ เพื่อนกันทั้งนั้น ไม่จำเป็นต้องสูบของแพงขนาดนั้นหรอก
ย่าหลี่ยืนอยู่ที่หน้าประตูเรือนหลัก เห็นหลี่เซี่ยงตงเดินออกมา ก็กำชับว่า "เจ้าตง ออกไปเที่ยวอย่าดื่มจนเมามาย มันไม่ดีต่อสุขภาพ อีกอย่างแกกำลังจะเริ่มงานแล้ว ทำอะไรต้องให้รู้จักหนักแน่นมั่นคงหน่อย"
"ทราบแล้วครับย่า ย่ากลับไปพักผ่อนเถอะครับ"
หลี่เซี่ยงตงไม่ได้รำคาญ เขาน้อมรับความหวังดีของผู้ใหญ่
พอมองส่งย่ากลับเข้าห้อง เขาถึงหันไปมองเด็ก ๆ ที่กำลังแหย่รังมดเล่นในลานบ้าน ตอนนี้ไม่มีของเล่นอะไร วัน ๆ ถูกขังให้อยู่แต่ในบ้าน พวกเด็ก ๆ ก็ไม่มีอะไรทำจริง ๆ
"การบ้านปิดเทอมทำเสร็จรึยัง? วัน ๆ เอาแต่เล่นซน"
"พ่อ ผมไม่มีการบ้าน"
"อาสามน่ารำคาญจัง อีกตั้งนานกว่าจะเปิดเทอม รีบมาทวงอยู่ได้"
"นั่นสิ อาสามรีบออกไปเถอะ เพื่อนรอจนรากงอกแล้ว"
"อาสามดื่มเหล้าให้น้อยหน่อยนะครับ"
"ดื่มเหล้าไม่ดี เมาแล้วตื่นมาจะปวดหัวนะ"
"อืม อาสามรู้แล้ว เดี๋ยวเงินเดือนออกจะซื้อลูกกวาดมาฝากหลานสาวทั้งสองนะ"
ยังไงหลานสาวก็รู้ความกว่า รู้จักเป็นห่วงเป็นใยเขา
หลี่เซี่ยงตงเลิกสนใจไอ้พวกหลานชายตัวแสบ เสียแรงที่อุตส่าห์หวังดี!