- หน้าแรก
- ทะลุมิติพลิกชะตา ด้วยหอคอยสมบัติ
- บทที่ 33 เหยื่อกลายเป็นหลักฐาน
บทที่ 33 เหยื่อกลายเป็นหลักฐาน
บทที่ 33 เหยื่อกลายเป็นหลักฐาน
แม้จ้าวเจิ้นกั๋วจะยิ้มตามมารยาท แต่สีหน้าของเขาก็ฟ้องชัดเจนว่าไม่ค่อยเชื่อน้ำมนต์เท่าไหร่ "นึกไม่ถึงเลยว่าน้องเสี่ยวหลงจะเป็นพรานฝีมือดีขนาดนี้ วันนี้มาไม่เสียเที่ยวจริงๆ เดี๋ยวต้องขอดูหมาป่าที่เขาล่ามาหน่อยแล้ว"
หลิวจวิ้นจงเคยฟังจางเสี่ยวหลงเล่าว่า เก๋ากี้สดนั้นเขาไปเก็บมาจากข้างถ้ำเสือ เดิมทีนึกว่าแค่ติดตามผู้ใหญ่เข้าป่าไปเก็บสมุนไพร หรือเก็บพวกผลไม้ป่า ไข่นก อะไรทำนองนั้น ไม่นึกว่าจางเสี่ยวหลงจะมีฝีมือล่าสัตว์ด้วย ความจริงเขาก็ไม่ได้เชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ เชื่อแค่สามสี่ส่วนเท่านั้น แต่จางเสี่ยวหลงแม้จะเป็นเด็กบ้านป่า แต่เวลาพูดจาไม่มีความขลาดกลัวเหมือนเด็กบ้านนอกทั่วไปเลย ดูจากความกล้าที่ไปค้าขายในตลาดมืด ก็พอมองออกว่าไม่ใช่คนธรรมดา ดังนั้น หลิวจวิ้นจงเลยเผื่อใจเชื่อไว้บ้าง
ระหว่างคุยกัน จางจิ่วเฟิ่งก็ต้มน้ำเดือดเสร็จพอดี บ้านตระกูลจางฐานะยากจน ไม่มีแก้วน้ำ เลยใช้ชามดินเผารินน้ำร้อนให้คนละชาม หลิวจวิ้นจงยกชามขึ้น เป่าลมไล่ความร้อน แล้วจิบเบาๆ "เอ๊ะ? นี่น้ำแร่จากภูเขาเหรอครับ? อร่อยกว่าน้ำประปาในอำเภอตั้งเยอะ"
"หน้าหนาวแบบนี้หาน้ำแร่กินไม่ได้หรอกครับ นี่ก็น้ำที่หาบมาจากแม่น้ำนั่นแหละ" หลิวจวิ้นจงร้อง "อ้อ" แล้วจิบน้ำร้อนต่อ ปากก็ชมไม่หยุดว่าน้ำรสชาติดีจริงๆ
"เหล่าหลิว น้ำประปาในเมืองฉันก็เคยดื่ม มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นมั้ง?" จ้าวเจิ้นกั๋วแซวเพื่อน ส่ายหน้าขำๆ แล้วยกชามขึ้นจิบบ้าง ทันใดนั้น สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป "น้ำนี่... เป็นอย่างที่นายพูดจริงๆ ด้วย บอกไม่ถูกว่าเป็นเพราะอะไร แต่รู้สึกว่ามันอร่อย ที่โรงพักก็กินน้ำจากแม่น้ำเหมือนกัน ทำไมไม่อร่อยแบบนี้? แปลกแฮะ..."
หลิวจวิ้นจงเออออห่อหมกไป เขาไม่เคยดื่มน้ำแม่น้ำแถวนี้ เลยวิจารณ์เปรียบเทียบไม่ได้ เวลาแค่สองนาที เขาซดน้ำร้อนหมดเกลี้ยงชาม ทำท่าอยากจะขอเพิ่มแต่ก็เกรงใจ จางจิ่วเฟิ่งเห็นดังนั้น เลยรีบไปตักน้ำร้อนมาเติมให้ "น้องชายฉันบอกว่า น้ำแถวบ้านเราพอต้มเดือดแล้วรสชาติดี แถมกินแล้วยังมีแรงทำงานด้วยนะคะ!"
ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ หลิวจวิ้นจงกับจ้าวเจิ้นกั๋วคงไม่มีทางเชื่อคำพูดนี้เด็ดขาด แต่ตอนนี้เชื่อไปแล้วแปดส่วน เพราะได้ลิ้มรสด้วยตัวเองแล้วว่าน้ำรสชาติดีจริงๆ ส่วนที่บอกว่ากินแล้วมีแรงทำงาน น่าจะเป็นเพราะดื่มน้ำร้อนเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่ามากกว่า หนึ่งหัวหน้ากองสืบสวน หนึ่งสารวัตรโรงพัก ดื่มน้ำร้อนไปคนละสามชามรวด จนท้องอิ่มน้ำ ถึงได้ยอมวางชามลงด้วยความเสียดาย
"ซี๊ด~ เมื่อวานฉันอดนอน เดินทางมาทั้งคืน พอได้ดื่มน้ำร้อนไม่กี่ชามนี้ รู้สึกสดชื่นขึ้นเยอะเลย ไม่ค่อยง่วงแล้วด้วย"
"เหล่าหลิว นายก็รู้สึกเหมือนกันเหรอ! พอฉันรับโทรศัพท์นายก็แทบไม่ได้นอนเลย เมื่อกี้กะว่าจะงีบสักหน่อย ตอนนี้ตาสว่างเลย"
"น้ำที่นี่มหัศจรรย์จริงๆ" พวกเขาหารู้ไม่ว่า นี่คือน้ำจากสระพลังปราณในหอคอยสมบัติของจางเสี่ยวหลง ที่แอบผสมเจือจางลงไป ถ้าเอาน้ำพลังปราณเพียวๆ มาให้กิน สรรพคุณมันแรงเกินไป เดี๋ยวคนจะสงสัยเอาได้
"รถจี๊ปใครครับเนี่ย? มาจอดหน้าบ้านผมทำไม?" จางเสี่ยวหลงแบกหมาป่าเดินมา เห็นรถจี๊ปก็ถามขึ้น ชาติก่อนเขาฝันอยากซื้อรถจี๊ปมาขับสักคัน แต่จนกรอบ เลยได้แค่รถเก๋งมือสองสภาพโทรมๆ มาขับ "เสี่ยวหลงกลับมาแล้ว!"
"น้องเสี่ยวหลง นึกว่าจะกลับมืดค่ำซะอีก กลับมาเร็วนะเนี่ย"
"โห~ หมาป่าตัวเบ้อเริ่มเลย น้องเสี่ยวหลงร้ายกาจจริงๆ! ล่าหมาป่าได้ด้วย!"
"พี่หลิว พี่จ้าว มาได้ยังไงครับเนี่ย? ผมก็แค่แมวตาบอดเจอหนูตาย (ฟลุ๊ค) โชคดีเฉยๆ ครับ พี่ชมเกินไปแล้ว!"
"น้องเสี่ยวหลงถ่อมตัวเกินไปแล้ว ล่าหมาป่าได้สองตัวด้วยตัวคนเดียว จะเรียกว่าโชคช่วยได้ยังไง? นี่มันฝีมือล้วนๆ พรานเฒ่าในหมู่บ้านยังทำไม่ได้เลยมั้ง" จางเสี่ยวหลงถ่อมตัวอีกสองสามประโยค วางหมาป่าลงกับพื้น แล้วมองตำรวจทั้งสองนาย "พวกพี่ลองดูสิครับ ว่าหมาป่าตัวนี้มีอะไรแตกต่างจากปกติไหม"
หลิวจวิ้นจงตบไหล่จางเสี่ยวหลง หัวเราะร่า "ฮ่าฮ่าฮ่า นี่จะทดสอบพี่หลิวเหรอ? เหล่าจ้าว มาชื่นชมผลงานของน้องเสี่ยวหลงกันหน่อย!"
"เอาสิ! มาทายกันดูว่าหมาป่าตัวนี้โดนอาวุธอะไรจัดการ" จ้าวเจิ้นกั๋วนึกสนุก รีบเข้าไปร่วมวง ตำรวจเก๋าสองนายย่อตัวลง สีหน้าเริ่มจริงจัง ตรวจหารอยแผลบนตัวหมาป่าอย่างละเอียด แผลหมาป่าค่อนข้างมิดชิด เลือดไหลลงพื้นโดยตรง ทำให้ทั้งสองคนต้องใช้เวลาหาอยู่พักหนึ่ง
"เจอแล้ว!" ทั้งสองคนพูดขึ้นพร้อมกัน จ้าวเจิ้นกั๋วชี้ไปที่ก้นหมาป่า หัวเราะลั่น "น้องเสี่ยวหลง แผนลอบกัดนี่ใช้ได้เลย จะจัดการสัตว์ร้าย ไม่ต้องพูดเรื่องคุณธรรมน้ำมิตรหรอก จัดการให้ตายในดาบเดียวได้ถือว่ายอดเยี่ยม" จางเสี่ยวหลงไม่พูดอะไร มองไปทางหัวหน้ากองสืบสวนหลิวจวิ้นจง หลิวจวิ้นจงเงียบกริบ สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ "เหล่าหลิว เป็นอะไรไป? หรือเจอแผลอื่น? หรือว่าฉันทายผิด หมาป่าตัวนี้มีแผลจุดตายที่อื่นอีก?" จ้าวเจิ้นกั๋วมองตามนิ้วของหลิวจวิ้นจงด้วยความสงสัย "นี่มัน... รอยกระสุน?"
"รอยกระสุนจากปืนยาวกึ่งอัตโนมัติแบบ 56 หัวกระสุนยังฝังอยู่ข้างใน"
"จะบังเอิญขนาดนั้นเลยเหรอ? หมาป่าไปเจอโจรสามคนนั่น?"
"เดี๋ยวผ่าเอาหัวกระสุนออกมา ตรวจพิสูจน์วิถีกระสุนดูว่าเป็นกระบอกเดียวกับที่ปล้นโรงงานเหล็กหรือเปล่า ก็จะรู้เอง" หลิวจวิ้นจงลุกขึ้น เล่าที่มาที่ไปของคดีให้ฟัง จางเสี่ยวหลงไม่รู้เรื่องคดีปล้นโรงงานเหล็ก พอได้ฟังก็บอกว่าบังเอิญจริงๆ เขาหยิบหนังหมาป่าอีกผืนออกมา ชี้จุดที่น่าสงสัยว่าเป็นรอยกระสุนถากให้ดู พร้อมบอกเวลาโดยประมาณที่หมาป่าเริ่มปรากฏตัว หลิวจวิ้นจงยิ่งมั่นใจ หมาป่าฝูงนี้น่าจะมาจากป่าลึก แล้วไปเจอโจร ถูกยิงจนต้องหนีตายออกมาอยู่แถบชายป่า
"น้องเสี่ยวหลง พี่ต้องขอโทษจริงๆ หมาป่าตัวนี้กับหนังหมาป่าผืนนั้น พวกพี่อาจจะต้องขอยึดกลับไปที่โรงพัก..." หลิวจวิ้นจงเกาหัวด้วยความเกรงใจ หมาป่าเป็นเหยื่อที่เขาหามาได้ ถึงจะเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม แต่จะมายึดไปดื้อๆ มันก็ดูใจร้ายไปหน่อย "แต่ไม่ต้องห่วงนะ พี่จะทำเรื่องเบิกงบมาชดเชยให้สมน้ำสมเนื้อ! ถือว่าพี่ติดหนี้น้ำใจนายก้อนใหญ่ ตกลงไหม?"
"อืม..." จางเสี่ยวหลงคิดอยู่ครู่หนึ่ง "พี่หลิวเอ่ยปากขนาดนี้ ก็เอาตามที่พี่ว่าเถอะครับ เรื่องเงินไม่ใช่ประเด็น แต่พี่พอจะช่วยหาปืนยาวกึ่งอัตโนมัติแบบ 56 ให้ผมสักกระบอกได้ไหมครับ?" สหกรณ์คอมมูนเซิ่งลี่ จางเสี่ยวหลงเคยไปดูแล้ว อย่าว่าแต่ปืนแบบ 56 เลย แม้แต่ปืนลูกซองล่าสัตว์ธรรมดายังไม่มีขาย เขาเคยถามคนอื่น สหกรณ์ในตัวอำเภอก็ไม่มีขายเหมือนกัน
"เรื่องนี้อาจจะยากหน่อย แต่พี่จะพยายามหาทางให้นะ!" หลิวจวิ้นจงพูดตามตรง ไม่กล้ารับปากส่งเดช "ได้ครับ! งั้นผมจะรอฟังข่าวดีจากพี่หลิว"
"อะแฮ่ม เสี่ยวหลง ขอคุยด้วยเป็นการส่วนตัวหน่อยได้ไหม?" พอคุยธุระเสร็จ หลิวจวิ้นจงก็ถามขึ้นด้วยท่าทางกระอักกระอ่วน จางเสี่ยวหลงแปลกใจ มีเรื่องอะไรต้องแอบคุยกันด้วย?