เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 รถจี๊ปบุกหมู่บ้าน

บทที่ 32 รถจี๊ปบุกหมู่บ้าน

บทที่ 32 รถจี๊ปบุกหมู่บ้าน


"พ่อ แม่ พี่ กินข้าวกันสิครับ เดี๋ยวเย็นหมดแล้วจะไม่อร่อยนะ!" จางเสี่ยวหลงพูดทีเล่นทีจริงพร้อมรอยยิ้ม

"ลูกแอบขึ้นเขาไปล่าสัตว์อีกแล้ว ทั้งที่รู้ว่ามีฝูงหมาป่า แต่ก็ยังไม่ฟังคำแม่ จะให้แม่อกแตกตายหรือไง?" เมื่อครู่ตอนเดินผ่านบ้านจางเป่าเฉิง พวกเธอเห็นเหตุการณ์แบ่งเนื้อหมาป่าแล้ว แต่ไม่อยากดุด่าลูกชายต่อหน้าธารกำนัลให้เสียหน้า เลยต้องเก็บมาเคลียร์กันที่บ้าน

"แม่ครับ ผมก็อยู่ดีมีสุขนี่ไง! หมาป่ามีแค่สามตัว ถึงมันจะดุร้ายแค่ไหน สุดท้ายก็เสร็จผมไปสองตัว แม่ดูหนังหมาป่าผืนนี้สิ! สวยไหม?"

"ลูกฆ่าไปสองตัวเหรอ? แล้วอีกตัวล่ะ?"

"เอ่อ! ผมซ่อนไว้บนเขาน่ะครับ สองตัวมันหนักเกินไป ผมเลยแบกกลับมาแค่ตัวเดียวก่อน พรุ่งนี้ค่อยไปเอาคืน"

หลินซิ่วเจินสำรวจลูกชายอย่างละเอียดถี่ถ้วน พอเห็นว่าเขาไร้รอยขีดข่วนจริงๆ ก็ถอนหายใจออกมา "ลูกโตแล้วแม่คงบังคับไม่ได้ แต่จำไว้นะ ต่อไปเข้าป่าต้องระวังความปลอดภัยให้มาก"

"รับทราบครับผม!" จางเสี่ยวหลงยืนตรง ทำท่าวันทยหัตถ์อย่างแข็งขัน เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนในบ้านได้ในทันที

...

เช้าตรู่ เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม ทำลายความเงียบสงบของหมู่บ้านกลางหุบเขา ณ ที่ทำการกองพลจางจวง รถจี๊ปคันหนึ่งแล่นเข้ามาด้วยความเร็ว จางเป่ากุ้ย หัวหน้ากองพลที่มารรออยู่ก่อนแล้ว รีบเดินออกไปต้อนรับ รถจี๊ปจอดสนิท ประตูเปิดออก ตำรวจหลายนายพร้อมอาวุธครบมือเดินลงมาจากรถ

"หัวหน้ากองพลจาง นี่คือผู้กองหลิว หัวหน้ากองสืบสวนประจำอำเภอของเรา" จ้าวเจิ้นกั๋ว สารวัตรสถานีตำรวจคอมมูนเซิ่งลี่ เดินนำหน้ามาแนะนำ

"สวัสดีครับผู้กองหลิว เดินทางมาไกลลำบากแย่ เชิญเข้าไปดื่มน้ำร้อนข้างในก่อนครับ" จางเป่ากุ้ยก้าวไปข้างหน้า ยื่นมือออกไปทักทาย บนใบหน้าเคร่งขรึมของหลิวจวิ้นจงฝืนบีบยิ้มออกมาเล็กน้อย ยื่นมือไปจับตอบ "รบกวนหัวหน้ากองพลแล้ว!"

ทุกคนเดินเข้ามาในห้อง จางเป่ากุ้ยรินน้ำร้อนเสิร์ฟด้วยตัวเอง "การให้ความร่วมมือกับตำรวจในการทำคดี ถือเป็นหน้าที่ของประชาชนอย่างพวกเราอยู่แล้วครับ"

"ผู้กองหลิวมีอะไรสั่งการมาได้เลย ผมในฐานะตัวแทนกองพลจางจวงขอยืนยันว่าจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่"

หลิวจวิ้นจงพยักหน้าหนักแน่น รับแก้วน้ำจากจางเป่ากุ้ยมาวางบนโต๊ะตรงหน้า แล้วเริ่มกล่าว "ดีครับ เรื่องมันเป็นอย่างนี้... เมื่อสิบวันก่อน มีคนร้ายสามคนบุกปล้นโรงงานรีดเหล็กในอำเภอ ฝ่ายรักษาความปลอดภัยเสียชีวิตเก้าคน บาดเจ็บสาหัสหนึ่งคน คนร้ายชิงเงินสดไปได้สามแสนหยวน นั่นเป็นเงินเดือนของคนงานในโรงงานรีดเหล็กกว่าหมื่นคน"

คดีอุกฉกรรจ์ร้ายแรงขนาดนี้ จางเป่ากุ้ยเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก หัวใจพลันเต้นรัวด้วยความตึงเครียด "ผู้กองหลิว หรือว่าคนร้ายกลุ่มนี้หนีมาทางกองพลของเราครับ?"

"ใช่ครับ แต่ก็ไม่เชิงซะทีเดียว หลังเกิดเหตุ กำลังตำรวจทั้งอำเภอถูกระดมมาปิดล้อมเส้นทางคมนาคมและเส้นทางหลบหนีต่างๆ พวกมันจนตรอก สุดท้ายเลยหนีเข้าไปในเทือกเขานี้ พวกเราเพิ่งได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีพรานป่าขึ้นไปล่าสัตว์ แล้วเห็นร่องรอยของคนร้ายสามคนนี้" หลิวจวิ้นจงชี้มือไปทางทิศของป่าหลังเขา

"ผมจะจัดตั้งกองกำลังชาวบ้านช่วยลาดตระเวนให้เข้มงวดขึ้น นอกเหนือจากนี้ต้องการให้เราช่วยอะไรอีกไหมครับ? หรือจะให้ระดมชาวบ้านเข้าป่าไปช่วยค้นหา?"

"การไล่ล่าในป่าทำได้ยากมาก ใจจริงเราก็อยากบุกเข้าไปจับกุม แต่กำลังคนไม่พอจริงๆ อีกอย่าง... ป่าลึกที่ได้ชื่อว่าเป็นเทือกเขาสิบหมื่นลูก อย่าว่าแต่ซ่อนคนร้ายแค่สามคนเลย ต่อให้ซ่อนสักสามร้อยหรือสามพันคน ก็เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร หาตัวยากมาก"

บรรยากาศในห้องเงียบกริบ ทุกคนรู้สึกเหมือนมีหินก้อนใหญ่ทับอก ตราบใดที่คดียังไม่ปิด อันตรายก็ยังคงอยู่

"นี่คือ กัวหมิง และ หลี่โหย่วเหลียง ตำรวจสืบสวนจากอำเภอ สองคนนี้จะประจำการชั่วคราวที่กองพลของพวกคุณ รบกวนเลขาฯ จางช่วยหาที่พักให้พวกเขาด้วยนะครับ"

"เรื่องนี้จัดการง่ายครับ! ที่ทำการกองพลมีห้องว่างอยู่ห้องหนึ่งพอดี ถ้าไม่รังเกียจก็พักที่นี่ได้เลย เดี๋ยวผมพาไปดู" ตำรวจสืบสวนสองนายหยิบสัมภาระลงจากรถ เดินตามจางเป่ากุ้ยไปดูที่พักชั่วคราว

เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย "ผู้กองหลิว นานๆ มาที จะไม่อยู่ทานข้าวด้วยกันสักมื้อเหรอครับ?"

"ไม่รบกวนดีกว่าครับ เดี๋ยวผมต้องรีบกลับเข้าอำเภอ... จริงสิ ที่กองพลของคุณมีเด็กหนุ่มชื่อ จางเสี่ยวหลง ไหมครับ?"

"จางเสี่ยวหลง? เขาไปก่อเรื่องอะไรไว้เหรอครับ?"

"เปล่าครับเปล่า เขาเป็นน้องชายที่ผมรู้จัก ในเมื่อมาถึงที่แล้ว ก็ควรจะแวะไปทักทายเขาสักหน่อย"

จางเป่ากุ้ยถอนหายใจโล่งอก "ขับรถตรงไปทางทิศตะวันออกจนสุดทาง บ้านหลังสุดท้ายที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว นั่นแหละครับบ้านจางเสี่ยวหลง"

"โอเคครับ ขอบคุณหัวหน้ากองพลมาก!" หลิวจวิ้นจงขึ้นรถจี๊ป สตาร์ตเครื่องยนต์มุ่งหน้าไปยังบ้านของจางเสี่ยวหลง

หมู่บ้านนี้ค่อนข้างห่างไกลความเจริญ นานทีปีหนถึงจะมีรถจี๊ปผ่านมาสักคัน ชาวบ้านที่ตื่นเช้าเตรียมออกไปทำงานต่างพากันหยุดยืนมองรถจี๊ปที่แล่นผ่านด้วยความสนใจ "รถยนต์นี่วิ่งเร็วจริงๆ!"

"มีสี่ล้อก็ต้องต่างจากเกวียนอยู่แล้ว ไม่รู้ว่ามาหาบ้านไหน"

"ฉันเคยเห็นรถจี๊ปที่คอมมูน เหมือนจะเป็นรถประจำตำแหน่งท่านเลขาฯ คอมมูนนะ"

"หรือว่าท่านเลขาฯ มาเยี่ยมหมู่บ้านเรา?"

"ในรถนั่นตำรวจ ฉันเห็นใส่ชุดตำรวจกันเต็มเลย"

"รถเลี้ยวไปทางบ้านจางเป่าจู้ บ้านนั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?"

"ไปดูกันเถอะ"

รถจี๊ปจอดสนิท จางเป่าจู้แบกจอบกำลังจะออกจากบ้านพอดี "พวกคุณมาหาใคร?"

"ขอโทษครับ ที่นี่ใช่บ้านจางเสี่ยวหลงไหมครับ?"

"เอ่อ ใช่ครับ ลูกชายผมไปก่อเรื่องอะไรมาเหรอครับ?"

"ลุงจางครับ ผมเป็นเพื่อนของเสี่ยวหลง แวะมาหาเขานิดหน่อยครับ" หลิวจวิ้นจงลงจากรถพร้อมผลไม้กระป๋องสองกระป๋อง แอปเปิลหนึ่งถุง ขนมเปี๊ยะหนึ่งห่อ และนมมอลต์สกัดอีกสองกระป๋อง

"อ้อ เสี่ยวหลงขึ้นเขาไปแต่เช้าแล้วครับ กว่าจะกลับก็คงมืดค่ำ" จางเป่าจู้ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก วินาทีที่เห็นชุดตำรวจ สมองเขาแทบระเบิด โชคดีที่เป็นแค่เรื่องตกใจเปล่า

หลิวจวิ้นจงรู้สึกเสียดาย การลงพื้นที่ครั้งนี้ จุดประสงค์สำคัญที่สุดคือมาเจอจางเสี่ยวหลง ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ถ่อมาถึงคอมมูนเซิ่งลี่ด้วยตัวเอง เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจเด็ดขาด "งั้นเดี๋ยวผมค่อยกลับเข้าอำเภอทีหลังก็ได้ ลุงจางไม่ต้องห่วงครับ ผมจะนั่งรอเสี่ยวหลงอยู่ในรถ ไม่รบกวนเวลาลุงไปทำงานแน่นอน"

"ไม่รบกวนหรอกครับ เชิญเข้าไปดื่มน้ำในบ้านก่อนสิครับ"

"โอ้ ไม่เป็นไรครับ! ของฝากเล็กน้อยนี่ผมตั้งใจเอามาให้ลุงกับป้า อย่ารังเกียจเลยนะครับ"

"คุณตำรวจ เกรงใจแย่! ของแพงขนาดนี้ พวกเรารับไว้ไม่ได้หรอกครับ!"

"ลุงครับ นี่เป็นน้ำใจเล็กน้อยของผม ลุงต้องรับไว้นะครับ"

หลังจากยื้อยุดกันพักใหญ่ สุดท้ายจางเป่าจู้ก็ต้องจำใจรับไว้ จางเป่าจู้รู้สึกเกรงใจมาก "วันนี้ผมไม่ไปทำงานแล้ว เดี๋ยวรอเสี่ยวหลงไปเอาหมาป่ากลับมา จะทำเนื้อให้กินกันครับ!"

"หือ? น้องเสี่ยวหลงไปเรียนล่าสัตว์กับพรานแก่มาเหรอครับ?" หลิวจวิ้นจงและจ้าวเจิ้นกั๋วเดินตามเข้าบ้าน นั่งลงที่โต๊ะแปดเซียน "จิ่วเฟิ่งเอ้ย ต้มน้ำหน่อยลูก" จางเป่าจู้สั่งลูกสาว แล้วหันมาพูดด้วยความภาคภูมิใจที่ปิดไม่มิด "เสี่ยวหลงลูกผม ดูภายนอกผอมแห้ง อายุก็น้อย แต่พอพูดเรื่องล่าสัตว์ เหมือนเขาจะมี... เขาเรียกว่าอะไรนะ? แบบที่ไม่ได้เรียนแต่ทำเป็นเองน่ะ"

"ลุงหมายถึง 'พรสวรรค์' ใช่ไหมครับ? ลุงจะบอกว่าน้องเสี่ยวหลงเรียนรู้ด้วยตัวเองจนเก่ง?"

"ใช่ๆๆ มีพรสวรรค์มาก เมื่อวานยังเข้าป่าคนเดียว ล่าหมาป่าได้ตั้งสองตัว"

จ้าวเจิ้นกั๋วฟังแล้วไม่ค่อยอยากจะเชื่อ ตอนเจอที่สหกรณ์ เขาเห็นจางเสี่ยวหลงมาแล้ว เด็กคนนั้นหน้าตาหล่อเหลาก็จริง แต่ร่างกายผอมบาง จะไปสู้แรงหมาป่าได้ยังไง? แถมยังล่าได้ทีเดียวสองตัว เรื่องนี้ต้องมีการใส่สีตีไข่แน่นอน

จบบทที่ บทที่ 32 รถจี๊ปบุกหมู่บ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว