- หน้าแรก
- ทะลุมิติพลิกชะตา ด้วยหอคอยสมบัติ
- บทที่ 28 สังหารจ่าฝูงหมาป่าในดาบเดียว
บทที่ 28 สังหารจ่าฝูงหมาป่าในดาบเดียว
บทที่ 28 สังหารจ่าฝูงหมาป่าในดาบเดียว
จางเป่าเฉิงไม่มีเวลาคิดหน้าคิดหลัง เขารีบผลักจางเป่าหมิงให้วิ่งหนี ทันใดนั้นเอง ความเจ็บปวดแล่นพล่านขึ้นมาจากน่องขวา "แย่แล้ว ฉันโดนหมาป่ากัด..." สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต ปัง! เสียงปืนดังขึ้นกึกก้อง ในที่สุดก็ขับไล่ฝูงหมาป่าให้ถอยร่นไปได้ สองพี่น้องตระกูลจ้าวยิงปืนช่วยไว้ "หัวหน้า ทางนี้เร็ว!" พวกเขาวิ่งหนีไปได้ระยะหนึ่งแล้วถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าต้องกลับมาช่วย โชคดีที่พวกเขาย้อนกลับมา ไม่งั้นจางเป่าเฉิงคงไม่รอดชีวิต และจางเป่าหมิงเองก็คงรอดยากเช่นกัน หมาป่าที่ได้ลิ้มรสเลือดมักจะดุร้ายขึ้นเป็นทวีคูณ ยากนักที่จะยอมปล่อยเหยื่อที่คาบอยู่ในปาก "เรื่องก็เป็นแบบนี้แหละ!"
"สองพี่น้องตระกูลจ้าวทำเกินไปจริงๆ ไม่น่าทิ้งพวกอาแล้วหนีเอาตัวรอดไปก่อนเลย!" บรรยากาศในห้องเงียบอึมครึม
"นี่ไข่ไก่ พ่อให้ผมเอามาเยี่ยมอาครับ อาเก็บไว้บำรุงร่างกายนะ" จางเสี่ยวหลงทำลายความเงียบ หยิบไข่ไก่หกฟองที่เตรียมไว้ในกระเป๋าออกมาวางบนโต๊ะข้างๆ จางเป่าเฉิงรีบปฏิเสธ "ของแพงขนาดนี้ อาไม่กล้ารับหรอก!" จางเสี่ยวหลงโบกมือ "เดี๋ยวอาสะใภ้กลับมา อาให้แกช่วยต้มให้กินนะครับ ผมขอตัวก่อน!" พูดจบเขาก็เดินออกจากประตูโดยไม่หันกลับไปมอง "เสี่ยวหลง ฝากขอบใจพ่อเอ็งด้วยนะ!" เสียงจางเป่าเฉิงตะโกนไล่หลังมา
ป่าหลังเขามีหมาป่าสามตัว ตัวหนึ่งดุร้ายเป็นพิเศษ ปืนล่าสัตว์ยิงไปสองนัดถึงจะไล่มันไปได้ ข้อมูลนี้สำคัญมาก การมาเยี่ยมครั้งนี้ถือว่าคุ้มค่า ไข่ไก่หกฟองแลกกับข่าวสารแค่นี้ ถือว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ถึงจะไม่ได้ช่วยอะไรตรงๆ แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องเดินสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปในป่า กลับถึงบ้าน จางเสี่ยวหลงเอาไข่ไก่ที่เหลือออกมาต้มกินเองสี่ฟอง เก็บไว้เป็นเสบียงขึ้นเขาพรุ่งนี้ ไข่ไก่สามจินครึ่ง หมดเกลี้ยงในพริบตา ขืนคนในหมู่บ้านรู้เข้า คงด่าเปิงว่าจางเสี่ยวหลงผลาญของ ไข่ไก่ที่แลกมาด้วยตั๋วเสบียงตั้งสามสิบห้าจิน คาดว่ากินไม่กี่วันก็คงหมด ไม่มีบ้านไหนกล้ากินทิ้งกินขว้างขนาดนี้
มื้อเย็น บ้านจางเสี่ยวหลงยังคงกินข้าวต้มใสแจ๋วจากโรงอาหารตามปกติ แต่จางเสี่ยวหลงแอบเตรียมไข่ต้มกับเกี๊ยวหกชามไว้ให้ทุกคนแล้ว ส่วนตัวเองกินแค่มันฝรั่งเผากับซดข้าวต้มไม่กี่ชาม แค่นี้ก็อิ่มท้องแบบเบาๆ จางเป่าจู้และคนอื่นๆ ไม่ได้ซักไซ้ว่าไข่กับเกี๊ยวมาจากไหน ช่วงนี้พวกเขาเห็นพัฒนาการของลูกชาย ที่โตขึ้นและรู้ความมากขึ้น ขอแค่ไม่ไปทำเรื่องผิดกฎหมาย เรื่องอื่นพวกเขาก็ไม่อยากก้าวก่าย เช้าวันรุ่งขึ้น จางเสี่ยวหลงไปตามนัด ส่งมอบมันฝรั่งหนึ่งพันสองร้อยจินให้หลิวเหล่าชี และได้รับตั๋วผ้ามายี่สิบซื่อฉือตามตกลง
ร่ำลาหลิวเหล่าชีเสร็จ จางเสี่ยวหลงก็มุ่งหน้าเข้าป่าอีกครั้ง อากาศเริ่มอุ่นขึ้น ป่าหลังเขาดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้างเล็กน้อย จางเสี่ยวหลงเดินอย่างระมัดระวังในป่า ทุกระยะจะหยุดพักเพื่อสังเกตการณ์รอบด้านอย่างละเอียด ไม่มีหมาล่าเนื้อคอยช่วย ต้องพึ่งหูตาตัวเองล้วนๆ มันกินแรงเอาเรื่อง เสียดายที่ฐานะทางบ้านเพิ่งจะพอกินพอใช้ ยังไม่ถึงขั้นมีเนื้อกินทุกมื้อ หมาล่าเนื้อดีๆ จะให้กินแต่มันฝรั่งคงไม่ได้ ต้องให้กินเนื้อ ยิ่งเป็นเครื่องในสัตว์ที่ล่าได้ยิ่งดี ดังนั้น เรื่องเลี้ยงหมาล่าเนื้อคงต้องพับเก็บไว้ก่อน
"นี่ก็ปีนขึ้นมาถึงลูกเขาที่สองแล้ว ทำไมยังไม่เจอร่องรอยหมาป่าเลยนะ?" จางเสี่ยวหลงพิงต้นไม้ใหญ่ จิบน้ำพลังปราณพลางกวาดตามองหาด้วยความสงสัย พักอยู่ครู่หนึ่ง ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ จางเสี่ยวหลงเดินหน้าต่ออย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงไป เต็มไปด้วยความระแวดระวังขั้นสูง ขณะที่กำลังจะถึงยอดเขา จางเสี่ยวหลงก็รู้สึกถึงอันตรายที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มันคือสัญชาตญาณของการถูกจ้องมองในฐานะเหยื่อ จางเสี่ยวหลงไม่รอช้า รีบแนบตัวกับต้นไม้ใหญ่ กวาดสายตาสำรวจรอบทิศ
ทางซ้ายมือห่างออกไปสามสิบเมตร หมาป่าสามตัวกำลังกระจายกำลังบีบวงล้อมเข้ามาเงียบกริบ ไร้เสียงฝีเท้า จางเสี่ยวหลงหันกลับมา แสร้งทำเป็นไม่รู้ตัว ในใจแค่นหัวเราะเยาะ ไอ้สัตว์หน้าขนพวกนี้เจ้าเล่ห์นัก มิน่าพวกอาเป่าเฉิงถึงโดนล้อมโดยไม่รู้ตัว ถ้าไม่ใช่เพราะร่างกายเขาได้รับการปรับสภาพจนประสาทสัมผัสไวต่ออันตรายกว่าคนทั่วไป คงมีชะตากรรมไม่ต่างกัน พวกหมาป่ายังไม่ระแคะระคายว่าเหยื่อรู้ตัวแล้ว ยังคงบีบวงล้อมเข้ามาเรื่อยๆ จางเสี่ยวหลงยังไม่ชักมีดปลายปืนออกมาตอนนี้ เพราะจะทำให้พวกมันตื่นตูม เขาทำเป็นเดินอาดๆ ปีนขึ้นเขาต่อไป
ในดวงตาที่ดูมีความคิดอ่านเหมือนมนุษย์ของหมาป่าฉายแววดูถูก มันเร่งฝีเท้าขึ้นจนประชิดในระยะห้าเมตร ตอนนี้ขอแค่กระโจนครั้งเดียว เหยื่อตรงหน้าก็จะกลายเป็นอาหารอันโอชะ ทันใดนั้น จางเสี่ยวหลงก็หมุนตัวกลับ ยื่นนิ้วกลางท้าทาย "ไอ้หน้าขน เข้ามาสิวะ!" หมาป่าที่เตรียมจะกระโจนใส่ถึงกับชะงักงัน ไอ้สองขาตัวนี้มันบ้าหรือเปล่า? สองขาตัวอื่นเห็นพวกข้าเป็นต้องวิ่งหนีหางจุกตูด แต่ไอ้นี่นอกจากไม่หนี ยังกล้าท้าทาย? หยามกันเกินไปแล้ว!
"บรู๊ววว~" หมาป่าตัวที่อยู่ตรงกลางและล้ำหน้าสุด ซึ่งคาดว่าเป็นจ่าฝูง ส่งเสียงเห่าหอน หมาป่าอีกสองตัวทางซ้ายขวากระโจนเข้าใส่จางเสี่ยวหลงทันที กะเอาให้ตายในทีเดียว ความเร็วของหมาป่านั้นเหลือเชื่อ แต่จางเสี่ยวหลงก็ไม่ด้อยกว่า เจ้าจ่าฝูงยืนมองเหยื่ออย่างเย็นชา รอคอยมื้ออาหารที่กำลังจะมาถึง มุมปากจางเสี่ยวหลงยกยิ้มเย็น "อยากได้ชีวิตฉัน ระวังฟันจะหักเอานะ!" พูดไม่ทันขาดคำ หมาป่าสองตัวก็ลอยตัวถึงจุดสูงสุดของวิถีโค้งและกำลังดิ่งลงมา จางเสี่ยวหลงมองเห็นเขี้ยวขาววับในปากที่อ้ากว้าง "มาได้สวย! พ่อจะทะลวงให้ไส้แตก!"
สิ้นเสียง จางเสี่ยวหลงก็ออกตัววิ่งและกระโดด! ร่างกายพริ้วไหวดุจภูตพราย ลอดผ่านช่องว่างระหว่างหมาป่าสองตัวไปอย่างรวดเร็ว แล้วลงสู่พื้นด้านหลังจ่าฝูงหมาป่า จ่าฝูงถึงกับเอ๋อรับประทาน เฮ้ย ไอ้สองขา เอ็งเล่นผิดกติกาป่าววะ? คู่ต่อสู้เอ็งคือลูกน้องข้าสองตัวนั้นไม่ใช่เหรอ? ไหงพุ่งเป้ามาที่ข้าล่ะ? จ่าฝูงยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ ความเจ็บปวดเจียนตายก็แล่นพล่านมาจากท้องด้านขวา ความกลัวทำให้มันวิ่งหนีสุดชีวิต มีดปลายปืนสามแฉกอันคมกริบเสียบทะลุท้องมัน ยิ่งมันวิ่ง แผลก็ยิ่งฉีกกว้างเป็นทางยาว ลำไส้ไหลทะลักกองเต็มพื้น จางเสี่ยวหลงกำมีดในมือแน่น นึกไม่ถึงว่าจะจัดการได้ในดาบเดียว จ่าฝูงวิ่งไปได้เจ็ดแปดเมตร ก็โซเซล้มลงขาดใจตาย
หมาป่าอีกสองตัวเห็นเหยื่อหายตัวไป พอหันกลับมาก็เห็นฉากจ่าฝูงล้มลงพอดี กลิ่นเลือดคละคลุ้งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบ พวกมันส่งเสียงขู่ต่ำๆ ค่อยๆ ย่างสามขุมเข้าหาจางเสี่ยวหลง สมกับเป็นสัตว์สังคม พอความดุร้ายถูกปลุก ก็พร้อมสู้จนตัวตาย จางเสี่ยวหลงหายตื่นเต้นไปแล้ว เขาค่อยๆ ถอยฉาก รักษาระยะห่าง รอจังหวะจัดการทีละตัว เขาไม่ประมาทถึงขั้นคิดจะสู้กับหมาป่าสองตัวพร้อมกัน ด้วยร่างกายตอนนี้ จะใช้แรงเข้าแลกไม่ได้ ต้องใช้สมอง หมาป่ารุกคืบเข้ามาทีละก้าว จางเสี่ยวหลงถอยร่นเชิงกลยุทธ์ เตรียมพร้อมรับมือการโจมตีทุกเมื่อ