- หน้าแรก
- ทะลุมิติพลิกชะตา ด้วยหอคอยสมบัติ
- บทที่ 21 พี่น้องของผู้กองหลิว ก็คือพี่น้องของผม
บทที่ 21 พี่น้องของผู้กองหลิว ก็คือพี่น้องของผม
บทที่ 21 พี่น้องของผู้กองหลิว ก็คือพี่น้องของผม
จ้าวเจิ้นกั๋วรับมีดปลายปืนสามแฉกไปดู อดชมไม่ได้ "ด้ามจับนี่น่าสนใจ นายทำเองเหรอ?"
"ตอนว่างๆ ผมก็ทำเล่นไปเรื่อยครับ แค่อยากให้จับถนัดมือหน่อย"
"ไม่น่าใช่นะ! เด็กอย่างนายจะมีมีดปลายปืนสามแฉกได้ยังไง?" จ้าวเจิ้นกั๋วจ้องมองจางเสี่ยวหลงเขม็ง พยายามจับพิรุธ จางเสี่ยวหลงสบตาสารวัตรจ้าวอย่างไม่หลบเลี่ยง "มีดเล่มนี้พี่ชายผมให้มาครับ เขาบอกว่าสารวัตรน่าจะรู้จักมัน"
"หือ? พี่ชายนายชื่ออะไร?"
"จางเสี่ยวหลง!"
"แซ่จาง?" จ้าวเจิ้นกั๋วพยายามนึก เพื่อนร่วมรบแซ่จางที่เขารู้จักมีอยู่ไม่กี่คน แต่ทุกคนเป็นคนต่างถิ่น ไม่มีใครเกี่ยวข้องกับจางเสี่ยวหลงตรงหน้า แล้วจะเป็นใครล่ะ? เมื่อกี้มัวแต่สนใจด้ามมีด เลยไม่ได้ดูตัวมีดให้ละเอียด เขาละสายตาจากด้ามมีด มาพิจารณาตัวมีดอย่างถี่ถ้วน ไม่นาน เขาก็สังเกตเห็นรอยบุบเล็กๆ บนตัวมีด มันคือรอยกระสุน รอยกระสุนนี้ เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี "มีดเล่มนี้เป็นของพี่หลิว! เขารักยิ่งกว่าไข่ในหิน ผมเคยขอตั้งหลายทีเขาก็ไม่ให้" จ้าวเจิ้นกั๋วเปิดปากเล่าถึงที่มาที่ไปของเขากับมีดเล่มนี้ ครั้งหนึ่งในสนามรบ ขณะเผชิญหน้ากับการบุกโจมตีอย่างหนักของข้าศึก กระสุนหมดเกลี้ยง ต้องใช้ดาบปลายปืนสู้ประชิดตัว หลิวจวิ้นจงบังเอิญเห็นข้าศึกเล็งปืนมาที่หน้าอกของจ้าวเจิ้นกั๋ว เตรียมเหนี่ยวไก เนื่องจากระยะห่าง หลิวจวิ้นจงเอาตัวไปบังกระสุนให้ไม่ทัน เขาตัดสินใจตามสัญชาตญาณ ยกมีดปลายปืนที่ติดปลายกระบอกปืนขึ้นมากันหน้าอกของจ้าวเจิ้นกั๋ว แล้วมันก็กันกระสุนลอบสังหารนัดนั้นได้จริงๆ จ้าวเจิ้นกั๋วรอดตายมาได้เพราะมีดเล่มนี้
จางเสี่ยวหลงเพิ่งเคยได้ยินเรื่องนี้ โอกาสที่มีดปลายปืนจะกันกระสุนได้ มันยากพอๆ กับถูกรางวัลที่หนึ่ง "มิน่าพี่หลิวถึงบอกว่าสารวัตรจ้าวต้องรู้จักมีดเล่มนี้แน่! ที่แท้ก็มีเรื่องราวแบบนี้นี่เอง!"
"น้องเสี่ยวหลงอย่าเรียกห่างเหินแบบนั้น ในเมื่อนายเป็นน้องชายของพี่หลิว ก็ถือน้องชายของฉันจ้าวเจิ้นกั๋วด้วย เรียกพี่จ้าวเถอะ!"
"ครับพี่จ้าว!"
"ดี! ฮ่าฮ่าฮ่า!" จ้าวเจิ้นกั๋วลูบคลำมีดในมืออย่างละเอียด ก่อนจะส่งคืนให้จางเสี่ยวหลงอย่างอาลัยอาวรณ์ แล้วดึงแขนจางเสี่ยวหลงเดินกลับเข้าไปในสหกรณ์ จ้าวเจิ้นกั๋วเดินตรงไปที่ลูกพี่ลูกน้อง ยกมือตบหน้าฉาดใหญ่ "เพียะ" เสียงดังสนั่น คนทั้งสหกรณ์ยืนอึ้ง "จ้าวเจิ้นตง! สหกรณ์มีไว้บริการประชาชน ไม่ใช่ให้แกมาทำตัวหยิ่งยโส ด่ากราดชาวบ้าน ฉันขอสั่งให้แกขอโทษน้องจางเสี่ยวหลงเดี๋ยวนี้!"
ทุกคนแทบกรามค้าง นี่มันสถานการณ์อะไร? สารวัตรจ้าวไม่ใช่ลูกพี่ลูกน้องของจ้าวเจิ้นตงเหรอ? ทำไมไม่เข้าข้างน้องตัวเอง กลับตบหน้า แล้วยังบังคับให้ขอโทษเด็กบ้านนอกอีก พนักงานสาวสองคนยืนงงเป็นไก่ตาแตก เดี๋ยวนะ—หรือว่าเด็กบ้านนอกคนนี้จะมีเบื้องหลังไม่ธรรมดา? ถึงขนาดทำให้สารวัตรจ้าวยอมเข้าข้าง จ้าวเจิ้นตงยิ่งมึน กุมแก้มที่มีรอยนิ้วมือห้านิ้วประทับ ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ "พี่... พี่เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า? มันต่างหากที่ต้องขอโทษเรา..." จ้าวเจิ้นกั๋วมองตาขวาง "ใครเป็นพี่แก? กรุณาเรียกสารวัตรจ้าว!" จ้าวเจิ้นตงสะดุ้งโหยง เขารู้ดีว่าสายตาแบบนี้แปลว่าอะไร พี่ชายกำลังจะองค์ลง แม้จะไม่เต็มใจ แต่การขอโทษคงเลี่ยงไม่ได้ "ขอโทษ! เมื่อกี้ฉันผิดเอง ยกโทษให้ด้วย!" จางเสี่ยวหลงโบกมือ "ช่างมันเถอะๆ วันหลังระวังหน่อยก็พอ!" จ้าวเจิ้นกั๋วให้เกียรติขนาดนี้ ตบก็ตบแล้ว ด่าก็ด่าแล้ว จางเสี่ยวหลงจะทำตัวไม่รู้กาละเทศะ กัดไม่ปล่อยเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ก็คงไม่ได้
"ยังไม่รีบไปชั่งเกลือให้น้องชายฉันอีก?" จ้าวเจิ้นกั๋วไม่ไว้หน้าลูกพี่ลูกน้องตัวเองสักนิด อะไรนะ? ฉันที่เป็นลูกพี่ลูกน้องไม่ใช่พี่น้องแก? แต่แกดันไปนับญาติกับไอ้เด็กนี่เป็นน้องชาย? นี่มันตบหน้าฉันชัดๆ... เอ้อ หน้าก็โดนตบไปแล้วนี่หว่า ยังแสบๆ ร้อนๆ อยู่เลย จ้าวเจิ้นตงหน้าแตกยับเยิน รีบเดินเข้าเคาน์เตอร์ไป พนักงานสาวสองคนนึกว่าจะรอดตัว แต่ประโยคต่อมาของสารวัตรจ้าวทำเอาพวกเธอเหมือนตกนรกทั้งเป็น "เรื่องวันนี้ ในเมื่อฉันจ้าวเจิ้นกั๋วรับรู้แล้ว จะทำเป็นไม่เห็นก็คงไม่ได้! เดี๋ยวฉันจะไปบอกหัวหน้าพวกเธอ! ให้จัดการปรับปรุงวินัยในการทำงานซะใหม่" จางเสี่ยวหลงเห็นแล้วสะใจลึกๆ ไม่นึกว่าชื่อหลิวจวิ้นจงจะศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้ คราวหน้าต้องเอาเก๋ากี้ไปฝากแกเพิ่มซะแล้ว บารมีสารวัตรจ้าวได้ผลชะงัด พนักงานสาวสองคนไม่กล้าแก้ตัวสักคำ รีบช่วยจ้าวเจิ้นตงหยิบของ พนักงานสามคนรุมบริการแป๊บเดียว หลินซิ่วเจินก็ได้ของครบ บริการระดับวีไอพีแบบนี้ทำเอาเธอเหมือนฝัน มันเกินจริงไปมาก เมื่อก่อนอย่าได้หวังเลย แต่วันนี้เพราะลูกชาย เธอถึงได้รับบริการแบบนี้ ลูกค้าคนอื่นได้แต่มองตาปริบๆ ด้วยความอิจฉา จางเสี่ยวหลงฉวยโอกาสซื้อจอบ เสียม และเครื่องมือการเกษตรอื่นๆ ไปด้วย วันหน้าจะได้ทำไร่สะดวกขึ้น
"น้องเสี่ยวหลง ไปนั่งเล่นที่โรงพักดื่มชาสักหน่อยไหม?"
"ขอบคุณมากครับพี่จ้าว แต่พวกผมต้องไปซื้อข้าวที่โรงสีต่อ วันหลังจะไปรบกวนแน่นอนครับ!"
"ซื้อข้าวเหรอ! งั้นเดี๋ยวพี่ไปเป็นเพื่อน!"
"จะดีเหรอครับ รบกวนเวลาพี่..."
"ไปเถอะน่า!"
พนักงานสามคนมองส่งทั้งกลุ่มเดินจากไป ถอนหายใจอย่างโล่งอก จ้าวเจิ้นตงพึมพำกับตัวเอง "ต้องจำหน้าพวกมันไว้ให้แม่น คราวหน้าห้ามไปล่วงเกินเด็ดขาด พี่ใหญ่โกรธขึ้นมา ฉันรับมือไม่ไหวจริงๆ!" พนักงานสาวสองคนพยักหน้าเห็นด้วย เด็กบ้านนอกที่สารวัตรจ้าวให้ความสำคัญขนาดนี้ ย่อมไม่ใช่เด็กบ้านนอกธรรมดา วันหน้าถ้าเห็นสามคนนี้มาสหกรณ์ ต้องบริการดุจญาติมิตร ขากลับ "เสี่ยวหลง ลูกไปรู้จักสารวัตรจ้าวได้ยังไง?"
"แม่ ผมบอกตั้งหลายรอบแล้ว ผมไม่รู้จักสารวัตรจ้าว"
"แล้วทำไมสารวัตรจ้าวถึงเกรงใจลูกขนาดนั้น?"
"สงสัยผมเป็นคนมีเสน่ห์มั้ง!"
"ขี้โม้ แม่กับพี่ไม่เชื่อหรอก"
"จริงๆ คือวันก่อนผมเคยช่วยคนในเมืองไว้คนหนึ่ง เขาเคยบอกผมว่าสารวัตรจ้าวเป็นเพื่อนเขาน่ะครับ"
"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง"
คุยกันเพลินๆ ก็ถึงปากทางหมู่บ้าน "ซิ่วเจิน ไปคอมมูนมาเหรอ? ซื้ออะไรมาบ้างล่ะ?" แม่ม่ายหวังแบกฟืนเดินเข้ามาถามหน้าด้านๆ สายตามองกระสอบปุ๋ยบนหลังทั้งสามคนตาเป็นมัน "ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่น้ำมัน เกลือ ซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู ข้าวสารแป้งสาลีไม่กี่สิบจิน แล้วก็เนื้อสิบจินน่ะ" หลินซิ่วเจินชูเนื้อในมือขึ้นสูง แกว่งไปมาโชว์กลางอากาศ แม่ม่ายหวังกลืนน้ำลาย "เอือก" ตาเป็นประกาย จ้องเนื้อสามชั้นมันแทรกชิ้นโตเขม็ง "อุ๊ยตาย~ ซื้อเนื้อเยอะขนาดนี้? มื้อเดียวจะกินหมดเหรอ? หมดเงินไปเท่าไหร่เนี่ย? นี่คงไม่ได้เอาเงินเก็บก้นหีบออกมาซื้อเนื้อกินหมดหรอกนะ? ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้วหรือไง? ลืมเรื่องเสี่ยวหลงดูตัววันก่อนไปแล้วเหรอ? เก็บเงินไว้หาเมียให้ลูกชายใหม่ดีกว่ามั้ง~"
หลินซิ่วเจินเองก็ไม่อยากซื้อเยอะขนาดนี้เหมือนกัน เนื้อจินละเจ็ดเหมา สิบจินก็เจ็ดหยวน ปาดเนื้อเธอยิ่งกว่ามีดบาด ที่บ้านยังมีลูกสาวรอแต่งงานอีกสี่คน จะออกเรือนก็ต้องมีสินเดิมติดตัวบ้าง ลูกชายคนเล็กก็ยังไม่แต่งงาน ต้องเตรียมสินสอด แต่ลูกชายตัวดียืนยันว่าจะหาเลี้ยงครอบครัวเอง นานทีปีหนมาคอมมูนทั้งที ต้องซื้อเนื้อกลับไปบ้าง สุดท้ายหลินซิ่วเจินทนลูกตื๊อไม่ไหว กัดฟันซื้อมาสิบจิน "ก็ต้องแบ่งให้ปู่กับย่าเด็กๆ ด้วย ซื้อน้อยเดี๋ยวไม่พอแบ่ง อีกอย่าง เสี่ยวหลงบอกว่า ไหนๆ จะกินเนื้อทั้งที ก็ต้องกินให้หายอยากไปเลย!"