เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 สารวัตรจ้าวเป็นพี่ชายฉัน

บทที่ 20 สารวัตรจ้าวเป็นพี่ชายฉัน

บทที่ 20 สารวัตรจ้าวเป็นพี่ชายฉัน


หลินซิ่วเจินเดินไปที่เคาน์เตอร์ พูดกับพนักงานขายเสียงเบา "แม่ค้าจ๊ะ รบกวนชั่งเกลือให้ฉันสักสองจิน..."

"รอเดี๋ยว ไม่เห็นเหรอว่ากำลังยุ่งอยู่!" ในเคาน์เตอร์มีพนักงานขายสามคน สองคนเป็นหญิงสาวอายุยี่สิบกว่า ยืนคุยเล่นกันหน้าตาเฉย อีกคนเป็นผู้ชายอายุสามสิบกว่า ถือหนังสือพิมพ์นั่งอ่านสบายใจเฉิบ ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง "อ้อ จ้ะๆ! รบกวนด้วยนะจ๊ะ!" หลินซิ่วเจินยิ้มเจื่อนๆ ด้วยความประหม่า พยายามกลบเกลื่อนความอึดอัด ยุคนี้สหกรณ์มีอิทธิพลมาก พนักงานขายที่นี่กินเงินเดือนหลวง ได้เดือนละสามสิบกว่าหยวน มั่นคงยิ่งกว่าแช่แป้ง พนักงานบางคนนิสัยแย่ อาศัยสถานะที่เหนือกว่าจนเคยตัว คิดว่าตัวเองวิเศษวิโส เลยดูถูกคนอื่น โดยเฉพาะชาวบ้านร้านตลาดที่มาจากชนบท

จางเสี่ยวหลงเห็นแม่ต้องก้มหัวให้ และเห็นลูกค้าอีกสิบกว่าคนที่ยืนรอด้วยรอยยิ้มเจียมเนื้อเจียมตัว ความประทับใจที่มีต่อพนักงานขายพวกนี้ดิ่งลงเหวทันที สามคนนี้ตั้งใจกลั่นแกล้งคนจนชัดๆ "นี่ไม่ใช่เวลางานหรือไงครับ?"

"พวกผมรออยู่ตั้งเยอะ คุณยืนคุยเรื่องสัพเพเหระกันแบบนี้ คิดว่าเหมาะสมเหรอ?" จางเสี่ยวหลงทนไม่ไหว ไม่คิดจะไว้หน้าใครทั้งนั้น เปิดฉากถามตรงๆ พนักงานสาวสองคนหันขวับมา คนตัวเตี้ยกว่าค้อนใส่จางเสี่ยวหลงวงใหญ่ แล้วพูดกระแทกเสียง "จะซื้อก็ซื้อ ไม่ซื้อก็ไสหัวไป! สหกรณ์เราไม่ต้อนรับแก"

หลินซิ่วเจินพยายามจะดึงลูกชายไว้ ไม่ให้มีเรื่อง จางเสี่ยวหลงตบแขนแม่เบาๆ เป็นเชิงบอกว่าไม่ต้องกลัว แล้วหันไปตวาดกลับ "ดี! ที่แท้พนักงานขายสหกรณ์ บริการประชาชนกันแบบนี้นี่เอง! เดี๋ยวผมจะไปที่ศาลากลางคอมมูน ไปขอคำชี้แนะจากท่านเลขาฯ หน่อย!" พนักงานสาวสองคนชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะหลุดขำพรืด "พรู๊ด~ ขำจะตายอยู่แล้ว เด็กเมื่อวานซืนอย่างแก จะไปเจอท่านเลขาฯ คอมมูน?"

"ท่านเลขาฯ งานยุ่งจะตาย อย่าว่าแต่แกที่เป็นเด็กบ้านนอกเลย ขนาดเลขาฯ กองพลยังเข้าพบยากเลยย่ะ!" สองสาวหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง สีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม "พรึ่บ" พนักงานชายวัยสามสิบกว่าวางหนังสือพิมพ์ลง ลุกเดินมาหาสองสาว แล้วยิ้มเยาะ "มีคนกล้ามาลองดีในสหกรณ์ สงสัยชีวิตจะสุขสบายเกินไปแล้วมั้ง!"

"พี่จ้าวพูดถูก ฉันว่าจับส่งสถานีตำรวจ ให้เขาอบรมสั่งสอนสักหน่อยดีไหม จะได้รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำซะบ้าง" สาวเตี้ยรีบประจบ "เรื่องจิ๊บจ๊อย เดี๋ยวฉันไปสถานีตำรวจตามคนมาจับมันเดี๋ยวนี้แหละ!" พนักงานชายที่ชื่อจ้าวเดินอ้อมไปทางประตูฝั่งตะวันตก ออกจากเคาน์เตอร์

หลินซิ่วเจินสมองขาวโพลน รีบเอาตัวบังจางเสี่ยวหลงไว้ "ลูกชายฉันไม่ได้ทำผิดกฎหมาย พวกคุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ..." จางจิ่วเฟิ่งกลัวจนน้ำตาคลอเบ้า มือสองข้างเกาะแขนซ้ายจางเสี่ยวหลงแน่น กลัวน้องโดนลากไป อ้างชื่อเลขาฯ คอมมูนยังเอาไม่อยู่? พนักงานสามคนนี้คงมีเส้นสายพอตัว โดยเฉพาะผู้ชายคนนั้น เอะอะก็จะเรียกตำรวจมาจับ จางเสี่ยวหลงแค่นเสียงในใจ: ก็ดี กำลังคิดหาวิธีจัดการพวกแกอยู่พอดี เสนอตัวมาให้เชือดถึงที่ เข้าทางฉันเลย! เดี๋ยวคงต้องขอยืมบารมีหลิวจวิ้นจงจากสถานีตำรวจอำเภอมาใช้หน่อยแล้ว "แม่ ไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก เขาอยากไปไหนก็ไป! ผมทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว คนตรงไม่ต้องกลัวเงาเอียง อีกอย่าง ตำรวจเขาจะมาร่วมมือกับคนพรรค์นี้รังแกประชาชนเหรอครับ?"

พี่จ้าวชะงักฝีเท้า "ปากดีนักนะแก รออยู่ตรงนี้แหละ เดี๋ยวแกได้เจอดีแน่!" กลัวจางเสี่ยวหลงหนี เขาเลยรีบจ้ำอ้าวออกจากสหกรณ์ "เสี่ยวหลง รีบกลับบ้านกันเถอะ เขาเป็นเจ้าหน้าที่สหกรณ์ เราชาวบ้านตาดำๆ สู้เขาไม่ได้หรอก!"

"น้องเล็ก เชื่อแม่เถอะ รีบไปกัน!" สองแม่ลูกทำอะไรไม่ถูก น้ำตาไหลพราก จางเสี่ยวหลงปลอบใจ "วางใจเถอะครับ! ไม่เป็นไรหรอก!"

"หนี? พวกแกจะหนีไปไหนพ้น? สถานีตำรวจอยู่ข้างๆ นี่เอง รอรับชะตากรรมไปเถอะ!" คำพูดเหน็บแนมของสาวเตี้ยเหมือนค้อนปอนด์ทุบลงกลางใจสองแม่ลูก ถึงจะฟังดูเลวร้าย แต่มันก็จริง พวกเขาจะหนีไปไหนได้? สีหน้ากังวลของสองแม่ลูกยิ่งหนักกว่าเดิม

"พี่ใหญ่ ไอ้เด็กนั่นอยู่ตรงนั้น!" ไม่ถึงห้านาที เสียงมาก่อนตัว พี่จ้าวพาตำรวจนายหนึ่งเดินเข้ามา "เวลางาน! พี่ใหญ่บ้าบออะไร?" ตำรวจวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบ ผิวคล้ำ ไว้หนวดเครารุงรัง สวมเครื่องแบบตำรวจ ใส่หมวกตราโล่ "เอ่อ~ ครับๆๆ สารวัตรจ้าวดูสิครับ เมื่อกี้ไอ้เด็กนี่แหละที่ก่อเรื่อง!" พี่จ้าวมองจางเสี่ยวหลงอย่างผู้ชนะ สีหน้าบอกชัดว่า 'แกตายแน่' "ผมจ้าวเจิ้นกั๋ว สารวัตรสถานีตำรวจคอมมูนเซิ่งลี่ พวกคุณเล่ามาซิว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น?" จ้าวเจิ้นกั๋วไม่ได้เชื่อคำพูดของจ้าวเจิ้นตง ลูกพี่ลูกน้องของเขาซะทีเดียว เขารู้นิสัยเจ้านี่มาตั้งแต่เด็ก สาวเตี้ยรีบชี้หน้าจางเสี่ยวหลง "สารวัตรจ้าว ไอ้เด็กบ้านนอกนี่ไม่รู้กาลเทศะ มาตะโกนโวยวายสั่งนั่นสั่งนี่ในสหกรณ์! พวกคุณต้องจัดการให้เข็ดนะคะ!"

จ้าวเจิ้นกั๋วขมวดคิ้ว "จริงเหรอ? งั้นเชิญทั้งสองฝ่ายไปสถานีตำรวจกับผม ไปให้ปากคำให้ชัดเจน!" จางเสี่ยวหลงถึงกับพูดไม่ออก อะไรคือตะโกนสั่งนั่นสั่งนี่? "สารวัตรจ้าวครับ พวกเขาต่างหากที่ผิด พนักงานขายสามคน ผู้หญิงสองคนเอาแต่คุยเล่น ผู้ชายอีกคนก็นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ ไม่สนใจลูกค้าอย่างพวกผมเลย!"

"คุณเลยตะโกนสั่งนั่นสั่งนี่ใส่เขา?"

"ผมแค่เสนอความเห็นส่วนตัว ตั้งข้อสงสัยว่าทำไมพวกเขาทำแบบนั้น! แบบนี้เรียกว่าตะโกนสั่งนั่นสั่งนี่เหรอครับ?" จ้าวเจิ้นกั๋วส่ายหน้า "แบบนั้นไม่นับ ว่าแต่ที่เขาพูดจริงไหม?" พนักงานสาวเห็นท่าไม่ดี รีบส่งสายตาขอความช่วยเหลือให้พี่จ้าว พี่จ้าวรู้ทัน เขาไม่อยากเสียหน้าต่อหน้าธารกำนัล อุตส่าห์ไปตามสารวัตรมาแล้ว จะให้กลับไปมือเปล่าได้ไง "พี่ แค่พาตัวไปอบรมที่โรงพักสั่งสอนมันสักหน่อยก็พอแล้วมั้ง!"

จ้าวเจิ้นกั๋วไม่สนใจเขา ถามเสียงเข้ม "จ้าวเจิ้นตง พูดความจริงมา ตกลงเขามาก่อเรื่องจริงไหม?" จ้าวเจิ้นตงหน้าเสีย จะส่ายหน้าก็ไม่ได้ จะพยักหน้าก็ไม่เต็มปาก จางเสี่ยวหลงรู้สึกดีกับสารวัตรวัยกลางคนคนนี้ ดูเป็นคนยุติธรรม "สารวัตรจ้าวครับ ผมมีเรื่องอยากคุยกับสารวัตรเป็นการส่วนตัวสักสองสามประโยค ไม่ทราบว่าขอเวลาออกไปคุยข้างนอกหน่อยได้ไหมครับ?" จ้าวเจิ้นกั๋วมองเด็กหนุ่มอย่างพิจารณา ไม่รู้ว่าเด็กนี่มาไม้ไหน แต่ก็พยักหน้า "ได้สิ ไป!" จางเสี่ยวหลงตบมือแม่เบาๆ เป็นเชิงว่าไม่ต้องห่วง พอออกมานอกสหกรณ์ จางเสี่ยวหลงแอบหยิบมีดปลายปืนออกมา "สารวัตรจ้าวรู้จักของสิ่งนี้ไหมครับ?"

จบบทที่ บทที่ 20 สารวัตรจ้าวเป็นพี่ชายฉัน

คัดลอกลิงก์แล้ว