เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 วันนี้ตระกูลจางมีเนื้อกิน

บทที่ 16 วันนี้ตระกูลจางมีเนื้อกิน

บทที่ 16 วันนี้ตระกูลจางมีเนื้อกิน


สมาชิกกองพลทยอยเดินกลับจากทำงานเป็นกลุ่มๆ "พวกเด็กๆ มุงดูอะไรกัน?"

"คนตัวสูงตรงกลางนั่น เหมือนลูกชายบ้านจางเป่าจู้ พวกเด็กๆ ไปล้อมหน้าล้อมหลังทำไมกัน?" จางเป่าหมิง หัวหน้ากลุ่มผลิตย่อย แบกฟืนเดินนำหน้าขบวน "หัวหน้า เว่ยจวินลูกชายหัวหน้าก็อยู่นั่นด้วย!" สมาชิกคนหนึ่งทักขึ้น จางเป่าหมิงอายุสามสิบเจ็ดสามสิบแปด รูปร่างท้วม แต่แข็งแรงกำยำ "เว่ยจวิน เย็นป่านนี้ทำไมยังไม่กลับบ้าน? มาเดินเตร็ดเตร่อะไรแถวนี้?" จางเว่ยจวินวิ่งจู๊ดเข้ามาหา พูดด้วยความหวังเต็มเปี่ยม "พ่อ ผมอยากกินเนื้อกระต่าย พรุ่งนี้พ่อเข้าป่าไปล่ามาให้หน่อยสิ" จางเป่าหมิงงงเป็นไก่ตาแตก "อยู่ดีๆ จะมากินเนื้อกระต่ายอะไร? ในป่ามีหมาป่า แกไม่กลัวพ่อโดนหมาป่าจับกินหรือไง?" บ้านจางเป่าหมิงมีลูกสี่คน สามคนแรกเป็นผู้หญิง มีลูกชายคนเล็กคนเดียว เลยตามใจจนเสียคน จางเว่ยจวินดึงชายเสื้อพ่อ "ก็พี่จางเสี่ยวหลงเขาเข้าป่าคนเดียว ยังล่ากระต่ายป่าตัวเบ้อเริ่มได้ตั้งสิบกว่าจิน พ่อเป็นถึงหัวหน้ากลุ่ม ต้องเก่งกว่าเขาอยู่แล้ว"

"จางเสี่ยวหลงเข้าป่า? สภาพอย่างกับไม้เสียบผี ลมพัดก็ปลิว จะไปล่ากระต่ายได้ยังไง พ่อไม่โง่เชื่อหรอกนะ"

"ไม่เชื่อพ่อก็ดูนู่น—"

จางเสี่ยวหลงเดินสวนมาพอดี บนไหล่แบกกระต่ายป่าตัวอ้วนพี แกว่งไปแกว่งมาเด่นหรา จางเป่าหมิงตาค้าง ไม่อยากเชื่อสายตา แต่กระต่ายตัวเป้งนั่นเป็นของจริงแท้แน่นอน นึกถึงคำพูดลูกชายเมื่อกี้ หน้านี่ชาไปแถบ เหมือนโดนตบกลางอากาศ "หัวหน้ากลับมาแล้วเหรอครับ เว่ยจวินบอกว่าไม่ได้กินเนื้อมานานแล้ว น่าจะสักเจ็ดแปดวันเห็นจะได้!" จางเสี่ยวหลงทำหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ เอ่ยเตือนด้วยความหวังดี (ประชด) กล้ามเนื้อบนหน้าจางเป่าหมิงกระตุกยิกๆ ต่อหน้าลูกน้องนับสิบ จะด่าก็กระดากปาก เลยหันไปเตะก้นลูกชายตัวเองระบายอารมณ์ "ไอ้เด็กตะกละ ไร้อนาคต! ไม่ได้กินเนื้อกระต่ายแล้วจะตายหรือไง? ไสหัวกลับบ้านไปซะ!"

จางเสี่ยวหลงหัวเราะร่าในใจ หัวหน้าครับ อย่าโทษผมเลยนะ โทษความใจดำของบ้านคุณเถอะ พ่อผมไปช่วยทำงานทั้งวัน ให้มันฝรั่งมาหัวเดียว มันเกินไป กลุ่มอื่นเขาช่วยงานกัน อย่างน้อยก็ได้สามหัว ถ้าทุกคนให้หัวเดียวเหมือนกัน ผมคงไม่ว่าอะไร แต่คุณเล่นให้แค่หัวเดียว งุบงิบไปสอง แบบนี้มันน่าโดน ชาวบ้านเลิกสนใจกระต่ายของจางเสี่ยวหลง หันไปซุบซิบกันแทน แถมจงใจพูดเสียงดัง ให้หัวหน้ากลุ่มที่ยังเดินไปไม่ไกลได้ยินชัดๆ "โห บ้านหัวหน้าไม่ได้กินเนื้อเจ็ดแปดวัน เรียกว่านานแล้วเหรอวะเนี่ย!"

"ลูกชายฉันตั้งแต่ปีใหม่ยังไม่ได้กินเนื้อสักชิ้น!"

"อย่าว่าแต่กินเนื้อเลย ปีใหม่โรงอาหารทำผัดผักกาดขาวเต้าหู้ น้ำมันสักหยดลอยหน้ายังไม่เห็น!"

"ก็ช่วยไม่ได้ เขาเป็นหัวหน้า เรามันแค่ชาวบ้านตาดำๆ!"

จางเป่าหมิงได้ยินเต็มสองหู ยิ่งโมโหหนัก ยกขาเตะลูกชายซ้ำอีกที จางเว่ยจวินที่เสียงร้องไห้เริ่มเบาลง กลับมาร้องจ้าดังกว่าเดิมเป็นร้อยเดซิเบล จางเสี่ยวหลงรีบชิ่งออกจากพื้นที่สังหาร ที่เขาจงใจแบกกระต่ายเข้าหมู่บ้านแบบนี้ มีเหตุผล ยุคนี้ไม่มีใครสนใจเรื่องอนุรักษ์สัตว์ป่าหรอก คนจะกินยังไม่มีกิน ใครจะไปสน ใครมีปัญญาเข้าป่าล่าสัตว์ได้ ก็สมควรได้กินเนื้อ มันต่างจากการเอาเงินซื้อเนื้อกิน แบบนี้คนจะอิจฉาน้อยกว่า อีกอย่าง คนแถบภูเขาชื่นชมคนเก่ง คนมีความสามารถในการล่าสัตว์

พอถึงหน้าบ้านอาเล็กรอง แม่ม่ายหวังก็เดินถือชามข้าวต้มกลับมาจากโรงอาหารพอดี หน้าเชิดคอตั้ง ราวกับไก่ตัวเมียจอมหยิ่ง "ไม่ให้แม่ม่ายหวังอย่างฉันแซงคิว เย็นนี้ก็ต้องต่อแถวหลังฉันอยู่ดีไม่ใช่หรือไง? ตักข้าวก่อนย่อมดีกว่า นอกจากจะได้แป้งข้าวโพดเยอะ ยังมีเม็ดข้าวผสมมาด้วยนะย่ะ!" เสียงแหบเหมือนเป็ดโดนบีบคอ ฟังแล้วบาดหู แถมยังจงใจพูดเสียงดังยั่วโมโหอาสะใภ้รอง จางเสี่ยวหลงไม่ใช่คนยอมคน และไม่ยอมให้ใครมารังแกญาติพี่น้อง "วันนี้บ้านตระกูลจางเราไม่กินข้าวต้ม!"

"ไม่กินข้าวต้ม? ก็อดตายไปสิ!"

"บางคนจิตใจชั่วร้าย เสียดายที่สวรรค์มีตา ความปรารถนาของคนชั่วไม่มีวันเป็นจริง วันนี้บ้านเราจะกินเนื้อซดน้ำแกง" แม่ม่ายหวังกำลังจะอ้าปากด่าสวน ก็เห็นเงาดำๆ แกว่งไปมาตรงหน้า "ตัวอะไรเนี่ย? กระต่ายป่า..." จางเสี่ยวหลงแกว่งไม้ไปมา กระต่ายป่าเฉียดหน้าแม่ม่ายหวังไปนิดเดียว ทำเอานางสะดุ้งโหยง

จากนั้นเขาก็ไม่สนใจแม่ม่ายหวังอีก ตะโกนเรียกหน้าบ้านอาเล็กรอง "ปู่ ย่า อาเล็กรอง อาสะใภ้รอง ไปกินเนื้อกระต่าย ซดซุปกระต่ายกันครับ ถ้าไม่อิ่ม เดี๋ยวเผามันฝรั่งกินแกล้มอีก! พวกเราไม่กินหรอกไอ้น้ำข้าวใสแจ๋วนั่นน่ะ!" มองแผ่นหลังของจางเสี่ยวหลงและครอบครัวจางเป่าเฉียงเดินจากไป ความลำพองใจของแม่ม่ายหวังมลายหายไปในพริบตา เหลือทิ้งไว้เพียงความริษยาตาร้อนและความอิจฉาลึกๆ

บ้านจางเป่าจู้คึกคักเป็นพิเศษ คนสามรุ่น รวมสิบเอ็ดชีวิต มารวมตัวกันพร้อมหน้า ปู่จางเหล่าเกินกับย่านั่งในห้อง ฟังเสียงหัวเราะพูดคุยข้างนอก จิตใจเบิกบาน บรรยากาศอบอุ่นปรองดองแบบนี้ พวกเขาไม่ได้สัมผัสมานานแล้ว วันนี้เหมือนได้ย้อนวันวาน สองพี่น้อง จางเป่าจู้กับจางเป่าเฉียง ช่วยกันชำแหละกระต่าย หนังกระต่ายที่ลอกออกมาอย่างสวยงามวางอยู่ข้างๆ จางเสี่ยวหลงคิดอะไรขึ้นมาได้ "พ่อ อาเล็กรอง ในกองพลเรามีใครทำกางเกงหนังเป็นไหมครับ?"

"เสี่ยวหลง? แกจะเอาหนังกระต่ายไปทำกางเกงเหรอ?" จางเป่าเฉียงมองหลานชายแล้วส่ายหน้า "แกตัวสูงไป หนังกระต่ายผืนเดียวไม่พอหรอก!"

"ผมกะว่าจะเอามาทำสนับเข่าให้ย่าน่ะครับ แบบนี้..." จางเสี่ยวหลงอธิบายลักษณะให้ฟัง "อ๋อ เข้าใจแล้ว เรื่องนี้อาจัดการเอง แกไม่ต้องห่วง!"

"รบกวนอาเล็กรองด้วยนะครับ"

ไม่มีกระทะใบใหญ่ จางเสี่ยวหลงเลยหาไม้ท่อนเท่าแขนสามท่อนมามัดรวมกันทำเป็นขาหยั่ง เอาหม้อดินใบใหญ่แขวนห้อยลงมา เติมน้ำ ใส่เนื้อกระต่ายที่สับแล้วลงไปจนเต็มหม้อพอดี ก่อกองไฟด้านล่าง น้ำในหม้อค่อยๆ ร้อนขึ้น เรื่องจางเสี่ยวหลงเข้าป่าล่ากระต่าย กลายเป็นประเด็นให้ทุกคนในบ้านทั้งเป็นห่วงทั้งดุ เทียบกับการได้กินเนื้อ พวกเขาอยากให้จางเสี่ยวหลงปลอดภัยมากกว่า จางเสี่ยวหลงต้องงัดสารพัดมุกมาแถจนเอาตัวรอดไปได้ น้ำในหม้อเดือดปุดๆ กลิ่นเนื้อหอมฉุยลอยฟุ้งไปทั่ว ทุกคนมองเนื้อกระต่ายที่พลิกตัวไปมาในน้ำเดือด กลืนน้ำลายกันเอือกใหญ่ จางเสี่ยวหลงก็ไม่ต่างกัน ก่อนข้ามมิติ กินดีอยู่ดีทุกวัน ไม่เคยรู้สึกว่าเนื้ออร่อยขนาดไหน พอข้ามมิติมา อดอยากปากแห้งไม่กี่วัน ความอยากเนื้อก็พุ่งปรี๊ด "น่าจะได้ที่แล้ว!" หลินซิ่วเจินรับหน้าที่แม่ครัว ตักใส่ชามสองใบ "เสี่ยวหลง ยกไปให้ปู่กับย่าลูก!"

"ได้เลยครับ~" จางเสี่ยวหลงรับชามเดินเข้าไปในห้อง ข้างนอกอากาศหนาว พวกเขาเลยให้คนแก่กินในห้อง จะได้ไม่โดนลมจนป่วย เกิดเป็นไข้หนาวสั่นขึ้นมาในยุคนี้ อาจถึงตายได้ง่ายๆ

จบบทที่ บทที่ 16 วันนี้ตระกูลจางมีเนื้อกิน

คัดลอกลิงก์แล้ว