- หน้าแรก
- ทะลุมิติพลิกชะตา ด้วยหอคอยสมบัติ
- บทที่ 15 โสมป่า
บทที่ 15 โสมป่า
บทที่ 15 โสมป่า
ความโกรธของจางเสี่ยวหลงถูกจุดติดขึ้นทันที เขาใส่เกียร์ห้าวิ่งไล่กวดในป่าอย่างไม่คิดชีวิต ความเร็วของเขาน่าเหลือเชื่อ ทุกก้าวที่ย่ำลงไปพุ่งทะยานไปข้างหน้าได้เกือบสองเมตร กระต่ายป่ารู้ตัวแล้วว่าเจอของแข็งเข้าให้ มันตกใจจนต้องหันหลังวิ่งหนี ไม่มีความชิลเหมือนเมื่อกี้อีกแล้ว "ฮึ~ คิดจะหนี? ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก!"
หนึ่งคนหนึ่งกระต่าย วิ่งไล่ล่ากันในป่าด้วยความเร็วสูง โดยเฉพาะจางเสี่ยวหลง ความเร็วของเขาทะลุขีดจำกัดของมนุษย์ปกติไปไกลโข จะมีใครที่ไหนใช้ฝีเท้าวิ่งไล่ต้อนกระต่ายป่าจนหัวซุกหัวซุนได้ขนาดนี้? เจ้ากระต่ายสีเทาสลัดไม่หลุดสักที แววตาเริ่มฉายแววหวาดกลัว "ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้น้องกระต่ายรู้จักกลัวเป็นด้วยเหรอ? วันนี้ถ้าไม่ได้จับแกกินเนื้อ ฉันจางเสี่ยวหลง... เชี่ย รูระต่าย?"
เนินเขาข้างหน้าห่างไปร้อยเมตร มีปากรูลึกมืดปรากฏอยู่ สายตาหวาดกลัวของกระต่ายป่าหายวับไปทันที เปลี่ยนเป็นความลำพองใจ เจ้ามนุษย์ แกวิ่งเร็วไม่ใช่เหรอ? มาสิ ตามมาสิ! มาจับฉันกินสิ! จางเสี่ยวหลงโกรธจนแทบกระอักเลือด อีกแค่สามเมตรก็จะคว้าตัวได้แล้ว ดันมีรูอยู่ตรงนั้นเนี่ยนะ? นี่มันแกล้งกันชัดๆ? "ไอ้สัตว์หน้าขน กล้าปั่นหัวฉันอีกแล้วเหรอ? ไม่เชื่อหรอกว่าจะรอด!"
จางเสี่ยวหลงรีดพลังเฮือกสุดท้าย วิ่งตะบึงต่อไป กระต่ายป่าเห็นทางรอดอยู่รำไร ก็ไม่กล้าประมาท ใส่ตีนหมาโกยแน่บเข้าหาปากรู สามเมตร... สองเมตร... หนึ่งเมตร... ครึ่งเมตร~ หัวกระต่ายกำลังจะมุดเข้าโพรง การไล่ล่าทำท่าจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของจางเสี่ยวหลง แววตาเยาะเย้ยของกระต่ายป่าอยู่ใกล้แค่เอื้อม ความหมายในตานั้นชัดเจนแจ่มแจ้ง ขอบใจที่เดินมาส่ง ถึงบ้านแล้วจ้า~ ไปดีมาดีนะ! ไม่ส่ง—
"แกดีใจเร็วไปแล้ว! มีดปลายปืน..." มือขวาของจางเสี่ยวหลงที่คว้าไปหากระต่าย จู่ๆ ก็ปรากฏมีดปลายปืนสามแฉกอันคมกริบขึ้นมา แล้วแทงทะลุร่างกระต่ายป่าอย่างจัง ฉากนี้เกิดขึ้นเร็วมาก และเหลือเชื่อเกินไป~ กระต่ายป่ายังจมอยู่ในความลำพองใจ แววตาดูถูกเหยียดหยามถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงในเสี้ยววินาที มนุษย์คนนี้ยังเป็นคนอยู่ไหม? ทำไมนายวิ่งเร็วกว่ากระต่าย? และที่สำคัญที่สุด~ มีดนั่นโผล่มาจากไหน? วัยรุ่นไม่พูดเรื่องคุณธรรมน้ำมิตรกันเลยนี่หว่า
แววตากระต่ายป่าค่อยๆ หม่นแสงลง ล้มลงที่หน้าปากรูในระยะหนึ่งเซนติเมตรสุดท้าย จางเสี่ยวหลงหอบหายใจแฮกๆ การวิ่งด้วยความเร็วสูงเกือบยี่สิบนาที ร่างกายนี้ยังรับภาระหนักเกินไป ถ้าไม่ได้เก๋ากี้กลายพันธุ์กับน้ำตกพลังปราณช่วยปรับสภาพไว้ คงไม่มีแรงข้ามเขามาถึงนี่ด้วยซ้ำ เลือดกระต่ายไหลไปตามร่องเลือดของมีดปลายปืน หยดลงบนพื้น จางเสี่ยวหลงดึงมีดออก ใช้ใบไม้แห้งเช็ดคราบเลือด แล้วโยนกลับเข้าพื้นที่หอคอยสมบัติชั้นที่หนึ่ง เขาหิ้วหูกระต่าย ยกขึ้นดู "โห กระต่ายป่านี่อ้วนพลีจริงๆ! อย่างน้อยต้องมีสิบสามสิบสี่จิน (6.5-7 กก.)"
จางเสี่ยวหลงทึ่งมาก สมกับเป็นป่าลึกที่คนเข้าไม่ถึง แม้แต่กระต่ายป่ายังตัวใหญ่กว่าแถวชายป่าตั้งเยอะ แบกกระต่ายไว้ก็เกะกะ จางเสี่ยวหลงเลยเก็บเข้ามิติไป มองดูฟ้า บ่ายโมงกว่าแล้ว สมควรแก่เวลากลับ ไม่งั้นกว่าจะออกจากเขาคงมืดค่ำ จางเสี่ยวหลงฮัมเพลงเบาๆ เดินย้อนกลับทางเดิม เดินไปได้ลี้กว่าๆ (ประมาณ 500 เมตร) เขาก็หยุดชะงักอีกครั้ง นั่งยองๆ มองพื้น บนพื้นที่มีหิมะบางๆ ปกคลุม มีหินก้อนเล็กยาวๆ ก้อนหนึ่งปักโดเด่อยู่ จางเสี่ยวหลงตื่นเต้นขึ้นมาทันที นี่มันสัญลักษณ์ที่คนเก็บโสมชอบทำไว้ เอาไว้ทำตำหนิยาดีหายากที่ตัวเองเจอ เพื่อรอให้โตได้ขนาดแล้วค่อยกลับมาขุด
เขาหยิบมีดปลายปืนออกมา ค่อยๆ เขี่ยหิมะออก เผยให้เห็นดินสีดำ บนพื้นไม่เห็นอะไรนอกจากใบไม้แห้งชื้นๆ จางเสี่ยวหลงค่อยๆ เขี่ยใบไม้ออก แล้วก็เจอก้านเถาที่เหี่ยวเฉา "หรือว่านี่คือโสมป่า?" หัวใจจางเสี่ยวหลงเต้นรัวตุบตับ ขนาดเก๋ากี้ยังกลายเป็นยาวิเศษ แล้วถ้าเป็นโสมป่าล่ะ? เขาค่อยๆ ขุดดินตามแนวก้านเถาลงไปอย่างระมัดระวัง จนเห็นส่วนหัวของโสมป่าสีเหลืองอ่อนโผล่ออกมา "ฮ่าฮ่า โสมป่าจริงๆ ด้วย"
ยี่สิบนาทีต่อมา โสมป่าหนึ่งต้นถูกจางเสี่ยวหลงขุดขึ้นมาได้สำเร็จ รากฝอยครบสมบูรณ์ อายุอาจจะน้อยไปหน่อย กะดูจากสายตาน่าจะสักห้าหกปี มิน่าคนเก็บโสมถึงแค่ทำตำหนิไว้ ไม่ยอมขุดไปเลย คนอื่นอาจจะมองข้าม แต่จางเสี่ยวหลงไม่รังเกียจ เอาไปปลูกในแปลงยาสมุนไพรระดับหนึ่ง เหมาะเจาะที่สุด ร่างของจางเสี่ยวหลงหายวับไป เข้าสู่พื้นที่หอคอยสมบัติชั้นที่หนึ่ง เขาปลูกโสมป่าไว้ข้างต้นเก๋ากี้ รดน้ำพลังปราณจนชุ่ม แล้วค่อยออกมา "วันนี้วันดีจริงๆ..."
จางเสี่ยวหลงอารมณ์ดี ฮัมเพลงไปตลอดทาง เดินมาได้ครึ่งชั่วโมง จากป่าลึกด้านหลังก็มีเสียงหมาป่าหอนดังแว่วมา "บรู๊ววว~" จางเสี่ยวหลงสะดุ้งเฮือก "หมาป่า?" อารมณ์ชิลๆ เมื่อกี้หายวับไปทันที ความเครียดเข้ามาแทนที่ ทิศทางเสียงหมาป่า ดูเหมือนจะมาจากจุดที่เขาฆ่ากระต่าย สมองจางเสี่ยวหลงประมวลผลเร็วจี๋ แล้วก็นึกถึงความเป็นไปได้ เลือดกระต่ายที่ไหลนองพื้น... กลิ่นคาวเลือดลอยไปตามลม เรียกฝูงหมาป่ามา ต้องใช่แน่ๆ จางเสี่ยวหลงไม่รอช้า สับเท้าเร่งความเร็ววิ่งออกจากป่าทันที
ตลอดทางแม้จะระทึกใจแต่ก็ปลอดภัย เขาออกจากป่ามาถึงถนนดินโคลนในหมู่บ้านได้อย่างราบรื่น จางเสี่ยวหลงไม่ได้ตรงกลับบ้าน แต่เดินไปทางบ้านอาเล็กรอง พอใกล้จะถึง เขาหยิบกระต่ายป่าออกมา หาไม้ท่อนหนึ่งมาผูกกระต่ายไว้ที่ปลายไม้ แล้วแบกขึ้นบ่า จากนั้นจางเสี่ยวหลงก็เดินกร่างเข้าหมู่บ้าน ฟ้ายังไม่มืดสนิท ท่าเดินแบบไม่เห็นหัวใครของจางเสี่ยวหลงดึงดูดความสนใจของผู้คนทันที กลุ่มเด็กๆ ตาไว เห็นกระต่ายป่าบนบ่าจางเสี่ยวหลง "ว้าว~ กระต่ายตัวเบ้อเริ่มเลย!"
"จางเสี่ยว... เอ้ย พี่เสี่ยวหลง ไปเอากระต่ายมาจากไหน?" จางเสี่ยวหลงปรายตามองกลุ่มเด็กแสบพวกนี้ เมื่อก่อนแม้แต่เด็กพวกนี้ยังดูถูกเขา "ก็จับมาน่ะสิ จะให้เสกมาหรือไง?"
"กระต่ายนี่อย่างน้อยต้องมีสิบกว่าจิน บ้านพี่กินหมดเหรอ? ขายให้บ้านฉันดีกว่ามั้ง?" เด็กโตสุดในกลุ่มเสนอขึ้นมา จางเสี่ยวหลงเหลือบมองคนพูด คือจางเว่ยจวิน ลูกชายคนเล็กของหัวหน้ากลุ่ม อายุสิบสามปี ไอ้หมอนี่นิสัยเหมือนแม่มัน คือเมียหัวหน้ากลุ่มที่ขี้งก เมื่อก่อนชอบนินทาใส่ร้ายบ้านจางเสี่ยวหลงบ่อยๆ
"อยากกินเนื้อกระต่ายว่างั้น?" จางเสี่ยวหลงถามกวนๆ จางเว่ยจวินพยักหน้าหงึกหงัก "ใช่สิ บ้านฉันไม่ได้กินเนื้อมานานแล้ว น่าจะสักเจ็ดแปดวันได้มั้ง" จางเสี่ยวหลงอยากจะด่าเปิง ไอ้เด็กเวร พูดภาษาคนเป็นไหมเนี่ย? อะไรคือไม่ได้กินมานาน แล้วตบท้ายว่าเจ็ดแปดวัน นี่มันพวกอวดรวยทางอ้อมชัดๆ "เว่ยจวิน อยากกินเนื้อกระต่ายมันจะไปยากอะไร! ก็ให้พ่อแกเข้าป่าไปล่ามาสิ แบบนี้ประหยัดตังค์ด้วย จริงไหม? อีกอย่าง แกคิดว่าแม่แกจะยอมควักตังค์ซื้อกระต่ายให้แกกินเหรอ?" เมียหัวหน้ากลุ่มขึ้นชื่อเรื่องความขี้เหนียว เค็มจนเกลือยังเรียกพี่ แถมยังเขี้ยวลากดินสุดๆ จางเว่ยจวินฟังแล้วคิดตาม ก่อนจะพยักหน้าอย่างจริงจัง "พี่พูดมีเหตุผล! เดี๋ยวฉันกลับไปบอกพ่อดีกว่า!"