เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 อิ่มท้องหนึ่งมื้อ

บทที่ 12 อิ่มท้องหนึ่งมื้อ

บทที่ 12 อิ่มท้องหนึ่งมื้อ


จางเสี่ยวหลงมองคนนั้นทีคนนี้ที ไม่รู้จะปลอบใครก่อนดี เลยได้แต่ชี้ไปทางครัวแล้วพูดว่า "อะแฮ่ม ผมไปตลาดมา ซื้อเกี๊ยว แป้งธัญพืชรวม แล้วก็ข้าวสารมานิดหน่อย อีกอย่างซื้อพวกมันฝรั่งมาอีกร้อยจิน น่าจะพอให้ที่บ้านกินไปได้สักพักครับ!" เสียงร้องไห้เงียบกริบอีกครั้ง ดวงตาทั้งหกคู่จ้องมองจางเสี่ยวหลงตาไม่กะพริบ นึกว่าเซอร์ไพรส์เมื่อกี้เยอะแล้ว ไม่นึกว่ายังมีก๊อกสอง ทุกคนช็อกไปอีกรอบ "ของวางอยู่ตรงนั้น..."

มองตามนิ้วจางเสี่ยวหลงไป ก็เห็นกองมันฝรั่ง ถุงแป้งธัญพืช และข้าวสารจริงๆ บนถุงแป้งมีห่อกระดาษน้ำตาลใส่เกี๊ยววางอยู่ "พ่อ แม่ พี่ พักผ่อนเถอะ เดี๋ยวผมต้มเกี๊ยวให้กิน!" มองดูร่างผอมบางของจางเสี่ยวหลงเดินไปนั่งหน้าเตาไฟ แล้วตักน้ำใส่หม้อดิน จุดไฟ อย่างคล่องแคล่ว... นอกจากเก้าเฟิ่ง คนอื่นต่างงุนงงกันหมด "เสี่ยวหลงก่อไฟเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่?"

"เอ่อ ลูกต้มเกี๊ยวเป็นด้วยเหรอ?"

"บ้านเราไม่เคยต้มเกี๊ยวกันมาก่อนไม่ใช่เหรอ?"

จางเสี่ยวหลงไม่ได้ตอบตรงๆ "อ้อ ผมเห็นคนขายเกี๊ยวเขาทำ เลยจำๆ มาน่ะครับ! พี่เก้า ช่วยหยิบมันฝรั่งมาหน่อย ผมจะเผามันฝรั่งให้กิน! เอามาเยอะๆ เลยนะ! คืนนี้เราจะกินกันให้พุงกาง! จะได้ไม่ต้องตื่นมากลางดึกเพราะหิว! แล้วท้องก็ร้องจ๊อกๆ จนข่มตานอนไม่หลับ"

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า..." ทุกคนหัวเราะครื้นเครงกับคำพูดเห็นภาพของเขา เสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความสุข เกี๊ยวร้อนๆ ถูกยกมาวางบนโต๊ะ กลิ่นหอมฟุ้งทำเอาทุกคนเคลิบเคลิ้ม น้ำลายสอ เก้าเฟิ่งอดกลืนน้ำลายไม่ได้ ท้องเจ้ากรรมก็ร้องประท้วงขึ้นมา เรียกเสียงฮาจากทุกคนได้อีกรอบ เก้าเฟิ่งกระทืบเท้าแก้เขิน "ไม่เอาแล้ว~ หัวเราะเค้ากันหมดเลย!"

"พี่เก้ากินเร็วเข้า! พี่หก พี่เจ็ด พี่แปดด้วย กินเยอะๆ นะ จะได้มีน้ำมีนวล แม่สื่อจะได้ไม่กล้าว่าพวกพี่ผอมแห้ง จนไม่อยากแนะนำหนุ่มๆ ให้"

"เสี่ยวหลง เดี๋ยวจะโดน! กล้าเอาพวกพี่มาล้อเล่นเหรอ" หกเฟิ่งดุแกมหัวเราะ จางเสี่ยวหลงกัดมันเผา เคี้ยวตุ้ยๆ แล้วพูดว่า "พี่หก ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น แต่ยังไงซะเรื่องคู่ครองของพวกพี่ ต่อไปผมต้องช่วยสแกนให้ละเอียด! สี่ดอกไม้งามแห่งตระกูลจาง ไม่ใช่ใครนึกอยากจะเด็ดก็เด็ดไปได้ง่ายๆ นะครับ!"

ตอนที่ลูกสาวห้าคนแรกของจางเป่าจู้ออกเรือน ผลผลิตในนายังดี ไม่ถึงกับอดอยาก ลูกสาวทั้งห้าหน้าตาใช้ได้ รูปร่างสมส่วน เลยได้แต่งงานในวัยที่เหมาะสม แต่สองปีมานี้ผลผลิตแย่ สมาชิกในบ้านตระกูลจางก็เยอะ จางเป่าจู้กับภรรยาก็ป่วยกระเสาะกระแสะ จางเสี่ยวหลงและพี่สาวอีกสี่คนเลยกินไม่อิ่มมาตลอด ผอมแห้งจนเหมือนไม้เสียบผี ลมพัดก็แทบปลิว ปีนี้หกเฟิ่งอายุยี่สิบ เจ็ดเฟิ่งสิบเก้า แปดเฟิ่งสิบแปด และเก้าเฟิ่งสิบเจ็ด ในหมู่บ้านถือว่าถึงวัยออกเรือนกันหมดแล้ว แต่ต่อให้หลินซิ่วเจินไหว้วานแม่สื่อไปทั่ว ก็ไม่มีใครยอมแนะนำหนุ่มๆ ให้ เรื่องเลยยืดเยื้อมาจนถึงตอนนี้ สาเหตุก็เพราะรังเกียจความจนของบ้านจาง แถมลูกสาวแต่ละคนก็ผอมกะหร่อง ดูท่าทางจะมีลูกยาก เรื่องนี้ถูกลือกันไปทั่ว กลายเป็นหัวข้อสนทนาหลังอาหารของชาวบ้านกองพลจางจวง

บนใบหน้าละอ่อนของจางเสี่ยวหลงฉายแววมุ่งมั่น ให้ความรู้สึกว่าพูดจริงทำจริง แต่จางเป่าจู้กับหลินซิ่วเจินกลับมีสีหน้ากังวล ลูกสาวทั้งสี่คน หกเฟิ่งอายุยี่สิบแล้ว ถือว่าอายุเยอะสำหรับสาวโสด จะหาบ้านดีๆ คงยาก อีกสามคนถ้าไม่รีบหาคู่ ก็จะเป็นห่วงผูกคอพ่อแม่ต่อไป ที่ลูกชายพูดจาขึงขัง คงแค่ต้องการปลอบใจพวกตน เรื่องการแต่งงานของลูกสาว เด็กอายุสิบหกอย่างเขาจะมีปัญญาทำอะไรได้? บรรยากาศเงียบลงชั่วขณะ จางเสี่ยวหลงเข้าใจดี "ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม จะไปทำอะไรสำเร็จ" คนโบราณเขาว่าไว้ ใครจะรู้ว่าเขาคือผู้ข้ามมิติ อายุสองชาติรวมกันก็ปาเข้าไปสี่สิบกว่าแล้ว? บวกกับประสบการณ์จากโลกอนาคตที่ก้าวหน้าไปหลายสิบปี การจัดการเรื่องแต่งงานของพี่สาว ก็แค่เรื่องขี้ผง แต่ความลับนี้จางเสี่ยวหลงจะไม่แพร่งพราย กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์เอง

หลังความเงียบชั่วครู่ บรรยากาศก็กลับมาครึกครื้น มันฝรั่งเผายี่สิบกว่าหัว กับเกี๊ยวคนละชาม ทุกคนกินกันจนพุงกาง "น้องเล็ก ไม่ได้กินอิ่มแบบนี้มานานแล้ว ขอบใจนะ!"

"พี่หก ต้องเกรงใจกันด้วยเหรอ?"

"พี่พูดจากใจจริง! เอาล่ะ เดี๋ยวพี่ไปล้างชามเอง" พี่สาวคนอื่นช่วยกันเก็บกวาด แล้วตามไปช่วยล้าง จางเสี่ยวหลงรู้สึกได้ชัดเจนว่าสถานะในบ้านเปลี่ยนไป พวกพี่สาวที่เดิมทีก็โอ๋เขาอยู่แล้ว ต่อไปคงยิ่งโอ๋หนักกว่าเดิม ดีที่เขายืนกรานจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเอง ไม่งั้นคงโดนจับเปลี่ยนให้เหมือนเด็กๆ จางเป่าจู้กับภรรยาเหนื่อยมาทั้งวัน อาบน้ำเข้านอน คืนนี้ ในบ้านดินซอมซ่อสามห้อง ไม่มีเสียงท้องร้องโครกครากเพราะความหิวเป็นครั้งแรกในรอบนานปี จางเสี่ยวหลงนอนบนเตียง รู้สึกถึงความสำเร็จที่เอิ่มล้นในใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

เขานึกถึงปู่กับย่า และบ้านอาเล็กรอง ไม่ใช่ไม่อยากเอาเกี๊ยวไปให้ แต่บ้านอาเล็กรอง หรือก็คือบ้านใหญ่ตระกูลจาง อยู่ในหมู่บ้าน ที่นั่นคนพลุกพล่าน อาจเกิดเรื่องยุ่งยากได้ กลิ่นหอมของเกี๊ยวปิดไม่มิดหรอก จะหวังไม่ให้เพื่อนบ้านได้กลิ่น คงเป็นแค่ฝันกลางวัน "ไม่กลัวว่ามีน้อย แต่กลัวแบ่งไม่เท่ากัน" หลักการนี้จางเสี่ยวหลงเข้าใจดี พรุ่งนี้เอามันฝรั่งไปให้ดีกว่า ของพวกนี้หากินได้ทั่วไป ไม่สะดุดตาเท่าเกี๊ยวไส้เนื้อ ถ้าใครนินทา จางเสี่ยวหลงก็ยืดอกตอบได้เต็มปากว่า "บ้านฉันเจียดเงินไม่กี่หยวน ซื้อมันฝรั่งมาไม่กี่สิบจิน มันผิดตรงไหน?"

กลางดึก จางเสี่ยวหลงเข้าพื้นที่หอคอยสมบัติชั้นที่หนึ่ง เก็บเก๋ากี้และมันฝรั่งที่สุกแล้ว แล้วปลูกมันฝรั่งลงไปใหม่ จากนั้นก็นั่งกินเก๋ากี้ 5J เล่นอย่างสบายใจเฉิบ แล้วไปนวดตัวใต้สระน้ำตก สบายตัวชะมัด! เช้าวันรุ่งขึ้น ฝนตกพรำๆ แผนเข้าเมืองไปซื้อเนื้อเลยต้องพับเก็บไปก่อน เก้าเฟิ่งไปตักข้าวต้มมาจากโรงอาหารหนึ่งหม้อ ไม่ต่างจากเมื่อวานเลย ใสแจ๋วไร้ความน่ากิน "พี่เก้า เสบียงหมดเหรอ? ทำไมข้าวต้มวันนี้ดูแย่กว่าเมื่อวานเยอะเลย?"

"หัวหน้าบอกว่า ฝนตกไม่ได้ทำงาน นอนอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ต้องกินอิ่มมากหรอก" พรวด~ ไม่ต้องกินอิ่มมาก? พูดมาได้~ เมื่อไหร่เคยได้กินอิ่มบ้างฟะ! "ช่างเถอะ อย่าไปสนเรื่องชาวบ้านเลย บ้านเรามีของกิน!"

"โชคดีที่น้องเล็กฉลาดแถมดวงดี พวกเราถึงได้กินอิ่ม! กางเกงแกขาดตั้งแต่เมื่อไหร่? เดี๋ยวถอดมา พี่จะปะให้"

"อ้อ ครับ" ยังคงเป็นเมนูมันฝรั่งเผา กินแกล้มข้าวต้มใสแจ๋วจากโรงอาหาร ครอบครัวกินกันอย่างมีความสุข จางเสี่ยวหลงรีบกินข้าวเช้าจนหมด แล้วบอกว่า "พ่อ แม่ พี่ กินกันตามสบายนะ! เดี๋ยวผมเอามันฝรั่งไปให้ย่าหน่อย!"

จบบทที่ บทที่ 12 อิ่มท้องหนึ่งมื้อ

คัดลอกลิงก์แล้ว