- หน้าแรก
- ทะลุมิติพลิกชะตา ด้วยหอคอยสมบัติ
- บทที่ 8 กินเกี๊ยว
บทที่ 8 กินเกี๊ยว
บทที่ 8 กินเกี๊ยว
คนที่ขายของอยู่แผงรอบๆ ปรายตามองมันฝรั่งแวบหนึ่ง แล้วก็หันหน้าหนีอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่สนใจมันฝรั่ง การซื้อขายในตลาดมืดต้องใช้ทั้งเงินและตั๋วเสบียง ซึ่งจางเสี่ยวหลงไม่มีสักอย่าง ต้องรอขายมันฝรั่งออกไปก่อน ถึงจะได้ทั้งเงินและตั๋วเสบียงมา เวลายังเช้าอยู่ คนในป่ายังไม่ค่อยเยอะ จางเสี่ยวหลงนั่งขัดสมาธิบนใบไม้แห้งใต้ต้นไม้ เพ่งจิตเข้าไปในพื้นที่หอคอยสมบัติ ผ่านไปหนึ่งคืน มันฝรั่งสุกได้ที่นานแล้ว บนต้นเก๋ากี้ ผลผลิตรอบที่สามก็สุกเต็มที่ เก๋ากี้ 5J ห้อยเต็มกิ่งก้าน ดูเย้ายวนใจมาก จางเสี่ยวหลงแค่คิด ผลเก๋ากี้ก็ร่วงหล่นลงมากองบนพื้นข้างกระบุง ส่วนมันฝรั่งนั้นกองเป็นภูเขาขนาดย่อม ปกติมันฝรั่งหนึ่งไร่จะให้ผลผลิตประมาณสองพันจิน แต่แปลงยาสมุนไพรระดับหนึ่งเพิ่มผลผลิตประมาณห้าเท่า ดังนั้น มันฝรั่งกองนี้น่าจะมีราวๆ หนึ่งหมื่นจิน (5 ตัน) มันฝรั่งเยอะขนาดนี้ กินไปอีกนานก็ไม่หมด ต้องหาทางขายออกไปบ้าง
"มันฝรั่งขายนายยังไง?" ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาที่แผง ดึงหมวกแก๊ปต่ำลงปิดบังใบหน้าเกินครึ่ง จางเสี่ยวหลงเห็นลูกค้าเข้าร้านก็ยิ้มต้อนรับทันที "ดูสิครับ มันฝรั่งผมหัวเท่ากันหมด คุณภาพไม่ต้องพูดถึง!" ชายวัยกลางคนพยักหน้า หยิบมันฝรั่งขึ้นมาดูหัวหนึ่ง "สดใหม่ใช้ได้ แต่มีน้อยไปหน่อย!" เห็นชายวัยกลางคนส่ายหน้าทำท่าเสียดาย จางเสี่ยวหลงดีใจแทบเต้น รังเกียจว่าน้อยเหรอ? ฉันกำลังกลุ้มอยู่เชียวว่ามันเยอะเกินไปจะขายยังไงหมด! เขามองซ้ายมองขวา แล้วกระซิบเสียงเบา "ถ้าได้ราคาดีๆ สักร้อยสองร้อยจินผมก็หามาให้ได้"
ที่บ้านชายวัยกลางคนทำเต้าหู้ขาย ช่วงนี้ถั่วเหลืองราคาแพง ใช้ตั๋วเสบียงซื้อที่สหกรณ์ก็ได้แค่จินละแปดเฟิน แถมยังหาซื้อได้ไม่ครบจำนวน เขาเลยเปลี่ยนมาทำวุ้นเส้นมันฝรั่งแทน มันฝรั่งในตลาดมืดราคาแค่จินละห้าเฟิน ถูกกว่าถั่วเหลืองเกินครึ่ง ชายวัยกลางคนตาเป็นประกาย "ราคาไม่ใช่ปัญหา ถ้ามีสักร้อยจิน ฉันให้ตั๋วเสบียงท้องถิ่นร้อยยี่สิบจิน บวกเงินอีกห้าหยวน ราคานี้ยุติธรรมแน่นอน!" จางเสี่ยวหลงคำนวณในใจ ราคาใช้ได้เลย คว้าลูกค้ารายใหญ่ไว้ก่อน "ตกลง! ตอนนี้พี่อยากได้เท่าไหร่?"
"นายมีแค่นี้ไม่ใช่เหรอ? ฉันเหมาหมด!"
"ผมยังมีเก็บไว้ข้างนอกอีก กะคร่าวๆ น่าจะมีสักสองร้อยจิน!"
"งั้นก็ดีเลย! ฉันเอาหมด!"
"พี่รอตรงนี้เดี๋ยว ผมไปแป๊บเดียว!"
จางเสี่ยวหลงออกจากหุบเขา เอามันฝรั่งใส่กระสอบปุ๋ยจนเต็ม แล้วกลับเข้ามาในป่าอีกครั้ง ชายวัยกลางคนใจป้ำไม่น้อย เขาจะยกกระสอบไปชั่งน้ำหนัก "หนักชะมัด..." ลองยกดูแล้วปรากฏว่ายกไม่ขึ้น เลยยืนเก้อๆ ด้วยความเขิน "ผมยกเองครับ!" จางเสี่ยวหลงแบกกระสอบเดินนำหน้า ทั้งสองมาที่ตราชั่งกลาง ชั่งน้ำหนักมันฝรั่ง "ทั้งหมดสองร้อยสิบเก้าจินกับอีกแปดตำลึง!"
"นี่เงินสิบหยวน แล้วก็เหรียญห้าเหมาอีกสองเหรียญ! ส่วนตั๋วเสบียงเดี๋ยวฉันนับให้..."
"ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้นครับ ตั๋วเสบียงคิดแค่สองร้อยสี่สิบจินพอ!"
"น้องชายใจกว้างจริงๆ! กลายเป็นฉันเอาเปรียบนายซะงั้น! วันหลังฉันจะมาซื้อกับนายอีก!"
จางเสี่ยวหลงรับตั๋วเสบียงกับเงินมา หัวใจพองโต "ได้เลยครับ! ปกติพี่ต้องซื้อบ่อยแค่ไหน?"
"อย่างช้าก็ครึ่งเดือนครั้ง! วุ้นเส้นที่หลิวเหล่าชีคนนี้ทำ ส่งโรงอาหารคอมมูนประจำอยู่แล้ว" ชายวัยกลางคนอารมณ์ดีที่ซื้อมันฝรั่งได้ทีเดียวเยอะๆ เลยเผลอหลุดปากบอกชื่อตัวเองออกมา จางเสี่ยวหลงถึงบางอ้อ มิน่าล่ะ หลิวเหล่าชีคนนี้มีโรงอาหารคอมมูนเป็นลูกค้าขาใหญ่ วุ้นเส้นเลยขายดิบขายดี การตัดสินใจลดแลกแจกแถมตั๋วเสบียงไปยี่สิบกว่าจินเมื่อกี้ ถือว่าฉลาดมาก ขายมันฝรั่งได้เงินและตั๋วเสบียงแล้ว จางเสี่ยวหลงเก็บกระสอบใส่พื้นที่หอคอย แล้วเดินเตร็ดเตร่ในป่า
"เนื้อสามชั้นนี่ขายยังไงครับ?" เดินผ่านแผงขายเนื้อ จางเสี่ยวหลงหยุดมอง กลืนน้ำลายลงคอแล้วถาม ชาติก่อนเขาชอบกินหมูสามชั้นน้ำแดงที่สุด เนื้อสามชั้นทำเมนูนี้อร่อยอย่าบอกใคร หมูสามชั้นน้ำแดงถ้วยเดียว กินข้าวได้ตั้งสามชาม "จินละหนึ่งหยวน บวกตั๋วเนื้อท้องถิ่นอีกสองจิน! เนื้อสามชั้นฉันสดใหม่ รสชาติเยี่ยม รับสักสองจินไหมล่ะ?" พ่อค้าเห็นลูกค้ามาก็เริ่มสาธยายขายของน้ำไหลไฟดับ จางเสี่ยวหลงด่าในใจ: หน้าเลือดฉิบหาย! เนื้อสามชั้นในสหกรณ์ขายแค่เจ็ดเหมา มันกล้าขายตั้งหนึ่งหยวน คลำเงินสิบเอ็ดหยวนในกระเป๋า จางเสี่ยวหลงล้มเลิกความคิดจะกินหมูสามชั้นน้ำแดง ถึงจะมีเงิน แต่ไม่มีตั๋วเนื้อ ก็ซื้อไม่ได้อยู่ดี
เดินผ่านแผงขายแป้งธัญพืชรวมกับข้าวฟ่าง จางเสี่ยวหลงซื้อมาอย่างละสิบจิน ใช้ตั๋วเสบียงไปยี่สิบจินกับเงินอีกสามหยวน กำลังจะกลับ กลิ่นหอมยั่วน้ำลายก็ลอยมาเตะจมูก มองไปตามทิศทางของกลิ่น ตรงชายป่ามีร้านเกี๊ยวตั้งขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ท้องของจางเสี่ยวหลงร้องประท้วงความหิวขึ้นมาทันที เขาสาวเท้าเดินเข้าไป "เถ้าแก่ เกี๊ยวขายยังไง?"
"เกี๊ยวไส้ผักชามละหนึ่งเหมา ไส้เนื้อชามละสองเหมา!"
"ขอชามนึง~ ไม่สิ เอาเกี๊ยวไส้เนื้อสองชาม"
"ได้เลย! นั่งรอก่อน เดี๋ยวเกี๊ยวก็เสร็จแล้ว"
โต๊ะชั่วคราวทำจากแผ่นไม้พาดบนก้อนหินสองก้อน จางเสี่ยวหลงนั่งลงบนก้อนหิน สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบ มองดูเถ้าแก่หย่อนเกี๊ยวลงในน้ำเดือดพล่าน เกี๊ยวพลิกตัวไปมาในน้ำ กลิ่นหอมเข้มข้นกระจายไปทั่ว ไม่นานเกี๊ยวสองชามก็มาวางตรงหน้า จางเสี่ยวหลงใช้ช้อนตักเกี๊ยวขึ้นมา เป่าให้คลายร้อนนิดหน่อย แล้วส่งเข้าปากเคี้ยว ต้องบอกเลยว่าไส้เนื้อนี่ของแท้แน่นอน หอมกว่า เข้มข้นกว่าเกี๊ยวที่เคยกินในชาติก่อนเยอะ ข้อเสียอย่างเดียวคือแผ่นแป้งเกี๊ยวไม่ได้ทำจากแป้งสาลีขัดขาว แต่เป็นแป้งธัญพืชรวม แต่ถ้าไม่นับเรื่องนั้น เกี๊ยวชามนี้ถือว่าสุดยอด ซดน้ำซุปจนหยดสุดท้าย จางเสี่ยวหลงเรอออกมาด้วยความอิ่มเอมใจ
หยิบเงินสองหยวนวางบนโต๊ะ "เถ้าแก่ เอาเกี๊ยวไส้เนื้ออีกแปดที่ ไม่ต้องต้มนะ ห่อกลับบ้าน" เถ้าแก่ยิ้มจนแก้มปริ เพิ่งเปิดร้านก็เจอเจ้าสัวน้อย "เกี๊ยวชามนึงมียี่สิบลูก เดี๋ยวฉันแถมให้อีกสิบลูกนะ" จางเสี่ยวหลงไม่ปฏิเสธ รับห่อกระดาษน้ำตาลใส่เกี๊ยวมา แล้วยัดใส่กระสอบปุ๋ย ความจริงกระสอบปุ๋ยเป็นแค่ฉากบังหน้า เกี๊ยวถูกส่งเข้าพื้นที่หอคอยสมบัติชั้นหนึ่งไปแล้ว หาเงินไม่ง่าย แต่เวลาจ่ายนี่ไวจริงๆ เงินสิบเอ็ดหยวน แป๊บเดียวหายไปห้าหยวน เหลืออีกหกหยวน ต้องใช้ประหยัดๆ หน่อย เกิดมีเหตุฉุกเฉิน จะไปขอเงินที่บ้านก็คงไม่ได้ อีกอย่าง ที่บ้านก็ไม่มีเงินให้ด้วย จางเสี่ยวหลงเดินออกจากป่า กำลังจะออกจากตลาดมืด ก็ได้ยินเสียงคนตะโกนถามไล่หลังมา "พี่ชายคนไหนเข้าป่ามาบ้าง? มีใครมีเก๋ากี้สดขายไหม?"