เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 เขาอยากสักชื่อเธอประทับไว้บนหัวใจ

บทที่ 29 เขาอยากสักชื่อเธอประทับไว้บนหัวใจ

บทที่ 29 เขาอยากสักชื่อเธอประทับไว้บนหัวใจ


บทที่ 29 เขาอยากสักชื่อเธอประทับไว้บนหัวใจ

ในชาติก่อน ลั่วสิงชวนเก็บรักษาของขวัญทั้ง 17 ชิ้นนี้ไว้ในตู้เซฟของธนาคาร เมื่อตระกูลลั่วล้มละลายและมีหนี้สินล้นพ้นตัว ศาลได้สั่งอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลลั่ว และได้พบตู้เซฟใบนี้เข้า ทุกคนต่างคิดว่าภายในคงเต็มไปด้วยเครื่องเพชรจินดาหายากหรือของสะสมล้ำค่า ทว่าเมื่อเปิดออกดู กลับพบเพียงของจุกจิกไร้ราคาพวกหนึ่งเท่านั้น!

"ตุ๊กตาแม่ลูกดกตัวนี้สวยไหม? ฉันวาดเองกับมือเลยนะ" เด็กหนุ่มที่มีรอยสักเต็มแขนเดินเคี้ยวหมากฝรั่งออกมาจากร้านสัก เอ่ยอวดผลงาน เขาพิจารณาชุดนักเรียนของลั่วสิงชวนและคนขับรถที่ยืนอยู่ข้างๆ ก่อนจะหยุดสายตาที่คนขับรถแล้วถามว่า "มาสักเหรอ? นัดไว้หรือเปล่า?"

คนขับรถรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธพัลวัน "ไม่ครับๆ ผมไม่ได้มาสัก"

"เมื่อกี้ผมเป็นคนโทรหาคุณเอง" ลั่วสิงชวนจำเสียงของเด็กหนุ่มแขนลายได้ เขาคือคนที่รับสายเมื่อครู่

"อ้อ" เด็กหนุ่มแขนลายมองลั่วสิงชวนด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าผ่านโลกมาโชกโชน เครื่องแบบนักเรียนโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งของลั่วสิงชวนนั้นสะดุดตาเกินไป! แม้ชุดนักเรียนชายของโรงเรียนนี้จะไม่ฉูดฉาดเท่าชุดนักเรียนหญิง ประกอบด้วยกางเกงขายาวสีน้ำเงินเข้มเรียบๆ กับเสื้อเชิ้ตสีขาว หากอากาศเย็น เด็กผู้ชายขี้หนาวหน่อยก็จะสวมเสื้อกั๊กไหมพรมสีเทาทับ และในฤดูหนาวที่หนาวจัดก็จะสวมเสื้อโค้ทกันลม การได้เห็นกลุ่มนักเรียนชายโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งเดินตามท้องถนน บางครั้งก็ทำให้ผู้คนนึกถึงภาพลักษณ์ของสุภาพบุรุษผู้ดี

ยิ่งกับเด็กหนุ่มคนนี้ยิ่งโดดเด่นสะดุดตา ปกติแล้วเสื้อผ้าจะช่วยส่งเสริมคนใส่ แต่สำหรับเขา คนต่างหากที่ช่วยส่งเสริมเสื้อผ้า บุคลิกสูงส่งที่มีติดตัวมาแต่กำเนิดทำให้ชุดนักเรียนดูหรูหรามีราคาขึ้นมาทันตา อาจเป็นเพราะท่วงท่าที่สง่างามผ่าเผย และหน้าตาที่หล่อเหลาชนิดหนึ่งในล้าน

เด็กหนุ่มแขนลายถามด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน "บรรลุนิติภาวะหรือยัง?"

"สิ้นเดือนนี้ผมจะอายุครบสิบแปด คุณไม่รับลูกค้าผู้เยาว์เหรอ?"

"ก็ไม่ใช่หรอก แค่ผู้เยาว์แบบนาย... เอิ่ม... ถึงจะเหลืออีกแค่อาทิตย์เดียวก็ยังถือเป็นผู้เยาว์อยู่ดี" เด็กหนุ่มแขนลายลังเล เด็กตรงหน้าดูเป็น "เด็กดี" ขนานแท้ เขาเป็นพวกนักเลงข้างถนน ไม่เคยรับมือกับ "เด็กดี" แบบนี้มาก่อน และไม่เคยมีลูกค้าประเภทนี้ด้วย

ลูกค้าคนแรกของวันช่างประหลาดแท้!

"เอาเถอะๆ เข้ามาสิ" เขาเชื้อเชิญทั้งสองคนเข้าไปด้านใน

ภายในห้องคับแคบ ผนังทั้งสามด้านเต็มไปด้วยลวดลายรอยสักตั้งแต่เพดานจรดพื้น ส่วนใหญ่เป็นสไตล์ดาร์กๆ แสงไฟสลัวยิ่งทำให้รู้สึกอึดอัด ทั้งสามคนยืนเบียดเสียดกันอยู่ข้างใน คนขับรถจึงบอกกับลั่วสิงชวนว่า "คุณชายน้อยครับ เดี๋ยวผมไปรอข้างนอกนะ"

"อืม"

"ทำไมร้านคุณไม่มีลูกค้าคนอื่นเลยล่ะ?" ลั่วสิงชวนมองไปรอบๆ

"วันนี้วันอังคาร วันทำงาน แถมยังเช้าอยู่ ลูกค้าน้อยเป็นเรื่องปกติ คนเขาไปทำงานไปเรียนกันหมด นายเป็นลูกค้าคนแรกของวันนี้ แต่ถ้าเป็นเสาร์อาทิตย์ร้านนี้คนแน่นเอี๊ยดนะจะบอกให้ ดูสิ ฉันมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจถูกต้อง มีสมุดเยี่ยมที่ลูกค้าเก่าเขียนชมไว้ด้วย ส่วนเรื่องความสะอาดวางใจได้เลย เข็มที่ใช้สักรับรองว่าใช้แล้วทิ้ง หนึ่งคนต่อหนึ่งเข็ม เครื่องมืออื่นๆ ก็ฆ่าเชื้อทุกครั้งหลังใช้งาน"

เด็กหนุ่มแขนลายกลัวลั่วสิงชวนจะมองว่ากิจการไม่ดีและเป็นร้านเถื่อน จึงร่ายยาวอธิบายเป็นชุด คำตอบเหล่านี้เป็นสิ่งที่ลูกค้าคนก่อนๆ มักจะถาม เขาจึงจำได้แม่นและพูดออกมาโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันไม่ให้ลั่วสิงชวนซักไซ้มากความจนน่ารำคาญ

"ผมแค่ถามดูเฉยๆ ไม่ได้ตั้งใจจะจับผิดคุณ" ลั่วสิงชวนเงยหน้ามองลลายสักบนผนัง

เด็กหนุ่มแขนลายถอนหายใจอย่างโล่งอก ไม่รู้ทำไม "เด็กดี" คนนี้ถึงทำให้เขารู้สึกกดดันแปลกๆ เขาถามเด็กดีว่า "จำได้ว่าในโทรศัพท์นายบอกจะสักตัวอักษรใช่ไหม? คำว่าอะไร? ฟอนต์แบบไหน? จะให้ฉันออกแบบให้ หรือเตรียมแบบมาเอง?"

"ผมจะเขียนเอง"

"ได้" เด็กหนุ่มแขนลายหยิบปากกาเจลกับกระดาษขาวแผ่นหนึ่งออกมาจากลิ้นชัก "นั่งลงเขียนดีๆ ล่ะ ระวังอย่ามือสั่น ฉันจะสักตามลายมือของนายเป๊ะๆ ถ้าเขียนน่าเกลียด รอยสักออกมาน่าเกลียด จะมาโทษฉันไม่ได้นะ" เขาออกตัวดักคอไว้ก่อน

"อืม ผมรู้" ลั่วสิงชวนรับปากกามาแล้วจรดลงบนกระดาษ เขียนอักษรจีนสองตัวว่า: "เย่ถัง" หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เขียนภาษาอังกฤษด้านล่างอักษรจีนอีกบรรทัดว่า: "agonie"

การเขียนและการวาดภาพนั้นสัมพันธ์กัน ในเมื่อลั่วสิงชวนวาดภาพได้งดงาม ลายมือของเขาย่อมสวยงามตามไปด้วย ลายเส้นของเขามีโครงสร้างหนักแน่น พลิ้วไหวและทรงพลัง เปลี่ยนกระดาษขาวธรรมดาให้กลายเป็นงานศิลปะได้ในพริบตา

เด็กหนุ่มแขนลายยืนอยู่ข้างหลัง เมื่อเห็นสิ่งที่เขียน ปฏิกิริยาแรกคือตะลึงในลายมือที่สวยที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาในชีวิตจริง เทียบชั้นศิลปินคัดลายมือได้เลย! แต่พอเห็นข้อความที่เด็กหนุ่มเขียนชัดๆ เขายิ่งตกใจกว่าเดิม "นายรู้จักเย่ถังด้วยเหรอ?"

ลั่วสิงชวนงุนงงเล็กน้อย "คุณก็รู้จักเธอเหรอ?"

ดูจากหน้าตาแล้วเด็กหนุ่มแขนลายไม่น่าจะเกินสามสิบ รุ่นราวคราวเดียวกับเย่ถัง "รู้จักสิ! ทำไมจะไม่รู้จัก บ้านมันก็อยู่ในตรอกเรานี่แหละ ฉันเห็นมันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย สนิทกันจะตาย!"

ได้ยินดังนั้น ลั่วสิงชวนจึงตระหนักได้ว่า "เย่ถัง" คนที่อีกฝ่ายพูดถึง คงเป็นแค่เด็กผู้หญิงที่มีชื่อแซ่เหมือนกันกับเย่ถังเท่านั้น

ในชาติก่อนหลังจากลั่วสิงชวนไปอเมริกา เขาติดนิสัยแย่ๆ มาสารพัด ทั้งกินเหล้า เที่ยวผู้หญิง เล่นการพนัน สูบบุหรี่ และเสพยา แต่เขากลับไม่เคยสักเลย เพราะลึกๆ แล้วเขาคือ "เด็กดี" การอบรมสั่งสอนที่ได้รับมาตั้งแต่เด็กทำให้ตัวตนของเขาเต็มไปด้วยความย้อนแย้ง ผิวพรรณที่เกลี้ยงเกลาคือป้อมปราการด่านสุดท้ายที่กันเขาไว้จากการตกต่ำทางโลกีย์

แต่เมื่อได้ยินซูเสี่ยวตงเรียกเด็กผู้หญิงคนนั้นว่า "ถังถัง" ความคิดที่จะสักก็ผุดขึ้นมาในหัวทันที เพราะเด็กสาวคนนั้นดึงดูดความสนใจของเขา ทำให้หัวใจที่แห้งเหี่ยวและรกร้างมาเนิ่นนานเกิดความไหวหวั่นที่แปลกประหลาดและเบาหวิว

เขาไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้ เขามั่นใจว่าเขารักเย่ถังหมดหัวใจ แต่เขากลับรู้สึกหวาดกลัว กลัวว่าสักวันหนึ่งเขาจะลืมเลือนเย่ถังไป

เขาจึงอยากสักชื่อของเธอประทับไว้บนตำแหน่งของหัวใจ

จบบทที่ บทที่ 29 เขาอยากสักชื่อเธอประทับไว้บนหัวใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว