- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นอัจฉริยะทั้งที จะให้โง่ได้ยังไง
- บทที่ 30 เงินก้อนแรก
บทที่ 30 เงินก้อนแรก
บทที่ 30 เงินก้อนแรก
บทที่ 30 เงินก้อนแรก
"ไม่ เราไม่ได้พูดถึงคนเดียวกัน" ลั่วสิงชวนส่ายหน้าปฏิเสธกับวัยรุ่นชายที่มีรอยสักเต็มแขน
วัยรุ่นแขนลายพร้อยทำท่าเหมือนนึกขึ้นได้
"อ้อๆๆ ผมรู้ละ 'เย่ถัง' ที่น้องพูดถึงคือคุณหนูไฮโซที่เป็นข่าวในเน็ตช่วงนี้ใช่ไหม?" เขาจำเนื้อหาที่กำลังเป็นกระแสในแอปพลิเคชันข่าวได้
ลั่วสิงชวนส่งเสียง "อืม" ในลำคอเบาๆ
เย่ถังไม่ใช่ดาราหรือเน็ตไอดอล ข่าวอุบัติเหตุทางเรือของเธอก็ไม่ได้ติดอันดับคำค้นหายอดนิยมด้วยซ้ำ ทว่ามรดกมหาศาลที่เธอทิ้งไว้นั้นกลับดึงดูดความสนใจเป็นพิเศษ พาดหัวข่าวมักจะใช้คำล่อเป้าอย่าง "ทรัพย์สินนับพันล้าน" หรือ "มรดกมหาศาล"
ชาวเน็ตจำนวนมากเข้าไปคอมเมนต์ว่า "เงินเยอะขนาดนี้! เสียดายของจริงๆ อุตส่าห์บริจาคให้การกุศลไปหมดแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง แบ่งให้ฉันสักนิดก็ยังดี! ชาตินี้ฉันจะได้ไม่ต้องทำงาน"
วัยรุ่นแขนลายพร้อยคนนี้ก็เคยเข้าไปคอมเมนต์ทำนองเดียวกัน แต่ก็แค่พิมพ์เอามันตามกระแสไปงั้นเอง
เขาคิดว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าดูเหมือนคุณชายน้อยจากตระกูลร่ำรวย คงจะสนิทสนมกับคุณหนูผู้ล่วงลับคนนั้นมากแน่ๆ
การสักชื่อญาติสนิทมิตรสหายที่จากไปไว้บนร่างกายเพื่อการรำลึกและไว้อาลัยถือเป็นเรื่องปกติ แต่วัยรุ่นแขนลายพร้อยกลับรู้สึกทะแม่งๆ เขาเพ่งมองตัวอักษรภาษาละตินแถวหนึ่งที่อยู่ใต้ชื่อ 'เย่ถัง' ซึ่งเขียนว่า 'agonie'
"ศัพท์อังกฤษคำนี้ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลย แปลว่าอะไรเหรอ? 'เคยรักเธอ' เหรอ?" วัยรุ่นแขนลายพร้อยเรียนไม่จบมัธยมปลาย เกรดภาษาอังกฤษเข้าขั้นหายนะ แต่พอเข้ามาวงการสักลาย เขาต้องไปลงเรียนคอร์สภาษาอังกฤษเพื่อติวเข้มโดยเฉพาะ เพราะลูกค้าหลายคนชอบสักภาษาอังกฤษ ถ้าไม่รู้เรื่องเลยจะสื่อสารกันรู้เรื่องได้ยังไง
"ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ" ลั่วสิงชวนตอบ "ภาษาฝรั่งเศส"
วัยรุ่นแขนลายพร้อยหยิบมือถือขึ้นมาเปิดแอปแปลภาษาแล้วพิมพ์คำนั้นลงไป คำแปลที่ปรากฏขึ้นมาคือ: "หายนะ, ความทุกข์ทรมาน, จุดจบ"
หดหู่ชะมัด! มืดมนสุดๆ! น่ากลัวเกินไปแล้ว!
อายุยังน้อยแค่นี้ แช่งตัวเองแบบนี้มันจะดีเหรอ?
ช่างสักหนุ่มรู้สึกว่าสักรูปหัวกะโหลกหรือรูปพระเยซูถูกตรึงกางเขนยังจะดีเสียกว่า แต่ทว่าการออกเสียงของคำนี้มันดันคล้ายกับคำว่า 'อ้ายกั้วหนี่' (เคยรักเธอ)... หรือว่าเด็กคนนี้จะมีความรู้สึกบางอย่างกับคุณหนูคนนั้น? ในฐานะช่างสัก เขาไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายทางเลือกของลูกค้า จึงถามลั่วสิงชวนว่า "ลงสีดำเหรอ?"
"ใช่ สีดำ"
"จะสักตรงไหน?"
ลั่วสิงชวนยกมือขึ้นชี้ที่หน้าอกตัวเอง
ใจถึง! ใจถึงจริงๆ!
วัยรุ่นแขนลายพร้อยทึ่งในใจ เด็กดีภาพลักษณ์เรียบร้อยคนนี้ที่แท้ก็ใจกล้าบ้าบิ่นไม่ใช่เล่น เย่ถังคนนั้นน่าจะอายุเกือบ 30 แล้วใช่ไหม? การสักชื่อผู้หญิงที่อายุมากกว่าตัวเองขนาดนั้นไว้บนหน้าอก... นี่ถือเป็นความรักต้องห้ามหรือเปล่าเนี่ย?
จินตนาการของช่างสักหนุ่มเริ่มเตลิดไปไกลถึงเรื่องราวโรแมนติกต่างวัย "พื้นที่สำหรับตัวอักษรจีนกับภาษาอังกฤษเอาขนาดเท่าไหร่?"
ลั่วสิงชวนทำมือบอกขนาด "ประมาณนี้"
"โอเค ตัวอักษรจีน 2 ตัว ตัวละ 200 ภาษาอังกฤษ 6 ตัว ตัวละ 100 รวมทั้งหมด 1,000 หยวน"
ลั่วสิงชวนพยักหน้า
ตกลงตามนี้
วัยรุ่นแขนลายพร้อยเริ่มผสมหมึก "ถอดเสื้อออกให้หมดเลยนะ เดี๋ยวหมึกจะเปื้อนชุดนักเรียน ซักไม่ออกด้วยสีขาวแบบนี้"
พอเขาเตรียมหมึกเสร็จแล้วหันกลับมา ลั่วสิงชวนก็ถอดเสื้อเผยท่อนบนเปลือยเปล่า สายตาของช่างสักปะทะเข้ากับร่างกายนั้นทันที เขาเองก็เริ่มสักลายบนตัวตั้งแต่อายุ 16-17 สมัยนั้นที่บ้านยากจนไม่มีเงิน ก็ได้แต่หาร้านสักเถื่อนๆ ทำ พอโตขึ้นเรียนไม่ต่อมัธยมปลาย หางานทำไม่ได้ ก็เลยมาหัดสักลายแบบงูๆ ปลาๆ
ปีนี้เป็นปีที่ 10 ในอาชีพช่างสักของเขา ฝีมือถือว่าไม่เลว วาดรูปได้ เขียนอักษรสวย เขาเรียกตัวเองว่า "ศิลปิน" และมีสายตาที่มองเห็นความงาม
เรือนร่างของเด็กหนุ่มคนนี้งดงามอย่างไม่ต้องสงสัย แม้จะยังดูเยาว์วัย แต่กล้ามเนื้อกลับชัดเจนได้รูป ไม่มีไขมันส่วนเกิน สัดส่วนสมบูรณ์แบบ ผิวขาวราวหิมะไร้ตำหนิ ราวกับจะเปล่งแสงสีขาวจางๆ ออกมาได้ เด็กที่สะอาดสะอ้านขนาดนี้ยังไม่เคยแปดเปื้อนความสกปรกโสมมของโลกใบนี้ วัยรุ่นแขนลายพร้อยรู้สึกเสียดายขึ้นมาหน่อยๆ "แน่ใจนะว่าจะสัก?"
"แน่ใจ ตรงนี้แหละ" ลั่วสิงชวนชี้ไปยังตำแหน่งที่แม่นยำยิ่งขึ้น—ตำแหน่งของหัวใจ
เมื่อเข็มสักแทงทะลุผิวหนัง เลือดหยดหนึ่งก็ซึมออกมา ช่างสักหนุ่มเอ่ยเตือน "เจ็บหน่อยนะ"
คิ้วของลั่วสิงชวนไม่กระตุกแม้แต่น้อย เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ไม่เป็นไร"
...
เย่ถัง จ้าวจินฟาง และเฉินเหยียนหนานกลับมาถึงตรอกฟู่ซิง มองเห็นเฉินจินกำลังชะเง้อคอรออยู่ที่ปากตรอกแต่ไกล พอเห็นลูกชาย เธอก็รีบวิ่งใส่รองเท้าแตะตรงเข้ามาหา
เมื่อตอนตี 4 หลังจากขาไพ่วงสุดท้ายกลับไปหมด เฉินจินถึงเพิ่งสังเกตเห็นกระเป๋าเป้ที่เฉินเหยียนหนานโยนทิ้งไว้ข้างประตู หัวใจคนเป็นแม่กระตุกวูบเมื่อรู้ว่าลูกชายไม่กลับบ้านทั้งคืน แม้เฉินเหยียนหนานจะเกเรไปบ้าง แต่เขาไม่เคยค้างคืนข้างนอกมาก่อน ต่อให้เที่ยวเล่นดึกดื่นแค่ไหน สุดท้ายก็จะกลับมาบ้านเสมอ
เธอโทรหาลูกชายแต่ไม่มีคนรับสาย—แบตเตอรี่หมดเครื่องดับไปเอง เฉินจินร้อนใจแทบแย่ เฝ้ารอตั้งแต่ตี 4 จนถึงตอนนี้ ในที่สุดก็เห็นลูกชายกลับมา
เมื่อเห็นว่าลูกชายกลับมาครบ 32 ประการ เธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ส่วนรอยฟกช้ำบนใบหน้าเธอทำเป็นมองไม่เห็น ขอแค่ลูกแขนขาไม่ขาด เธอก็ขอบคุณสวรรค์แล้ว
"พวกเธอมาด้วยกันได้ยังไง?"
"เจอกันระหว่างทางน่ะ" เฉินเหยียนหนานง่วงนอนเต็มแก่ หาวฟอดใหญ่ติดต่อกัน "อย่าถามมากเลยน่า เอาเป็นว่าผมปลอดภัยดี ไม่ได้ไปก่อเรื่องที่ไหน แค่เดินเล่นข้างนอกนิดหน่อย ผมจะกลับไปนอนแล้ว เพลียจะตายอยู่แล้ว"
เฉินจินเองก็สงสารลูกจับใจ "งั้นรีบขึ้นไปนอนเถอะ"
ตรรกะของแม่ลูกคู่นี้ค่อนข้างผิดแผกจากคนปกติ เวลานี้เด็กอายุ 17 ควรจะนั่งเรียนอยู่ในห้องเรียน แต่ทั้งคู่กลับไม่มีใครคิดเรื่องลาครูเลยสักนิด เฉินจินแทบไม่เคยโทรหาครู เธรู้ตัวดีว่าลูกชายเป็นแบบนี้ ไม่อยากไปรบกวนสร้างปัญหาให้ครู กลัวครูจะรำคาญ
จ้าวจินฟางและเย่ถังกำลังจะแยกย้ายกลับบ้าน แต่เฉินจินเรียกเย่ถังไว้ พลางล้วงเงินปึกหนา 4 ปึกครึ่งออกมาจากกระเป๋าคาดเอว "นี่เงินที่หนูชนะเมื่อวาน ป้าถอนมาให้แล้ว"
เจ้าสามกับซ้อหลิวถือเป็นนักพนันที่มีมารยาทดีใช้ได้ พวกเขาโอนเงินที่ติดเย่ถังไว้เข้าบัญชีอาลีเพย์ของเฉินจินตั้งแต่เมื่อวานบ่าย เฉินจินจึงรีบโอนเข้าบัญชีธนาคารแล้วไปกดเงินสดออกมาให้ก่อนธนาคารปิด เงินกว่า 40,000 หยวนไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ตู้ ATM กดไม่ได้ ธนบัตร 4 ปึกนั้นจึงยังมีสายรัดสีขาวของธนาคารมัดอยู่อย่างเรียบร้อย