เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 จะไปสักได้ยังไง?

บทที่ 28 จะไปสักได้ยังไง?

บทที่ 28 จะไปสักได้ยังไง?


บทที่ 28 จะไปสักได้ยังไง?

เย่ถังแปลกใจมาก "ยายคะ ทำไมยายถึงคิดแบบนั้นล่ะ?"

หญิงชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ยายอายุ 69 แล้ว ชาตินี้คงไม่มีวาสนาให้เอ็งได้เข้าไปอยู่ใน 'หมู่บ้านหรู' นั่นหรอก แต่พ่อของเอ็งเขาอยู่ที่นั่น เอ็งบอกว่าอยากย้ายเข้าไปอยู่ ถ้าเอ็งไปอยู่กับพ่อ ความฝันของเอ็งก็จะเป็นจริงไม่ใช่เหรอ?"

จ้าวเจิ้นฟางเก็บคำพูดลอยๆ ของเย่ถังมาใส่ใจเสมอ เธออยากสานฝันทุกอย่างของหลานสาวให้เป็นจริง แต่กับเรื่องนี้เธอจนปัญญาจริงๆ

เย่ถังหยุดเดินแล้วมองเข้าไปในดวงตาที่ฝ้าฟางแต่ยังคงแจ่มชัดของยาย "ยายอยากให้หนูเป็นเด็กไม่มีมารยาทเหมือนผู้หญิงคนนั้นเหรอคะ? พอไม่ได้ดั่งใจก็ทิ้งขยะเรี่ยราดไปทั่วแบบนั้นน่ะ?"

เฉินเยี่ยนหนานหลุดหัวเราะออกมา แต่เย่ถังไม่ขำด้วย เธอพูดอย่างจริงจังว่า "ยายคะ หนูดูเหมือนคนรังเกียจคนจนแล้วประจบคนรวยเหรอ? ยายต้องเชื่อนะว่าหนูสามารถทำให้ 'ความฝัน' นี้เป็นจริงได้ด้วยสองมือของหนูเอง หนูจะพาไปยายไปอยู่ที่ 'หมู่บ้านหรู' นั่นด้วยกัน ส่วนพ่อคนนั้น ในเมื่อเราเหมือนคนแปลกหน้ากันมาตลอด 19 ปี ต่อไปก็ให้เป็นคนแปลกหน้ากันเหมือนเดิมเถอะค่ะ หนูไม่อยากไปอยู่ใต้ชายคาเดียวกับคนแปลกหน้า ต่อให้บ้านจะหรูแค่ไหนก็คงอึดอัดไปทั้งตัว"

คำพูดของเย่ถังทำให้จ้าวเจิ้นฟางเบาใจลง เมฆหมอกแห่งความกังวลบนใบหน้าของหญิงชราสลายไปในที่สุด

"เอาตามที่เอ็งว่าเถอะ"

เย่ถังยกแขนขึ้นโอบไหล่ยาย

"ในเมื่อตามใจหนูแล้ว งั้นยายรีบลาออกจากงานทำความสะอาดเร็วๆ สิคะ เดี๋ยวหนูเลี้ยงยายเอง!"

จ้าวเจิ้นฟางยิ้มอย่างอ่อนใจ "เอ็งนี่เพ้อเจ้ออีกแล้ว"

เฉินเยี่ยนหนานครุ่นคิดถึงคำพูดของเย่ถัง พลางมองกลับไปยังยอดตึกสีทองอร่ามของ 'หมู่บ้านหรู' ในระยะไกล เขารู้สึกว่าเธอไม่ได้ล้อเล่น... หลังจากเห็นเรื่องปาหี่ของซูจื่อมู่ จู่ๆ ลั่วสิงชวนก็หมดอารมณ์ไปโรงเรียน ในชาติที่แล้วเขาแทบไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับซูจื่อมู่เลยตอนเรียนมัธยม เห็นได้ชัดว่าประวัติศาสตร์ถูกเขาเปลี่ยนแปลงไปแล้ว

เขาโทรหาครูประจำชั้นหวังจื้อเหว่ยเพื่อขอลาหยุด

"นายน้อยครับ ตอนนี้จะไปไหนดีครับ? กลับบ้านเลยไหม?" คนขับรถถามอย่างระมัดระวัง เขารู้สึกว่าข่าวการตายของคุณหนูเย่ทำให้อารมณ์ของนายน้อยแปรปรวนคาดเดายาก

ลั่วสิงชวนถามกลับ "นายรู้ไหมว่าร้านสักร้านไหนในเมือง A ฝีมือดีบ้าง?"

!!!!!!

เหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มหน้าผากคนขับรถ "ขอโทษครับนายน้อย ผมไม่ได้สัก แล้วก็ไม่รู้จักใครที่มีรอยสักเลยครับ"

ก่อนพนักงานใหม่จะเข้าทำงานในลั่วกรุ๊ป ต้องตรวจร่างกายล่วงหน้า กฎข้อบังคับระบุชัดเจนว่าห้ามมีรอยสัก ว่ากันว่าเป็นกฎที่ท่านประธานคนก่อน—คุณปู่ของลั่วสิงชวน—เป็นคนตั้งไว้ และบังคับใช้จากบนลงล่างมาจนถึงปัจจุบัน คนรุ่นเก่ายังคงยึดติดกับธรรมเนียมเดิมๆ พอสมควร

คนขับรถเป็นคนซื่อสัตย์ พอได้ยินเรื่องสักก็นึกไปถึงเรื่องไม่ดีทันที เขาถามลั่วสิงชวนตะกุกตะกักว่า "นายน้อย... จะไปสักเหรอครับ?"

ลั่วสิงชวนส่งเสียง "อืม" ในลำคอ แล้วเปิดแอปฯ ต้าจ้งเตี่ยนผิงในมือถือเพื่อค้นหาร้านสักที่ได้รับคะแนนรีวิวสูงสุดในเมือง

เมื่อเห็นว่าห้ามไม่ได้ คนขับรถจึงรีบแอบส่งข้อความ WeChat ไปหาเจ้านาย เขาฉงนใจเหลือเกิน เด็กอายุ 17 ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ถูกเลี้ยงดูมาอย่างเข้มงวด เป็นนักเรียนระดับหัวกะทิของโรงเรียนมัธยมหมายเลข 1 เป็นลูกรักของคุณครู เป็นเด็กดีที่ไม่เคยสัมผัสโลกด้านมืด—ทำไมจู่ๆ ถึงคิดจะไปสักได้?!

แถมรูปร่างหน้าตาและบุคลิกของลั่วสิงชวนก็ดูขัดกับรอยสักอย่างสิ้นเชิง เขานึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าเด็กคนนี้มีรอยสักมังกรหรือหัวกะโหลกใหญ่ๆ อยู่บนตัวจะเป็นยังไง

ลั่วหรงเฉิงตกใจเช่นกันเมื่อเห็นข้อความจากคนขับรถ แต่ช่วงหลายวันที่ผ่านมา เขาและภรรยาตามใจลูกชายทุกอย่างเพราะกลัวจะไปกระตุ้นหรือกระทบกระเทือนจิตใจลูก หากรอยสักจะทำให้ลูกชายมีความสุขได้... ก็คงไม่เป็นไรมั้ง? มันก็แค่ลวดลายบนผิวหนัง ไม่เห็นต้องหัวโบราณคร่ำครึขนาดนั้น... ลั่วหรงเฉิงพยายามเกลี้ยกล่อมตัวเองอย่างหนัก ก่อนจะตอบกลับคนขับรถไปว่า: "ปล่อยให้เขาทำตามใจเถอะ พวกเราอย่าไปยุ่งกับเขามากนักเลย"

สักพัก ลั่วหรงเฉิงก็ส่งมาอีกข้อความ: "ถังถังด่วนจากไป สิงชวนคงเสียใจมาก เขาต้องการทางระบายออก สักหน่อยก็ดีเหมือนกัน แต่นายต้องช่วยฉันจับตาดูเขาด้วยนะ ไม่ว่าจะยังไง ห้ามให้เขาไปสักเต็มแขนหรือเต็มหลังเด็ดขาด เขายังแค่อายุ 17 ถ้ามันดูเวอร์วังเกินไป เดี๋ยวพวกครูที่โรงเรียนจะมีปัญหาเอา"

คนขับรถ: "..."

เขาน้ำตาตกใน เจ้านายนี่ช่างสั่งอะไรที่เป็นไปไม่ได้เสียจริง เขาเป็นแค่คนขับรถ จะไปมีปัญญาเปลี่ยนใจนายน้อยได้ยังไง? ไม่งั้นตอนแรกเขาจะส่งข้อความไปรายงานทำไมเล่า!

ลั่วสิงชวนผู้ช่างเลือกไถหน้าจอแอปฯ ไปมา สุดท้ายก็เลือกร้านสักที่อยู่ไม่ไกลและมีคะแนนความพึงพอใจ 99% ชื่อร้านว่า "อาหยง"

มีเบอร์ติดต่ออยู่บนหน้าเพจ เขาโทรไปถาม "สวัสดีครับ ผมไม่ได้จองคิว จะเข้าไปสักตอนนี้เลยได้ไหม?"

"อยากได้ลายไหนครับ? ถ้าลายซับซ้อนต้องนัดล่วงหน้า แต่ถ้าลายง่ายๆ ก็เข้ามาได้เลย" ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงดีมาก

"แค่ตัวอักษรไม่กี่ตัวครับ"

"งั้นได้ครับ เข้ามาเลย"

...ร้านสักอาหยงตั้งอยู่ในเขตชุมชนแออัด ที่อยู่คือเลขที่ XX ตรอกฟู่ซิง เมื่อไปถึงปากทาง รถเข้าไปไม่ได้ ลั่วสิงชวนกับคนขับรถจึงต้องเดินเท้าเข้าไป

พวกเขามาถึงพิกัดตามแผนที่—เป็นบ้านชั้นเดียวหลังเก่าขนาดเล็กที่ถูกดัดแปลงตกแต่งในสไตล์พังก์และดาร์ก มีธงขาวดำแขวนอยู่ที่ประตู และตุ๊กตาแม่ลูกดกสีขาวดำขนาดครึ่งคนจริงตั้งขนาบสองข้างทางเข้า น่าจะเอาไว้ทำหน้าที่คล้ายสิงโตหินเฝ้าประตู ซึ่งดูแปลกแยกจากบ้านเรือนผุพังของชาวบ้านแถวนั้นอย่างสิ้นเชิง

เดี๋ยวนี้วัยรุ่นแนวๆ บางกลุ่มชอบโหยหาอดีต ชอบเสาะหาที่เสื่อมโทรมมาเช็คอิน อย่างพวกทางรถไฟร้างหรือซากปรักหักพัง ถึงขนาดเอาคุณปู่คุณตาที่นั่งตากแดดข้างถนนมาเป็นพร็อพประกอบฉากเพื่อถ่ายรูปแนวเศร้าเหงาเท่ หลายคนแห่กันไปสักเพื่ออวดลงโซเชียล เห็นได้ชัดว่าร้านนี้ก็มาแนวเดียวกัน

ในแอปฯ บอกว่ากิจการดีมาก แต่ตอนนี้หน้าร้านกลับเงียบเชียบ

ลั่วสิงชวนเอื้อมมือไปลูบหัวตุ๊กตาแม่ลูกดก

ที่บ้านเขาก็มีตุ๊กตาแม่ลูกดกชุดหนึ่ง ทำจากไม้เบิร์ชรัสเซียคุณภาพสูง มีทั้งหมด 9 ตัวไล่เรียงจากใหญ่ไปเล็ก แต่ละตัวเพนต์มือโดยศิลปินชาวรัสเซียเป็นลวดลายต่างกัน วิจิตรบรรจงและงดงาม ด้านล่างมีลายเซ็นของศิลปินกำกับไว้ ตุ๊กตาชุดนี้เป็นของขวัญวันเกิดครบรอบ 9 ขวบที่เย่ถังให้เขา ปีนั้นเย่ถังกับพ่อแม่ไปเที่ยวรัสเซียและซื้อของขวัญชิ้นนี้มาจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก มี 9 ตัวพอดี ตรงกับอายุ 9 ขวบของเขา

17 ปีแรกในชีวิต วันเกิดทั้ง 17 ครั้ง เย่ถังมอบของขวัญให้เขาทุกปี

สิ้นเดือนนี้จะเป็นวันเกิดอายุครบ 18 ปีของเขา แต่เขาจะไม่มีวันได้รับของขวัญจากเธออีกแล้ว

จบบทที่ บทที่ 28 จะไปสักได้ยังไง?

คัดลอกลิงก์แล้ว