- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นอัจฉริยะทั้งที จะให้โง่ได้ยังไง
- บทที่ 24 การเผชิญหน้าของทั้งสองฝ่าย
บทที่ 24 การเผชิญหน้าของทั้งสองฝ่าย
บทที่ 24 การเผชิญหน้าของทั้งสองฝ่าย
บทที่ 24 การเผชิญหน้าของทั้งสองฝ่าย
ทำไมเด็กคนนี้ถึงมาโรงพยาบาลดึกดื่นป่านนี้?
เธอคิดว่าลั่วสิงชวนจะมาพร่ำบ่นใส่เธออีก หลังจากที่เธอป่วย เขามาเยี่ยมเธอทุกวัน เล่าให้ฟังว่าทำอะไร กินอะไร เจอใครบ้าง... แต่ครั้งนี้เขากลับเงียบผิดปกติ
ดึกสงัด พี่เลี้ยงและพยาบาลต่างพักผ่อนกันหมดแล้ว ห้องผู้ป่วยเงียบเชียบ เงียบจนเธอได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วเบาของลั่วสิงชวน ซึ่งดูเหมือนจะเร่งร้อนและประหม่าอยู่บ้าง
"ถังถัง" เสียงเรียกทุ้มต่ำ
เป็นเสียงของลั่วสิงชวน แต่ฟังดูแปลกหูสำหรับเย่ถังมาก มันยังคงเจือกระแสเสียงที่ยังไม่แตกหนุ่มดีของเด็กชาย ทว่ากลับทุ้มลึกอย่างน่าประหลาด ชวนให้ใจสั่นไหว แล้วทำไมเขาถึงไม่เรียกเธอว่า "พี่" ล่ะ?
ลั่วสิงชวนเป็นเด็กที่มีมารยาทมาก ยกเว้นเรื่องที่เธอจะไปเรียนต่อที่อเมริกาแล้ว เขาก็ไม่เคยทำตัวเย่อหยิ่งจองหองเลย เขาไม่ควรเรียกชื่อเธอห้วนๆ แบบนี้!
เธอคิดว่าตัวเองคงป่วยจนประสาทหลอน หรือไม่ก็หูแวาดไปเอง
เธอปลอบใจตัวเองในใจ จนกระทั่งมือเล็กๆ ที่เย็นเฉียบคู่หนึ่งลูบไล้แก้มเธออย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม
"ถังถัง ตื่นเถอะนะ ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกลัว ผมจะอยู่กับเธอตลอดไป จะอยู่ข้างๆ เธอตลอดไป" น้ำเสียงกระซิบกระซาบนั้นราวกับกำลังให้คำมั่นสัญญากับคนรัก
วินาทีถัดมา มีบางอย่างสัมผัสที่ริมฝีปากของเย่ถัง
หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับคลื่นลมโหมกระหน่ำ และเธอก็ลืมตาโพลงขึ้นทันที
สายตาสองคู่ประสานกัน
เช่นเดียวกับในเวลานี้ ประกายอารมณ์บางอย่างพาดผ่านดวงตาที่สงบนิ่งของเย่ถัง จากนั้นเธอก็เบือนหน้าหนีอย่างไม่ลังเล ทำราวกับว่ามองไม่เห็นลั่วสิงชวนอยู่ในสายตา
เธอไม่จำเป็นต้องมอง เธอก็จำได้แม่นยำว่าเขาหน้าตาเป็นอย่างไร
ผมของลั่วสิงชวนหยักศกเล็กน้อย เป็นลอนธรรมชาติที่ดูนุ่มนวลและเรียบร้อย ผิวขาวราวกับกระเบื้องเคลือบ ดูเหมือนจะเปล่งประกายภายใต้แสงแดด ทำให้ริมฝีปากของเขาดูแดงระเรื่อเป็นพิเศษ สีแดงฉ่ำน้ำที่งดงามยิ่งกว่าเด็กผู้หญิง ราวกับถอดแบบมาจากแม่ของเขา
จมูกของเขาได้มาจากพ่อ โด่งเป็นสันตรง คิ้วก็เหมือนกับคุณลุงลั่ว งดงามราวกับภูเขาที่ปกคลุมด้วยสายหมอก ที่โดดเด่นที่สุดคือดวงตาสีดำสนิท ใสกระจ่างดั่งบ่อน้ำพุที่สะท้อนแสง แต่ก็ลึกล้ำดุจท้องฟ้ายามค่ำคืนในฤดูร้อน จุดตำหนิเดียวบนใบหน้าคงจะเป็นไฝสีดำใต้ตาซ้าย ไฝเม็ดนี้ไม่ได้ดูน่าเกลียด กลับยิ่งเพิ่มเสน่ห์ยามที่เขาแย้มยิ้ม
ใครก็ตามที่เห็นเขาเป็นครั้งแรก ล้วนต้องเผลอไผลไปชั่วขณะ
การปรากฏตัวของเขาทำให้ฝูงชนที่ส่งเสียงอึกทึกวุ่นวายและเต็มไปด้วยคำกล่าวหาเย่ถังกับเซินเหยียนหนานเงียบเสียงลงทันที
เด็กคนนี้มีกลิ่นอายสูงส่งสง่างามที่ทำได้เพียงชื่นชมอยู่ห่างๆ ไม่อาจล่วงเกินได้ ทำให้ผู้คนไม่กล้าผลีผลาม รู้สึกว่าคำหยาบคายใดๆ หรือแม้แต่การพูดเสียงดังขึ้นอีกนิด จะเป็นการแปดเปื้อนเขา
ภาพตรงหน้าคือการเผชิญหน้าระหว่างนักเรียนสองคนจากโรงเรียนมัธยมอันดับ 1 กับนักเรียนสองคนจากโรงเรียนมัธยม 87 ชุดนักเรียนของพวกเขาดูเหมือนจะแบ่งแยกจุดยืนและสถานะของแต่ละฝ่ายอย่างชัดเจน
เมื่อเห็นลั่วสิงชวนปรากฏตัวกะทันหัน ซูจื่อมู่ก็ตกใจมาก ความคิดแรกของเธอคือลั่วสิงชวนเห็นสิ่งที่เธอทำกับคนกวาดขยะเมื่อครู่นี้หรือเปล่า แต่ตอนนั้นเธอแน่ใจแล้วนะว่าไม่มีรถของตระกูลลั่วตามหลังมา
ดวงตาของเธอกลอกไปมา น้ำตาไหลพรากออกมามากยิ่งขึ้น เธอยืนสะอึกสะอื้น ใบหน้าเปื้อนน้ำตาราวกับดอกสาลี่ต้องฝน ดูน่าสงสารจับใจ เธาร้องเรียกหาลั่วสิงชวน "สิงชวน รีบช่วยฉันด้วย อันธพาลสองคนนี้รังแกฉัน"
เธอกับลั่วสิงชวนยังไม่ได้สนิทกันถึงขั้นเรียกชื่อต้นห้วนๆ ได้ แต่ภายใต้สายตาจับจ้องของผู้คน เธอจงใจเรียกเขาแบบนั้นเพื่อแสดงความสนิทสนมและโอ้อวด ให้คนอื่นโดยเฉพาะพวกที่รังแกเธอรู้ว่า แบ็กอัพของเธอคือลั่วสิงชวน! เธอไม่เชื่อหรอกว่าลั่วสิงชวนจะไม่ช่วยเธอ พวกเขาเป็นทั้งเพื่อนร่วมห้องและเพื่อนบ้านกันนะ!
ลั่วสิงชวนปรายตามองเธอด้วยแววตาลึกล้ำและเย็นชา จนเธอตกใจจนต้องหดคอและไม่กล้าพูดพล่อยๆ อีก
"ทำไมพวกเขาต้องรังแกเธอ? เธอทำอะไรให้พวกเขา? เธอนั่งอยู่ในรถ พวกเขาจะรังแกเธอได้ยังไง?" คำถามสามข้อรวดทำเอาซูจื่อมู่อึ้งไป และยังดึงสติของไทยมุงที่ถูกเธอชักจูงไปก่อนหน้านี้ให้กลับมาคิดตาม
จริงด้วย แม้แต่พวกอันธพาลก็คงไม่รังแกใครโดยไม่มีเหตุผล โดยเฉพาะคนรวยที่นั่งอยู่ในรถ! ทุกคนต่างสับสนไปกับน้ำตาของซูจื่อมู่จนมองข้ามประเด็นสำคัญที่สุดไป
ซูจื่อมู่ตั้งสติได้เร็ว เธอชี้นิ้วไปที่เย่ถัง "จู่ๆ ยัยนั่นก็เทขยะถุงใหญ่ใส่ฉัน แล้วยังเตะรถของที่บ้านฉันด้วย" บนประตูรถสีดำมีรอยเท้าขนาดใหญ่ประทับอยู่อย่างชัดเจน
ซูจื่อมู่อารมณ์พุ่งพล่าน เดินตรงเข้าไปหาลั่วสิงชวน หมายจะเข้าไปใกล้ๆ ตัวเธอทั้งสกปรกและเหม็น ลั่วสิงชวนยกมือขึ้นปิดจมูกด้วยความรังเกียจ เธอยิ่งรู้สึกน้อยใจ สีหน้าท่าทางรังเกียจของเขาชัดเจนเกินไปแล้ว!
"ก็แค่เสื้อผ้าเปื้อนกับรถสกปรก กลับบ้านไปเปลี่ยนชุดนักเรียนสะอาดๆ แล้วให้คนขับรถล้างรถก็สิ้นเรื่อง ปัญหาแก้ง่ายนิดเดียว ทำไมต้องโวยวายกลางที่สาธารณะให้เป็นเรื่องใหญ่โต? น่าขายหน้าชะมัด" น้ำเสียงของลั่วสิงชวนดูเหมือนจะราบเรียบ แต่แท้จริงแล้วเต็มไปด้วยการตำหนิและดูแคลน ทำให้ใบหน้าของซูจื่อมู่เปลี่ยนสีทันที เธอลืมกระทั่งแกล้งร้องไห้ ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำมูกและน้ำตา ดูอัปลักษณ์และน่าอับอาย
เซินเหยียนหนานเลิกคิ้ว โยว่ เขาคิดว่าพล็อตวีรบุรุษช่วยสาวงามกำลังจะเกิดขึ้นเสียอีก ที่ไหนได้ หมอนั่นดันมาช่วยพวกเขา? นี่มันการแปรพักตร์จากฝ่ายตรงข้ามหรือไง? แปลกชะมัด!
จังหวะนี้เอง เขาจึงยอมปล่อยมือจากซูจื่อมู่และผลักเธอออกไปด้านข้าง เธอเซถลาไปหลายก้าวเกือบจะล้ม
ซูจื่อมู่กรีดร้องโวยวายไม่หยุดอีกครั้ง
"จะร้องทำไม? ฉันยังไม่ได้หักแขนเธอสักหน่อย" คำขู่ที่เหี้ยมเกรียมและเย็นชาของเซินเหยียนหนานทำให้ขนบนตัวซูจื่อมู่ลุกชันขึ้นมาอีกครั้ง
"บังอาจนัก!" เสียงตวาดแหลมดังมาจากด้านหลัง "ถ้าแกกล้าแตะต้องลูกสาวฉันแม้แต่ปลายเล็บ ฉันเอาแกตายแน่" รังสีอำมหิตคุกคามนี้รุนแรงไม่เบา
เมื่อเห็นผู้มาใหม่ ดวงตาของซูจื่อมู่ก็เป็นประกาย เธอปาดน้ำตาแล้ววิ่งถลาเข้าไปหา "คุณพ่อ!"
อ้อ พ่อของเธอมาแล้ว
พ่อมาเป็นแบ็กอัพให้แล้ว!
นอกเหนือจากความปั่นป่วนในใจเล็กน้อยที่ลั่วสิงชวนก่อขึ้น สีหน้าของเย่ถังไม่ได้เปลี่ยนไปเลยตั้งแต่ต้นจนจบ เธอกวาดตามองพ่อของอีกฝ่ายอย่างไม่ยี่หระ
พ่อของซูจื่อมู่ตัวสูงมาก แต่มีภาวะอ้วนลงพุงตามวัยกลางคน รูปร่างผิดส่วนและมีพุงพลุ้ย เสื้อเชิ้ตสีเทาเข้มถูกไขมันดันจนตึงเปรี๊ยะ ทำให้เขาดูเหมือนลูกบอลสีเทา หน้าตาถือว่าพอใช้ได้ มีเค้าโครงคล้ายซูจื่อมู่อยู่ประมาณห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ใบหน้าดูเจ้าเล่ห์และถือตัว การแต่งกายและบุคลิกบ่งบอกว่าเป็นเถ้าแก่ที่ประสบความสำเร็จ
เย่ถังไม่ทันสังเกตว่าจ้าวจินฟางที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอ ทำหน้าเหมือนเห็นผีทันทีที่ได้เห็นพ่อของซูจื่อมู่