- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นอัจฉริยะทั้งที จะให้โง่ได้ยังไง
- บทที่ 16 อัจฉริยะไพ่นกกระจอก
บทที่ 16 อัจฉริยะไพ่นกกระจอก
บทที่ 16 อัจฉริยะไพ่นกกระจอก
บทที่ 16 อัจฉริยะไพ่นกกระจอก
"ถังถัง เธอเข้าใจกติกาไพ่สีล้วนได้เร็วขนาดนี้เชียวเหรอ?" พี่สะใภ้หลิวยังคงไม่อยากจะเชื่อสายตา เธอเป็นเพื่อนบ้านเก่าแก่ของครอบครัวครูเย่ และกล้ายืนยันได้เลยว่าเย่ถังไม่เคยเล่นไพ่นกกระจอกมาก่อนแน่นอน การแค่ดูเขาเล่นไม่นับ! ไพ่นกกระจอกที่ไม่ได้ลงสนามจริงย่อมไร้ซึ่งจิตวิญญาณ!
คราวนี้เย่ถังตอบคำถามอย่างจริงจัง "หนูเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำค่ะ ถ้าสีหรือรูปร่างของไพ่ไม่เหมือนกัน หนูจะรู้สึกอึดอัด ต้องให้สีมันเรียงกันเป็นระเบียบเท่านั้นถึงจะดูดีและสมบูรณ์แบบ"
????
นี่มันคำตอบบ้าบออะไรกันเนี่ย? เล่นไพ่นกกระจอกด้วยเหตุผลแบบนี้ก็ได้เหรอ? ยัยเด็กนี่คิดว่ากำลังเล่นเกมแคนดี้ครัชอยู่หรือไง?
ทว่าในเวลาต่อมา พวกเขาก็ได้ตระหนักว่าเย่ถังเล่นไพ่นกกระจอกเหมือนเล่นเกมจับคู่สีจริงๆ
ในตาสุดท้ายของรอบที่ 8 เธอถึงกับน็อคด้วยไพ่ 'เขียวล้วน' ที่หาดูได้ยากยิ่ง ไพ่เขียวล้วนนั้นยากกว่าไพ่สีล้วนหลายเท่า เป็นรูปแบบไพ่ที่ต้องประกอบด้วยไพ่ไผ่เลข 2, 3, 4, 6, 8 และไพ่มังกรเขียวหรือไพ่ 'ฟา' เท่านั้น ตัวไพ่ 'ฟา' นี้สำคัญมาก หากขาดไปก็จะนับเป็นแค่ไพ่สีล้วนธรรมดา
ไพ่สีล้วนมีค่าแค่ 8 แต้ม แต่ไพ่เขียวล้วนมีค่าถึง 32 แต้ม หมายความว่าในตานี้ ผู้เล่นอีก 3 คนรวมถึงพี่สะใภ้หลิว ต้องเสียเงินคนละ 640 หยวน เมื่อรวมกับค่าไพ่สีล้วนที่เย่ถังชนะในตาก่อนหน้า และค่าไพ่กงที่ชนะในตาก่อนหน้านั้นเข้าไปอีก เบ็ดเสร็จแล้วพวกเขาเสียเงินไปถึง 960 หยวนในเวลาสั้นๆ เพียง 3 ตา
เย่ถังไม่เพียงแต่ถอนทุน 200 หยวนที่เสียไปตอนแรกคืนมาได้อย่างง่ายดาย พร้อมค่าบริการโต๊ะอีก 10 หยวน แต่เธอยังทำกำไรสุทธิไปแล้วกว่า 2,000 หยวน
"ไพ่เขียวล้วนทำยากมากนะ ไม่ใช่แค่เรื่องดวงแล้วล่ะ" พี่สะใภ้หลิวเริ่มหันมามองเย่ถังด้วยสายตาจริงจังในที่สุด เด็กสาวที่เธอเห็นมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกคนนี้ กลับทำให้เธอรู้สึกว่ามองไม่ทะลุเลยสักนิด
"ฉันเล่นมาตั้งนานไม่เคยน็อคเขียวล้วนได้เลย แล้วก็ไม่เคยเห็นใครทำได้ด้วย ดวงฉันมันกุดตลอด" พี่สามเอ่ยถามเย่ถัง "เธออดใจไม่ทิ้งไพ่ขอบพวกนั้นได้ยังไง?" เจ้าไพ่ 'ฟา' บบ้านั่นทำเขาเสียเงินเพิ่มตั้ง 480 หยวน!
โดยปกติแล้ว เวลาเริ่มเกมไพ่นกกระจอก ผู้คนมักจะทิ้งไพ่ขอบหรือไพ่ตัวอักษรก่อนเป็นอันดับแรก ทิศตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตก ทิศเหนือ และไพ่ฟา คือตัวเลือกแรกๆ ที่จะถูกทิ้ง หากจั่วได้ไพ่พวกนี้มาอีกทีหลังก็จะทิ้งตามไป
"เพราะหนูอยาก 'ร่ำรวย' นี่คะ" เย่ถังกล่าวพลางหัวเราะ ทันใดนั้น แววตาและคิ้วของเธอก็ดูสดใสมีชีวิตชีวาขึ้นมา พี่สามถึงกับตะลึงไปชั่วขณะ พอได้สติเขาก็อยากจะตบหน้าตัวเองสักฉาด เขาเป็นโอตาคุอ้วนวัยสี่สิบที่มีลูกมีเมียแล้วนะ จะมาจ้องเด็กมัธยมทำบ้าอะไร!
แต่รอยยิ้มของเย่ถังงดงามจริงๆ ให้ตายเถอะ เขาจบแค่มัธยมต้น คลังคำศัพท์ในหัวมีน้อยนิด นึกคำบรรยายสวยหรูไม่ออก รู้แค่ว่าเธอเหมือนนางฟ้าตัวน้อยๆ สมัยที่ยังไม่หายป่วย เขาไม่เคยเห็นเธอยิ้มเลย โชคดีจริงๆ ที่เธอหายดีแล้วและกลายเป็นสาวน้อยที่งดงามขนาดนี้
แต่พอหายป่วยปุ๊บก็มาโกยเงินเขาปั๊บ แบบนี้มันดีจริงๆ เหรอ?
นับตั้งแต่ชนะด้วยไพ่กงในตานั้น เย่ถังก็ไม่เคยแพ้อีกเลย
หลังจากไพ่เขียวล้วน เธอก็น็อคแบบธรรมดาให้ทุกคนได้พักหายใจบ้าง
พอจบน็อคธรรมดา ก็ตามมาด้วยไพ่มังกรชุดใหญ่!
จากนั้นก็น็อคธรรมดาอีก... สลับกันไปมาระหว่างกินคำโตกับกินคำเล็กแบบนี้ เผลอแป๊บเดียวก็เล่นจบไป 16 ตา พี่สะใภ้หลิว พี่สาม และจงเลี่ยง ลองคำนวณเงินที่เสียไปแล้วก็พบว่าเป็นตัวเลขที่น่าเศร้าใจ ฮือๆ พวกเขาแทบจะหมดตัวกันอยู่แล้ว
"ถังถัง เธอไม่ได้โกงใช่ไหม?" พี่สะใภ้หลิวถามอย่างระแวง เธอเป็นคนรุ่นเก่า ไม่ถนัดเทคโนโลยีใหม่อย่างอาลีเพย์หรือวีแชท เวลามาเล่นไพ่จึงมักพกเงินสดติดตัวมาเป็นปึกราวหนึ่งหมื่นหยวน แม้ในวันที่ดวงตกที่สุด เธอก็มักจะเหลือกลับบ้านสักพันสองพัน แต่ดวงวันนี้ เล่นไปแค่ชั่วโมงเดียว เงินหมื่นหยวนของเธอเกลี้ยงกระเป๋า แถมยังติดหนี้เย่ถังอีกสามพัน
อย่างน้อยพี่สะใภ้หลิวก็ยังชนะบ้างในช่วงแรก แต่พี่สามกับจงเลี่ยงนั้นหนักกว่า เสียมากกว่าเธอไปอีกคนละพันสองพัน กล่าวคือ เย่ถังกวาดกำไรสุทธิไปกว่า 40,000 หยวนในคราวเดียว
เย่ถังทำท่าไม่รู้เรื่องรู้ราว แสร้งถามกลับตาใส "โกงคืออะไรเหรอคะ?"
พี่สะใภ้หลิวก็แค่บ่นระบายอารมณ์เพราะเสียเงินเยอะเกินไป เธอรู้จักเย่ถังและปู่ย่าของเด็กคนนี้ดียิ่งกว่าเซินจินเสียอีก พวกเขาล้วนเป็นคนซื่อสัตย์และจิตใจดี
ตอนที่เย่ถังเล่น ทั้งเซินจินและปู่โจวต่างก็ยืนดูไพ่ของเธออยู่ข้างหลัง เป็นไปได้ว่าเซินจินอาจจะร่วมมือกับเย่ถังโกง แต่ปู่โจวไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอน อย่าได้ดูถูกความชราของปู่โจวเชียว พอสวมแว่นอ่านหนังสือแล้ว ตาของแกก็ไม่ได้ฝ้าฟาง และสมองก็ยังเฉียบแหลมมาก แกเล่นหมากรุกจีนอยู่ที่ถนนสายนี้และแทบไม่เคยแพ้ใคร แผงหมากรุกของแกฮอตฮิตมาก มีคนแวะเวียนมาท้าประลองอยู่เสมอ
ดังนั้น เย่ถังจะโกงได้อย่างไร?
พี่สะใภ้หลิวแค่รู้สึกคับแค้นใจ เมื่อคิดว่าเธอครองสังเวียนไพ่นกกระจอกมากว่าสี่สิบปี ทั้งดวง ทั้งความแม่นในการอ่านไพ่ และน้ำใจนักกีฬา เป็นที่เลื่องลือไปทั่วตรอกฟู่ซิง แล้วจะมาแพ้เด็กเมื่อวานซืนแบบนี้ได้ยังไงกัน?!
กลุ้ม มันน่ากลุ้มใจจริงๆ!
พี่สามเองก็ไม่มีความสุข เงินของเขาถูกเมียคุมหมด ในอาลีเพย์มีเงินแค่พันหยวน ซึ่งเป็นเงินค่าขนมที่เมียให้มาเล่นไพ่ ถ้าเมียรู้ว่าเขาเสียเงินไปหมื่นห้าในคราวเดียว มีหวังโดนไล่ฟันด้วยมีดทำครัวไปทั่วถนนแน่
จงเลี่ยงน่าจะเป็นคนที่สงบที่สุด เขาไม่ได้พกเงินสดมาเยอะขนาดนั้น จึงโอนเงินหมื่นสี่พันหยวนให้เซินจินผ่านทางอาลีเพย์ เซินจินบอกว่าเดี๋ยวจะไปกดเงินสดที่ธนาคารมาให้เย่ถังทีหลัง
เธอตบไหล่พี่สะใภ้หลิวเบาๆ "พี่สะใภ้ พี่คิดมากไปแล้ว ถังถังจะไปโกงได้ยังไง? ทั้งฉันและปู่โจวก็ยืนดูอยู่ข้างหลัง ร้านของฉันไม่ใช่บ่อนเถื่อนที่มีนักเลงคุมสักหน่อย ดูผนังผุๆ นี่สิ โต๊ะไพ่มือสองสามตัว กับพวกเราเพื่อนบ้านที่รู้จักกันดี ทุกอย่างเปิดเผยโปร่งใสขนาดนี้ ถ้าพี่ไม่เชื่อใจฉัน พี่ก็ต้องเชื่อใจปู่โจวสิ"
ปู่โจวนั่งอยู่บนเก้าอี้สตูล เฝ้าดูวิธีการเล่นและการจั่วไพ่ของเย่ถังมาตลอด ยิ่งดูก็ยิ่งเงียบขรึม เขาพูดกับทั้งสามคนว่า "ถังถังไม่ได้โกงแน่นอน เธอรู้จักวิธีคำนวณไพ่ ฉันเกรงว่าเธอจะเป็นอัจฉริยะด้านไพ่นกกระจอกเสียแล้ว"
อัจฉริยะไพ่นกกระจอก?
"เหมือนเหยียนหนานน่ะเหรอ?" ในความคิดของพี่สะใภ้หลิว เซินเหยียนหนานคืออัจฉริยะไพ่นกกระจอก เธอเคยเล่นกับเด็กคนนั้นไม่กี่ตาและแพ้รวด
โจวจินส่ายหน้า "น่าจะเก่งกว่านั้นอีก" เย่ถังไม่เพียงแต่คำนวณผลแพ้ชนะได้ แต่เธอยังควบคุมขนาดของแต้มไพ่ที่จะชนะได้ด้วย ไม่อย่างนั้นจะเป็นไปได้อย่างไรที่ชนะตาใหญ่แล้วตามด้วยตาเล็ก แล้วก็กลับมาชนะตาใหญ่สลับกันไปอย่างแม่นยำขนาดนี้?
เธอฉลาดมาก เธอรู้ว่าถ้าชนะตาใหญ่ติดต่อกันจะทำให้คู่แข่งหมดกำลังใจ เธอจึงจงใจใช้วิธีนี้ เหมือนกับการวางกับดัก เพื่อค่อยๆ ดึงเงินจากกระเป๋าของทั้งสามคนเข้ามาเป็นของตัวเองทีละนิดๆ
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าเธอไม่เพียงแต่จดจำและคำนวณไพ่ได้ แต่ยังอ่านเกมและนิสัยการทิ้งไพ่ของคู่แข่งทั้งสามคนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ถ้าแบบนี้ไม่เรียกว่าอัจฉริยะ จะให้เรียกว่าอะไร?
น่ากลัวจริงๆ!
จงเลี่ยงเองก็คิดเช่นนั้น เขาถามเซินจิน "เมื่อกี้คุณบอกว่าเด็กคนนี้เป็นออทิสติกใช่ไหม"
เซินจินพยักหน้า "ใช่ ออทิสติก เมื่อก่อนอาการหนักมาก"
"ผมเคยอ่านบทความพวกนี้มาก่อน เขาบอกว่ามีผู้ป่วยออทิสติกส่วนน้อยมากๆ ที่เป็นทั้งผู้ป่วยและอัจฉริยะที่หาตัวจับยาก ในต่างประเทศถึงกับเรียกออทิสติกว่าเป็น 'โรคอัจฉริยะ' ว่ากันว่าผู้ป่วยจะมีพรสวรรค์ที่เหนือธรรมดาในด้านความจำ คณิตศาสตร์ และศิลปะ เขาว่ากันว่าไอน์สไตน์ เบโธเฟน และแวนโก๊ะ ต่างก็เป็นออทิสติกกันทั้งนั้น"