- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นอัจฉริยะทั้งที จะให้โง่ได้ยังไง
- บทที่ 15 น็อคด้วยไพ่หลังกัง
บทที่ 15 น็อคด้วยไพ่หลังกัง
บทที่ 15 น็อคด้วยไพ่หลังกัง
บทที่ 15 น็อคด้วยไพ่หลังกัง
เดิมทีเฉินจินตั้งใจว่าจะกินค่าต๋งจากขาไพ่ทั้ง 3 คน (ไม่นับรวมเย่ถัง) สักไม่กี่สิบหยวน แต่ผลปรากฏว่าเธอกลับเสียเงินไปถึง 200 หยวน เธออยากจะร้องไห้แต่ก็ไร้น้ำตา หลังจากเจ็บปวดและสำนึกผิด เธอก็ตัดสินใจว่าในอนาคตจะต้องควบคุมปากพล่อยๆ ของตัวเองให้ได้ จะไม่ล้อเล่นกับเย่ถังหรือพูดจาเหลวไหลอีกแล้ว
รอบที่ 6 เริ่มขึ้น ซ้อหลิวเป็นเจ้ามือ
วันนี้ดวงของซ้อหลิวดีอย่างเหลือเชื่อ 5 รอบแรกเธอชนะไปแล้วถึง 4 รอบ เงินทอนและธนบัตรกองอยู่ตรงหน้าเธอเป็นภูเขาเลากา จนกระทั่งจบเกม เจ้าสามแพ้จนหมดตัว ไม่มีเงินทอนพอจ่าย ถึงกับต้องโอนเงินให้เธอผ่านอาลีเพย์ ลองคำนวณคร่าวๆ เธอกวาดเงินไปแล้วกว่า 500 หยวน
คนเราพอได้เงินก็มักจะเหลิง ซ้อหลิวเองก็ไม่มีข้อยกเว้น ระหว่างที่จั่วไพ่ เธอก็ชวนคุยและถามเฉินจินว่าชายวัยกลางคนหน้าแปลกที่มาร่วมวงด้วยคนนี้เป็นใคร
ยังไม่ทันที่เฉินจินจะแนะนำ ชายคนนั้นก็เอ่ยขึ้นเอง "เอ้อ เล่นกันมาตั้งนาน ลืมแนะนำตัวเลย ผมทำงานอยู่ไซต์ก่อสร้างแถวนี้ ชื่อจงเหลียงครับ"
ซ้อหลิวและเจ้าสามพยักหน้าอย่างเข้าใจ คนงานจากไซต์ก่อสร้างใกล้เคียงมักจะแวะเวียนมาเล่นไพ่เสมอ คนกลุ่มนี้มักไม่อยู่เป็นหลักแหล่ง วันนี้อาจจะตั้งวงเล่นไพ่นกกระจอกคุยกันถูกคอราวกับพี่น้อง แต่วันรุ่งขึ้นอาจจะไม่เห็นหน้าค่าตากันอีกเลย ทว่าจงเหลียงดูมีราศีจับกว่าคนงานทั่วไปอยู่บ้าง
คำว่า "แถวนี้" ที่จงเหลียงพูดถึง คือชุมชนแออัดขนาดเล็กอีกแห่งที่อยู่ติดกับตรอกฟู่ซิง ชื่อว่าตรอกเต๋อชง
ชาวบ้านในตรอกเต๋อชงนั้นโชคดีอย่างน่าเหลือเชื่อ แผนการก่อสร้างรถไฟฟ้าสาย 12 ของรัฐบาลบังเอิญมีสถานีตั้งอยู่หน้าปากตรอกพอดี ส่งผลให้บ้านเรือนทั้งหมดในละแวกนั้นถูกเวนคืนเพื่อรื้อถอนทำถนนให้กว้างขึ้นและสร้างอาคารพาณิชย์หรูราคาสูงลิ่ว
อันที่จริงเดิมทีทางเข้าสถานีรถไฟฟ้านี้ควรจะอยู่ที่ตรอกฟู่ซิง แต่เนื่องจากประชากรในตรอกฟู่ซิงมีความซับซ้อนเกินไป คนท้องถิ่นก็ดุร้าย แถมยังโก่งราคาค่าเวนคืนสูงลิบลิ่ว จนทำให้ทั้งรัฐบาลและบริษัทรถไฟฟ้าต่างพากันขยาด ฝ่ายวางแผนไม่อยากเสียเวลากับกลุ่มคนที่จัดการยาก จึงเปลี่ยนเส้นทางอ้อมตรอกฟู่ซิงไปลงที่ปากตรอกเต๋อชงแทน
เมื่อมีบทเรียนจากตรอกฟู่ซิง ชาวบ้านตรอกเต๋อชงจึงว่าง่ายและไม่กล้าเรียกราคาขูดรีด ขอแค่ค่าชดเชยสมเหตุสมผลพวกเขาก็พร้อมย้ายออกกันอย่างเชื่อฟัง ไม่มีพวกหัวแข็งแม้แต่รายเดียว
"คนแถวตรอกเต๋อชงรวยเละกันหมดแล้ว เพื่อนสมัยเด็กของฉันคนหนึ่งก็อยู่ที่นั่น แต่ก่อนจนกรอบ ยัดทะนานกันอยู่ 7 คนในบ้านรูหนู 30 ตารางเมตร สมัยก่อนฉันไปบ้านมันยังแทบไม่มีที่ให้ยืน แต่ตอนนี้มีอพาร์ตเมนต์ 3 ห้อง กับเงินสดอีก 1.4 ล้าน" น้ำเสียงของเจ้าสามเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาอย่างปิดไม่มิด
บ้านเก่าของเจ้าสามค่อนข้างใหญ่ มีพื้นที่ถึง 200 ตารางเมตร แต่อาศัยอยู่รวมกันถึง 4 ครอบครัว ทั้งตัวเขา พี่ชาย 2 คน และพ่อแม่ รวมแล้วกว่า 10 ชีวิต พวกเขาทุกคนต่างเฝ้ารอการรื้อถอน แต่ตอนนี้รถไฟฟ้าวิ่งผ่านเฉียดตรอกฟู่ซิงไป ประกอบกับภาพลักษณ์แย่ๆ ที่ตรอกฟู่ซิงทำไว้กับรัฐบาล พวกเขาจึงรู้สึกว่าโอกาสที่ที่นี่จะถูกรื้อถอนนั้นริบหรี่เต็มที
"อพาร์ตเมนต์ที่ได้ก็คงอยู่นอกวงแหวนรอบที่ 4 หรือ 5 มันจะมีดีอะไร" ซ้อหลิวแค่นเสียง "ที่ดินใจกลางเมืองสิถึงจะมีค่าที่สุด ไม่เคยได้ยินคำว่า 'ที่ดินมีค่าดั่งทอง' หรือไง?"
"นั่นเพราะซ้ออยู่ตัวคนเดียวแถมบ้านก็หลังใหญ่ ซ้อก็พูดได้สิ ต้องดูสถานการณ์ของพวกเราด้วย รวมถึงปู่โจวด้วย" เจ้าสามหันไปมองปู่โจวที่นั่งดูอยู่ข้างๆ "ปู่โจวอยู่บ้านพังๆ มาทั้งชีวิต แกก็อยากจะไปเสวยสุขในตึกใหม่ๆ บ้าง"
ปู่โจวเสริมขึ้นว่า "ถูกแล้ว ฉันมันไม้ใกล้ฝั่งเต็มที ยังไม่เคยได้อยู่บ้านดีๆ กับเขาเลย"
ทุกคนกำลังคุยเรื่องการรื้อถอนกันอย่างออกรส จนกระทั่งเย่ถังแบไพ่ของเธอลงเงียบๆ
ทั้งวงเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาจับจ้องไปที่เย่ถัง เธอเงยหน้ามองเพื่อนร่วมวงวัยกลางคนทั้ง 3 แล้วพูดเสียงเรียบ "หนูชนะแล้ว"
ทุกคน: "!!!!!"
พอมองดูไพ่ในมือเธอชัดๆ มันคือ 'น็อคด้วยไพ่หลังกัง'!
เธอไปประกาศ 'กัง' ตอนไหน? แล้วจั่วไพ่หลังกังขึ้นมาน็อคตอนไหน?!
พวกเขาไม่ทันสังเกตเห็นเลยสักนิด! แม้แต่เฉินจินและโจวอี้ที่ยืนดูอยู่ข้างหลังเย่ถังก็ยังไม่ทันสังเกต!
"โอย มัวแต่คุยเพลินเสียสมาธิไปหน่อย เลยประมาทไป" ซ้อหลิวไม่มีทางยอมรับเด็ดขาดว่าเธอแพ้เด็กออทิสติกที่เพิ่งหัดเล่นไพ่นกกระจอกเป็นครั้งแรก
แต่แพ้ก็คือแพ้ ขืนเบี้ยวหนี้ชื่อเสียงคงป่นปี้ เธอจำต้องจ่ายเงินให้เย่ถัง
ซ้อหลิวจำใจหยิบเงินสด 200 หยวนจากกองตรงหน้าส่งให้เย่ถัง
ส่วนเจ้าสามที่ดวงกุดวันนี้แพ้รวดมา 6 กระดาน เงินสดเกลี้ยงกระเป๋า เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถามเย่ถัง "ถังถัง หนูมีอาลีเพย์หรือวีแชทไหม?"
ทันทีที่พูดจบ เขาก็รู้ตัวว่าถามคำถามโง่ๆ ออกไป ซ้อหลิว เฉินจิน และคนอื่นๆ มองเขาด้วยสายตาเหมือนมองคนปัญญาอ่อน
แววตาของเย่ถังเจือรอยยิ้มจางๆ "คุณโอนเข้าอาลีเพย์ของป้าเฉินก็ได้ค่ะ หนูติดเงินป้าเขาอยู่ 200 พอดี"
"ได้ๆ" เจ้าสามรับคำพลางสแกนคิวอาร์โค้ดที่แปะอยู่บนผนัง
เสียงแจ้งเตือน "ได้รับเงิน 160 หยวน" (เนื่องจากซ้อหลิวเป็นเจ้ามือจึงเสียมากกว่า) ดังขึ้น ในที่สุดเฉินจินก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
ทุกคนต่างทึกทักเอาเองว่ารอบนี้เย่ถังแค่ฟลุ๊ค ประกอบกับพวกเขามัวแต่คุยกันจนขาดสมาธิ ดังนั้นในรอบที่ 7 ทุกคนจึงตั้งใจกันเป็นพิเศษ เจ้าสามถึงกับยอมดับบุหรี่ทั้งที่ยังสูบไม่หมด ไม่ใช่ว่าเขากลัวเย่ถัง แต่เขากลัวเสียเงิน เขาไม่ใช่เศรษฐีนีอย่างซ้อหลิวนะ!
รอบที่ 7 จงเหลียงเป็นเจ้ามือ
ทุกคนเริ่มระมัดระวังตัว ไตร่ตรองให้ดีก่อนจะทิ้งไพ่แต่ละใบ
"5 ไผ่"
"9 จุด"
"กระดานขาว"
...เย่ถังเท้าคางและทิ้งไพ่ลงไปใบนึงอย่างสบายอารมณ์ มันคือไพ่ 【2 อักษร】 เมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ 3 คนที่นั่งตัวตรงเคร่งเครียด เธอช่างดูเบื่อหน่ายเสียเหลือเกิน
การชนะของเย่ถังทำให้บรรยากาศตึงเครียดและเงียบเชียบเกินไปจนคนในวงเริ่มอึดอัด
ซ้อหลิวอยากจะทำให้บรรยากาศครึกครื้นขึ้นจึงพูดติดตลก "ถังถังไม่ทิ้งไพ่สายจุดออกมาเลย หรือว่าจะทำไพ่สีล้วน?"
เฉินจินมองเธอ อยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ยั้งไว้ ซ้อคะ ได้โปรด อย่าเจริญรอยตามฉันไปล้อเล่นกับถังถังเลย ซ้อจะพูดเล่นแบบนั้นไม่ได้นะ!
ไพ่ในมือเย่ถังมันกำลังมุ่งไปทางไพ่สีล้วนจริงๆ ไม่ใช่เหรอ?!
เย่ถังไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธคำถามของซ้อหลิว นิ้วชี้และนิ้วโป้งซ้ายของเธอคลึงไพ่เล่นราวกับมืออาชีพ พอถึงตาเธอ เธอก็ดันไพ่ทิ้งลงไปเบาๆ ด้วยท่วงท่าที่ชำนาญและงดงาม มันคือไพ่ 【2 อักษร】 อีกใบ
"เมื่อกี้คงทิ้งผิดใบสินะ" เจ้าสามหัวเราะร่า แล้วทิ้ง 2 อักษรตามลงไปบ้าง
"4 จุด" จงเหลียงทิ้งไพ่ตามทันที
"น็อคค่ะ" เย่ถังเอ่ยขึ้น ทำเอาทุกคนช็อกตาตั้งอีกครั้ง
เมื่อเธอเปิดไพ่ในมือ มันคือไพ่สีล้วนจริงๆ แถมยังเป็นไพ่จุดทั้งมือ!
"ปากพาซวยหรือเปล่าเนี่ยเรา" ซ้อหลิวพึมพำ
เจ้าสามพูดขึ้นว่า "โห ดวงถังถังจะดีเกินไปแล้ว" เขาหันไปมองจงเหลียง "ซ้อหลิวอุตส่าห์ทักเรื่องไพ่สีล้วนแล้วแท้ๆ นายยังจะทิ้งไพ่เข้าทางให้กินอีก!"
เธอโทษจงเหลียง แต่จงเหลียงกลับไม่โกรธ เขามองไพ่ในมือตัวเองอย่างครุ่นคิด แล้วหันไปมองเด็กสาวผู้เงียบขรึมคนนี้ นี่ไม่ใช่แค่ดวงดี แต่เธอจำไพ่ได้หมดและคำนวณเกมเอาไว้แล้ว!
เธอรู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องทิ้งไพ่ 4 จุดแน่นอน! ไม่อย่างนั้นเขาก็จะทำไพ่ไม่สำเร็จ!
นี่มันความสามารถในการจดจำและคำนวณตัวเลขที่น่าสะพรึงกลัวระดับไหนกัน?