- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นอัจฉริยะทั้งที จะให้โง่ได้ยังไง
- บทที่ 2 วันนี้คือวันที่เธอสิ้นใจ
บทที่ 2 วันนี้คือวันที่เธอสิ้นใจ
บทที่ 2 วันนี้คือวันที่เธอสิ้นใจ
บทที่ 2 วันนี้คือวันที่เธอสิ้นใจ
อาศัยความทรงจำของเย่ถังคนเล็ก เย่ถังจึงรู้ว่าคนสองคนที่อยู่ตรงหน้าคือใคร พวกเขาเป็นเพื่อนร่วมห้องของเจ้าของร่างเดิมนั่นเอง
เด็กหนุ่มท่าทางเย็นชา ห่างเหิน และดูเข้าถึงยากคนนี้ชื่อ 'เซินเยี่ยนหนาน'
ส่วนเด็กสาวอีกคน... เย่ถังมองเห็นลักษณะของเธอชัดเจนเช่นกัน
เธอสวมเสื้อไหมพรมคอวีลึกเนื้อบาง กางเกงยีนส์ขาดๆ ประดับเลื่อมแวววาว บนใบหูเจาะรูไว้นับสิบ ย้อมผมสีเทาฟาง ดูภายนอกเหมือนจะเท่ ทันสมัย และขบถ แต่เนื้อแท้กลับดูราคาถูกและดาษดื่น เธอแต่งหน้าจัด แม้ฝีมือการแต่งหน้าจะจัดว่าดีจนทำให้ดูเป็นสาวสะพรั่งและเฉิดฉาย แต่กลับขาดความสดใสตามวัยที่ควรจะเป็นไปอย่างสิ้นเชิง
โดยรวมแล้ว นี่คือภาพลักษณ์ตามแบบฉบับของ 'เด็กสาวใจแตก'
เธอมีชื่อที่ไพเราะซึ่งขัดกับภาพลักษณ์อย่างสิ้นเชิงว่า 'เฉินอวี่โม่'
ทั้งสามคนเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ห้อง 8 โรงเรียนมัธยมหมายเลข 87 โรงเรียนแห่งนี้มีเพียงแปดห้องเรียนต่อชั้นปี โดยแบ่งห้องตามผลการเรียน ห้อง 7 คือห้องสายศิลป์ที่ห่วยที่สุด ส่วนห้อง 8 คือห้องสายวิทย์ที่แย่ที่สุด
ในห้องที่แย่ที่สุดของโรงเรียนที่แย่ที่สุด สภาพห้องเรียนจะเป็นเช่นไร?
ในความทรงจำของเย่ถังคนเล็ก ในห้องมีนักเรียนกว่าห้าสิบคน แต่มาเรียนจริงไม่ถึงหนึ่งในสาม พวกที่ไม่มาเรียนถ้าไม่หมกตัวเล่นเกม ก็มั่วสุม ทำตัวเหลวไหล หลงระเริงกับความรัก หรือไม่ก็ออกไปทำงานหาเงิน
แม้แต่คนที่มาเรียนก็ไม่ได้ตั้งใจฟัง บ้างหลับ บ้างเล่นเกม บ้างคุยกัน... ในสายตาของเหล่าครูบาอาจารย์ นักเรียนกลุ่มนี้เกินเยียวยาไปแล้ว ทุกวันนี้พวกเขาแค่มาสอนพวก "ควายทึ่ม" โดยไม่สนว่าใครจะฟังหรือไม่ ต่างคนต่างอยู่ ครูสอนตามหน้าที่ อ่านตามตำรา พอออดหมดเวลาดังปุ๊บ ก็ทิ้งชอล์กเดินออกจากห้องเร็วยิ่งกว่าใคร
ไม่มีใครคาดหวังว่าเด็กกลุ่มนี้จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้
เย่ถังคนเล็กเป็นหนึ่งในนักเรียนที่มาเข้าเรียนอย่างว่านอนสอนง่าย เธอถูกจัดให้อยู่ห้องนี้เพียงเพราะไอคิวไม่สูงพอ เด็กออทิสติกที่ต้องมาอยู่ในดงคนเกเรแบบนี้ จะไม่ถูกกลั่นแกล้งรังแกเชียวหรือ?
ความจริงกลับตรงกันข้าม เพื่อนนักเรียนห้อง 8 ไม่ได้ทำตัวแย่กับเย่ถังคนเล็ก มิหนำซ้ำยังคอยปกป้องเธอด้วยซ้ำ อาจเป็นเพราะทุกคนรู้ดีว่าเธอป่วยและเป็นกลุ่มเปราะบาง
"คนปกติครบสามสิบสองอย่างพวกเรา ถ้าไปรังแกคนป่วย... มันน่ารังเกียจและน่าละอายจะตายไป"
คำพูดนี้เซินเยี่ยนหนานเป็นคนพูด ขณะนี้เขากำลังคุยกับหมอ เขาอยู่ในชุดยูนิฟอร์มสีน้ำเงินของโรงเรียนมัธยมหมายเลข 87 ชุดนี้ทั้งเชย ทั้งโคร่ง และไร้รูปทรง แต่เมื่ออยู่บนตัวเขา กลับช่วยเสริมบุคลิกเย็นชาและพยศจัดให้ดูโดดเด่น เขาถลกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นเส้นกล้ามเนื้อบนท่อนแขนที่แน่นตึงและดูทรงพลัง
ในความทรงจำสุดท้ายของเย่ถังคนเล็ก ก็เป็นเซินเยี่ยนหนานคนนี้นี่แหละที่ใช้สองแขนคู่นั้นอุ้มเธอขึ้นมาจากพื้นคอนกรีตอันหนาวเหน็บ
เฮ้อ เด็กน่าสงสารคนนี้คงจากโลกนี้ไปแล้วสินะ
"บาดแผลภายนอกเป็นแค่รอยถลอก แต่แผลที่ท้ายทอยสาหัสเอาการ ทั้งสมองกระทบกระเทือน และอาจมีเลือดออกในสมอง ทุกอย่างต้องรอดูผลตรวจอย่างละเอียดอีกที" หมอพูดพลางจ้องมองเซินเยี่ยนหนานและเฉินอวี่โม่ด้วยสายตาเคลือบแคลง
ดูแวบเดียวก็รู้ว่าสองคนนี้ไม่ใช่เด็กเรียน เด็กที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้นั่นอาจจะโดนความรุนแรงในโรงเรียนมาก็ได้!
เฉินอวี่โม่เริ่มหงุดหงิด "นี่หมอ มองแบบนั้นหมายความว่าไง? พวกเราช่วยยัยนี่ไว้นะเว้ย!" น้ำเสียงของเธอนอกจากจะโกรธแล้ว ยังเจือความน้อยใจที่ถูกมองผิดๆ
ใช่สิ เธอแต่งหน้าจัด กินเหล้า สูบบุหรี่ เที่ยวผับ แต่เธอก็เป็นคนดีนะ!
"แล้วทำไมเธอถึงเจ็บหนักขนาดนี้?" หมอซักไซ้
"ก็ฝีมือนักเรียนโรงเรียนมัธยมหนึ่งพวกนั้น..."
เฉินอวี่โม่พูดไม่ทันจบประโยค ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นแววตาไม่เชื่อถือและดูแคลนของหมอ สายตาของหมอกวาดมองชุดยูนิฟอร์มของเซินเยี่ยนหนาน ที่หน้าอกเสื้อด้านซ้ายปักชื่อ "โรงเรียนมัธยมหมายเลข 87 แห่งเมือง A"
สายตาคู่นั้นเหมือนจะบอกว่า: เด็กดีจากโรงเรียนมัธยมหนึ่งจะมาหาเรื่องพวกขยะจากโรงเรียนมัธยมแปดสิบเจ็ดได้ยังไง?
เฉินอวี่โม่ไม่อยากต่อปากต่อคำกับหมอที่เลือกปฏิบัติคนนี้อีก เธอหันไปหาเซินเยี่ยนหนานแล้วบอกว่า "แจ้งตำรวจเถอะ"
"เธอคิดว่าตำรวจจะมีน้ำยาเรอะ?" น้ำเสียงของเซินเยี่ยนหนานเต็มไปด้วยความดูแคลนที่มีต่อตำรวจ
เฉินอวี่โม่เงียบไป ตรอกนั่นเป็นทางตัน เปลี่ยวมาก และไม่มีกล้องวงจรปิด ต่อให้ตำรวจมาจริง พวกเขามีหลักฐานอะไรไปพิสูจน์ว่าเด็กโรงเรียนมัธยมหนึ่งเป็นคนทำร้ายเย่ถัง?
ดีไม่ดีตำรวจก็คงเหมือนหมอคนนี้ ที่คิดกลับตาลปัตรว่าพวกเธอนั่นแหละเป็นคนทำ
ยิ่งคิดเฉินอวี่โม่ก็ยิ่งหัวเสีย "แม่งเอ๊ย!" เธอสบถออกมาพลางเตะเก้าอี้ที่ขวางทางอยู่ แล้วหันไปพูดกับเซินเยี่ยนหนาน "นายดูแลเย่ถังไปก็แล้วกัน รอจนกว่ายายของยัยนี่จะมา ฉันไม่เอาด้วยแล้ว พอที! ฉันจะกลับบ้าน!"
พูดจบ เฉินอวี่โม่ก็เดินออกจากห้องพักผู้ป่วยไปโดยไม่หันกลับมามอง
หมอส่ายหน้ามองตามหลังเธอไป ด้วยสีหน้าประมาณว่า "เด็กพวกนี้มันเกินเยียวยาแล้วจริงๆ" เซินเยี่ยนหนานไม่ได้โต้เถียงและไม่คิดจะแก้ต่าง ตั้งแต่เล็กจนโต เขาชินชากับอคติและการดูถูกเหยียดหยามทำนองนี้ไปเสียแล้ว
หมอเดินออกจากห้องฉุกเฉินไป ในห้องแคบๆ จึงเหลือเพียงเย่ถังและเซินเยี่ยนหนาน เซินเยี่ยนหนานไม่ได้พูดแสดงความห่วงใยเย่ถังสักคำ เขานั่งลงบนเก้าอี้พลาสติก หลุบตาลงต่ำ เขี่ยโทรศัพท์มือถือเล่น ดูเหมือนจะไม่สนใจสิ่งรอบข้างหรืออาการของเย่ถังสักนิด
บาดแผลของเย่ถังอยู่ที่ท้ายทอย เธอจึงต้องนอนตะแคง สายตาจับจ้องไปที่เซินเยี่ยนหนาน เห็นโครงหน้าด้านข้างที่สงบนิ่ง สันจมูกโด่งเป็นทรงสวย และริมฝีปากบางเฉียบที่แฝงความเย็นชาซึ่งไม่อาจปิดบังได้
หน้าตาของเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าลั่วซิงชวนเลย
พอคิดถึงลั่วซิงชวน หัวใจของเย่ถังก็กระตุกวูบอีกครั้ง
ป่านนี้เด็กคนนั้นคงรู้ข่าวอุบัติเหตุของเธอแล้ว...
ลั่วซิงชวนเป็นลม!
ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมหมายเลข 1 ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ หัวหน้าตึกมัธยม 6 และครูประจำชั้นมัธยม 6 ห้อง 1 ต่างมารวมตัวกันที่ห้องพยาบาล ทุกคนตื่นตระหนกและเป็นกังวลอย่างหนัก
ในแผนกมัธยมปลายของโรงเรียนมัธยมหมายเลข 1 มีนักเรียนกว่าสองพันคนจากสามระดับชั้น แต่นักเรียนเพียงคนเดียวที่กุมหัวใจของคณะผู้บริหารและครูอาจารย์ทุกคนได้ก็คือลั่วซิงชวน
หน้าห้องพยาบาลยังเต็มไปด้วยเพื่อนร่วมชั้นที่ห่วงใยความปลอดภัยของเขา ต่างคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ตอนที่เขาอยู่ในโถงทางเดิน จู่ๆ เขาก็รับโทรศัพท์แล้วเป็นลมล้มพับไป โชคดีที่มีครูพละรูปร่างสูงใหญ่เดินผ่านมาพอดี จึงแบกเขาขึ้นบ่าแล้ววิ่งมาส่งที่ห้องพยาบาล
เคราะห์ดีที่ลั่วซิงชวนฟื้นขึ้นมาในเวลาไม่นาน ใบหน้าของเขาซีดเผือด นัยน์ตาที่มักจะเป็นประกายกลับหม่นหมองและว่างเปล่า เมื่อเห็นผู้บริหารและครูรายล้อม เขาจึงก้มหน้าลงอีกครั้ง และต้องตกตะลึงเมื่อเห็นชุดนักเรียนโรงเรียนมัธยมหมายเลข 1 บนร่างของตน พร้อมกับมือคู่หนึ่งที่ขาวเนียนละเอียด
สิบปีที่ผ่านมา เขาฝึกชกมวยและเร่ร่อนฝ่าลมฝนอยู่ข้างนอก ข้อนิ้วของเขาควรจะหนา ผิวควรจะหยาบกร้าน คล้ำแดด และเต็มไปด้วยตาปลา มันจะกลับมาดูเหมือนผิวพรรณอันอ่อนนุ่มของเด็กหนุ่มแบบนี้ได้อย่างไร?
เขาหลับตาแน่น แต่เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิม
หวังจื้อเหว่ย ครูประจำชั้นที่อยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง "พวกเราแจ้งคุณพ่อของเธอให้มาหาแล้วนะ เฮ้อ โลกนี้ช่างเอาแน่เอานอนไม่ได้ เธอต้องหักห้ามใจจากความเศร้าโศกและยอมรับความเปลี่ยนแปลงเถอะนะ"
ครูอีกคนถอนหายใจ "น่าเสียดายเย่ถังจริงๆ"
ฉากนี้ช่างคุ้นเคยเหลือเกิน จู่ๆ ลั่วซิงชวนก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้คือวันที่ 17 กันยายน ปี XX ภาคเรียนฤดูใบไม้ร่วงของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพิ่งเปิดเทอมได้ไม่นาน เขาไม่มีวันลืมวันนี้
วันที่เขาได้รับข่าวการเสียชีวิตของเย่ถัง