- หน้าแรก
- ยอดหมอเทพแห่งหมู่บ้านเร้นลับ
- บทที่ 35 ล็อกประตูหรือยัง?
บทที่ 35 ล็อกประตูหรือยัง?
บทที่ 35 ล็อกประตูหรือยัง?
“พี่คะ!”
ทันทีที่ไป๋อวิ๋นเฟยถูกปล่อยตัวออกมาโดยมีผู้กองหลี่จวินมาส่ง โอวหยางเซิงม่าน ซุนเยว่ และไป๋เสี่ยวเสี่ยวที่มารอรับอยู่ก็กรูกันเข้ามา ไป๋เสี่ยวเสี่ยวพอเห็นพี่ชายเดินออกมาก็ร้องไห้โฮพุ่งเข้ากอดทันที
“โตป่านนี้แล้ว ไม่อายคนอื่นหรือไง?” ไป๋อวิ๋นเฟยตบหลังน้องสาวเบาๆ ก่อนจะดันตัวเธอออกอย่างนุ่มนวล
“เสี่ยวเฟย ครั้งนี้ที่เธอออกมาได้เร็วขนาดนี้ ต้องขอบคุณพี่หลี่จวินเขานะ เธอวิ่งเต้นเรื่องของเธอทั้งคืนเลย” โอวหยางเซิงม่านพูดพร้อมรอยยิ้ม
แม้ความจริงหลี่จวินจะแค่โทรศัพท์ประสานงานตอนกลางคืน แต่พอโอวหยางเซิงม่านพูดแบบนี้ ก็ดูเหมือนว่าเธอทุ่มเทแรงกายแรงใจไปไม่น้อย
“ขอบคุณมากครับพี่หลี่จวิน” ไป๋อวิ๋นเฟยกล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้ม
ผู้กองหลี่จวินคนนี้ ภายนอกดูสวยสง่า เยือกเย็น แต่เนื้อแท้แล้วเป็นคนจิตใจดีและรักความยุติธรรม ซึ่งเป็นประเภทคนที่ไป๋อวิ๋นเฟยชื่นชม
“ไป๋อวิ๋นเฟย วันหลังอย่าลงมือหนักแบบนี้อีกนะ หน้าตาก็ออกจะซื่อๆ ไม่น่าโหดขนาดนี้เลย” หลี่จวินพูดเสียงเรียบ
“ครับพี่หลี่จวิน ผมสัญญาครับว่าจะไม่สร้างปัญหาให้พี่อีก” ไป๋อวิ๋นเฟยรับคำหน้าทะเล้น
“ยังมีหน้ามาพูดว่าวันหลังอีกเหรอ?” หลี่จวินส่ายหน้าอย่างระอา
พวกเขาทั้งสี่เดินคุยกันมาเรื่อยๆ จนถึงริมถนนเตรียมจะข้ามทางม้าลาย จู่ๆ หลี่จวินก็หยุดเดิน สีหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทิ้ม ริมฝีปากแดงสดเปลี่ยนเป็นซีดขาว สองมือกุมหน้าอกไว้แน่น สีหน้าบ่งบอกถึงความเจ็บปวดทรมาน
“หลี่จวิน โรคกำเริบอีกแล้วเหรอ?” โอวหยางเซิงม่านสังเกตเห็นความผิดปกติเป็นคนแรก รีบเข้าไปประคองเพื่อนสาวแล้วถามด้วยความเป็นห่วง
“อืม... ไม่เป็นไร เจ็บแป๊บเดียวเดี๋ยวก็หาย” หลี่จวินยิ้มฝืนๆ
“พี่หลี่จวินครับ เดี๋ยวผมช่วยดูอาการให้ดีไหมครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยเสนอตัวช่วยเหลือ เพราะไม่อยากติดค้างน้ำใจที่เธอช่วยเขาออกมา
“เอาสิหลี่จวิน ให้ไป๋อวิ๋นเฟยดูให้เถอะ ฉันรับประกันเลยว่าเขาเก่งกว่าพวกหมอกำมะลอในโรงพยาบาลตั้งเยอะ” พอพูดถึงวิชาแพทย์ของไป๋อวิ๋นเฟย โอวหยางเซิงม่านก็ดูตื่นเต้นและศรัทธาอย่างออกนอกหน้า
“ก็ได้ ฉันรู้ว่าเขามีฝีมือ เดี๋ยวค่อยให้เขาช่วยดูให้หน่อยแล้วกัน” หลี่จวินมองเพื่อนสาวแล้วยิ้มอย่างจนใจ
พวกเขานั่งรถสปอร์ตของโอวหยางเซิงม่านไปที่โรงแรม ซุนเยว่สั่งให้ครัวทำเมนูปูทิพย์และผักทิพย์มาเสิร์ฟ
“หลี่จวิน มื้อนี้ฉันเลี้ยงปูทิพย์เอง อร่อยมากนะ กินแล้วจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาเลยล่ะ” โอวหยางเซิงม่านดึงมือหลี่จวินให้นั่งลงที่โต๊ะอาหาร
“ฉันได้ยินพวกในโรงพักคุยกันว่ามันช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศได้ด้วย มันจะวิเศษขนาดนั้นเชียวเหรอ?” หลี่จวินถามอย่างสงสัย
เดิมทีหลี่จวินไม่ได้คิดจะกินของพวกนี้ เพราะเธอไม่ใช่คนโลภ เงินเดือนข้าราชการแค่สี่ห้าพันหยวน ลำพังปูตัวละสองพันกว่าหยวนเธอไม่มีปัญญาจ่ายแน่ๆ แม้แต่ผักจานละหลายสิบหยวนเธอยังมองว่าแพงเกินไป
“ว้าว! อร่อยจริงๆ ด้วย!”
ทันทีที่หลี่จวินได้ลิ้มรสปูทิพย์และผักทิพย์ เธอก็ต้องอุทานออกมา เดิมทีเธอไม่เชื่อเรื่องสรรพคุณวิเศษ แต่พอกินเข้าไปแล้วกลับรู้สึกอุ่นวาบไปทั้งตัว สบายตัวอย่างบอกไม่ถูก แม้แต่อาการเจ็บหน้าอกก็ดูเหมือนจะทุเลาลง
“เห็นไหมล่ะ ฉันไม่ได้โกหกสักหน่อย” โอวหยางเซิงม่านพูดพลางคีบอาหารเข้าปาก ภาพลักษณ์สาวมาดขรึมหายวับไปทันตา
“มิน่าล่ะ พวกในโรงพักถึงได้อยากมากินปูทิพย์กันทุกอาทิตย์ ของดีจริงด้วย กินแบบนี้แล้วกลัวจะกลับไปกินข้าวโรงอาหารไม่ลงน่ะสิ” หลี่จวินพูดไปกินไปอย่างเอร็ดอร่อย
“พี่หลี่จวิน ถ้าชอบกิน เดี๋ยวผมให้คนส่งไปให้พี่ทุกอาทิตย์เลยครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยยิ้มเสนอ
หลี่จวินจ้องมองไป๋อวิ๋นเฟยด้วยสายตาค้นหา
“ฮ่าๆๆ นึกไม่ถึงล่ะสิ ผักพวกนี้เขาเป็นคนปลูกเองทั้งนั้น” โอวหยางเซิงม่านวางตะเกียบลงแล้วเฉลยความจริง
“เธอปลูกเองเหรอ? เก่งขนาดนี้เชียว? ทั้งวิชาแพทย์ ทั้งปลูกผัก นี่เธอเป็นเทพเซียนมาจุติหรือเปล่าเนี่ย” หลี่จวินอุทานด้วยความทึ่ง
พอนึกขึ้นได้ว่าตัวเองพอจะมีเส้นสายกับไป๋อวิ๋นเฟยอยู่บ้าง ต่อไปจะซื้อผักคงสะดวกขึ้น ไม่ต้องมากินแพงๆ ที่โรงแรม แค่คิดก็เริ่มสนใจแล้ว
“ใช่ครับ ผมปลูกเองทั้งหมด” ไป๋อวิ๋นเฟยยืนยัน
“งั้นฉันไม่เอาปูทิพย์นะ มันแพงไป ฉันขอซื้อแค่ผักก็พอ” หลี่จวินหัวเราะ
“ได้ครับ งั้นเดี๋ยวผมตรวจอาการให้พี่ก่อนนะ” ไป๋อวิ๋นเฟยยื่นมือออกไปเตรียมจะจับชีพจร
“เอ่อ... ตรงนี้คงไม่สะดวกเท่าไหร่ หาห้องส่วนตัวดีกว่าไหม” หลี่จวินพูดด้วยความกระดากอาย แก้มแดงระเรื่อขึ้นมา
“ตามฉันขึ้นไปข้างบนสิ” โอวหยางเซิงม่านพาคนทั้งคู่ขึ้นไปที่ชั้นบนสุด แล้วเปิดห้องห้องหนึ่งให้
“ตรวจกันในนี้นะ” โอวหยางเซิงม่านพูดจบก็ปิดประตูให้ แล้วเดินออกไปรอข้างนอก
ไป๋อวิ๋นเฟยนั่งลงบนเก้าอี้ ส่วนหลี่จวินนั่งลงที่ขอบเตียง เขาจับชีพจรเธอด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แล้วมองหน้าเธอ
“ฉันรู้อาการตัวเองดี เธอพูดมาตามตรงเถอะ” หลี่จวินกลัวไป๋อวิ๋นเฟยจะลำบากใจ จึงเปิดทางให้
เธอเคยไปหาหมอมาหลายโรงพยาบาล กินยามาสารพัดก็ไม่ดีขึ้น หมอบางคนถึงขั้นแนะนำให้ตัดหน้าอกทิ้งเพื่อป้องกันเชื้อมะเร็งลุกลาม แต่หลี่จวินไม่อยากเสียหน้าอกไป จึงยื้อเวลามาจนถึงตอนนี้
“งั้นผมจะพูดตามตรงนะครับ พี่มีก้อนเนื้อที่หน้าอก แล้วตอนนี้มันเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์แล้ว ต้องรีบรักษาด่วนครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยบอกความจริง
“รักษาหายไหม?” หลี่จวินถามเสียงสั่น จับมือไป๋อวิ๋นเฟยแน่นราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้าย
“หายครับ มีสามวิธีให้เลือก วิธีแรกช้าที่สุด คือกินยาจีนต่อเนื่องสองเดือน วิธีที่สองคือผ่าตัด เร็วที่สุดแต่จะมีผลกระทบเรื่องความสวยงาม วิธีที่สามคือกินยาจีนควบคู่กับการฝังเข็มและนวดกดจุด ใช้เวลาประมาณหนึ่งถึงสองอาทิตย์ก็หายครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยเสนอทางเลือก
“งั้นฉันเลือกวิธีสุดท้าย” หลี่จวินไม่อยากผ่าตัด และอยากหายเร็วๆ
แม้ตอนเรียนหมอ ไป๋อวิ๋นเฟยจะรู้ดีว่าในสายตาแพทย์ คนไข้ไม่มีเพศ แต่สถานการณ์ตอนนี้มันก็อดกระอักกระอ่วนไม่ได้
“ทำไมไม่เลือกวิธีแรกล่ะครับ สะดวกกว่าตั้งเยอะ” ไป๋อวิ๋นเฟยถาม
“วิธีแรกมันช้าไป ฉันอยากหายเร็วๆ ฉันทรมานมาพอแล้ว” ภายนอกหลี่จวินอาจดูเข้มแข็ง แต่การต้องทนทุกข์กับความเจ็บปวดมานาน ใครบ้างจะทนไหว
“พี่ตัดสินใจแน่แล้วนะครับ คือ... ท่าทางการนวดมันจะเป็นแบบนี้...” ไป๋อวิ๋นเฟยพูดพลางยกมือขวาทำท่านวดคลึงในอากาศให้ดู
“ฉันตัดสินใจแล้ว” หลี่จวินแม้จะเป็นคนเด็ดขาด แต่พอเป็นเรื่องแบบนี้ ด้วยความเป็นผู้หญิงก็อดเขินอายไม่ได้ แต่พอนึกถึงความทรมานที่ผ่านมา เธอแค่อยากหายป่วยเร็วๆ หมอก็คือหมอ คนไข้ไม่มีเพศ ท่องไว้
“แน่ใจนะครับ?” ไป๋อวิ๋นเฟยถามย้ำหน้าซื่อ
“แน่สิ! เธอนี่พูดมากจริง เร็วๆ เข้าเถอะ!” หลี่จวินเป็นคนฉับไว ตัดสินใจแล้วก็คือทำ
โดนดุเข้าให้ ไป๋อวิ๋นเฟยก็รู้สึกหน้าชานิดๆ นึกถึงคำสอนอาจารย์ว่าแพทย์ต้องมองคนไข้เท่าเทียมกัน และคำพูดเพื่อนร่วมรุ่นที่ว่าคนไข้ก็เหมือนก้อนเนื้อก้อนหนึ่ง เขาจึงสูดหายใจลึก ปรับอารมณ์ให้สงบ
หลี่จวินมองไป๋อวิ๋นเฟยแวบหนึ่ง แล้วเตรียมจะปลดกระดุมเสื้อ
“พี่หลี่จวิน เป็นอะไรครับ?” ไป๋อวิ๋นเฟยเห็นเธอนิ่งไปจึงถาม
“ไปดูซิว่าล็อกประตูหรือยัง?”
“ได้ครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยเดินไปกดล็อกประตู แล้วเดินกลับมา ก่อนจะหันหลังให้เธอตามมารยาท
หลี่จวินเห็นไป๋อวิ๋นเฟยหันหลังให้ ก็รีบปลดกระดุมเสื้ออย่างรวดเร็ว แล้วเอนตัวลงนอนบนเตียง
“เรียบร้อยหรือยังครับ?” ไป๋อวิ๋นเฟยถาม
“อืม” หลี่จวินตอบรับในลำคอด้วยความเขินอาย นอกจากสามีแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอต้องเปิดเผยหน้าอกให้ผู้ชายอื่นดู
“งั้นผมเริ่มเลยนะ”
ไป๋อวิ๋นเฟยหันกลับมา เห็นเนินเนื้อขาวผ่องสองลูกตรงหน้า ก็อดตกตะลึงไปชั่วครู่ แต่ก็รีบดึงสติกลับมาสู่โหมดแพทย์มืออาชีพ
เขาเริ่มสัมผัส นวดคลึง และตรวจดูอย่างละเอียด พบว่าภายในก้อนเนื้อมีหนองสะสมอยู่ จำเป็นต้องระบายออก
ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่าง หลี่จวินเผลอเกร็งตัวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
“ผ่อนคลายครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยบอกเสียงนุ่ม
“พี่หลี่จวินครับ ข้างในก้อนเนื้อมีหนองอยู่ มันเลยบวมเป่งและเจ็บแบบนี้ เดี๋ยวผมจะช่วยระบายหนองออกให้ก่อนนะครับ”