เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 คราวนี้เชื่อหรือยัง

บทที่ 34 คราวนี้เชื่อหรือยัง

บทที่ 34 คราวนี้เชื่อหรือยัง


เดิมทีโอวหยางเซิงม่านคิดว่าหากหลี่จวินออกหน้า เรื่องน่าจะจบได้โดยเร็ว ไม่นึกเลยว่าแม้แต่หลี่จวินเองก็ยังจนปัญญา คู่กรณีอย่างหวังตู้ฮ่าวและเติ้งลี่โจวเป็นคุณชายจากตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพลในอำเภอซิงฮั่ว การไปมีเรื่องกับพวกเขาย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสะสาง ยิ่งไปกว่านั้นไป๋อวิ๋นเฟยดันลงมือหนักจนอีกฝ่ายพิการ แม้จะมีเหตุผลเรื่องการถูกวางยาพิษมาอ้าง แต่ในทางกฎหมายก็ยังเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่ดี

โอวหยางเซิงม่านขับรถบึ่งมาหาหลี่จวินด้วยความร้อนใจ

“หลี่จวิน เกิดอะไรขึ้นกับเธอ? ทำไมหน้าซีดขนาดนั้น ดูสิ ปากไม่มีสีเลือดเลย” ทันทีที่มาถึง โอวหยางเซิงม่านก็สังเกตเห็นความผิดปกติของเพื่อนตำรวจสาวแสนสวย ใบหน้าที่เคยสดใสตอนนี้กลับซีดเผือด ไร้เลือดฝาด แถมยังมีถุงใต้ตาและรอยคล้ำเป็นหมีแพนด้า

“เดี๋ยวพอจัดการเรื่องนี้เสร็จ ไปกินปูทิพย์ที่ร้านฉันบำรุงหน่อยนะ!” โอวหยางเซิงม่านรีบเสนอ

“ปูทิพย์ที่ได้ข่าวว่าตัวละสองพันกว่าหยวนน่ะเหรอ? ฉันจะไปมีปัญญาจ่ายได้ไง เงินเดือนฉันแค่สี่ห้าพันเอง” หลี่จวินเคยได้ยินกิตติศัพท์เรื่องรสชาติและสรรพคุณของปูทิพย์มานานแล้ว แต่ติดที่ราคาแพงหูฉี่จนไม่กล้าแตะ

“กินไปเถอะน่า รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน” โอวหยางเซิงม่านยิ้มกว้าง

“เอาล่ะ มาดูกันดีกว่าว่าจะช่วยไป๋อวิ๋นเฟยออกมาได้ยังไง”

“สารภาพมาซะดีๆ เธอเป็นอะไรกับเขา? ทำไมถึงได้ห่วงใยเขาขนาดนี้” หลี่จวินมองเพื่อนสาวด้วยสายตาจับผิด แต่น่าเสียดายที่โอวหยางเซิงม่านยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยได้อย่างแนบเนียน

“เอาเป็นว่าเขาสำคัญกับฉันมาก ต้องช่วยเขาออกมาให้ได้ อ้อ แล้วตอนนี้สถานการณ์เขาเป็นยังไงบ้าง?” โอวหยางเซิงม่านถามด้วยความร้อนรน

“ตอนนี้ยังถูกขังอยู่ที่โรงพัก”

“พาฉันไปเจอเขาหน่อยได้ไหม?” โอวหยางเซิงม่านรู้ดีว่าด้วยอำนาจของหลี่จวิน การพาเธอไปเจอผู้ต้องหาไม่ใช่เรื่องยาก

“ไปสิ” หลี่จวินเดินนำทางไป

“พี่โอวหยาง? พี่ก็โดนจับมาเหมือนกันเหรอครับ?” ไป๋อวิ๋นเฟยที่ถูกขังอยู่ในห้อง พอเห็นโอวหยางเซิงม่านเดินเข้ามาก็ลุกขึ้นยืนถามด้วยความแปลกใจ

“คิดไปไกลแล้ว ฉันไม่ได้โง่เหมือนนายนี่” โอวหยางเซิงม่านนึกถึงวีรกรรมความโหดของเขาก็ปวดหัวจี๊ด

“รู้ตัวไหมว่านายก่อเรื่องใหญ่แค่ไหน” โอวหยางเซิงม่านตำหนิ

“พี่โอวหยาง อย่าเพิ่งดุผมสิครับ ใครใช้ให้พวกมันไม่หลับไม่นอน แอบเอาสารหนูมาเทใส่บ่อปลาผมตอนดึกๆ ล่ะ โชคดีที่ผมเจอก่อน ไม่งั้นเสียหายหนักกว่านี้แน่” พอนึกถึงลูกปลาตัวน้อยๆ ที่เกือบโดนวางยา ไป๋อวิ๋นเฟยก็ยังโมโหไม่หาย

“ฉันรู้ว่าพวกมันผิดก่อน แต่นายก็ลงมือหนักเกินไป เล่นงานจนเขาพิการแบบนี้ คงต้องติดคุกหลายปีแน่ๆ” โอวหยางเซิงม่านพูดด้วยความกังวล

“นายนี่มันจริงๆ เลย คราวก่อนที่มีเรื่องที่โต๊ะสนุ๊กเกอร์เซิ่งเหอ ฉันอุตส่าห์ปล่อยตัวนายไปแล้ว ไม่รู้จักจำใส่สมองบ้างเลย!” หลี่จวินเองก็จนปัญญา เด็กหนุ่มคนนี้ทำอะไรวู่วามเหลือเกิน บทจะตีก็ตีไม่ยั้ง แต่นึกไปนึกมา ตัวเธอเองก็มีนิสัยห้าวเป้งไม่ต่างกันเท่าไหร่

ไป๋อวิ๋นเฟยเรียนกฎหมายมาบ้าง รู้ดีว่าโทษของการทำร้ายร่างกายจนสาหัสเป็นอย่างไร แต่เขาไม่อยากติดคุก ไม่อยากให้วัยหนุ่มต้องสูญเปล่าอยู่ในกรงขัง

“เอ่อ... ผู้กองหลี่ครับ แล้วถ้าพวกเขาหายดี ไม่พิการล่ะครับ?” ไป๋อวิ๋นเฟยฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ รีบถามด้วยความตื่นเต้น

“ฝันกลางวันหรือไง ผลตรวจออกมาแล้วว่ากะโหลกร้าว กระดูกหักหลายแห่ง แถมหมอนรองกระดูกก็เสียหาย ครึ่งชีวิตที่เหลือต้องนั่งรถเข็นแน่นอน” หลี่จวินบอกตามความจริง

“ผมบอกว่ารักษาหาย ก็ต้องรักษาหายสิครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยยืนยันเสียงแข็ง เขารู้ลิมิตแรงตัวเองดีว่าเมื่อคืนเขาเลี่ยงจุดตายไปแล้ว ลงมือหนักแค่ไหนเขารู้ดีที่สุด ถ้ากะเอาตายจริงๆ ป่านนี้สองคนนั้นได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว

“ไอ้เด็กเมื่อวานซืน! อายุแค่นี้ริอาจจะมาอวดวิชาแพทย์? กระดูกแตกละเอียดขนาดนั้นจะรักษาหายได้ยังไง บ้าไปแล้ว” หลี่จวินไม่เชื่อคำพูดของไป๋อวิ๋นเฟยเลยสักนิด

แต่โอวหยางเซิงม่านกลับตาลุกวาวทันทีที่ได้ยิน เธอนึกถึงตอนที่ไป๋อวิ๋นเฟยรักษาถุงน้ำที่หน้าอกของซุนเยว่จนหายสนิทไร้รอยแผลเป็น ขนาดผู้อำนวยการโรงพยาบาลยังยอมรับฝีมือถึงขั้นเชิญไปเป็นแพทย์ที่ปรึกษาโดยไม่สนใบประกอบโรคศิลปะ แสดงว่าเด็กคนนี้มีของจริง

“ผู้กองหลี่! อย่ามองแค่ว่าเขาเด็กนะ เขาเก่งจริงๆ นะจะบอกให้” โอวหยางเซิงม่านรีบดึงแขนหลี่จวินมาอธิบาย

“ต่อให้นายรักษาได้ แต่คนเจ็บเขาจะยอมให้นายรักษาเหรอ? นายเป็นคนตีเขาจนเละขนาดนั้น แค่หน้าเขายังไม่อยากจะมองเลยมั้ง จะเอาอะไรไปรักษา?” หลี่จวินยังคงกังขาในความสามารถของไป๋อวิ๋นเฟย

ไป๋อวิ๋นเฟยนึกขึ้นได้ว่ากอเอี๊ยะต่อกระดูกที่เขาเคยปรุงให้พ่อยังเหลืออยู่อีกหลายแผ่น สรรพคุณของมันดีเลิศและเห็นผลไว น่าจะนำมาใช้ได้

“พี่โอวหยางครับ พี่ช่วยไปที่บ้านผมหน่อย ให้แม่ผมเอา 'กอเอี๊ยะต่อกระดูก' มาให้ แค่เอาไปแปะที่แผลของสองคนนั้น ผมรับรองว่าแค่วันเดียวก็เห็นผล” ไป๋อวิ๋นเฟยเห็นว่าหลี่จวินไม่เชื่อ จึงหันไปพึ่งโอวหยางเซิงม่านแทน

“จริงเหรอ? งั้นเดี๋ยวฉันให้เสี่ยวเยว่ไปเอามาเดี๋ยวนี้เลย” โอวหยางเซิงม่านรีบโทรหาซุนเยว่ด้วยความตื่นเต้น

“ฮัลโหล บอสคะ เสี่ยวเฟยออกมาหรือยังคะ?” เสียงซุนเยว่ถามมาตามสาย

“ยัง เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน เธอรีบให้เหล่าหลิวขับรถพาไปที่บ้านเสี่ยวเฟย ไปขอกอเอี๊ยะต่อกระดูกจากแม่เขามาด่วนเลย” โอวหยางเซิงม่านสั่งการรวดเร็วแล้ววางสาย

หลี่จวินมองเพื่อนสาวด้วยความสงสัย หรือว่าไอ้เด็กนี่จะเก่งจริงอย่างที่ว่า? เก่งกว่าผอ.โรงพยาบาลเนี่ยนะ? เป็นไปไม่ได้หรอกน่า... แต่พอมองไปที่ท่าทางมั่นใจของไป๋อวิ๋นเฟย เธอก็เริ่มลังเล สองคนนี้บ้าไปแล้วแน่ๆ หรือไม่เธอก็กำลังฝันไป

ไม่นานซุนเยว่ก็นำกอเอี๊ยะมาส่ง โอวหยางเซิงม่านใช้เส้นสายพาตัวเองเข้าไปในห้องผู้ป่วยของเถี่ยต้านและเฮยหวาได้อย่างง่ายดาย

สองหนุ่มที่นอนซมอยู่บนเตียง พอเห็นสาวสวยระดับนางฟ้าอย่างโอวหยางเซิงม่านปรากฏตัวขึ้น ก็ตะลึงจนตาค้าง ลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ

“ถลกขากางเกงขึ้น!” บอดี้การ์ดของโอวหยางเซิงม่านสั่งเสียงเข้ม แล้วจัดการแปะกอเอี๊ยะลงบนแผลของทั้งคู่ด้วยท่าทางไม่ค่อยทะนุถนอมนัก

แม้จะเจ็บจนน้ำตาเล็ด แต่เพราะไม่อยากเสียฟอร์มต่อหน้าสาวสวย ทั้งสองจึงกัดฟันแน่น ไม่ยอมร้องออกมาสักแอะ อยากจะโชว์ความแมนให้สาวประทับใจ

“พักผ่อนเยอะๆ นะ ห้ามขยับตัวมั่วซั่วล่ะ” โอวหยางเซิงม่านพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แล้วเดินออกไปพร้อมบอดี้การ์ด

ทิ้งให้สองหนุ่มมองตามตาละห้อย สมองเบลอหนักกว่าเดิม

เช้าวันรุ่งขึ้น หมอเจ้าของไข้เข้ามาตรวจอาการ ถึงกับต้องขยี้ตาตัวเองซ้ำๆ เมื่อพบว่าอาการบาดเจ็บของคนไข้ทั้งสองดีขึ้นจนน่าตกใจ แทบจะหายเป็นปกติ

หมอนึกว่าเครื่องมือตรวจผิดพลาด จึงรีบส่งตัวไปทำซีทีสแกนใหม่อีกรอบ แต่ผลก็ออกมาเหมือนเดิม กระดูกที่เคยหักและหมอนรองกระดูกที่เสียหาย กลับสมานตัวกันอย่างน่าอัศจรรย์ พักฟื้นอีกไม่กี่วันก็น่าจะหายขาด

“พระเจ้าช่วย! นี่มันปาฏิหาริย์ชัดๆ!”

พอหลี่จวินรู้ข่าวว่าสองคนนั้นหายดีแล้ว โลกทั้งใบของเธอก็สว่างไสวขึ้นมาทันที สายตาที่เธอมองไป๋อวิ๋นเฟยเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ

ไม่รอช้า โอวหยางเซิงม่านและหลี่จวินรีบจัดการให้แพทย์ลงความเห็นว่าอาการบาดเจ็บของทั้งคู่เป็นเพียง 'บาดเจ็บเล็กน้อย' ทำให้ไป๋อวิ๋นเฟยรอดพ้นจากโทษจำคุกหนัก เหลือแค่ถูกกักขังเพียง 3-5 วันเท่านั้น

“นึกไม่ถึงเลยว่าไอ้หนุ่มนี่จะเก่งกาจขนาดนี้!” หลี่จวินหันไปพูดกับโอวหยางเซิงม่านด้วยความทึ่ง

“ฮึ! ฉันบอกแล้วไงว่าเขาของจริง คราวนี้เชื่อหรือยังล่ะ” โอวหยางเซิงม่านยิ้มกริ่มอย่างภูมิใจ

แม้เรื่องราวจะเริ่มจากการวิวาทเล็กๆ แต่กลับกลายเป็นการงัดข้อกันระหว่างสองขั้วอำนาจ หวังตู้ฮ่าวและเติ้งลี่โจวต้องการจะเล่นงานไป๋อวิ๋นเฟยให้จมดิน แต่ฝ่ายไป๋อวิ๋นเฟยก็มีโอวหยางเซิงม่านคอยหนุนหลัง

อีกทั้งอาการบาดเจ็บของคู่กรณีก็หายสนิท ทำให้ข้อหาทำร้ายร่างกายสาหัสตกไป ประกอบกับอิทธิพลของโอวหยางเซิงม่านในอำเภอซิงฮั่วที่ไม่ธรรมดา ยิ่งช่วงนี้กระแสปูทิพย์และผักทิพย์กำลังมาแรง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายคนต่างวิ่งเข้าหาเธอเพื่อขอลิ้มลองของดี ทำให้แต้มต่อของโอวหยางเซิงม่านเหนือกว่าเห็นๆ

สุดท้ายไป๋อวิ๋นเฟยจึงถูกปล่อยตัวออกมาอย่างปลอดภัยหลังจากผ่านไปไม่กี่วัน

จบบทที่ บทที่ 34 คราวนี้เชื่อหรือยัง

คัดลอกลิงก์แล้ว