- หน้าแรก
- ยอดหมอเทพแห่งหมู่บ้านเร้นลับ
- บทที่ 25 จ้างคนงานในหมู่บ้าน
บทที่ 25 จ้างคนงานในหมู่บ้าน
บทที่ 25 จ้างคนงานในหมู่บ้าน
“ผมอยากจ้างคนในหมู่บ้านมาทำงานครับ จะเอารถบรรทุกคันนี้ขับตระเวนไปประกาศให้ทั่ว แต่ก่อนอื่น แวะไปที่บ้านผมสักครู่ครับ”
ไป๋อวิ๋นเฟยอัดเสียงลงในโทรโข่ง แล้วให้รถบรรทุกเปิดเสียงประกาศวนไปรอบหมู่บ้าน
หมู่บ้านแห่งนี้เหลือผู้ชายน้อยเต็มที ส่วนใหญ่เป็นคนแก่และเด็ก หนุ่มสาววัยแรงงานต่างพากันอพยพไปหางานทำในเมืองใหญ่ เพราะลำพังแค่ทำไร่ไถนาขายผลผลิตก็ได้เงินเพียงหยิบมือ ไม่พอกินพอใช้
เมื่อชาวบ้านได้ยินประกาศรับสมัครคนงาน แถมยังจ่ายค่าแรงเป็นรายสัปดาห์ ก็พากันสนใจ ประกอบกับช่วงนี้ว่างเว้นจากการทำนา จึงพากันมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออกของหมู่บ้านตามเสียงประกาศ ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่แห่แหนกันมานับร้อยคนด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ณ ลานดินทางทิศตะวันออก ไป๋อวิ๋นเฟย ซุนเยว่ และสองสามีภรรยาตระกูลไป๋ ได้จัดเตรียมสถานที่ไว้พร้อมสรรพ มีเพิงพักชั่วคราว โต๊ะ และเก้าอี้วางเรียงราย
“เสี่ยวเฟย ที่นี่รับสมัครคนงานทำอะไรเหรอ?” ชาวบ้านไม่กล้าถามซุนเยว่ สาวสวยจากเมืองกรุง จึงหันมาถามไป๋อวิ๋นเฟยที่คุ้นเคยกันดีกว่า
เห็นคนมารวมตัวกันเยอะพอสมควร ไป๋อวิ๋นเฟยจึงลุกขึ้นยืนถือโทรโข่งประกาศ
“พี่ป้าน้าอา และน้องๆ หนูๆ ทุกคน สวัสดีครับ! ที่ดินผืนนี้ผมได้ทำสัญญาเช่ากับผู้ใหญ่บ้านเป็นเวลา 20 ปี เพื่อทำโครงการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและฟาร์มเลี้ยงสัตว์! ตอนนี้ผมต้องการแรงงานมาช่วยบุกเบิกพื้นที่ ใครว่างก็มาสมัครได้เลยครับ! ค่าแรงผมจะจ่ายให้ทุก 2 วัน รับประกันว่าได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 40 หยวนแน่นอนครับ!”
สิ้นเสียงประกาศ ฝูงชนก็ฮือฮาขึ้นมาทันที
ไป๋ต้าจ้วงที่นั่งอยู่ข้างๆ แทบจะพุ่งเข้าไปปิดปากลูกชาย วันละ 40 หยวน! เดือนนึงก็ตก 1,200 หยวนเชียวนะ! รายได้พอๆ กับคนทำงานในตัวอำเภอเลย ขนาดโรงงานผักดองของผู้ใหญ่บ้านหวังเฉวียนผิง ให้คนงานทำหลังขดหลังแข็งทั้งเดือนไม่มีวันหยุด ยังได้แค่ 700 หยวน แถมยังชอบหักเงินดื้อๆ หรือไม่ก็ดองเงินเดือนไว้ตั้ง 3-4 เดือน ต้องตามทวงเช้าทวงเย็นกว่าจะได้
แต่ที่นี่จ่ายทุก 2 วัน แถมค่าแรงสูงลิ่ว ชาวบ้านตาลุกวาวด้วยความสนใจ
“เสี่ยวเฟย! พูดจริงเหรอ? แค่ถางหญ้าขุดดินเฉยๆ เนี่ยนะ?” ชายชราคนหนึ่งถามขึ้นด้วยความไม่แน่ใจ แกอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีลูกหลาน รายได้ก็น้อยนิด ปีนึงจะได้กินเนื้อสัตว์สักหน ยิ่งแก่ตัวลงก็ยิ่งหางานยาก
“จริงแท้แน่นอนครับลุง ไม่เชื่อไปถามผู้ใหญ่บ้านดูได้เลยว่าผมเช่าที่จริงหรือเปล่า” ไป๋อวิ๋นเฟยรู้ดีว่าการอ้างชื่อผู้ใหญ่บ้านจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง
“เช่าที่น่ะเชื่อ แต่จะมีเงินจ่ายค่าแรงพวกเราเหรอ? เพิ่งกลับมาบ้านตัวเปล่า จะไปเอาเงินถุงเงินถังมาจากไหน?” ป้าคนหนึ่งถามแทรกขึ้นมา
“ไม่ต้องห่วงครับพี่น้อง ทางซ้ายมือผมนี้คือคุณซุนเยว่ ผู้จัดการจากโรงแรมเฟยเอ๋อร์เล่อ โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอซิงฮั่ว โครงการนี้ไม่ได้มีแค่ผมคนเดียว แต่เป็นการร่วมลงทุนกับทางโรงแรมครับ ดังนั้นเรื่องเงินทุนหายห่วงได้เลย ถ้าไม่เชื่อลองถามเธอดูได้ครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยผายมือไปทางซุนเยว่
ซุนเยว่ได้แต่นั่งยิ้มแห้งๆ ในใจคิดว่า 'โรงแรมถือหุ้นแค่ 20% เองนะ แถมเป็นบอสที่เสนอตัวขอร่วมทุนด้วยซ้ำ ไม่งั้นคงไม่ได้สักเปอร์เซ็นต์ แต่ตาหมอนี่พูดซะเหมือนตัวเองเป็นแค่ลูกจ้างโรงแรมซะงั้น'
อย่างไรก็ตาม ชื่อเสียงของโรงแรมเฟยเอ๋อร์เล่อนั้นโด่งดังไปทั่ว แม้ชาวบ้านจะไม่ค่อยได้เข้าเมือง แต่ก็พอจะเคยได้ยินชื่อมาบ้าง
“สวัสดีค่ะทุกท่าน ฉันซุนเยว่ ผู้จัดการโรงแรมเฟยเอ๋อร์เล่อ นี่คือบัตรพนักงานของฉันค่ะ มีตราประทับนูนรับรองถูกต้อง” ซุนเยว่โชว์บัตรพนักงานที่ห้อยคออยู่ให้ชาวบ้านดู
“ของจริงว่ะ! ลูกเขยฉันก็ทำงานที่นั่น บัตรแบบเดียวกันเปี๊ยบ ได้ยินว่าค่าห้องคืนละตั้ง 200 หยวนแน่ะ!” ชาวบ้านคนหนึ่งยืนยันเสียงดัง
“เรื่องค่าแรงไม่ต้องกังวลนะคะ จ่ายทุก 2 วัน รับรองไม่มีเบี้ยว โรงแรมเฟยเอ๋อร์เล่อขอเอาชื่อเสียงเป็นประกันค่ะ” ซุนเยว่ยืนยันหนักแน่น
เมื่อผู้จัดการโรงแรมใหญ่มายืนยันด้วยตัวเอง ชาวบ้านก็วางใจ ต่อให้โดนหลอกก็แค่เสียแรงฟรี 2 วัน ไม่ได้เสียหายอะไรมากมาย ดีกว่าต้องดั้นด้นไปหางานทำในเมืองที่ต้องเสียค่าเช่าบ้าน แถมยังเสี่ยงโดนโกงค่าแรงอีก ที่นี่ทำงานใกล้บ้าน กินอยู่สะดวก เงินที่ได้ก็เป็นเนื้อเป็นหนัง ชาวบ้านจึงพากันแย่งสมัครงานกันจ้าละหวั่น
“เสี่ยวเฟย ป้าทำด้วยได้ไหม?” หญิงร่างท้วมวัย 50 กว่าปีถามด้วยความหวัง
“ได้ครับป้า ถ้าขุดดินไม่ไหว ก็มาช่วยทำกับข้าวเลี้ยงคนงานตอนเที่ยงก็ได้ครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยรับทุกคนที่พอจะทำงานไหว
“ฉันแรงน้อย ทำงานช้า ไม่เหมือนพวกผู้ชาย... ฉันขอค่าแรงแค่ครึ่งเดียวก็ได้จ้ะ” เสียงแผ่วเบาดังมาจากหญิงสาวคนหนึ่ง
ไป๋อวิ๋นเฟยหันไปมอง พบว่าเป็น ชิวจวี๋ ที่เขาเคยช่วยชีวิตไว้
ได้ข่าวว่าหลังจากเหตุการณ์นั้น แม่สามีของเธอก็เลิกหาเรื่องระแวงว่าเธอคบชู้ และเลิกด่าทอไปเลย คงเพราะกลัวว่าถ้าลูกสะใภ้ตายไปจริงๆ ตัวเองจะต้องอยู่คนเดียวตอนแก่เฒ่า ไม่มีคนดูแล หรือแม้แต่คนจะมาเก็บศพให้
“ไม่เป็นไรครับพี่ชิวจวี๋ ค่าแรงเท่ากันทุกคน ขอแค่ตั้งใจทำงาน ผมไม่เอาเปรียบใครแน่นอน” ไป๋อวิ๋นเฟยส่งยิ้มอ่อนโยนให้
“ขอบใจนะเสี่ยวเฟย” ชิวจวี๋ก้มหน้าตอบเสียงเบาด้วยความซาบซึ้ง
ไม่นาน การรับสมัครก็เสร็จสิ้น คัดคนที่ทำงานไม่ไหวออกไปแล้ว เหลือคนงานประมาณร้อยกว่าคน ไป๋ต้าจ้วงและหลี่ชิ่วหลานรับหน้าที่จดบันทึกรายชื่อคนงาน แม้จะรู้จักกันหมด แต่การทำบัญชีให้รัดกุมไว้ก่อนย่อมดีกว่า เพื่อป้องกันปัญหาในภายหลัง
ไป๋อวิ๋นเฟยสั่งให้คนขับรถบรรทุกไปซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำมัน และไข่ไก่ที่ในตัวตำบล แล้วขนกลับมาทำอาหารเลี้ยงคนงานที่หน้างานเลย
...
กริ๊งงง...
“ผู้ใหญ่! มีเรื่องใหญ่แล้ว!”
“มีอะไรก็รีบพูดมา!” หวังเฉวียนผิงรับสายเถี่ยต้านด้วยอารมณ์หงุดหงิด เพราะกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกับกิ๊กสาวในบ้านพักที่ตัวตำบล
“ใจเย็นครับผู้ใหญ่ คือไอ้ไป๋อวิ๋นเฟยมันจ้างคนในหมู่บ้านไปทำงานที่ที่ดินของมันแล้วครับ! แถมยังแจกเงินค่าแรงวันละ 40 หยวน...” เถี่ยต้านรายงานรัวเร็ว
“ไอ้ไป๋อวิ๋นเฟยมันไปเอาเงินมาจากไหน?” หวังเฉวียนผิงไม่อยากจะเชื่อ
“ได้ยินมาว่าร่วมทุนกับโรงแรมเฟยเอ๋อร์เล่อในตัวอำเภอครับ”
“โรงแรมใหญ่ขนาดนั้นมาร่วมทุนกับไอ้กระจอกอย่างมันเนี่ยนะ? เจ้าของโรงแรมตาบอดหรือไง? ถุย!” หวังเฉวียนผิงสบถอย่างหัวเสีย
“บัดซบเอ๊ย! ถ้ามีโรงแรมใหญ่หนุนหลัง ข้าก็คงทำอะไรมันไม่ได้ง่ายๆ แล้วสิ ถือว่ามันโชคดีไป!”
หวังเฉวียนผิงเจ็บใจ เดิมทีคิดว่าไป๋อวิ๋นเฟยทุ่มเงินเช่าที่จนหมดตัว คงจะจนตรอกอยู่ในหมู่บ้าน รอให้เขาหาเรื่องกลั่นแกล้งได้ตามใจชอบ ไม่นึกเลยว่าจะมีนายทุนใหญ่มาหนุนหลังแบบนี้ ถ้ารู้ก่อนหน้านี้ เขาคงจะโขกค่าเช่าที่ให้หนักกว่านี้ไปแล้ว!