- หน้าแรก
- ยอดหมอเทพแห่งหมู่บ้านเร้นลับ
- บทที่ 26 ปลูกผักและผลไม้
บทที่ 26 ปลูกผักและผลไม้
บทที่ 26 ปลูกผักและผลไม้
“รอฉันอยู่ในหมู่บ้าน เดี๋ยวฉันจะรีบกลับไป” หวังเฉวียนผิงวางสายจากเถี่ยต้าน ความต้องการทางเพศมอดดับลงทันที เขารีบสวมกางเกงแล้วขับรถบึ่งกลับหมู่บ้าน
ทางด้านไป๋อวิ๋นเฟยได้รับสมัครคนงานทั้งเด็กและผู้ใหญ่มามากมาย เขาไม่ได้คิดคำนวณกำไรขาดทุนอะไรมากนัก เพียงแค่ต้องการช่วยเหลือชาวบ้านให้มีรายได้ ใครทำงานหนักไม่ได้ก็ให้ทำงานเบา ผู้สูงอายุก็ให้ไปช่วยงานในครัว
ใกล้เวลาอาหารกลางวันแล้ว ชาวบ้านมีฝีมือในการทำอาหารไม่เลว พวกเขาช่วยกันทอดแผ่นแป้งกุยช่ายใส่ไข่กองโต ผัดผักดองใส่หมูสับกระทะใหญ่สำหรับกินคู่กับแผ่นแป้ง ต้มโจ๊กถั่วเขียวหม้อใหญ่ และยังมีซาลาเปาไส้หมูลูกโตแจกให้คนละลูกอีกด้วย
ชาวบ้านที่ทำงานเหน็ดเหนื่อยมาทั้งเช้า ต่างหิวโซจนท้องกิ่ว พอได้กลิ่นหอมของอาหารก็น้ำลายสอ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าได้รับค่าแรงวันละ 40 หยวนแล้ว ก็รู้สึกเกรงใจที่จะกินฟรีอีก
“ทุกคนครับ พักทานมื้อเที่ยงกันก่อน พักผ่อนสักชั่วโมง แล้วตอนบ่ายค่อยเริ่มงานกันต่อนะครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยประกาศผ่านโทรโข่ง
“เสี่ยวเฟย ไม่ต้องลำบากหรอกลูก เดี๋ยวพวกเรากลับไปกินที่บ้านเอง” ชาวบ้านคนหนึ่งพูดด้วยความเกรงใจ
“เตรียมไว้ครบทุกคนแล้วครับ ถ้าไม่กินก็ต้องทิ้ง เสียดายของเปล่าๆ มาครับ มาทานกันเถอะ” ไป๋อวิ๋นเฟยคะยั้นคะยอ เขาอยากให้ชาวบ้านอิ่มท้อง จะได้มีแรงทำงานในไร่นาของเขาได้อย่างเต็มที่
เมื่อได้กลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ประกอบกับคำเชิญชวนของไป๋อวิ๋นเฟย ชาวบ้านจึงยอมอยู่ทานอาหารกลางวัน ทุกคนต่างยิ้มแย้มแจ่มใส ได้ทั้งค่าแรง ทั้งอาหารกลางวันฟรี แถมยังมีเนื้อสัตว์ให้กินอีก งานดีๆ แบบนี้แม้แต่ในตัวอำเภอก็ยังหาได้ยาก
ชาวบ้านมองไป๋อวิ๋นเฟยด้วยความชื่นชมและเอ็นดู ปากก็พร่ำสรรเสริญไม่ขาดสาย
เหล่าสาวน้อยสาวใหญ่ในหมู่บ้าน จากที่เคยหวาดกลัวเขา ตอนนี้กลับมองเขาด้วยสายตาหวานเชื่อม แฝงแววรักใคร่ชื่นชม
นี่แหละคืออานุภาพของเงินตรา ไม่ว่ายุคสมัยไหน เงินก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่บันดาลได้แทบทุกสิ่ง
ไป๋อวิ๋นเฟยมองภาพชาวบ้านพูดคุยหัวเราะกันอย่างมีความสุข เขาก็รู้สึกอบอุ่นในหัวใจ นี่เป็นโครงการท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งแรกของเขา เขาใส่ใจดูแลมันเหมือนลูก และยิ่งมีความสุขเมื่อได้เห็นชาวบ้านที่ซื่อสัตย์มาช่วยกันทำงาน
“พี่ชิวจวี๋ ทำไมกินแผ่นแป้งแค่อันเดียวล่ะครับ? มีซาลาเปาด้วยนะ หยิบไปคนละลูกเลยครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยสังเกตเห็นชิวจวี๋แอบอยู่ใต้ต้นไม้ ท่าทางลับๆ ล่อๆ เหมือนซ่อนอะไรไว้ในอกเสื้อ เธอกินแผ่นแป้งห่อผักดองไปแค่อันเดียวแล้วก็หยุด
“เสี่ยวเฟย... พี่... พี่อิ่มแล้วจ้ะ” ชิวจวี๋ตอบตะกุกตะกัก มือยังคงคลำกระเป๋ากางเกง
“กินแค่นั้นจะไปอิ่มอะไรครับ ไปหยิบซาลาเปามากินเถอะ เดี๋ยวผมจะให้คนเอาอาหารไปส่งให้แม่สามีพี่ที่บ้านเอง” ไป๋อวิ๋นเฟยเห็นกระเป๋ากางเกงของเธอตุงออกมาเป็นก้อนกลมๆ ก็เดาได้ทันทีว่าเธอคงจะเก็บซาลาเปาไว้ให้แม่สามี
“พอแล้วจ้ะ ไม่ต้องหรอก เสี่ยวเฟย” ชิวจวี๋ยังคงปฏิเสธด้วยความเกรงใจ
“รีบกินซาลาเปาเดี๋ยวนี้เลยครับ ถ้าไม่กิน ผมจะไม่จ้างพี่ทำงานต่อนะ แล้วค่าแรงเมื่อเช้าก็จะริบด้วย” ไป๋อวิ๋นเฟยแกล้งทำเสียงดุ
“พี่ยอมกินแล้ว เสี่ยวเฟยอย่าไล่พี่ออกนะ” ชิวจวี๋น้ำตาคลอเบ้า รีบหยิบซาลาเปาออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วกัดกินคำโต
ไป๋อวิ๋นเฟยนั่งเฝ้าอยู่ใต้ต้นไม้จนเธอกินหมด เพราะรู้ว่าถ้าไม่เฝ้า เธอคงแอบเก็บไว้แน่ๆ
เมื่อชิวจวี๋กินซาลาเปาหมด เธอใช้หลังมือเช็ดปาก แล้วส่งยิ้มบางๆ ให้ไป๋อวิ๋นเฟย
“พรุ่งนี้ต้องกินข้าวให้เยอะๆ นะครับ ห้ามแอบเก็บไว้แบบนี้อีก เข้าใจไหม?” ไป๋อวิ๋นเฟยสั่งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“จ้ะ” ชิวจวี๋รับคำด้วยความขัดเขิน
ไป๋อวิ๋นเฟยลุกขึ้นยืนแล้วบอกกับเธอ “เดี๋ยวผมจะให้คนเอาข้าวไปส่งให้แม่สามีพี่ ไม่ต้องห่วงนะครับ”
“ขอบใจนะเสี่ยวเฟย” ชิวจวี๋ก้มหน้าตอบเสียงเบา
ไป๋อวิ๋นเฟยเดินออกไปไม่กี่ก้าว ก็หันหลังเดินกลับมา กระซิบข้างหูชิวจวี๋เบาๆ “วันหลังมาทำงานอย่าใส่เสื้อสีขาวนะครับ”
ลมหายใจอุ่นๆ ที่รดต้นหูทำเอาชิวจวี๋ขนลุกซู่ หัวใจเต้นรัว ใบหน้าแดงซ่านลามไปถึงใบหู
เธอก้มลงมองเสื้อตัวเองแล้วก็ต้องกรีดร้องเบาๆ รีบเอามือปิดปาก มองซ้ายมองขวาด้วยความตื่นตระหนก แล้วรีบไปหลบหลังต้นไม้ใหญ่ มิน่าล่ะ ตอนใกล้เที่ยง พวกผู้ชายในหมู่บ้านถึงได้จ้องมองเธอตาเป็นมัน ที่แท้เพราะเหงื่อทำให้เสื้อเปียกแนบเนื้อจนเห็นอะไรต่อมิอะไรวับๆ แวมๆ นี่เอง
เมื่อถึงเวลา 16.30 น. ชาวบ้านที่อิ่มหนำสำราญก็ทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง ไม่มีใครอู้งาน เพราะสวัสดิการดีขนาดนี้ ทุกคนต่างทำงานด้วยความเต็มใจและมีความสุข
“วันนี้พอแค่นี้ครับ เลิกงานได้ พรุ่งนี้เลิกงานตอนบ่ายจะจ่ายค่าแรงให้นะครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยประกาศผ่านโทรโข่ง
“ได้เลย! เจอกันพรุ่งนี้นะเสี่ยวเฟย” ป้าหลี่เป็นคนแรกที่เดินกลับบ้าน
ไม่นานทุกคนก็ทยอยกลับกันจนหมด หลี่ชิ่วหลานเดินเข้ามาหาไป๋อวิ๋นเฟย
“เสี่ยวเฟย วันนี้คนงานเยอะขนาดนี้ ค่าแรงวันเดียวก็ปาเข้าไปหลายพันแล้วนะลูก” หลี่ชิ่วหลานพูดด้วยความเป็นห่วง
“แม่ครับ ไม่ต้องห่วง ผมมีเงิน” ไป๋อวิ๋นเฟยปลอบใจ
“แม่รู้ว่าลูกมีเงิน แต่ก็ไม่ควรใช้ฟุ่มเฟือยขนาดนี้นะ ทั้งเนื้อทั้งแป้งมื้อกลางวันนั่นก็หลายตังค์อยู่ พรุ่งนี้เรางดเลี้ยงข้าวเที่ยงดีไหมลูก?” หลี่ชิ่วหลานเสนอ
“ยายแก่นี่ คิดเล็กคิดน้อยไปได้ ลูกมันโตแล้ว มันจัดการของมันเองได้ เราแก่แล้วก็คอยช่วยดูห่างๆ ก็พอ” ไป๋ต้าจ้วงพ่นควันบุหรี่ พูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“แม่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ โรงแรมเฟยเอ๋อร์เล่อเขาร่วมทุนมาตั้ง 15 ล้านหยวน อีกอย่าง ผมก็แค่อยากทำบุญ ช่วยให้ชาวบ้านในหมู่บ้านเรามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ” ไป๋อวิ๋นเฟยโอบไหล่แม่แล้วพูดเบาๆ
“ก็ได้จ้ะ แม่เคารพการตัดสินใจของลูก สู้ๆ นะลูกแม่!” หลี่ชิ่วหลานยิ้มให้กำลังใจ
สี่วันผ่านไปไวเหมือนโกหก พื้นที่รกร้างทางทิศตะวันออกได้รับการปรับปรุงจนเสร็จสมบูรณ์ ไป๋อวิ๋นเฟยจึงสั่งให้คนงานย้ายไปขุดพื้นที่หาดหินริมแม่น้ำที่มีเนื้อที่กว่า 300 หมู่ โดยเริ่มจากการขุดบ่อเลี้ยงปลาขนาด 30 หมู่ จำนวน 3 บ่อ
เนื่องจากรถแม็คโครเข้าไม่ถึง จึงต้องใช้แรงงานคนขุด แต่ด้วยจำนวนคนงานนับร้อยคน งานจึงคืบหน้าไปได้ไม่ช้านัก
ไป๋อวิ๋นเฟยมองดูที่ดินที่ปรับปรุงแล้ว แม้จะเป็นดินปนทรายซึ่งปลูกพืชได้ยาก แต่เขามีน้ำทิพย์วิเศษ จึงไม่กังวลเรื่องนี้ เขาตัดสินใจจะเข้าเมืองไปซื้อกล้าไม้พร้อมกับซุนเยว่
ซุนเยว่คุ้นเคยกับตัวอำเภอดี เธอจึงพาไป๋อวิ๋นเฟยไปที่ตลาดขายส่งสินค้าเกษตร
ตลอดทาง ไป๋อวิ๋นเฟยได้ยินคนพูดถึงสรรพคุณของปูทิพย์ไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง
ปูทิพย์มันปูหอมมัน เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ รสชาติหวานล้ำ ทานแล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่า มีสรรพคุณบำรุงหยินเสริมหยาง ซึ่งหาไม่ได้ในปูทั่วไป
และสรรพคุณเด็ดที่คนส่วนใหญ่ใฝ่หา คือข่าวลือที่ว่าผู้ชายที่มีปัญหาเรื่องสมรรถภาพทางเพศ หากได้ทานปูทิพย์ติดต่อกันไม่กี่วัน ก็จะกลับมาฟิตปั๋ง เตะปี๊บดังราวกับคนหนุ่ม
แม้ปูทิพย์จะไม่ได้สร้างผลกำไรโดยตรงให้กับโรงแรมเฟยเอ๋อร์เล่อมากนัก แต่สรรพคุณของมันทำให้ผู้มีอิทธิพลและเศรษฐีมากมายต่างวิ่งเข้าหาโอวหยางเซิงม่าน ซึ่งมีค่ามากกว่าเงินทองเสียอีก
โอวหยางเซิงม่านรู้ดีว่าปูทิพย์มีไว้เพื่อสร้างคอนเนกชัน หากต้องการกำไรเป็นกอบเป็นกำ ต้องพึ่งพาสินค้าระดับกลางถึงล่าง เพราะคนรวยมีน้อย คนส่วนใหญ่กินปูทิพย์ไม่ไหว และมันก็ไม่ใช่ปัจจัยสี่ที่ขาดไม่ได้
ดังนั้น เมื่อได้ยินว่าไป๋อวิ๋นเฟยจะปลูกผักผลไม้ เธอจึงรีบเสนอเงินลงทุนให้ทันที เพื่อที่จะได้สินค้ามาป้อนตลาดมวลชน ซึ่งจะสร้างมูลค่ามหาศาลให้กับโรงแรมในระยะยาว