- หน้าแรก
- ยอดหมอเทพแห่งหมู่บ้านเร้นลับ
- บทที่ 23 ท่านประธานใหญ่ของฉัน
บทที่ 23 ท่านประธานใหญ่ของฉัน
บทที่ 23 ท่านประธานใหญ่ของฉัน
ซุนเยว่ได้ยินเงื่อนไขที่เจ้านายเสนอมาก็ตกตะลึง ดูเหมือนว่าบอสจะให้ความสำคัญกับเทคนิคนี้มาก แต่เมื่อได้ยินไป๋อวิ๋นเฟยปฏิเสธอีกครั้ง เธอก็อดเสียดายแทนเขาไม่ได้ โอกาสดีขนาดนี้หากพลาดไปคงไม่มีมาอีกแล้ว
ฝ่ายโอวหยางเซิงม่าน ตอนแรกที่เห็นสีหน้าตกใจของไป๋อวิ๋นเฟย เธอนึกว่าเขาจะตกลงเสียอีก จึงแอบดีใจอยู่ลึกๆ แต่สุดท้ายเขากลับปฏิเสธ
“คุณไป๋ไม่ลองพิจารณาดูอีกสักหน่อยเหรอคะ? เงื่อนไขดีขนาดนี้ แถมยังมีหุ้นของโรงแรมด้วย ฉันเชื่อว่าอีกไม่นาน ทรัพย์สินของคุณไป๋ต้องแตะหลักร้อยล้านแน่นอน” โอวหยางเซิงม่านประสานมือเท้าคาง จ้องมองไป๋อวิ๋นเฟยพร้อมรอยยิ้มหวานหยดย้อย
“ต้องขอโทษจริงๆ ครับ ผมไม่สามารถถ่ายทอดให้คนอื่นได้จริงๆ ตอนนี้ผมเช่าที่นาในหมู่บ้านไว้เจ็ดร้อยหมู่แล้ว กะว่าจะทำธุรกิจท่องเที่ยวเชิงเกษตร ไม่ใช่แค่เลี้ยงสัตว์เป็นหลัก แต่ผมจะปลูกผักผลไม้ด้วยครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยส่ายหน้า ปฏิเสธอย่างหนักแน่นอีกครั้ง
“คุณยังจะเลี้ยงสัตว์อื่น แล้วก็ปลูกผักผลไม้ด้วยเหรอคะ?” โอวหยางเซิงม่านเบิกตากว้าง มองไป๋อวิ๋นเฟยด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“ก็พอได้ครับ ผมโตมาในชนบท ก็เลี้ยงมาหมดทุกอย่างแล้ว” มีเพียงไป๋อวิ๋นเฟยเท่านั้นที่รู้ดีว่า การเลี้ยงสัตว์ปลูกพืชพวกนี้ เขาอาศัยเพียงน้ำทิพย์จากแหวนวิเศษ ไม่จำเป็นต้องใช้เทคนิคซับซ้อนอะไรเลย
ตอนนี้เองที่โอวหยางเซิงม่านเริ่มพิจารณาไป๋อวิ๋นเฟยอย่างจริงจัง เธอพบว่าจริงๆ แล้วเขาเป็นคนหน้าตาดีทีเดียว ดูสดใสแข็งแรง แม้ผิวจะเป็นสีแทนเข้มแบบคนทำงานตากแดด แต่ก็ดูสุขภาพดี ดวงตาสุกสกาวสดใส หากไม่สังเกตให้ดีคงมองข้ามไป เพราะความหล่อเหลานั้นถูกบดบังด้วยเสื้อผ้าเชยๆ แบบชาวบ้าน
โอวหยางเซิงม่านรู้ดีว่า แม้ไป๋อวิ๋นเฟยจะมีพื้นเพเป็นเกษตรกร แต่เขากลับมีความฉลาดเฉลียวทันคนยิ่งกว่าคนเมืองเสียอีก ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าปฏิเสธการขายเทคนิคเป็นครั้งที่สอง
แม้จะรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ครอบครองเทคนิคหลัก แต่โอวหยางเซิงม่านก็รู้ดีว่ามูลค่าของปูทิพย์นั้นสูงกว่าสองพันหยวนมากนัก หลังงานเลี้ยงเลิกราไปไม่นาน ข่าวลือเรื่องสรรพคุณของปูทิพย์ก็แพร่สะพัด ว่าช่วยบำรุงผิวพรรณให้สตรีอ่อนเยาว์ และช่วยเสริมสมรรถภาพให้บุรุษแม้อดหลับอดนอน
ปูทิพย์กลายเป็นของล้ำค่าสำหรับเหล่าเศรษฐี ผู้มีอิทธิพลมากมายต่างติดต่อเข้ามาขอซื้อจนหัวกระไดไม่แห้ง โอวหยางเซิงม่านคิดว่าสามารถใช้ปูทิพย์เป็นใบเบิกทางในการสร้างคอนเนกชันได้ ยิ่งไป๋อวิ๋นเฟยบอกว่าจะปลูกผักผลไม้ด้วย เธอก็ยิ่งสนใจ แม้จะไม่ได้เทคนิคมา แต่การได้สิทธิ์รับซื้อก่อนก็นับว่าเป็นผลประโยชน์มหาศาลแล้ว
“เสี่ยวเฟย แล้วสัตว์เลี้ยงกับผักผลไม้อื่นๆ ของคุณ จะมีสรรพคุณบำรุงร่างกายเหมือนปูทิพย์ไหมคะ?” โอวหยางเซิงม่านถามตาเป็นประกาย
“มีสรรพคุณบำรุงเหมือนกันครับ แต่อาจจะไม่เข้มข้นเท่าปูทิพย์ ทว่ารสชาติต้องดีกว่าผักผลไม้ทั่วไปแน่นอน และที่สำคัญคือปลอดสารพิษร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ”
ไป๋อวิ๋นเฟยรู้ดีว่า หากจะเปิดฟาร์มและสวนเกษตรขนาดใหญ่ น้ำทิพย์ในแหวนคงไม่พอที่จะรดน้ำทุกต้น เขาคงต้องใช้วิธีผสมน้ำทิพย์ลงในดินและแหล่งน้ำเพื่อเจือจาง แม้จะทำให้พืชผลโตไม่เร็วเท่าปูทิพย์ แต่ก็จะช่วยลดระยะเวลาการเก็บเกี่ยวลงได้บ้าง
โอวหยางเซิงม่านได้ยินว่าสินค้าอื่นๆ ก็มีสรรพคุณบำรุงร่างกาย หัวใจก็พองโต หากสามารถผลิตจำนวนมากได้ แถมยังคุณภาพดีกว่าท้องตลาดโดยไร้คู่แข่ง นี่มันบ่อเงินบ่อทองของโรงแรมเฟยเอ๋อร์เล่อชัดๆ
เมื่อคิดได้ดังนั้น โอวหยางเซิงม่านก็ยิ้มหวาน พูดกับไป๋อวิ๋นเฟยอย่างเป็นกันเองว่า “เสี่ยวเฟย คุณจะเปิดฟาร์มทำสวนเกษตร เงินทุนพอไหมคะ? ต้องการความช่วยเหลือหรือเปล่า?”
ไป๋อวิ๋นเฟยคำนวณในใจ เงินที่ได้จากการขายปูวันนี้คงได้ล้านกว่าหยวน เอาไปลงทุนพัฒนาที่ดินเจ็ดร้อยหมู่ก็พอถูไถ แต่ถ้าจะซ่อมถนนเข้าหมู่บ้านด้วยคงไม่พอ เพราะการตัดถนนต้องใช้เงินหลายล้านถึงสิบล้านหยวน
“ก็ไม่ค่อยพอเท่าไหร่ครับ หรือว่าเจ้าสัวใหญ่สนใจจะให้ทุนสนับสนุนผมเหรอครับ?” ไป๋อวิ๋นเฟยรู้อยู่แล้วว่าเธอหมายถึงอะไร แต่ก็แกล้งถามกลับไป
“พูดกันตามตรง ฉันสนใจไอเดียของคุณ ฉันสามารถให้เงินทุนสนับสนุนคุณสิบห้าล้านหยวน” โอวหยางเซิงม่านเอนหลังพิงเก้าอี้ มือเรียววางพาดพนักพิงด้วยท่าทางสบายๆ
“งั้นต้องขอบคุณคุณโอวหยางล่วงหน้าครับ แต่ว่า... คุณต้องการอะไรเป็นสิ่งตอบแทนครับ?” ไป๋อวิ๋นเฟยถามตรงๆ เขารู้ว่าถึงไม่รับเงินจากเธอ เขาก็พอจะหาทางได้ แต่คอนเนกชันของเธอนั้นคือสิ่งที่เขาไม่มี เขาจึงตัดสินใจรับความช่วยเหลือ
“คุณพูดถูก การทำธุรกิจย่อมต้องหวังผลกำไร ฉันขอหุ้นในฟาร์มเกษตรของคุณสามสิบเปอร์เซ็นต์ค่ะ” โอวหยางเซิงม่านยิ้มยั่วยวน
“สามสิบเปอร์เซ็นต์มากเกินไปครับ ผมไม่ตกลง” ไป๋อวิ๋นเฟยตอบเสียงจริงจัง “ถ้าฟาร์มและสวนของผมพัฒนาจนเข้าที่ แค่ผลผลิตปูอย่างเดียว ปีๆ หนึ่งก็น่าจะทำเงินได้เป็นร้อยล้านแล้ว ยังไม่รวมอย่างอื่นอีก เพราะฉะนั้น... เต็มที่ผมให้ได้แค่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ หรือสองส่วนครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยชูสองนิ้วขึ้นมา
“ตกลงค่ะ! สองส่วนก็สองส่วน! ดีล!” โอวหยางเซิงม่านตอบตกลงทันทีพร้อมรอยยิ้ม
เห็นท่าทางดีใจของโอวหยางเซิงม่านที่ไม่ได้ดูผิดหวังกับการถูกต่อรองเหลือสองส่วน ไป๋อวิ๋นเฟยก็รู้สึกเหมือนตัวเองกระโดดลงหลุมที่เธอขุดดักรอไว้ยังไงชอบกล แต่ในเมื่อตกลงกันแล้ว ก็ต้องเป็นไปตามนั้น
“เสี่ยวเยว่ ไปเตรียมสัญญามา” โอวหยางเซิงม่านหันไปสั่งซุนเยว่
หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จเรียบร้อย ไป๋อวิ๋นเฟยก็เดินตามซุนเยว่ไปที่แผนกการเงินเพื่อรับเงินค่าปูและเงินทุนสนับสนุนจากโอวหยางเซิงม่าน
ไป๋อวิ๋นเฟยยืนมองภาพจิตรกรรมฝาผนังอันวิจิตรตระการตาในล็อบบี้โรงแรมอย่างเหม่อลอย ไม่กี่วันก่อนเขายังต้องพาน้องสาวไปนอนตากน้ำค้างที่สวนสาธารณะ เงินค่าโรงแรมราคาถูกๆ ยังไม่มีปัญญาจ่าย แต่วันนี้เขากลายเป็นเศรษฐีเงินล้าน และในอนาคตกำลังจะเป็นเศรษฐีร้อยล้าน
เมื่อก่อนเขาเห็นคนรวยนอนกินค่าเช่า ก็เคยฝันอยากเป็นเสือนอนกินบ้าง ตอนนี้เงินที่มีสามารถซื้อตึกในอำเภอเก็บค่าเช่าได้สบายๆ แต่คนเราย่อมมีความฝันที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น เมื่อเห็นสภาพความยากจนของหมู่บ้าน และการกดขี่ข่มเหงของผู้ใหญ่บ้านหน้าเลือด เขาจึงอยากพาชาวบ้านทุกคนให้รวยไปด้วยกัน
“เป็นยังไงบ้างคะเสี่ยวเฟย ท่านประธานใหญ่ของฉัน” ซุนเยว่เอ่ยแซวอย่างอารมณ์ดี
“อะไรเป็นยังไงครับ? แล้วอีกอย่าง ผมไม่ใช่เจ้านายพี่สักหน่อย” ไป๋อวิ๋นเฟยทำหน้างง
“ก็ตอนนี้คุณเป็นเจ้าของโครงการท่องเที่ยวเชิงเกษตรแล้ว โรงแรมเรายังต้องพึ่งพาคุณเพื่อสร้างรายได้ ฉันยังต้องคอยช่วยคุณเตรียมงานอีก ไม่เรียกว่าท่านประธานใหญ่แล้วจะให้เรียกว่าอะไรคะ?” ซุนเยว่ใช้นิ้วจิ้มไหล่ไป๋อวิ๋นเฟยเบาๆ
“นี่เพิ่งเริ่มต้นเองครับ ยังอีกยาวไกล แล้วผมก็ไม่ได้เป็นคนจ่ายเงินเดือนพี่ด้วยนะ” ไป๋อวิ๋นเฟยหัวเราะ
“ฮึ ไม่แน่หรอก ถ้าฟาร์มของคุณไปได้สวย มีอนาคต ฉันอาจจะลาออกไปทำงานกับคุณก็ได้นะ” ซุนเยว่ทำปากยื่นอย่างน่ารัก
“ที่นั่นมันบ้านนอกนะครับ พี่จะชินกับความเป็นอยู่เหรอ?” ไป๋อวิ๋นเฟยถามทีเล่นทีจริง
“บ้านเกิดฉันก็อยู่ชนบทเหมือนกันค่ะ ชินอยู่แล้ว” ซุนเยว่ตอบยิ้มๆ
ทั้งสองเดินคุยหยอกล้อกันมาจนถึงล็อบบี้ หลังจากร่ำลาซุนเยว่แล้ว ไป๋อวิ๋นเฟยก็เดินข้ามถนนไปยังร้านเบเกอรี่ฝั่งตรงข้าม เพราะเถ้าแก่เี๊ยะหลิวจูได้นัดเพื่อนๆ ที่ป่วยมาให้เขารักษาจริงๆ
ยุคสมัยนี้ผู้คนนิยมใช้ชีวิตยามราตรี หลายคนชอบนอนดึก ทำให้ร่างกายสะสมความผิดปกติไว้ไม่มากก็น้อย แม้จะไม่ใช่โรคร้ายแรงแต่ก็บั่นทอนคุณภาพชีวิต
เมื่อไป๋อวิ๋นเฟยมาถึงร้านเบเกอรี่ หลิวจูก็โทรตามเพื่อนฝูง ไม่นานกลุ่มเพื่อนสาวของเธอก็มาถึงกันครบ ทุกคนล้วนเป็นคุณนายยังสาว แต่งตัวทันสมัยและดูดีมีฐานะ