- หน้าแรก
- ทะลุมิติแดนเซียน บำเพ็ญเพียรสองโลก
- บทที่ 131 สร้างรากฐานด้วยกายเนื้อ
บทที่ 131 สร้างรากฐานด้วยกายเนื้อ
บทที่ 131 สร้างรากฐานด้วยกายเนื้อ
บทที่ 131 สร้างรากฐานด้วยกายเนื้อ
สองปีต่อมา
ผาหยกมรกต
“นายท่าน… มีรายงานการรบใหม่ล่าสุดหรือไม่?”
แม่ม่ายหวังที่ดูแก่ชราแล้ว เฝ้ารออยู่ที่ประตูด้วยความกระวนกระวาย ท่าทางที่นอบน้อมและประจบประแจงของนาง ทำให้ฟางซีรู้สึกสงสารเล็กน้อย “เข้ามาเถิด”
สองปีที่แล้ว สถานการณ์รุกรับเปลี่ยนไป
พันธมิตรสามสิบหกเกาะจัดตั้งกองทัพร่วม เพื่อโจมตีตระกูลจงมังกรมัจฉา!
ไฟสงครามลุกลามไปทั่วทุกมุมของทะเลสาบหมื่นเกาะ กองทัพร่วมขาดแคลนกำลังคน จึงรับสมัครผู้ฝึกตนอิสระอย่างเต็มที่ โดยเสนอเงื่อนไขที่เอื้อเฟื้ออย่างยิ่ง
ในอันดับต้นๆ ของกระดานผลงานสงคราม มีกระทั่งทรัพยากรสร้างรากฐานให้แลกเปลี่ยน!
นอกจากนี้ พันธมิตรสามสิบหกเกาะยังสัญญาว่า ผู้ฝึกตนสามารถใช้ผลงานสงคราม เพื่อเลือกเกาะวิญญาณที่ไม่มีเจ้าของ เพื่อก่อตั้งตระกูลหรือสำนักหลังสงครามได้ โดยพันธมิตรจะไม่เข้าแทรกแซง!
สิ่งนี้ดึงดูดผู้ฝึกตนจำนวนมาก มีข่าวว่าผู้ฝึกตนชราจำนวนไม่น้อยต่างก็พยายามฝืนร่างกาย เตรียมสละชีพในสนามรบ เพื่อเปิดทางให้ลูกหลาน
ผู้ฝึกตนเช่นนี้ แม้พลังเวทจะอ่อนแอ แต่ก็ยังน่ากลัว!
จากนั้น… หลูกั้ว ไห่ต้ากุ้ย กระทั่งเสี่ยวหู่ บุตรชายของแม่ม่ายหวัง ก็อดไม่ได้ที่จะแอบไปลงทะเบียนเข้าร่วมกองทัพ มุ่งหน้าสู่สนามรบ
แม่ม่ายหวังเป็นกังวลทั้งวันทั้งคืน มาหาฟางซีเพื่อสอบถามข่าวสารทุกวัน
“วางใจเถิด เสี่ยวหู่และคนอื่นๆ เข้าร่วมทีมที่เจ้าเกาะน้อยเป็นผู้นำ ย่อมได้รับการดูแลอย่างดี”
ฟางซียิ้ม “เมื่อเร็วๆ นี้ไม่ได้มีข่าวว่ายึด ‘เกาะเสี่ยวเย่’ ได้แล้วหรือ? เมื่อเกาะนี้ถูกยึด ประตูสู่เกาะมังกรมัจฉาต้องเปิดออก สงครามย่อมสิ้นสุดในไม่ช้า เสี่ยวหู่และคนอื่นๆ ก็จะกลับมา”
“การทำสงครามย่อมมีการตายเกิดขึ้น โดยเฉพาะสงครามระหว่างกองกำลัง การโจมตีค่ายกลป้องกันสำนัก ก็คือการใช้ชีวิตคนไปถม”
แม่ม่ายหวังมองดูทะเลสาบข้างหน้าผา สีหน้าดูเป็นกังวลมากขึ้น “ข้าควรจะใจแข็งกว่านี้ ต่อให้ต้องตีขาเสี่ยวหู่ให้หัก… ก็ยังดีกว่าตอนนี้ ข้าช่างโง่เขลาจริงๆ”
ฟางซีถอนหายใจ มองดูแม่ม่ายหวังที่มีแนวโน้มจะเป็นเหมือนเซียงหลินเซ่า จึงลงมือเก็บวัชพืชอย่างเงียบๆ
(เซียงหลินเซ่า ตัวละครที่มีชื่อเสียงจากวรรณกรรมจีนสมัยใหม่ เรื่อง "คำอวยพร" 祝福 ประพันธ์โดย หลู่ซิ่น 鲁迅 บทประพันธ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความลำบาก ความรันทดของผู้หญิงสมัยนั้น)
ตอนนี้กำลังทำสงคราม แม้แต่ผู้เช่านาวิญญาณก็หาไม่ได้แล้ว
ฟางซีผู้ยิ่งใหญ่จึงต้องลงมือทำนาด้วยตนเอง
อันที่จริง หร่วนตันก็เคยมาเชิญเขาให้ออกไปร่วมรบ โดยกล่าวว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน การต่อสู้ที่ได้เปรียบเช่นนี้ย่อมไม่มีอันตรายใดๆ ทั้งยังสามารถสร้างผลงานได้มากมาย
ในอนาคต ต่อให้ได้เกาะวิญญาณทั้งเกาะก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ฟางซีก็ยังคงปฏิเสธ
แม้หลายคนจะไม่เข้าใจ แต่เขาก็ยังคงสงบเยือกเย็น
สงครามใครอยากทำก็ทำไปเถอะ ขอเพียงอย่ามารบกวนการปลูกต้นไม้ของเขาเป็นพอ
…
ยามค่ำคืน
ภายในถ้ำใต้ดิน
ใต้ต้นไม้มารอสูร ฟางซีจับรากอากาศเส้นหนึ่ง ดูดซับพลังชีวิตต้นกำเนิด
รากอากาศสั่นเทา พยายามหดกลับ แสดงความต่อต้าน
ปุ๊บ!
ครึ่งวันต่อมา เขาปล่อยรากอากาศ รากอากาศนั้นก็หดกลับเข้าสู่เรือนยอดทันที
ต้นไม้มารอสูรทั้งต้นสั่นเทา ราวกับกำลังระบายความไม่พอใจและความโกรธ!
“สถานการณ์นี้ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ!”
ฟางซีขมวดคิ้วแน่น
นับตั้งแต่ตัดสินใจรีดปราณโลหิตของต้นไม้มารอสูรอย่างเต็มที่ เพื่อทะลวงสู่ปราณแท้ก่อรูปลักษณ์ให้เร็วที่สุด การต่อต้านของต้นไม้มารอสูรก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น
กระทั่ง ‘วิชาอายุวัฒนะ’ ก็ยังระงับไม่ได้ เวลานี้เริ่มแสดงอาการของการถูกกัดกร่อน
สิ่งนี้ทำให้ฟางซียิ่งมั่นใจในการคาดเดาของตนเอง
สัญชาตญาณของต้นไม้มารอสูร… กำลังฟื้นคืน!
และมันกำลังส่งผลกระทบต่อเขา!
แต่ ‘กายาอี่มู่’ ก็ยังไม่สำเร็จ
คืนนี้ ต้นไม้มารอสูรไม่ยอมเชื่อมต่อกับเขา สุดท้ายเขาก็ต้องจับรากอากาศด้วยตนเอง จึงสามารถรีดปราณโลหิตหยดสุดท้ายออกมาได้
“ท้ายที่สุด มันก็เป็นมารจากต้าเหลียง ไม่ใช่รากวิญญาณแห่งสวรรค์และปฐพีของโลกบำเพ็ญเพียร”
ฟางซีถอนหายใจ ดวงตาปรากฏแสงสีเลือดเล็กน้อย
พริบตาต่อมา เขายืนอยู่บนพื้นดินที่เต็มไปด้วยรากของต้นไทร แล้วยกมือขึ้นเบาๆ!
ตูม!
เพียงแค่การเคลื่อนไหวที่เรียบง่ายเช่นนี้ ก็ราวกับมีดวงอาทิตย์ปราณโลหิตผุดขึ้นจากด้านหลังของเขา แสงสว่างเจิดจ้า ปกคลุมทั่วร่างกาย แผ่รังสีความร้อนและแสงสว่างออกไป!
ฉี่ฉี่!
รากของต้นไทรที่พันกันหลายชั้นเริ่มถอยร่นออกไปทันที เผยให้เห็นหินและดินที่ถูกฝังไว้หลายปี
“ฝ่ามือเมฆขาว!”
ฟางซีเริ่มร่ายรำเพลงหมัด ฝึกฝนวิชาที่ตนเองเรียนรู้
“เพลงเตะอสรพิษแดง!”
“วิชาเนตรสวรรค์โสตปฐพี!”
“หัตถ์ห้าอัสนีหยวนเหอ!”
…
เมื่อเวลาผ่านไป การเคลื่อนไหวของเขาเริ่มเร็วขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังสามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนทุกกระบวนท่า ดูเหมือนจะขัดแย้งกันบอกไม่ถูก
ตูม!
ในขณะที่วิชาการต่อสู้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปราณแท้ก็ปรากฏขึ้นรอบตัวฟางซี และกำลังรวมตัวกัน
“เพลงหมัดมังกรโอรสสวรรค์!”
ในที่สุด ฟางซีก็ชกออกไปหนึ่งหมัด!
โฮก โฮก!!
ด้านหลังของเขา ปราณแท้จำนวนนับไม่ถ้วนรวมตัวกัน กลายเป็นมังกรเจียวสีแดงเลือดที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า!
มังกรเจียวตัวนี้ยาวสามจั้ง เกล็ดแต่ละชิ้นดูชัดเจนมาก ขาดเพียงเกล็ดย้อนกลับเท่านั้น
ทันทีที่ปรากฏตัว ก็ดูเหมือนจะมีพลังอำนาจที่มองไม่เห็น ส่งเสริมให้ฟางซี!
“เพลงหมัดมังกรโอรสสวรรค์ ช่างเป็นวิชาที่ไร้เทียมทานจริงๆ!”
“แต่รากฐานวิถียุทธ์ของข้า ย่อมเป็นวิชาแก่นแท้ฮุ่นหยวน!”
ฟางซีประสานมือราวกับกำลังหมุนหยินหยาง มังกรเลือดที่อยู่ด้านหลังพันสลายไปในทันที
จากนั้น ปราณแท้จำนวนนับไม่ถ้วนก็รวมตัวกันอีกครั้ง ก่อตัวเป็นร่างเงาที่เลือนราง
ร่างเงานี้สูงหกจั้ง อยู่ด้านหลังของเขา ใบหน้าและรูปร่างคล้ายฟางซีอย่างยิ่ง
กายาทองคำหกจั้ง!
ไม่สิ!
นี่คือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นจากปราณแท้ปราณโลหิตล้วนๆ!
“กายาฮุ่นหยวน… รวม!”
ฟางซีตะโกนเสียงดัง ประสานมือ
ร่างเงาปราณแท้ขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลังของเขาก็ทำท่าทางเดียวกัน แขนขนาดใหญ่กวาดไปทั่วถ้ำ ทำให้เศษหินจำนวนนับไม่ถ้วนกระเด็น รากของต้นไม้มารอสูรก็ถอยหนี
“ใช้เวลาสามสิบปี! ปราณแท้ก่อรูปลักษณ์… สำเร็จในที่สุด!”
ฟางซีรู้สึกว่าเมื่อปราณแท้ก่อรูปลักษณ์สำเร็จ พลังอำนาจที่น่าสะพรึงกลัวก็กำลังหล่อหลอมร่างกาย เส้นชีพจร และเสริมสร้างกระดูก ผิวหนัง กล้ามเนื้ออีกครั้ง
ในขณะนี้ ร่างกายของเขาได้รับการเสริมสร้างที่น่ากลัวอย่างยิ่ง ต่อให้รับศาสตราวิเศษขั้นสูงด้วยมือเปล่า ก็ยังทำได้!
ขอบเขตปราณแท้ก่อรูปลักษณ์ ที่ไม่เคยมีใครทะลวงได้ในวิถียุทธ์ต้าเหลียง!
ขอบเขตใหม่ที่สมาคมปรมาจารย์พยายามค้นหามาหลายชั่วอายุคน!
ตอนนี้อยู่ในมือของฟางซีแล้ว!
“เหนือกว่าจอมยุทธ์ศักดิ์สิทธิ์ คือ… เทพยุทธ์! เทพแห่งการต่อสู้!!”
ปลูกต้นไม้มาสามสิบปี ฟางซีที่อายุห้าสิบสามปี ในที่สุดก็ก้าวเข้าสู่ขอบเขตเทพยุทธ์!
ในขณะนี้ เคล็ดวิชาลับหลอมมารที่ตู๋กูอู่วั่งเคยกล่าวไว้ เริ่มปรากฏขึ้นในสมองของฟางซีอย่างชัดเจนอีกครั้ง
“มีเพียงร่างกาย ‘ปราณแท้ก่อรูปลักษณ์’ และจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งของปรมาจารย์เท่านั้น จึงจะสามารถหลอมรวมและกลืนกิน… มารได้อย่างแท้จริง!!”
ในสมองของฟางซี ราวกับมีเส้นประสาทเส้นหนึ่งขาดสะบั้น
ทะเลปราณวิญญาณเย็นสบาย ความคิดจำนวนนับไม่ถ้วนผุดขึ้น:
“ข้าถูก ‘กายาอี่มู่’ พันธนาการไว้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?”
“เพื่อรอให้ ‘กายาอี่มู่’ สำเร็จสมบูรณ์ ข้าจึงปล่อยปละละเลยอันตรายมากมายที่เกิดขึ้นรอบกาย โดยมิได้เข้าแทรกแซง”
“และยิ่งเข้าใกล้ความสำเร็จ ความเร็วในการรวมตัวของ ‘กายาอี่มู่’ ก็ยิ่งเชื่องช้าลง ทว่าข้ากลับมิได้รู้สึกถึงความผิดปกติแม้แต่น้อยเลยหรือ?”
พริบตาต่อมา ฟางซีก็จ้องมองต้นไม้มารอสูรด้วยสายตาที่เฉียบคม!
ต้นไม้มารอสูรสั่นเทา ศพที่แห้งเหี่ยวที่แขวนอยู่บนรากอากาศก็ลืมตาขึ้น ปล่อยแสงสีแดงเลือดออกมา!
“เป็นต้นไม้มารอสูร… สัญชาตญาณของต้นไม้มารอสูรกำลังส่งผลกระทบต่อข้า!”
ฟางซีตะโกนเสียงดัง เข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว
‘วิชาอายุวัฒนะ’ เป็นเพียงวิชาเซียน ไม่ได้มีการศึกษาเกี่ยวกับ ‘มาร’ มากนัก การชำระล้างพลังเวทจึงมีช่องโหว่
และเคล็ดวิชาลับหลอมมารของเขาในตอนแรกยังไม่สมบูรณ์ ขาด ‘ปราณแท้ก่อรูปลักษณ์’ ที่สำคัญ!
ทำให้เมล็ดมารของต้นไม้มารอสูรยังคงมีเศษเสี้ยวหลงเหลืออยู่!
เศษเสี้ยวนี้หลังจากซ่อนตัวมาหลายสิบปี มันก็ได้กลายเป็นสัญชาตญาณของต้นไม้มารอสูร และกำลังกัดกร่อนเจ้านายของมัน!
เนื่องจากต้นไม้มารอสูรและฟางซีเป็นหนึ่งเดียวกัน สัญชาตญาณของต้นไม้มารอสูรจึงค่อยๆ เปลี่ยนแปลงบุคลิกของฟางซี
‘หากไม่ใช่เพราะข้ารู้สึกถึงอันตราย และรีบทะลวงสู่ขอบเขตปราณแท้ก่อรูปลักษณ์ บางทีข้าอาจจะถูกสัญชาตญาณครอบงำอย่างช้าๆ… แล้วไม่ชอบเคลื่อนไหว กลายเป็นคนเก็บตัวจริงๆ… เหมือนต้นไม้สินะ?’
“ฆ่า!”
เข้าใจสาเหตุและผลลัพธ์ในพริบตา ฟางซีโกรธจัด ชกเข้าใส่ต้นไม้มารอสูร!
ฟิ้ว!
ด้านหลังของเขา ‘กายาฮุ่นหยวน’ ที่สูงหกจั้งก็ทำท่าทางเดียวกัน หมัดพุ่งออกไปราวกับสายฟ้า ฟาดเข้าใส่ลำต้นของต้นไม้มารอสูร!
แคว๊ก!
ลำต้นของต้นไม้มารอสูรปรากฏรอยหมัดขนาดใหญ่ เลือดสีแดงสดไหลออกมาจากรอยแตกของเปลือกไม้สีดำ
“เจ็บ!”
“ข้าเจ็บมาก!”
ศพที่แขวนอยู่บนรากอากาศส่งเสียงร้องที่ดังและเบาต่างกัน
พริบตาต่อมา หมอกสีดำบางๆ ก็ก่อตัวขึ้นจากลำต้นของต้นไม้มารอสูร แผ่กระจายออกไปรอบๆ
“แดนมาร?!”
ฟางซีตากระตุกรัวๆ
เขาไม่เคยมีนิสัยชอบฆ่าคนแล้วนำมาตากแห้งเป็นเนื้อแดดเดียว การที่เขาทิ้งศพผู้ฝึกตนโจรเหล่านี้ไว้ ย่อมต้องได้รับผลกระทบจากต้นไม้มารอสูร
“ไปตายซะ!”
สำหรับฟางซีแล้ว เจตจำนงที่เป็นอิสระคือสิ่งที่สำคัญที่สุด นอกเหนือจากนั้น ต่อให้เป็นกายาหมื่นปีอมตะ หากสูญเสียความเป็นตัวเองไป ย่อมไม่นับเป็นอะไรเลย!
เขากางแขนออก ‘กายาฮุ่นหยวน’ ก็ทำเช่นเดียวกัน คว้าลำต้นของต้นไม้มารอสูรไว้ พลังอำนาจที่น่าสะพรึงกลัวไหลเข้าสู่แขนทั้งสองข้าง
ตูม!
ผาหยกมรกตทั้งหลังสั่นสะเทือน ราวกับเกิดแผ่นดินไหว!
ปราณโลหิตที่น่าสะพรึงกลัวกลายเป็นดวงอาทิตย์ กระทั่งหมอกสีดำก็เริ่มระเหย
ปุ๊บปุ๊บ!
ภายในเรือนยอดของต้นไม้มารอสูร รากอากาศจำนวนนับไม่ถ้วนราวกับงูเหลือม พยายามแทงเข้าสู่ร่างกายของฟางซี แต่ถูกกายาฮุ่นหยวนขนาดใหญ่ต้านทานไว้
รากอากาศเหล่านั้นพยายามเจาะเข้าสู่กายาฮุ่นหยวน แต่ก็ถูกปราณแท้ที่แข็งแกร่งกว่าเดิมสิบเท่ากัดกร่อน กลายเป็นเถ้าถ่านในทันที!
“ไม่…”
ศพหนึ่งส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด “ทำ… ไม…”
“เจ้าไม่ควรเกิดจิตสำนึก ต่อให้เป็นเพียงสัญชาตญาณก็ตาม!”
ฟางซีสายตาเย็นชา เคล็ดวิชาลับหลอมมารของตู๋กูอู่วั่งปรากฏขึ้นในใจทีละคำ
พริบตาต่อมา เขาก็อ้าปาก กัดลงไปอย่างรุนแรง
ต่อให้เป็นมาร เมื่อเจอเทพยุทธ์ ก็ยังต้องถูกกัดกินเนื้อ!
กลืนกิน!
ยักษ์สีแดงเลือดขนาดหกจั้ง ยกต้นไม้มารอสูรที่รากขาดขึ้น แล้วกลืนกินลำต้นเข้าไปทีละคำ
ในเวลานี้ จิตสำนึกของฟางซีเริ่มมีเศษเสี้ยวจำนวนนับไม่ถ้วนเพิ่มเข้ามา
บางส่วนเป็นภาพของธรรมชาติ บางส่วนเป็นภาพที่ยิ่งใหญ่ราวกับการระเบิดของซูเปอร์โนวาในจักรวาลอันกว้างใหญ่
สิ่งเดียวที่เหมือนกันคือ พวกมันล้วนมีความเย็นชาและไร้ความรู้สึก ราวกับต้องการผลักดันเขาไปสู่ความบ้าคลั่ง!
นี่คือสิ่งที่ต้องเผชิญเมื่อกลืนกินมาร!
โชคดีที่เมล็ดมารของต้นไม้มารอสูรของฟางซีได้รับการชำระล้างหลายครั้งตั้งแต่แรกเริ่ม จึงได้ทำลายความบ้าคลั่งและการปนเปื้อนไปมากแล้ว
ตอนนี้เหลือเพียงสัญชาตญาณที่ฟื้นคืนมาเล็กน้อยเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น ภายใต้การเชื่อมต่อของ ‘วิชาอายุวัฒนะ’ ต้นไม้มารอสูรนี้ก็เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของเขา จึงถูกระงับพลังอำนาจส่วนใหญ่ไว้
มิเช่นนั้น หากเป็นเทพยุทธ์คนอื่นมา ย่อมมิอาจเอาชนะได้
ด้วยประสบการณ์ของคนรุ่นก่อน เศษเสี้ยวจิตสำนึกของต้นไม้มารอสูรจึงถูกฟางซีใช้เคล็ดวิชาลับหลอมมารกับสัมผัสเทวะย่อยสลาย และระงับมันอย่างต่อเนื่อง
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ภายในถ้ำเต็มไปด้วยเศษหินและรากที่ถูกเผาไหม้ ไท่ซุ่ยหดตัวอยู่ในมุมหนึ่ง สั่นเทาไม่หยุด
ฟางซียืนอยู่ที่เดิม ‘กายาฮุ่นหยวน’ ที่อยู่ด้านหลังของเขาได้หายไปแล้ว
สัมผัสเทวะของเขาสามารถมองเห็นรอยสักต้นไทรสีดำขนาดใหญ่บนหลังของเขา ราวกับรอยสักที่ดูมีชีวิตชีวา
“ต้นไม้มารอสูรถูกข้าควบคุมและหลอมรวมอย่างสมบูรณ์แบบ”
“‘วิชาอายุวัฒนะ’ ล้มเหลวแล้ว”
ฟางซีรู้สึกว่าอักขระสีเงินที่แสดงถึง ‘กายาอี่มู่’ ในร่างกายของเขาหยุดนิ่งและมืดมัวลง สูญเสียความแวววาวเดิมไป
แม้จะรู้สึกเสียใจเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับอันตรายที่ต้นไม้มารอสูรจะฟื้นคืนมาอย่างสมบูรณ์ ย่อมถือว่าคุ้มค่าอย่างยิ่ง