เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 82 งานประมูล

บทที่ 82 งานประมูล

บทที่ 82 งานประมูล


บทที่ 82 งานประมูล

หลังจากซื้อ ‘ข้าววิญญาณโลหิตแดง’ ชั้นดีหนึ่งร้อยจินเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวแล้ว ฟางซีก็เดินดูร้านขายศาสตราวิเศษอีกหลายร้าน

ศาสตราวิเศษระดับสูงของเขา—‘กระบี่มังกรทอง’ ได้รับความเสียหายเล็กน้อยตอนที่ต่อสู้กับตู๋กูอู่วั่ง ทางที่ดีที่สุดคือซ่อมแซมสักหน่อย

น่าเสียดายที่ด้วยฐานะของฟางซีในตอนนี้ ไม่เหมาะที่จะให้ศาสตราวิเศษระดับสูงปรากฏแก่สายตาผู้คนจริงๆ

ยิ่งไปกว่านั้น สองอสูรตระกูลโค่วยังคงเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ๆ ตลาด!

ฟางซีจึงตัดความคิดนี้ทิ้งไป

“แต่หลังจากโล่เหล็กนิลเสียหายโดยสิ้นเชิงแล้ว ยังต้องซื้อศาสตราวิเศษป้องกันระดับกลางอีกหนึ่งชิ้น และศาสตราวิเศษโจมตีอีกหนึ่งชิ้น อืม… ถุงเมฆาดำก็ต้องเปลี่ยนด้วย”

ในฐานะผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมลมปราณขั้นกลาง การมีศาสตราวิเศษระดับกลางสองสามชิ้น ก็ยังนับว่าสมเหตุสมผล

และในตลาด ราคาของศาสตราวิเศษระดับกลางก็ขึ้นๆ ลงๆ อยู่ระหว่างหลายสิบก้อนหินวิญญาณ

ศาสตราวิเศษป้องกันตามปกติจะแพงกว่าประเภทโจมตี ศาสตราวิเศษประเภทพิเศษก็แพงกว่าทั้งสองอย่างนี้

หลังจากค้นหาอยู่พักหนึ่ง ฟางซีก็หยิบ ‘โล่เต่าเขียว’ ชิ้นหนึ่งขึ้นมาจากแผงลอยแห่งหนึ่ง!

“โล่บานนี้ใช้กระดองของเต่าวิญญาณระดับหนึ่งขั้นกลางเป็นวัตถุดิบหลักในการหลอม ยังมีวิชาเวท ‘เกราะวารี’ ติดมาด้วย หกสิบก้อนหินวิญญาณไม่แพงเลยนะ!”

เจ้าของแผงเป็นผู้ฝึกตนที่มีหนวดเหมือนหนูสองเส้น ในดวงตาเต็มไปด้วยความฉลาดหลักแหลม ยกย่องศาสตราวิเศษระดับกลางชิ้นนี้จนเลิศเลอราวกับเป็นสมบัติวิเศษในตำนาน

ส่วนฟางซีก็ต่อรองราคาอย่างมีเหตุผล “เกราะวารีนับเป็นของธรรมดาทั่วไป นอกจากจะป้องกันวิชาเวทธาตุไฟได้ดีหน่อยแล้ว ยังมีประโยชน์อันใดอีก? ลดอีกห้าก้อนหินวิญญาณข้าจะซื้อ!”

ไม่ใช่ว่าสนใจหินวิญญาณไม่กี่ก้อนนี้จริงๆ แต่ต้องสร้างภาพลักษณ์ของผู้ฝึกตนตัวน้อยๆ ให้ดี

ในขณะที่ฟางซีกำลังพูดจนคอแห้ง ทันใดนั้นข้างหูก็มีเสียงกระดิ่งใสดังกังวาน

ติ๊ง ติ๊ง

“สหายเต๋าฟาง!”

เสียงของหร่วนซิงหลิงก็ใสดังกังวานราวกับกระดิ่งเงิน “กำลังหาซื้อศาสตราวิเศษอยู่รึ?”

“ถูกต้อง ช่วงนี้ไม่ใช่ว่าต้องทำธุระงั้นหรือ? ข้าเลยเตรียมจะเปลี่ยนศาสตราวิเศษป้องกันตัวดีๆ สักชิ้น” ฟางซีจงใจพูดอ้อมค้อม แต่หร่วนซิงหลิงรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังเตรียมตัวสำหรับการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึง

“ศาสตราวิเศษที่วางขายตามแผงลอยที่นี่ คุณภาพล้วนธรรมดา”

หร่วนซิงหลิงส่ายหน้า

“สหายเต๋าผู้นี้ ท่านจะมาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นได้อย่างไร?” เจ้าของแผงที่มีหนวดสองเส้นไม่ยินยอม

“โล่เต่าเขียวนี้ เส้นสายมีตำหนิ ดูตรงนี้สิ มีร่องรอยการซ่อมแซม ของมือสองซ่อมใหม่กระมัง?”

หร่วนซิงหลิงชี้ไปยังจุดสองสามแห่ง พลาส่งเสียงหัวเราะเยาะ

“นี่…เอ่อ งั้นข้าดราคาให่หน่อยได้ สี่สิบหินวิญญาณดีไหม?” ผู้ฝึกตนหนวดหนูรู้ว่าเจอผู้เชี่ยวชาญเข้าแล้ว อดที่จะเปลี่ยนคำพูดไม่ได้

“ซื้อ!”

ฟางซีพลันตาเป็นประกายกล่าว

“ตกลง!”

เจ้าของแผงตาเป็นประกาย ไม่นึกว่าจะยังทำธุรกิจได้สำเร็จ

เมื่อทั้งสองคนซื้อขายเสร็จสิ้น หร่วนซิงหลิงที่ยืนมองอย่างเงียบๆ ก็กล่าวว่า “สหายเต๋าอยากจะหาซื้อศาสตราวิเศษดีๆ ไม่สู้ไปงานประมูล ข้าจองห้องส่วนตัวไว้ห้องหนึ่ง”

ของที่ขายในงานประมูล ย่อมต้องเป็นของชั้นเลิศ

ฟางซีกลับยิ้มขื่นไม่หยุด ปฏิเสธว่า “ศาสตราวิเศษชิ้นนี้ก็แทบจะใช้เงินเก็บของคนแซ่ฟางผู้นี้จนหมดแล้ว ส่วนงานประมูล อย่างมากก็แค่ไปเปิดหูเปิดตา”

อันที่จริง เขาก็ได้ซ่อนตัวตน จองห้องส่วนตัวไว้ห้องหนึ่งอย่างลับๆ แล้ว แต่เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องบอกหร่วนซิงหลิง

อย่างไรเสีย ทรัพย์สินไม่ควรเปิดเผย แม้ว่าหญิงสาวผู้นี้จะเป็นพวกเดียวกันก็ตาม!

“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าไม่บังคับสหายเต๋าแล้ว”

หร่วนซิงหลิงเดินจากไปอย่างสง่างาม กระดิ่งเงินบนตัวนางเคลื่อนไหวตามลมเป็นครั้งคราว

นางสังหรณ์ใจว่าฟางซีมีความลับเล็กๆ น้อยๆ อยู่บ้าง อย่างไรเสียชาวนาวิญญาณคนหนึ่งใช้จ่ายในโรงน้ำชาอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังคิดจะเป็นเจ้าของที่ดิน นับว่าดูจะเกินตัวไปสักหน่อย

แต่ทุกคนก็ได้กล่าวคำสาบานแล้ว รู้ว่าตอนนี้เป็นผู้ช่วย ย่อมเพียงพอแล้ว

วันเริ่มงานประมูล

บนท้องฟ้า แสงวิญญาณจากวิชาเวทต่างๆ ส่องประกาย

เรือวิญญาณลำแล้วลำเล่าลอยข้ามฟ้ามา จอดอยู่ที่ขอบตลาด

ยังมีผู้ฝึกตนที่ควบคุมสัตว์วิญญาณ เหยียบกระบี่บิน แต่ละคนแขนเสื้อพลิ้วไหว ราวกับเซียน

“ยอดไปเลย ดูทางนั้นสิ นั่นคือเรือบินของสามตระกูลใหญ่ในสามสิบหกเกาะ ตระกูลไท่ซู ตระกูลเว่ยฉือ ตระกูลเซี่ยโหวใช่หรือไม่?”

“แม้แต่ยอดฝีมือระดับสมบูรณ์ในหมู่ผู้ฝึกตนอิสระ—อวี๋หลิงจื่อก็มาด้วย”

“งานประมูลนี้ เกรงว่าจะต้องรบกวนบรรพบุรุษตระกูลจง หากไม่มีผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐาน คงจะควบคุมสถานการณ์ไม่อยู่”

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คน ฟางซีแปลงกายเป็นบุรุษร่างใหญ่หน้าเหลี่ยม เดินอาดๆ ไปยังหอประตูมังกร

ตลอดทาง จะเห็นลูกหลานตระกูลจงสวมเสื้อคลุมวิเศษลายปลาบินสีดำสนิทคอยรักษาความสงบเรียบร้อยอยู่ทุกหนแห่ง

“แขกผู้มีเกียรติ สวัสดีขอรับ กรุณาแสดงบัตรเชิญด้วย!”

หน้าหอประตูมังกร จงว่านกู่เห็นบุรุษร่างใหญ่ในชุดสีเขียวเดินมาอย่างองอาจ จิตใจถึงกับสั่นสะท้าน แอบคิดในใจว่าช่างเป็นชายชาตรีโดยแท้ นี่ต้องเป็นผู้บ่มเพาะกายเนื้อที่เก่งกาจอย่างแน่นอน แต่ก็ยังกล่าวคำต้อนรับตามแบบแผน

“นี่!”

ฟางซีหยิบเอาบัตรเชิญที่ซื้อมาในราคาสูงออกมา

“ที่แท้ก็เป็นแขกผู้มีเกียรติในห้องส่วนตัว เชิญตามข้าไปที่ห้องอักษรเสวียนหมายเลขสิบหก!”

จงว่านกู่ถือบัตรเชิญ พาฟางซีไปยังแถวห้องส่วนตัว

หลังจากเปิดประตูแล้ว เสียงน้ำไหลซ่าๆ ก็ดังออกมา

ภายในห้องส่วนตัว ถึงกับยังสร้างสระน้ำไว้สระหนึ่ง เชื่อมต่อกับภายนอกด้วยร่องน้ำ ปลาหลีที่เกล็ดราวกับหยกเขียวว่ายวนเวียนอยู่ในนั้น

“แขกผู้มีเกียรติ นี่คือปลาหลีหยกเขียวของบ้านข้า!” จงว่านกู่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “แขกผู้มีเกียรติทุกท่านในห้องส่วนตัว บ้านข้าจะมอบปลาดิบให้หนึ่งจาน”

“ไม่เลว”

ฟางซีนั่งลง คิดในใจว่าสมกับเป็นตระกูลขอบเขตสร้างรากฐานที่สร้างตัวมาจากการขายปลา ช่างไม่ลืมที่จะส่งเสริมการขายปลาวิญญาณอยู่ตลอดเวลาจริงๆ

“นี่คือป้ายเสนอราคา หากแขกผู้มีเกียรติสนใจสินค้าชิ้นใด สามารถเขียนจำนวนเงินลงไป มอบให้ปลาวิญญาณ ให้ปลาวิญญาณคาบไปยังสำนักงานใหญ่ รับรองว่าไม่มีการรั่วไหลอย่างแน่นอน!”

จงว่านกู่อธิบายอีกหนึ่งประโยค

ฟางซีจึงรู้ว่า งานประมูลนี้ ถึงกับยังใช้รูปแบบการประมูลลับ สุดท้ายผู้ที่ให้ราคาสูงสุดก็จะได้ไป

‘ก็ดี การตะโกนราคาอย่างเปิดเผยนั้นสร้างความเกลียดชังเกินไป’

‘รูปแบบการประมูลลับเช่นนี้ ต่อให้ได้ของมาก็ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร’

‘จากนี้จะเห็นได้ว่า ความขัดแย้งระหว่างขุมกำลังบำเพ็ญเพียรใหญ่ๆ ในทะเลสาบหมื่นเกาะไม่รุนแรง ตระกูลจงก็ไม่มีเจตนาที่จะก่อสงคราม นี่นับเป็นเรื่องดี’

ทะเลสาบหมื่นเกาะนี้ นับว่าเลือกได้ถูกต้องจริงๆ

ฟางซีนั่งขัดสมาธิอย่างพอใจ

จงว่านกู่โค้งคำนับแล้วถอยออกไป ไม่นาน ในกระจกทองแดงบานหนึ่งในห้องส่วนตัว เริ่มปรากฏภาพของเวทีประมูล

บนเวทีประมูล มีบุรุษวัยกลางคนอ้วนท้วนผู้หนึ่ง กำลังกล่าวคำพูดเปิดงานด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เป็นมิตรและสร้างสรรค์

“ข้าคือจงว่านจวินแห่งตระกูลจง! คารวะสหายเต๋าทุกท่าน งานประมูลครั้งนี้ข้าเป็นผู้ดำเนินรายการ หวังว่าทุกท่านจะสามารถซื้อของที่ถูกใจได้”

แม้ว่าบุรุษผู้นี้จะดูเหมือนเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี แต่ระดับบ่มเพาะของเขากลับเต็มเปี่ยมไปด้วยปราณวิญญาณ ถึงกับมาถึงขอบเขตหลอมลมปราณขั้นสิบขั้นสมบูรณ์แล้ว!

ฟางซีหลับตาพักผ่อน รออยู่หนึ่งก้านธูป ก็ได้ยินเสียงฆ้องดังขึ้น งานประมูลเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ!

“โอสถทะลวงอุปสรรคเล็ก ใช้สำหรับทะลวงคอขวดจากระดับหลอมลมปราณขั้นกลางไประดับหลอมลมปราณขั้นปลาย เหมาะสำหรับผู้ฝึกตนทุกเคล็ดวิชา ราคาเริ่มต้นสี่ร้อยหินวิญญาณ!”

จงว่านจวินบรรยายส่วนผสมของโอสถทะลวงอุปสรรคน้อยนี้ ที่มา มาจากมือของปรมาจารย์นักปรุงโอสถชื่อดังท่านใด ถึงกับยังน่าสนใจ ไม่ได้ดูน่าอึดอัดเลยแม้แต่น้อย

ในตอนนี้ ฟางซีก็เห็นป้ายเสนอราคาที่อยู่ข้างมือ

หากสนใจโอสถทะลวงอุปสรรคนี้ ย่อมสามารถเขียนราคาในใจลงไป มอบให้ปลาหลีหยกเขียว

สุดท้ายผู้ที่ให้ราคาสูงสุดก็จะได้ไป ตอนออกจากงานก็ชำระเงินกันเอง

“ไม่เลว ไม่เลว เช่นนี้แล้ว นอกจากตระกูลจงเอง ความเป็นไปได้ที่จะรั่วไหลก็น้อยมาก”

“บางที ข้าอาจจะซื้อของได้อีกสักหน่อยสินะ?”

ฟางซีนับของในถุงเก็บของของตนเอง พบว่ายังมีหินวิญญาณอีกสามร้อยแปดสิบเจ็ดก้อน

‘เอาเถอะ ที่แท้ข้าก็ยังเป็นคนยากไร้ผูหนึ่ง แม้แต่ราคาเริ่มต้นก็ยังจ่ายไม่ไหว’

เขายิ้มขื่น แล้วก็ดูต่อไป

“กระบี่เพลิงเขียว ศาสตราวิเศษระดับหนึ่งขั้นสูง เพิ่งจะหลอมเสร็จ คมกริบอย่างยิ่ง มี ‘วิชาเปลวอัคคี’ ติดมาด้วย ราคาเริ่มต้นหนึ่งร้อยห้าสิบก้อนหินวิญญาณ”

“ยันต์ป้องกันชั้นเลิศระดับหนึ่ง—ยันต์วัชระ! สามารถต้านทานการโจมตีเต็มกำลังของผู้ฝึกตนระดับหลอมลมปราณขั้นสมบูรณ์ได้ นับเป็นของชั้นเลิศสำหรับป้องกันตัว! ราคาเริ่มต้นสี่สิบหินวิญญาณ”

เห็นเพียงสินค้าในงานประมูล ทุกชิ้นล้วนเป็นของชั้นเลิศ ทำให้ฟางซีรู้สึกว่ามาไม่เสียเที่ยว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสินค้าเหล่านี้จะดี แต่เมื่อเทียบกับ ‘โอสถทะลวงอุปสรรคเล็ก’ ที่สร้างความตกตะลึงในตอนแรก ก็ยังด้อยกว่าหนึ่งระดับ

นี่ก็เป็นกลยุทธ์ที่ร้านค้าใช้กันเป็นประจำ เริ่มต้นด้วยของดีชิ้นเล็กๆ แล้วจึงปล่อยของจำนวนมากออกมา สร้างความประหลาดใจเป็นครั้งคราว สินค้าชิ้นสุดท้ายคือของเด็ด

ฟางซีก็แค่ตอนที่ยันต์วัชระปรากฏขึ้น ก็เขียนป้ายเสนอราคาหนึ่งร้อยก้อนหินวิญญาณระดับต่ำมอบให้ปลาหลีไปอย่างไม่ใส่ใจ ถือว่าร่วมสนุก

ปลาหลีตัวนั้นคาบป้ายเสนอราคา ว่ายน้ำเร็วมาก

เขาลิ้มรสเนื้อปลาวิญญาณพลางชมของประมูลไปพลาง ก็นับว่าเป็นการเปิดหูเปิดตาให้ตนเอง

ครู่ต่อมา จงว่านจวินก็แนะนำสินค้าอีกชิ้นหนึ่ง:

“กระบี่หนักที่หลอมจากเหล็กอุกกาบาตนอกพิภพ!”

เขายกกระบี่ใหญ่สีดำสนิทขึ้นมาแสดงอย่างยากลำบาก กระบี่เล่มนี้ยาวสองเมตร กว้างเท่าฝ่ามือของผู้ใหญ่ ดูเหมือนแผ่นประตู

ที่สำคัญที่สุดคือ ด้วยระดับบ่มเพาะของจงว่านจวิน แม้จะไม่ใช่ผู้บ่มเพาะกายเนื้อ แต่พละกำลังแขนก็ไม่น้อย ยกกระบี่เล่มนี้ขึ้นมา ถึงกับยังมีท่าทีลำบากอยู่บ้าง

“ฟู่… กระบี่เล่มนี้หลอมจากเหล็กอุกกาบาตนอกพิภพ เหล็กอุกกาบาตนี้มีคุณสมบัติแปลกประหลาด ไม่สามารถให้พลังเวทผ่านได้ และไม่สามารถประทับค่ายกลได้ แต่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง ต่อมามีผู้หลอมศาสตราคิดค้นวิธีใหม่ หลอมมันเป็นกระบี่หนักเล่มนี้ หนักสองร้อยสามสิบหกจิน คมกระบี่แหลมคมอย่างยิ่ง ทั้งยังแข็งแกร่ง ต่อให้เป็นศาสตราวิเศษระดับสูงก็ยากที่จะทำลายได้”

“หอของข้าได้ตรวจสอบแล้ว เชื่อว่ากระบี่เล่มนี้อย่างน้อยเทียบเท่ากับศาสตราวิเศษระดับสูง เหมาะสำหรับผู้บ่มเพาะกายเนื้อใช้ ราคาเริ่มต้นสองร้อยหินวิญญาณ!”

เมื่อฟังคำบรรยายแล้ว ฟางซีตาเป็นประกาย

เขาก็เป็นผู้บ่มเพาะกายเนื้อ!

อาศัยแค่หมัดต่อยคน ก็ยังขาดอะไรไปนิดหน่อย กระบี่เล่มนี้ให้เขาใช้พอดี

ส่วนน้ำหนัก?

ตั้งแต่เป็นปรมาจารย์แล้ว พละกำลังแขนของเขาก็มีมหาศาล ยกหินหนักหลายตันก็เป็นเรื่องง่ายดาย

“อือ… เขียนไปสักสามร้อยก็แล้วกัน แย่แล้ว หินวิญญาณไม่พอใช้ ช่างเถอะ ถึงตอนนั้นอย่างมากก็ใช้วัตถุดิบจากสัตว์อสูรชดใช้แทน”

ฟางซีเขียนตัวเลขอย่างรวดเร็ว มอบให้ปลาวิญญาณ

ตามที่เขารู้มา ผู้บ่มเพาะกายเนื้อในตลาดเรือมหาสมบัติมีไม่มาก ไม่น่าจะมีคนแย่งชิงสักเท่าไหร่

และในตอนนี้ จงว่านจวินบนเวทีก็หยิบขวดหยกขึ้นมาแนะนำอีกครั้ง “แก่นแท้โลหิตของวานรแดงหนึ่งขวด วานรแดงนี้เป็นสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นสูง อย่าดูว่ามีแค่ขวดเล็กๆ นี้ อันที่จริงคือเลือดทั้งตัวของมันกลั่นกรอง ราคาเริ่มต้นสามร้อยห้าสิบหินวิญญาณ!”

“นี่คือ หนึ่งในแก่นแท้โลหิตหลายชนิดที่แนะนำสำหรับการฝึกฝน ‘กายาหมื่นอสูร’ ขั้นสามรึ?”

ฟางซีที่เคยซื้อแผ่นหยกเคล็ดวิชาที่เกี่ยวข้องมาแล้วก็นึกขึ้นมาได้ทันที สายตาพลันแฝงไว้ด้วยแววอันตราย “ตระกูลจงนี้ หรือว่ากำลังล่อปลา? หรือแม้กระทั่งกำลังล่อข้า?”

จบบทที่ บทที่ 82 งานประมูล

คัดลอกลิงก์แล้ว