- หน้าแรก
- ทะลุมิติแดนเซียน บำเพ็ญเพียรสองโลก
- บทที่ 12 ตลาดมืดและทดลองกระบี่
บทที่ 12 ตลาดมืดและทดลองกระบี่
บทที่ 12 ตลาดมืดและทดลองกระบี่
บทที่ 12 ตลาดมืดและทดลองกระบี่
“อสูรกับมารรึ?”
จันทร์ลอยกลางฟ้า
ฟางซีถือป้ายไม้ของตลาดมืดอยู่ในมือ ยังคงนึกสงสัยอยู่บ้าง
ตามที่มู่ชางหลงกล่าว อสูรน่าจะเทียบได้กับสัตว์อสูรที่ร่างกายแข็งแกร่งบางชนิด แต่มาร? ดูเหมือนจะแปลกประหลาดอยู่บ้าง ไม่ใช่สัตว์มารหรือผู้ฝึกตนสายมารในโลกบำเพ็ญเพียร...
“ช่างเถอะ ในที่สุดข้าก็ได้สัมผัสกับทรัพยากรระดับสูงของโลกนี้แล้วสินะ?”
เขามองดูสะพานเบื้องหน้า สีหน้าตื่นเต้นเล็กน้อย
ตามที่มู่ชางหลงแนะนำ ตลาดมืดของเมืองเฮยสือตั้งอยู่ที่ ‘สะพานจันทรา’ ทุกวันขึ้นหนึ่งค่ำและสิบห้าค่ำ... ถือป้ายไม้เป็นหลักฐาน ก็สามารถลงเรือไม้จากริมสะพาน เข้าสู่ตลาดมืดที่แท้จริงได้!
ฟางซีในตอนนี้ ได้เปลี่ยนเป็นชุดดำสำหรับเดินทางกลางคืนแล้ว พร้อมกับสวมหมวกไม้ไผ่ ทำให้คนอื่นมองไม่เห็นรูปร่างและใบหน้า
เมื่อมาถึงริมสะพานจันทรา เขาพบเห็นเรือหลังคาดำลำหนึ่งจอดรออยู่ที่ริมฝั่งจริงๆ
“ผู้มาเยือนเป็นใคร?”
บนเรือ ชายชราคนหนึ่งที่กำลังค้ำถ่อไม้ไผ่ถามขึ้น
“คนที่ไปตลาดมืด”
ฟางซีตอบ
“มีหลักฐานหรือไม่?”
“ให้เจ้า!”
หลังจากโยนป้ายไม้ไปแล้ว ชายชรามองดูอยู่สองสามครั้ง แล้วคืนให้อย่างนอบน้อม จากนั้นจึงให้ฟางซีขึ้นเรือ
บนเรือ ยังมีชายในชุดดำอีกสองสามคน ต่างรักษาระยะห่างซึ่งกันและกัน เงียบขรึมไม่พูดไม่จา
รออีกสามก้านธูป ชายชราก็ค้ำถ่อไม้ไผ่ ให้เรือหลังคาดำล่องไปตามแสงจันทร์
หมอกบางๆ ลอยขึ้นมา อาคารรอบข้างกลายเป็นเงาเลือนราง
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน เรือลำน้อยได้จอดเทียบที่หาดทรายแห่งหนึ่ง
“ถึงแล้ว”
เสียงของชายชราดังลอยมาแผ่วเบา
ฟางซีลงจากเรือ ฝ่าเท้าเหยียบลงบนพื้นโคลนที่ชื้นแฉะ
มองไปรอบๆ ดูเหมือนจะเป็นเกาะกลางทะเลสาบแห่งหนึ่ง บนนี้มีคนอยู่ไม่น้อย กำลังตั้งแผงลอยขายของ
อาคารเพียงไม่กี่หลังเป็นโครงสร้างไม้ ดูเรียบง่ายอย่างยิ่ง
‘ตลาดมืดนี้... แตกต่างจากที่ข้าจินตนาการไว้โดยสิ้นเชิง’
‘เรียบง่ายเกินไป’
มุมปากของฟางซีกระตุกเล็กน้อย ปะปนเข้าไปในฝูงชน
“พี่ชาย เรียนวิทยายุทธ์หรือไม่? เคล็ดวิชาลับสิบแปดท่ากระบี่ตัดเหล็กของสำนักกระบี่เหล็ก พร้อมแผนภาพเจตจำนงเทวะครบ!”
บนแผงลอยแห่งหนึ่ง เจ้าของแผงที่คลุมหน้าด้วยผ้าคลุมกำลังตะโกนขายของเสียงดัง
ฟางซีมองดูกองตำราลับนั้น แล้วส่ายหน้าจากไป
ไม่ต้องดูก็รู้ว่า แผนภาพเจตจำนงเทวะไม่ใช่สิ่งที่สามารถคัดลอกได้ง่ายๆ เช่นนี้
การที่ปรากฏอยู่ที่นี่ แปดในสิบส่วนเป็นของปลอม!
“มาดูเร็วเข้า ทาสชั้นดี... ผิวพรรณนี้ ฟันนี้... ดูแล้วก็รู้ว่ามาจากตระกูลใหญ่ เลี้ยงอีกสองสามปีต้องเป็นสาวงามแน่นอน!”
บนแผงลอยอีกแห่งหนึ่ง กลับขายคน!
ฟางซีเหลือบมองไป พบว่าเป็นเด็กชายหญิงสองสามคนที่มีสีหน้าหวาดกลัว อดนึกถึงข่าวลือเรื่องลูกหลานตระกูลใหญ่ในเมืองหายตัวไปในช่วงสองสามวันนี้ไม่ได้ ในใจก็เย็นเยียบขึ้นมา
อำนาจควบคุมและบารมีของราชสำนักต้าเหลียงนี้ ดูเหมือนจะมีจำกัดจริงๆ!
‘ตลาดมืด สมกับชื่อจริงๆ’
‘น่าเสียดาย ตอนนี้ข้ายังไม่มีพลังที่จะทำอะไรได้ตามใจชอบ’
หลังจากนึกบ่นในใจแล้ว เขารีบเดินไปยังกระท่อมไม้หลังหนึ่งตามที่มู่ชางหลงชี้แนะ
กระท่อมไม้เรียบง่ายมาก ฟางซีขยับจมูก ได้กลิ่นคาวเลือดที่เข้มข้น
ในพงหญ้ารอบกระท่อมไม้ มองเห็นกระดูกขาวได้อย่างเลือนราง
“นี่คือช่องทางเนื้อมารอสูรของมู่ชางหลงและสำนักยุทธ์เมฆขาวรึ?”
ฟางซีพึมพำในใจ แล้วเดินเข้าไป
แสงในกระท่อมไม้สลัวมาก จุดตะเกียงน้ำมันไว้ดวงหนึ่ง เปลวไฟที่ลุกไหม้อยู่บนไส้ตะเกียงกลับเป็นสีเขียวมรกต
พร้อมกับการเผาไหม้ของน้ำมันตะเกียง กลิ่นหอมประหลาดได้แผ่กระจายไปทั่ว
ฟางซีกลืนน้ำลาย รู้สึกหิวขึ้นมาเล็กน้อย
‘น้ำมันตะเกียงนี้... ไม่ปกติ’
ขณะที่เขากำลังครุ่นคิด เสียงทุ้มๆ ดังขึ้นมาทันที “เจ้ามาซื้อเนื้อรึ?”
ฟางซีมองไป อดสูดลมหายใจเย็นเยียบไม่ได้ เขาถูกทำให้ตกใจจริงๆ
ตรงด้านหนึ่งของบ้าน มี ‘ภูเขาเนื้อ’ กองหนึ่ง!
นั่นคือภูเขาเนื้อจริงๆ สูงประมาณสองสามเมตร ไขมันขาวๆ กองซ้อนกันเป็นชั้นๆ ผิวหนังที่หย่อนยานเต็มไปด้วยไขมัน
นี่คือชายอ้วนที่เกินกว่าจินตนาการ!
‘อย่างน้อยก็หนักหนึ่งพันจิน!’ (500Kg)
เสียงของฟางซีต่ำลง “ได้ยินว่า... ที่นี่มีเนื้อมารอสูรขาย? วางใจได้ ข้าเข้าใจกฎ!”
พูดไปพลาง ก็โยนป้ายไม้ออกไป
ภูเขาเนื้อรับป้ายไม้มา กวาดตามองอย่างสบายๆ แล้วก็หัวเราะ “ที่แท้เป็นลูกค้าประจำแนะนำมา... วางใจได้ เนื้อของข้า คุณภาพดีที่สุด!”
พูดเสร็จ เขาก็อ้าฝ่ามือที่ใหญ่ราวกับพัด แล้วคว้าไปข้างหลังตนเอง
เพี๊ยะ!
เนื้อขาวๆ ก้อนหนึ่งถูกโยนมาอยู่หน้าฟางซี
เนื้อก้อนนี้อย่างน้อยก็หนักห้าหกจิน ไม่มีเลือดสีแดงเลย ดูเหมือนจะไม่มีกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นด้วย
‘ความรู้สึกนี้ คล้ายกับน้ำมันตะเกียงมาก?’
ฟางซีกวาดตามอง ในใจก็ตัดสิน
“เนื้อของข้าที่นี่ หนึ่งจินร้อยตำลึงเงิน” ภูเขาเนื้อบอกราคาต่อ
“ได้!”
ฟางซีพยักหน้า หยิบใบไม้ทองคำออกมาแผ่นหนึ่ง นี่คือสิ่งที่เขาแลกมาเพื่อการค้าโดยเฉพาะ
เพราะพกเงินจำนวนมากติดตัวไม่ค่อยสะดวก
“ข้ามีใบไม้ทองคำหนึ่งร้อยแผ่น รวมเป็นทองคำหนึ่งร้อยตำลึง อัตราแลกเปลี่ยนทางการคือสิบตำลึงเงินต่อหนึ่งตำลึงทอง เทียบเท่ากับเงินหนึ่งพันตำลึง งั้นขอเนื้อสิบจินก่อนแล้วกัน”
หลังจากที่ฟางซีพูดจบ หยิบใบไม้ทองคำออกมาแล้ว ภูเขาเนื้อฝั่งตรงข้ามดูเหมือนจะตะลึงไป
ครู่ต่อมา เขาก็หัวเราะเสียงดัง “ดี... ตรงไปตรงมา ข้า ‘เจ้าอ้วนแซ่หาน’ ชอบคนตรงไปตรงมาอย่างเจ้า!”
พูดไปพลาง เขาก็คว้าเนื้อมารอสูรอีกก้อนหนึ่งโยนลงมา หนักประมาณห้าหกจิน
“ก้อนนี้บวกกับก้อนเมื่อครู่ เกินสิบจินแน่นอน ส่วนที่เกินถือว่าข้าแถมให้...” ภูเขาเนื้อหัวเราะ “ชีวิตคนเราสั้นนัก มีเพียงการกินเนื้อเท่านั้นที่เป็นความสุขสุดยอด... แต่เจ้าต้องจำไว้ อย่ากินมากเกินไปจนตัวเองแน่นตายล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า...”
เจ้าอ้วนแซ่หานหัวเราะไม่หยุด แม้แต่กระท่อมไม้ก็สั่นสะเทือน
ฟางซีประสานหมัดคารวะ ห่อเนื้อสิบจินด้วยผ้าแล้วสะพายไว้บนหลัง แล้วกล่าวลาจากไป
หลังจากซื้อของที่ต้องการได้แล้ว เขาไม่ได้เลือกที่จะอยู่ในตลาดมืดต่อ แต่จากไปโดยตรง
ทางกลับ ย่อมต้องโดยสารเรือก่อน แล้วค่อยลงเรือที่ใต้สะพานจันทรา
เมื่อฟางซีเดินเลี้ยวไปเลี้ยวมา เข้าไปในซอยแห่งหนึ่ง เขาถอนหายใจออกมาทันที “เจ้าตามข้ามานานขนาดนี้ เพื่ออะไรกันแน่?”
ณ ปลายซอย ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่มีบุรุษในชุดดำคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น
เขาหัวเราะเยาะแล้วตอบ “เจ้าหนูดีนี่ ฝีมือไม่เลว... เจ้าสามารถเอาเนื้อออกมาจากที่ของเจ้าอ้วนแซ่หานได้มากขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าฐานะไม่ธรรมดา เอามาให้ข้าผู้เฒ่าซะ!”
ขณะที่คนผู้นี้พูด เขายังยืนอยู่ที่ปลายซอย แต่เมื่อคำสุดท้ายหลุดออกมา เขาก็มาอยู่หน้าฟางซีแล้ว ต่อยออกไปอย่างรุนแรง ดุจหินผาถล่ม
“หมัดศิลาเคลื่อน?!”
ฟางซียิ้มเล็กน้อย คนผู้นี้ใช้วิทยายุทธ์ของสำนักยุทธ์เช่นกัน ตอนที่เขาเรียนวิทยายุทธ์เคยเห็นคนของสำนักยุทธ์ผาหินใช้
ในตอนนี้การรับมือ เขาไม่ตื่นตระหนกเลย ฝ่ามือพลิกกลับเล็กน้อย ใจกลางฝ่ามือกลายเป็นสีดำทะมึน แล้วฟาดออกไปตามกระแส
ปัง!
หมัดและฝ่ามือปะทะกัน พลังปราณโลหิตที่รุนแรงสองสายชนกัน เกิดเสียงทื่อๆ ดังขึ้น
ชายในชุดดำแค่นเสียงอย่างเจ็บปวด ถอยหลังไปหลายก้าว อุทานออกมาอย่างตกใจ “ปราณโลหิตเปลี่ยนแปลงขั้นสาม? เป็นไปได้อย่างไร?”
ยอดฝีมือหนุ่มสาวในเมือง เขารู้จักดีอยู่แล้ว!
ครั้งนี้ ก็เพราะได้ยินเสียงของอีกฝ่ายไม่แก่ไม่ชรา จึงเลือกที่จะลงมือโจมตี!
ไม่คิดว่าจะเจอตอ!
“เจ้าก็เป็นยอดฝีมือปราณโลหิตเปลี่ยนแปลงขั้นสาม ซ้ำยังเป็นคนของสำนักยุทธ์ผาหิน!”
ฟางซีพยักหน้า แล้วก็ส่ายหน้า “เหตุใดต้องรนหาที่ตาย?”
“เหอะ! ฝ่ามือเมฆขาวแม้จะร้ายกาจ ก็ใช่ว่าจะเอาชนะข้าได้” ชายในชุดดำตะโกนเสียงดัง สองหมัดดุจสายฟ้าฟาด พลังน่าเกรงขามอย่างยิ่ง
หมัดศิลาเคลื่อนแม้ชื่อจะไม่ค่อยไพเราะ แต่ก็สมกับชื่อจริงๆ เมื่อเริ่มแล้ว โจมตีต่อเนื่อง สามารถสะสมพลังได้ ราวกับก้อนหิมะที่กลิ้งไปเรื่อยๆ ต่อยออกไปหนึ่งหมัดสะเทือนฟ้าดิน
ยิ่งนาน พลังยิ่งมหาศาล!
ฟางซีกำลังจะตั้งสมาธิรับมือ มุมปากก็กระตุกขึ้นมาทันที
เห็นเพียงชายในชุดดำฝั่งตรงข้ามตะโกนเสียงดังแล้ว ก็หันหลังวิ่ง... วิ่งหนี...
‘บัดซบ ข้ากินอิ่มแล้วว่างมากรึไง ถึงต้องมาสู้ตายกับจอมยุทธ์ที่ปราณโลหิตเปลี่ยนแปลงขั้นสามเหมือนกัน?’
ชายในชุดดำหันหลังวิ่งหนี ในใจนึกหงุดหงิดอย่างยิ่ง
หากดูที่หมัดของเขาให้ดี จะเห็นว่ามีรอยดำเหลืออยู่ เห็นได้ชัดว่าฝ่ามือพิษก็ทำร้ายเขาได้ไม่น้อย
“ยอดฝีมือของสำนักยุทธ์เมฆขาว ความแค้นครั้งนี้ข้าผู้เฒ่าจำไว้แล้ว...”
ขณะที่เขากำลังจะพูดอะไรที่ร้ายกาจออกมาอีก ทันใดนั้นสายตาก็พร่ามัว เห็นฟางซี!
ด้วยเพลงเตะอสรพิษที่เพิ่มความเร็วของท่าร่าง ความเร็วของฟางซีย่อมรวดเร็วมาก!
เห็นดังนั้น ในใจของชายในชุดดำอดสิ้นหวังไม่ได้ “เจ้า... เจ้าจะฆ่าให้สิ้นซากจริงๆ รึ?”
“ไม่ใช่ ไม่ใช่...”
ฟางซียิ้มเล็กน้อย “เจ้าเป็นยอดฝีมือปราณโลหิตเปลี่ยนแปลงขั้นสามใช่หรือไม่? แค่อยากจะเชิญเจ้ามาทำการทดลองหน่อย...”
พูดจบ ฟางซีก็ตั้งสมาธิ ปากก็พึมพำ
คาถาหนึ่งประโยคถูกท่องออกมาอย่างรวดเร็ว พลังเวทในร่างกายของเขาเริ่มก็โคจรตามมา ถึงปลายนิ้วมือขวา
จากนั้น เขาก็ยกมือขึ้นเบาๆ ปราณกระบี่หลายสายก็พุ่งออกมาอย่างรุนแรง
วิชาอาคมกำจัดวัชพืชของเกษตรกรวิญญาณเขาไผ่เขียว—กระบี่ตัดหญ้าโลหะเกิง!
ชายในชุดดำกำลังสงสัยอยู่ บนร่างกายพลันปรากฏบาดแผลน่ากลัวหลายแห่ง เลือดพุ่งทะลัก!
“นี่... นี่คือวิทยายุทธ์อะไร?”
เขาคุกเข่าลงครึ่งหนึ่ง ใบหน้าที่อยู่ใต้ผ้าคลุมเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
“กระบี่ปราณไร้ลักษณ์กำเนิดฟ้า!”
ฟางซียืนไขว้หลัง ท่าทางดุจยอดฝีมือ
ในขณะเดียวกัน ในใจเริ่มบันทึกเนื้อหาการทดลองครั้งนี้
‘วิชาอาคมเล็กๆ น้อยๆ ของขอบเขตหลอมลมปราณช่วงต้น ยังคงมีพลังทำลายล้างที่ไม่เลวต่อจอมยุทธ์ที่ปราณโลหิตเปลี่ยนแปลงขั้นสาม...’
“ข้า...” ชายในชุดดำอยากจะด่า แต่ก็หายใจไม่ทัน
นี่มันวิทยายุทธ์รึ?!
แม้แต่เจ้าสำนักยุทธ์เหล่านั้น ไม่สิ! ยอดฝีมือของภูเขาหยวนเหอ ก็ใช่ว่าจะทำเรื่องที่น่าเหลือเชื่ออย่างการใช้พลังภายในทำร้ายคนจากระยะไกลได้กระมัง?
น่าเสียดาย ยังไม่ทันที่เขาจะด่าออกมา เงากระบี่สีเขียวก็วาบผ่าน
ศพไร้หัวของชายในชุดดำล้มลง เลือดไหลนองอย่างรวดเร็ว
“ใช้ศาสตราวิเศษระดับต่ำ ก็ยิ่งเหมือนกับการหั่นแตงกวา...”
ฟางซีถอนหายใจ ดึง ‘กระบี่ชิงเหอ’ กลับมา ไม่ค่อยพอใจนัก “ครั้งหน้า... คงต้องหาเจ้าสำนักยุทธ์มาทดลองกระบี่”