เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 ตลาด

บทที่ 5 ตลาด

บทที่ 5 ตลาด


บทที่ 5 ตลาด

ตลาดเขาไผ่เขียวใช้ชื่อ ‘ไผ่เขียว’ อาคารส่วนใหญ่จึงเป็นเรือนยกสูงที่สร้างจากไผ่วิญญาณ

แม้จะใช้ชื่อว่าตลาด แต่ในความเป็นจริงแล้วอาคารที่แท้จริงมีเพียงไม่กี่สิบหลัง พอจะประกอบกันเป็นถนนได้หนึ่งสาย บวกกับแผงลอยที่ตั้งเรียงรายอยู่สองข้างทางและในลานกว้าง ประกอบกันเป็นตลาดของผู้ฝึกตนที่คึกคักที่สุดในรัศมีหลายร้อยลี้

ฟางซีมาถึงทางเข้าตลาด เห็นหมอกสีขาวจางๆ ชั้นหนึ่ง นี่คือค่ายกลพิทักษ์ตลาด เล่ากันว่าสามารถต้านทานการโจมตีของผู้ฝึกตนสร้างรากฐานได้เป็นเวลานาน

เขาไม่กล้าประมาท หยิบป้ายไม้ไผ่ออกมา บนนั้นบันทึกข้อมูลประจำตัวของเกษตรกรวิญญาณ

พลันเกิดแสงวิญญาณวาบขึ้น หมอกทั้งสองข้างพลันสลายไป เผยให้เห็นอาคารที่เคยเลือนรางอยู่ภายใน

‘หอเซียนเมามาย’ ‘โรงหลอมร้อยครั้ง’ ‘หอโอสถ’ ‘หอร้อยเชาว์’ ‘ตำหนักพันกลไก’...

อาคารที่ใหญ่ที่สุดหลายแห่งปรากฏขึ้นในสายตา

นี่คือสถานที่แลกเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดหลายแห่งของตลาด จำนวนหินวิญญาณที่ผ่านมือในแต่ละวันมีนับร้อยนับพัน

สายตาของฟางซีกวาดผ่าน ‘หอเซียนเมามาย’ อดไม่ได้ที่จะจับเอวของตนเองเบาๆ จากนั้นก็หันหลังกลับไปอย่างไม่สะทกสะท้าน ราวกับว่าเสียงเพลงอันเย้ายวนที่ดังแว่วมานั้นเป็นเพียงเรื่องธรรมดา

อีแค่วิชามารยา อย่าได้หมายคิดจะมาทำให้จิตเต๋าของข้าผู้นี้หวั่นไหว!

แน่นอนว่า หากไม่ใช่เพราะในกระเป๋ามันแบนละก็...

ต้องยอมรับว่า ผู้ฝึกตนหญิงกับสาวใช้ธรรมดา ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เปรียบได้กับความแตกต่างระหว่างโทรศัพท์มือถือรุ่นธรรมดากับรุ่นโปรแม็กซ์ในชาติก่อน!

บนถนนสายหลัก มีผู้ฝึกตนเดินผ่านไปมาประปราย

บัณฑิต ภิกษุ นักพรต...

คนชรา สตรี เด็ก...

ผู้ที่สะพายกระบี่ ผู้ที่แบกน้ำเต้าสีแดงก่ำ ผู้ที่พาสัตว์วิญญาณมาด้วย ผู้ที่ขี่สัตว์อสูร...

สารพัดสีสัน มากมายจนไม่อาจบรรยายได้หมดสิ้น

ฟางซีในอดีต เมื่อเห็นฉากนี้ยังถึงกับตะลึงงันไปครึ่งค่อนวัน ถูกคนหัวเราะเยาะว่าเป็นบ้านนอกเข้ากรุง

มาถึงตอนนี้ มุมมองในการมองปัญหาของเขาก็ลึกซึ้งขึ้น

‘ขอบเขตหลอมลมปราณช่วงกลาง ขอบเขตหลอมลมปราณช่วงปลาย...’

‘จริงดังคาด... หลอมลมปราณช่วงต้นแม้จะมีอยู่บ้าง ก็เป็นเพียงบ่าวไพร่และเด็กรุ่นหลังที่ถูกพาออกมาเปิดหูเปิดตา...’

‘โลกของผู้ฝึกตนที่นับถือความแข็งแกร่งเป็นใหญ่ ช่างอยู่ยากจริงๆ’

ฟางซีเบ้ปาก

ถ้าเป็นไปได้ เขาก็อยากจะซ่อนตัวอยู่ในโลกต้าเหลียง

แต่ทว่าโลกต้าเหลียง... มันอายุไม่ยืนน่ะสิ!

ด้วยความหนาแน่นของปราณวิญญาณฟ้าดินที่นั่น เคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรแทบจะไม่มีความก้าวหน้าเลย ไม่ต้องพูดถึงการทะลวงขอบเขตใหญ่

และวิถียุทธ์ปราณโลหิตของที่นั่น ดูเหมือนก็จะอายุไม่ยืนสักเท่าไหร่...

ฟางซียังไม่ถูกบีบจนตรอก ย่อมไม่คิดที่จะซ่อนตัวอยู่ในโลกใบเล็กๆ อย่างแน่นอน

เขากวาดตามองแผงลอยต่างๆ เริ่มขายจิ้งเหลนศิลาและวัตถุดิบอื่นๆ ที่เก็บสะสมมาในช่วงนี้

ของเพียงเท่านี้ หากนำไปขายในร้านค้าใหญ่ก็จะเป็นที่น่าหัวเราะเยาะ คงจะขายได้แค่ในที่แบบนี้เท่านั้น

“พี่หลิว ข้าจะบอกให้นะ จิ้งเหลนศิลาที่สภาพสมบูรณ์ขนาดนี้ ไม่แพงเลยจริงๆ... แล้วก็สมุนไพรวิญญาณของข้านี่ กว่าจะหามาได้แทบจะวิ่งจนขาขวิด...”

เป็นเวลานาน ฟางซีแทบจะพูดจนน้ำลายแห้ง จึงได้ผลึกวิญญาณมาสามเม็ด

เขามองหาทิศทาง แล้วเดินมาถึงลานกว้างแห่งหนึ่ง เดินไปยังแผงลอยแห่งหนึ่งอย่างคุ้นเคย

นี่คือแผงลอยของสามีภรรยาคู่หนึ่ง บนผ้าปูแผงที่กว้างไม่ถึงครึ่งจั้ง วางเต็มไปด้วยยันต์วิญญาณนานาชนิด

‘ยันต์ป้องกันกาย’ ‘ยันต์น้ำแข็ง’ ‘ยันต์อัคคี’ ระดับหนึ่งขั้นต่ำ...

กระทั่ง ฟางซีเหลือบไปเห็น ‘ยันต์อัสนีน้อย’ ที่วางอยู่ตรงกลางราวกับดาวล้อมเดือน!

“ปรมาจารย์ยันต์จง ยินดีด้วยที่ท่านวาดอักขระยันต์ระดับหนึ่งขั้นกลางสำเร็จ...”

เขาเผยรอยยิ้ม แสดงความยินดีกับเจ้าของแผง

ปรมาจารย์ยันต์จงดูอายุราวสามสิบปี รูปร่างสูงใหญ่ ขาวอวบอ้วน ไว้หนวดเล็กๆ สองข้าง ยิ้มแย้มอย่างเป็นมิตร เหมือนกับพ่อค้าในโลกปุถุชน

ฟางซียังเคยเห็นภรรยาของเขาที่นำกระดาษยันต์และวัตถุดิบมาให้ เป็นผู้ฝึกตนหญิงแซ่ลู่ เขายังจำรูปร่างของนางได้ดี

คู่สามีภรรยานี้ ฝ่ายหญิงจัดการกระดาษยันต์ ฝ่ายชายวาดอักขระยันต์ อาศัยของดีราคาถูก ก็ใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย แต่ไม่รู้ว่าช่วงนี้เจอเรื่องอะไรเข้า ดูเหมือนจะมีความกดดันเรื่องหินวิญญาณมากขึ้นไม่น้อย

“โอ้ เป็นสหายเต๋าฟางนี่เอง...”

ปรมาจารย์ยันต์จงยิ้มถาม “ยันต์น้ำแข็งที่แนะนำไปคราวก่อน ใช้จัดการแมลงอสูรเป็นอย่างไรบ้าง?”

“ยอดเยี่ยมนัก ในช่วงอากาศหนาวจัดเช่นนี้ พลังของยันต์น้ำแข็งเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จิ้งเหลนศิลาหลบหนีไม่ได้เลย...”

ฟางซีพยักหน้า “ขอ ‘ยันต์ป้องกันกาย’ อีกสักสองสามแผ่น...”

‘ยันต์นี้ ใช้ป้องกันตอนปิดด่านเท่านั้น แผ่นละหนึ่งผลึกวิญญาณ ไม่รู้ว่าเจ้าหนุ่มนี่ต้องการมากมายขนาดนี้ไปทำไม...’

ปรมาจารย์ยันต์จงส่ายหน้า พึมพำในใจ แต่ผู้ฝึกตนให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวที่สุด จึงไม่ได้ถามออกไป

หลังจากแลกเปลี่ยนยันต์ป้องกันกายไปหลายแผ่น เขาจึงถามต่อ “ยังต้องการยันต์น้ำแข็งอีกหรือไม่? ข้าจะลดราคาให้หน่อย สามผลึกวิญญาณหนึ่งแผ่น...”

“ปรมาจารย์ยันต์จง ลดราคาอีกแล้วหรือ?” ดวงตาของฟางซีเป็นประกาย เหมือนกับคุณป้าในชาติก่อนที่เห็นของลดราคา

“เฮ้อ ถ้าไม่ใช่เพราะ...เอ่อ ที่บ้านตั้งท้องอีกแล้วละก็นะ!”

ปรมาจารย์ยันต์จงถอนหายใจ

ผู้ฝึกตนใช้รากวิญญาณดูดซับปราณวิญญาณฟ้าดิน สามารถทำเรื่องเหลือเชื่อได้มากมาย แต่เรื่องทายาทกลับค่อนข้างยากลำบาก

แม้จะคลอดออกมา ก็อาจจะเป็นปุถุชนที่ไม่มีรากวิญญาณเลย

แต่ปรมาจารย์ยันต์จงเป็นข้อยกเว้น มีทายาทแล้วสามคน ในจำนวนนั้นสองคนมีรากวิญญาณ

ตอนนี้เป็นท้องที่สี่แล้ว

เล่ากันว่า ตระกูลซือถูยังสนใจในตัวปรมาจารย์ยันต์จงมาก ต้องการยืมสายเลือด แต่ถูกปฏิเสธไป...

ฟางซีพยักหน้า ทายาทผู้ฝึกตนสองคน อาจจะกลายเป็นสามคน ความกดดันนี้... ก็คือภูเขาสามลูกดีๆ นี่เอง

ชะตากรรมอันน่าเศร้าของชายวัยกลางคนในชาติก่อน ปรากฏขึ้นบนตัวของปรมาจารย์ยันต์จงอย่างชัดเจน ถึงขนาดทำให้เขารู้สึกว่าผมดกดำของอีกฝ่ายมีแนวโน้มที่จะล้านก่อนวัยอันควร

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เรื่องของเขา

“ยันต์น้ำแข็งหรือยันต์อัคคีของข้านี้ ไม่ว่าจะใช้ป้องกันตัว หรือฆ่าแมลงศัตรูพืช ล้วนยอดเยี่ยม...”

ปรมาจารย์ยันต์จงกำลังกลุ้มใจเรื่องลูกๆ ที่ผลาญหินวิญญาณอยู่ ทันใดนั้นก็ได้ยินฟางซีถามขึ้น “ไม่ทราบว่า ‘ยันต์อัสนีน้อย’ นี้ ราคาเท่าไหร่?”

หากจะบอกว่ายันต์ระดับหนึ่งขั้นต่ำ เทียบเท่ากับการโจมตีด้วยคาถาของผู้ฝึกตนหลอมลมปราณช่วงต้นแล้วล่ะก็ ยันต์ขั้นกลางก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่า มันได้มาถึงระดับของหลอมลมปราณช่วงกลางแล้ว!

ปรมาจารย์ยันต์จงถึงกับตะลึงไปชั่วครู่ จากนั้นก็เผยสีหน้าเจ็บปวดและเสียดายออกมา “ยันต์ขั้นกลางนี้ ข้าอุตส่าห์วาดออกมาได้สำเร็จ เปลืองกระดาษยันต์ไปไม่รู้เท่าไหร่ ถ้าเจ้าอยากได้จริงๆ... หินวิญญาณหนึ่งก้อนครึ่งเอาไปเลย...”

“หนึ่งก้อนครึ่ง?”

ใบหน้าของฟางซีเผยสีหน้าลำบากใจ “ไม่ทราบว่าลดราคาอีกหน่อยได้หรือไม่?”

“ยังจะลดอีกรึ?” ปรมาจารย์ยันต์จงถลึงตา แต่จากนั้นก็ราวกับถูกภาระชีวิตอันหนักอึ้งกดทับ สีหน้าจึงอ่อนลง “เว้นแต่เจ้าจะซื้อยันต์ขั้นต่ำอีกสักสองสามแผ่น”

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็เพิ่ม ‘ยันต์เกราะแสงทอง’ ขั้นต่ำอีกหนึ่งแผ่นแล้วกัน”

ฟางซีตอบกลับอย่างเจ็บปวดเช่นกัน

...

ในที่สุด เขาก็ได้ ‘ยันต์อัสนีน้อย’ ที่เทียบเท่ากับการโจมตีของผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมลมปราณช่วงกลางมาครอบครอง พร้อมกับยันต์ขั้นต่ำอีกหลายแผ่น

ด้วยเหตุนี้ ไม่เพียงแต่เงินที่ได้จากการขายวัตถุดิบในตลาดครั้งนี้จะหมดเกลี้ยง ยังต้องควักเงินเก็บออกมาอีกไม่น้อย

โชคดียังดี เมื่อลูบยันต์เกราะแสงทองในอกเสื้อ ฟางซีก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาก

แม้ว่ายันต์นี้ในโลกบำเพ็ญเพียรหนานหวงจะสามารถต้านทานการโจมตีด้วยคาถาของผู้ฝึกตนหลอมลมปราณช่วงต้นได้เพียงหนึ่งหรือสองครั้ง แต่ในโลกต้าเหลียง กลับไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เช่นนั้น

“ไป รีบไป! ดูต่อไปมีแต่จะเพิ่มความเศร้า...”

ยืนอยู่หน้าแผงลอยขายโอสถแห่งหนึ่ง ฝีเท้าของฟางซีราวกับหยั่งรากลงดิน

ตอนนี้เขากำลังอยู่ในช่วงที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว หากมีโอสถช่วย บางทีอาจจะสามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตหลอมลมปราณขั้นสี่ และเข้าสู่หลอมลมปราณช่วงกลางได้!

แต่ทว่า ราคาของโอสถโดยทั่วไปแล้วแพงกว่ายันต์!

‘น่าเสียดาย... ผู้ทะลุมิติคนอื่นๆ ล้วนเป็นพ่อค้าข้ามโลก ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไม่รู้เท่าไหร่ ทำไมข้าถึงต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้?’

ฟางซีระมัดระวังเรื่องการค้าข้ามโลกมาโดยตลอด

เพราะหลังจากยืนยันได้ว่าตนเองพอจะป้องกันตัวได้ในต้าเหลียง จึงกล้าที่จะเผยของจากโลกบำเพ็ญเพียรออกมาเล็กน้อย

แต่ในโลกบำเพ็ญเพียร เขาไม่กล้าที่จะแสดงความไม่ธรรมดาใดๆ ออกมา

อย่างไรเสีย ระดับบ่มเพาะของตนเองก็อ่อนแอเกินไป และผู้ฝึกตนยังมีความสามารถหลากหลาย ไม่แน่ว่าอาจจะมีวิธีการสำรวจที่เป็นเอกลักษณ์!

‘อย่างน้อย... ก็ต้องรอให้ข้าถึงหลอมลมปราณช่วงปลาย ไม่สิ อย่างน้อยก็หลอมลมปราณช่วงกลางก่อน...’

ฟางซีทำอะไรมักจะระมัดระวังเสมอ หลังจากได้รับโอกาสที่ท้าทายสวรรค์แล้วก็ยิ่งเป็นเช่นนั้น

หากสามารถหลีกเลี่ยงการต่อสู้ได้ ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข บำเพ็ญเพียรจนถึงขอบเขตสร้างรากฐาน ขอบเขตแก่นทองคำได้อย่างราบรื่น... ใครมันจะอยากไปต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกันเล่า?

ขณะที่เขากำลังจะออกจากตลาดเขาไผ่เขียว ก็เกิดความวุ่นวายขึ้นบนถนน

จากนั้น ความวุ่นวายราวกับจะแพร่กระจายออกไปรอบๆ

แว่วเสียง ‘ซากโบราณสถาน’ ‘สมบัติล้ำค่า’ ‘เคล็ดวิชา’ ดังมา

ฟางซีหยุดฝีเท้าเล็กน้อย ก็ได้ยินข่าวจากปากของผู้ฝึกตนข้างๆ ทันที

“อะไรนะ? ที่เขาจื่อโยว พบมิติเร้นลับเล็กๆ แห่งหนึ่ง คาดว่าเป็นซากโบราณสถานของผู้ฝึกตน? มีผู้ฝึกตนนำเคล็ดวิชาโบราณและของวิเศษสำหรับสร้างรากฐานออกมาจากที่นั่นแล้ว?”

ข่าวนี้ ราวกับดินปืน จุดประกายความปรารถนาในใจของผู้ฝึกตนทุกคน!

เคล็ดวิชาโบราณ!

ของวิเศษสำหรับสร้างรากฐาน!

นี่คือสิ่งที่พวกเขาแสวงหามาทั้งชีวิตก็อาจจะไม่ได้มาครอบครอง

โลกบำเพ็ญเพียรก็เป็นเช่นนี้ ผู้ฝึกตนอิสระระดับล่างใช้ชีวิตอย่างไร้ค่าไปทั้งชีวิต ก็อาจจะไม่ได้สัมผัสขอบเขตของการสร้างรากฐานเลย

แต่หากวันหนึ่งได้รับวาสนาเซียน ได้รับมรดกโบราณและโอสถทิพย์ ย่อมเหมือนกับนกเผิงที่โบยบินไปกับสายลมได้เก้าหมื่นลี้ในวันเดียว วันหน้าก็จะกลายเป็นเซียนบนสวรรค์!

เหมือนกับฟางซี!

รากวิญญาณของเขาไม่ได้โดดเด่น เป็นเพียงรากวิญญาณระดับต่ำธาตุไม้ เคล็ดวิชาที่ฝึกฝนก็เป็นเพียงเคล็ดวิชาฉางชุนดาษดื่น อีกหกสิบปีก็อาจฝึกฝนถึงขอบเขตหลอมลมปราณสมบูรณ์แบบไม่ถึง ทำให้ท้าทายด่านสวรรค์แห่งการสร้างรากฐานไม่ได้!

และในโลกบำเพ็ญเพียรก็มีคำกล่าวมานานแล้วว่า หลังจากอายุหกสิบปี โอกาสในการสร้างฐานของผู้ฝึกตนจะลดลงอย่างมาก!

แต่ตราบใดที่มีเคล็ดวิชาระดับสุดยอด ประกอบกับพลังของโอสถ ยังมีความเป็นไปได้สูงที่จะท้าทายการสร้างรากฐานได้ภายในห้าปีสิบปี!

นี่คือโอกาสที่ผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนต่างแสวงหา!

“เป็นของวิเศษสำหรับสร้างรากฐานอะไร?”

ผู้ฝึกตนหญิงคนหนึ่งถึงกับตาแดงก่ำ ฉุดแขนผู้ฝึกตนชายที่รู้ข่าวข้างๆ แล้วถามเสียงดัง

“เป็น ‘ไอพิฆาตอัคคีปฐพี’ ขวดหนึ่ง! มีประโยชน์อย่างมากต่อการทะลวงด่านปราณโลหิต” ผู้ฝึกตนชายพึมพำด้วยสีหน้าใฝ่ฝันและปรารถนา

“น่าเสียดายที่ไม่ใช่โอสถสร้างรากฐาน” ผู้ฝึกตนชราคนหนึ่งข้างๆ ทอดถอนใจอย่างเสียดาย

“สมัยโบราณจะมีโอสถสร้างรากฐานได้อย่างไร?” บัณฑิตคนหนึ่งข้างๆ หัวเราะเบาๆ “คนยุคนี้อาจจะไม่ด้อยกว่าคนยุคโบราณ โอสถสร้างรากฐานนี้นับเป็นโอสถวิเศษอันดับหนึ่งสำหรับการสร้างรากฐานที่ปรมาจารย์ซูทง ผู้เป็นอันดับหนึ่งด้านการปรุงโอสถในรอบพันปีที่ผ่านมาคิดค้นขึ้นด้วยตนเอง สามด่านแห่งการสร้างฐานจะประสานเป็นหนึ่งเดียว มำให้ทะลวงผ่านได้ในชั่วข้ามคืน... สามารถเพิ่มโอกาสในการสร้างรากฐานได้ถึงสามส่วนเต็มๆ!”

จบบทที่ บทที่ 5 ตลาด

คัดลอกลิงก์แล้ว