เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 40 นี่เจ้าสมองกลับไปแล้ว ?

ตอนที่ 40 นี่เจ้าสมองกลับไปแล้ว ?

ตอนที่ 40 นี่เจ้าสมองกลับไปแล้ว ?


ตอนที่ 40 นี่เจ้าสมองกลับไปแล้ว ?

สัตว์อสูรขนาดใหญ่หลายสิบตัวล้วนแต่เป็นสัตว์อสูรชั้นสูงทั้งสิ้น

จะมองมุมไหนพวกมันก็มีพลังในเขตแดนต้นกำเนิดแท้จริงขั้นที่ 5 ขึ้นไป

ด้วยระดับความแข็งแกร่งในปัจจุบันของจี้เทียนซิง เพียงแค่ตัวเดียวก็ไม่ไหวแล้ว นับประสาอะไรกับหลายสิบตัว !

สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เขาติดแหงกอยู่บนก้อนหินใต้หน้าผา ไม่ใช่บนท้องฟ้าหรือใต้พื้นดิน

สัตว์อสูรนับสิบตัวต่างยืนอยู่บนหน้าผารอคอยเขาเหมือนเสือที่เฝ้าดูเหยื่อของมัน

"บัดซบ ! "

ใบหน้าของจี้เทียนซิงกลายเป็นบิดเบี้ยว  ความสุขที่เพิ่งได้ดอกไม้ดาราแดงมาหายวับไปในทันที

เขาลอบกุมกระบี่มังกรโลหิตเอาไว้ ดวงตาจับจ้องไปที่สัตว์อสูรนับสิบตัว

ถึงแม้ว่าสัตว์อสูรเหล่านั้นจะสามารถอดทนรอชายหนุ่มได้ แต่จี้เทียนซิงยังกังวลว่า หากต้องติดแหงกอยู่แบบนี้ มันจะต่างอะไรกับตายทั้งเป็น ? เขาควรทำอย่างไรดี

ในเวลานี้เองเสียงของเสี่ยวปิงหูก็ดังขึ้น “สหายจี้ ตอนนี้เจ้ามีทางเลือกสองทาง หนึ่ง ปีนกลับขึ้นไปบวกกับสัตว์อสูรพวกนั้น สองกระโดดลงหน้าผาไปซะ”

“แต่ว่า ใต้หน้าผาก็มีสัตว์อสูรอยู่ บางที...ระหว่างเจ้าทิ้งดิ่งลงไปอาจจะเจอพวกมันโผล่มาขย้ำจากซอกผาก็เป็นได้”

จี้เทียนซิงหน้าเหยเกยและคำรามออกมาว่า “บ้าบอ ช่วยข้าคิดหาทางซี่ ! หากข้าอยู่ไม่ได้ เจ้าคิดว่าตัวเองจะรอดหรือไง ?”

“อ่ะ แน่นอน !” เสี่ยวปิงหูเผยรอยยิ้มอย่างภาคภูมิใจ และกล่าวว่า “เจ้าโง่หรือเปล่า ไม่เห็นหรือว่าข้าบินได้”

เป็นอย่างที่มันพูด  มันกางปีกบินอย่างภาคภูมิใจไปรอบๆตัวจี้เทียนซิงราวกับจะเย้ยหยัน

จี้เทียนซิงแทบจะอาเจียนเป็นเลือด เขาเงียบลงและไม่พูดอะไรให้เสี่ยวปิงหูมีโอกาสได้กวนประสาทอีก

เขาขมวดคิ้วและคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในที่สุดก็ปิ๊งไอเดียขึ้น

“เสี่ยวปิงหู เจ้าเอาดอกไม้ดาราแดงไปและบินไปฝั่งตรงข้ามล่อพวกมันไปให้ที…”

ก่อนที่ชายหนุ่มจะพูดจบประโยค เสี่ยวปิงหูเหมือนจะคาดเดาความคิดของอีกฝ่ายออกแต่แรก มันเพียงส่ายหัวและปฏิเสธ

“เฮอะ ! เรื่องนี้ไม่ต้องพูดเลย”

“เจ้าต้องการให้ข้าเป็นตัวล่อกลุ่มสัตว์พวกนั้น ? จากนั้นเจ้าก็ฉวยโอกาสปีนขึ้นไป ? คิดว่าข้าโง่หรือไง”

“เจ้า... !” หน้าอกของจี้เทียนซิงแทบจะระเบิด แต่เขาทำได้เพียงสูดลมหายใจลึกๆระงับความโกรธ

ในเวลานี้เอง จู่ๆเสี่ยวปิงหูก็ชี้ไปบนท้องฟ้าและส่งเสียงร่ำร้องออกมาว่า “เฮ้ๆ สหายจี้ แม่สาวนมใหญ่มาช่วยเจ้าแล้ว !”

“อะไรใหญ่ ?  สาวหน้าอกใหญ่อันใดของเจ้า ?” จี้เทียนซิงรู้สึกงุนงงและมองไปบนท้องฟ้าตรงจุดที่เสี่ยวปิงหูชี้

ชายหนุ่มเห็นกระเรียนวิญญาณสีขาวใหญ่ตัวหนึ่งกำลังบินมา ปีกอันงามสง่าของมันค่อยๆร่อนลงมาที่หน้าผา

ถึงแม้ว่าคืนนี้จะมืดมาก แต่จี้เทียนซิงก็ยังพอมองเห็นว่าบนหลังกระเรียนนั้นยืนอยู่ด้วยสาวงามในชุดสีขาว นางก็คือหยุนเหยา !

นางยืนอย่างสง่างามอยู่บนด้านหลังกระเรียนวิญญาณ ในมือซ้ายกุมฝักกระบี่สีดำเอาไว้  ผมสีดำยาวสยายไปตามแรงลมและพัดพลิ้วดั่งนางฟ้า

โฮก...   ฮูม  กรรร !!

สัตว์อสูรหลายสิบตัวที่ริมหน้าผาจู่ๆพวกมันก็เริ่มปั่นป่วนและแสดงออกถึงความเป็นปฏิปักษ์และส่งเสียงคำรามไปหากระเรียนวิญญาณ

ในเวลานี้เองกระเรียนวิญญาณก็ร่อนลงมาหยุดที่เหนือพื้นดินเพียงสิบฟุต และทันใดนั้นหยุนเหยาก็ลงมือ

นางกุมด้ามกระบี่ที่มือขวาและชักกระบี่ออกมา

“ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!!”

หยุนเหยาโบกกระบี่ของนางออกเป็นคลื่นกระบี่ 6 สายพุ่งเข้าใส่สัตว์อสูรเหล่านั้นทันที

ลำแสงจากคลื่นกระบี่ทั้ง 6 สาย ส่องสว่างบนท้องฟ้ายามค่ำคืนและพุ่งออกไปในระยะ 10 ฟุตเจาะทะลุศีรษะของสัตว์อสูรหกตัว

เสียงของการฟาดฟันยังคงดำเนินต่อไปและมันก็ผสมผสานกับเสียงกรีดร้องของสัตว์อสูรจำนวนมาก

ก้อนหินสีน้ำตาลสะท้อนแสงเย็นเยียบออกมา หินหลายก้อนทุกทำลายด้วยคลื่นพลังกระบี่จนระเบิดเป็นชิ้นๆนับไม่ถ้วน

จี้เทียนซิงสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าปฐพีสั่นสะเทือนและหินก้อนใหญ่หลายก้อนถล่มลงมาบนขอบหน้าผา

ถึงแม้ว่านี่จะเป็นครั้งที่สามที่เขาได้เห็นการลงมือของหยุนเหยาแต่ก็ยังรู้สึกตกใจไม่หาย เขาจ้องมองนางตาไม่กระพริบ

หลังจากนั้นไม่นานเหล่าสัตว์อสูรจำนวนมากก็แตกกระเจิง พวกมันทั้งหมดไม่ตายก็หลบหนี ริมหน้าผาที่เดิมทีเต็มไปด้วยสัตว์อสูรอัดแน่นก็กลับสู่ความเงียบสงบ

เมื่อวิกฤติผ่านพ้นไป จี้เทียนซิงก็ปีนหน้าผาไปตามเถาวัลย์อย่างรวดเร็วและกลับขึ้นไป

กระเรียนวิญญาณค่อยๆร่อนลงบนพื้นดินและยืนนิ่งๆอย่างเงียบงัน พื้นที่โดยรอบนั้นเต็มไปด้วยซากศพของสัตว์อสูรกระจัดกระจาย

หยุนเหยาสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธ์และยืนอยู่บนแผ่นหินใหญ่ก้อนหนึ่ง

เมื่อเห็นจี้เทียนซิงค่อยๆไต่ขึ้นมาจากหน้าผา สีหน้าของนางก็ยังคงสงบนิ่งเหมือนน้ำ แต่แววตาฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย

"เป็นเจ้า ?"

เห็นได้ชัดว่าหยุนเหยาคาดไม่ถึงว่าจะได้พบกับจี้เทียนซิงที่นี่

จี้เทียนซิงเดินตรงไป เขาหยุดตรงหน้านางด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนพลางกล่าวว่า “เป็นข้าเองแม่นางหยุนเหยา พวกเราพบกันอีกแล้ว”

เสี่ยวปิงหูร่อนลงมาหยุดที่ไหล่ของจี้เทียนซิงและแสยะยิ้มให้หยุนเหยา โดยที่ไม่มีผู้ใดรู้ว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่

หยุนเหยามองจี้เทียนซิงด้วยสีหน้าสงบราบเรียบและกล่าวว่า “ข้าคิดไม่ถึงเลยว่า ผู้ที่ได้ครอบครองดอกไม้ดาราเป็นคนแรกจะเป็นเจ้า”

จี้เทียนซิงเลิกคิ้วขึ้น “แม่นางหยุนเหยา เจ้าก็ต้องการดอกไม้ดาราแดงงั้นหรือ ?”

หยุนเหยาพยักหน้าอย่างเฉยเมย “ใช่”

“เจ้ารู้ด้วยว่าดอกไม้ดาราแดงจะบานในคืนนี้ ?” จี้เทียนซิงถามต่อ

หยุนเหยาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่นางจะพยักหน้าอีกครั้งแล้วตอบว่า “ใช่”

ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างฉับพลันและเต็มไปด้วยข้อสงสัยในใจ

หัวหน้าศิษย์นิกายหนุนสวรรค์อย่างหยุนเหยา, อัจฉริยะอันดับหนึ่งของดินแดนดาราสวรรค์ถึงขนาดต้องเดินทางมายังเทือกเขาเย่ด้วยตนเองเพื่อตามหาดอกไม้ดาราแดง ?

 

ด้วยพรสวรรค์และระดับวรยุทธ์อย่างนาง จำเป็นต้องอาศัยคุณสมบัติของดอกไม้ดาราแดงด้วย ?

 

ไม่สิ... หรือว่านางจะหามันให้ผู้อื่น ?

แต่ไม่ว่าจะเพราะเหตุผลใด ดอกไม้ดาราแดงก็อยู่ในมือของเขาแล้ว  ดังนั้นเขากับนางกล่าวได้ว่าเป็นศัตรูกันในตอนนี้

จี้เทียนซิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็หยิบกล่องไม้จันทน์ออกจากย่ามและเดินไปหาหยุนเหยา

เมื่อได้เห็นภาพนี้ เสี่ยวปิงหูก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจ มันตะโกนออกมาอย่างรวดเร็วว่า “สหายจี้ เจ้าคิดจะทำอะไร ?”

"เจ้าสมองกลับหรือ ? กว่าพวกเราจะได้มันมาแทบจะต้องเอาชีวิตเข้าแลก แต่จู่ๆเจ้าก็มอบให้นางง่ายๆเช่นนี้ ?”

“เฮ้ย ! ใจเย็นก่อน เจ้าฟังข้าอยู่รึเปล่าเนี่ย !”

เสี่ยวปิงหูกระโดดเหยงๆบนไหล่ของจี้เทียนซิงและตะโกนใส่หูของเขา

อย่างไรก็ตาม จี้เทียนซิงทำเป็นหูทวนลม เขามองไปที่ใบหน้าของหยุนเหยาและมอบกล่องไม้จันทน์ให้นาง

“แม่นางหยุนเหยา ถึงแม้ว่าพวกเราทั้งสองต่างก็ต้องการดอกไม้ดาราแดงเหมือนกัน  แต่ข้าขอมอบมันให้เจ้า”

“ก่อนหน้านี้ที่ชานเมืองทางใต้ของรัฐนภากระจ่าง เจ้าได้ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ดังนั้นข้าจะมอบดอกไม้ดาราแดงให้เจ้า ถือว่าใช้หนี้บุญคุณที่ได้ช่วยชีวิต”

ในขณะนี้จี้เทียนซิงยืนอยู่ใกล้นางอย่างมากจนได้เห็นใบหน้าที่ชัดเจนของนาง

ใบหน้าอันงดงามและดวงตาคู่งามดั่งวารีในฤดูใบไม้ผลิที่อ่อนโยนของหยุนเหยาจับจ้องไปที่ดวงตาของจี้เทียนซิง

แม้แต่กลิ่นกายหอมจางๆของนางก็โชยมาแตะจมูกของชายหนุ่มอย่างชัดเจน

แต่ทว่า ดวงตาของจี้เทียนซิงกลับไม่แตกตื่น มีเพียงความหนักแน่นและสงบนิ่งเท่านั้น

หยุนเหยามองเขาด้วยแววตาลึกซึ้ง จากนั้นเพียงยื่นมือขาวเนียนดั่งหยกชั้นเลิศออกมาและรับกล่องไม้จันทน์  จากนั้นนางก็เปิดกล่องและหยิบดอกไม้ดาราแดงออกมา

อย่างไรก็ตาม หลังจากหยิบดอกไม้มาแล้ว นางก็เด็ดกลีบออกไปหกกลีบ จากนั้นก็มองไปที่จี้เทียนซิงพลางกล่าวว่า

“ข้าต้องการเพียงแค่ต้นของมัน ส่วนกลีบทั้งหกที่เหลือนี้เป็นของเจ้า มันยังพอมีคุณสมบัติช่วยเสริมสร้างพื้นฐานการบ่มเพาะของเจ้าได้อยู่”

หลังจากนั้นนางก็หันหลังเดินกลับไปหากระเรียนวิญญาณพร้อมกับบินจากไป

จบบทที่ ตอนที่ 40 นี่เจ้าสมองกลับไปแล้ว ?

คัดลอกลิงก์แล้ว