เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 41 มือสังหารโจมตี

ตอนที่ 41 มือสังหารโจมตี

ตอนที่ 41 มือสังหารโจมตี


ตอนที่ 41 มือสังหารโจมตี

จี้เทียนซิงยืนอยู่บนโขดหิน ในมือถือกล่องไม้จันทน์ที่มีกลีบหกกลีบของดอกไม้ดาราแดงไว้ในมือ ดวงตามองไปที่เงาหลังอันสง่างามของหยุนเหยา

ร่างของนางเริ่มไกลออกไปเรื่อยๆ และในที่สุดก็ค่อยๆกลืนหายไปในความมืดมิดยามราตรี

จี้เทียนซิงยืนอยู่เป็นเวลานานและยังคงไม่รั้งสายตากลับมา

ในเวลานี้เองเสี่ยวปิงหูที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนก็หยิบกิ่งไม้ทุบหัวจี้เทียนซิงอย่างแรง

จี้เทียนซิงตื่นตัวในทันทีและหันขวับไปมองเสี่ยวปิงหูพลางตะโกนออกมาด้วยความโกรธว่า “บัดซบ  เสี่ยวปิงหู ทำอะไรของเจ้า ! ตีหัวข้าทำไม ?”

เสี่ยวปิงหูหรี่ตามองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าบูดบึ้งและกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่ปกติ “มองอะไรอยู่ได้   นางไปแล้ว เจ้าจะมองเพื่อ ?”

ชายหนุ่มคร้านเกินกว่าจะตอบคำถามมัน เขาเก็บกล่องไม้จันทน์ลงในย่ามและเตรียมพร้อมสำหรับการลงเขา

เสี่ยวปิงหูกางปีกสีครามของมันและบินมาข้างๆ ถามว่า “สหายจี้ เจ้ารู้จักนาง ? เจ้าชอบนาง ?”

“เจ้าชอบเพราะนางงดงามใช่เปล่า ? หรือว่าเจ้าชอบหน้าอกและต้นขาเรียวงามของนาง ?”

“สหายจี้ นางไม่ค่อยพูดกับเจ้าใช่มั้ย งั้นเจ้าต้องตามจีบ !  ตามจีบไม่ได้ก็ตามตื๊อ!”

“เจ้าไม่บอกความในใจออกไป นางจะรู้ได้ไงว่าเจ้าชอบนาง”

“เฮ้ยสหายจี้ ทำไมเจ้าไม่พูดกับข้าล่ะ ? หรือว่าเจ้ายังคิดถึงแม่ไก่นางนั้น ?”

จี้เทียนซิงต้องการลงจากภูเขาอย่างเงียบๆและพยายามไม่สนใจเสี่ยวปิงหู แต่เขาก็ถูกมันกลั่นแกล้งกวนประสาทจนอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมาว่า "เสี่ยวปิงหู หุบปากได้แล้ว !"

เมื่อเสี่ยวปิงหูเห็นว่าอีกฝ่ายโกรธแล้ว มันก็หยุดพูดมาก หลังจากพึมพำอยู่ไม่กี่คำมันก็กลับเข้าไปนอนในย่าม

“เฮอะ ดูเจ้าสิ เพียงเจอสาวงามนมใหญ่เข้าไปก็ถวายดอกไม้ดาราแดงที่พวกเราหามาอย่างยากลำบากให้เสียแล้ว”

“เจ้านี่มันจริงๆน้า เจอสาวงามก็ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเสียแล้ว  เช่นนี้เจ้าจะปกป้องข้าได้อย่างไรในอนาคต  ตอนนี้ข้ารู้สึกกังวลเกี่ยวกับอนาคตของข้าซะแล้วสิ....”

จี้เทียนซิงคร้านเกินกว่าจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้เสี่ยวปิงหูเข้าใจ และเขาก็ไม่อยากอธิบายให้มันฟังว่า นิสัยของเขาไม่ชอบติดหนี้ใคร เขาให้นางเพื่อตอบแทนบุญคุณเท่านั้น

ถึงจะอธิบายความหมายของความรู้สึกของมนุษย์ให้มันฟัง มันก็ไม่เข้าใจอยู่ดี

ดังนั้นเขาเลยไม่ตอบโต้ให้มากความและรีบลงจากภูเขาอย่างเงียบๆ

ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา จี้เทียนซิงก็มาถึงเชิงเขาแล้วกลับไปที่ลำธารแห่งหนึ่ง

เขาได้ดอกไม้ดาราแดงมาแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องอยู่ในเทือกเขาเย่ต่อไป เขาอยากไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ในเทือกเขาเย่ในตอนกลางคืนนั้นเต็มไปด้วยอันตรายยิ่งยวด สัตว์อสูรจำนวนมากออกมาเพ่นพ่านเต็มไปหมด

อย่างไรก็ตาม จี้เทียนซิงรู้ว่าด้วยประสาทสัมผัสชั้นเลิศของเสี่ยวปิงหู พวกเขาจะสามารถรับรู้และหลีกเลี่ยงสัตว์อสูรได้ล่วงหน้า

ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินออกจากป่าและลัดเลาะไปตามลำธาร น้ำเสียงเย่อหยิ่งก็ดังขึ้นในป่ามืดที่อยู่ไม่ไกล

“ฮี่ๆ ข้าไม่คิดเลยว่ายอดฝีมือจากที่ต่างๆมากมายมารวมตัวกันกลับหาที่อยู่ของดอกไม้ดาราแดงไม่พบ แต่มีบางคนกลับได้มันไปแล้ว !”

ทันทีที่เสียงดังขึ้น จี้เทียนซิงก็ตื่นตัวในทันที มือกุมกระบี่มังกรโลหิตไว้แน่นและกวาดสายตามองไปรอบๆ

เขาไม่ส่งเสียง แต่ดวงตากระพริบถี่มองต้นตอของเสียงในเงามืดอย่างระมัดระวัง หูของเขาลอบฟังเสียงทั้งหมดภายในรัศมีสิบฟุต

จากนั้นก็มีเสียงแหบแห้งและฟังไม่ลื่นหูดังขึ้นอีกครั้ง

“โอ้ ? ข้านี่ช่างโชคดีนัก ไม่เพียงแค่เอาหัวเจ้าไปรับรางวัล แต่ข้ายังได้ดอกไม้ดาราแดงอีกด้วย เหอเหอเหอ…”

เมื่อเสียงเงียบลง ป่าอันมืดมิดก็แผ่กลิ่นอายเย็นซ่านออกมาและมีลูกศรยิงไปที่จี้เทียนซิง

“เป็นอาวุธลับ !”

จี้เทียนซิงรูม่านตาเบิกกว้าง เขาก้าวเท้าออกไปก้าวหนึ่งและสะบัดกระบี่มังกรโลหิตออกไป

เสียง ‘เป้ง เป้ง’ ดังขึ้นสองครั้งและมีลูกดอกสองลูกถูกปัดออกไปด้วยกระบี่มังกรโลหิตจนกระเด็นตกลงไปในพงหญ้า

ลูกดอกอีกลูกหนึ่งถูกยิงต่อเนื่องออกมาอีกครั้งตามด้วยเสียงหวีดที่เกิดขึ้นในอากาศ มันพุ่งเฉียดร่างชายหนุ่มไปและปักทะลุเข้าไปในต้นไม้ใหญ่หลังตัวเขา

ในเวลาเดียวกัน เงาดำสายนั้นก็พุ่งออกมาจากความมืดและกวัดแกว่งมีดคู่อย่างเงียบงัน แทงเข้าหาจี้เทียนซิง

การกระทำของเงาดำสายนั้นนั้นรวดเร็วยิ่ง ราวกับภูตผียามราตรี

ด้วยมีดคมสองเล่มที่กำอยู่ในมือของมัน ใบมีดสีดำเปล่งประกายอันเย็นเยียบท่ามกลางความมีดมิด

จี้เทียนซิงรับรู้ได้ในทันทีว่าเงาดำนี้คือมือสังหาร !

“ฟุ่บ ! ฟุ่บ!”

มีดสั้นสองเล่มพุ่งเข้าหาด้านหน้าของเขาทันที  แต่ทว่า คมมีดยังไม่ทันมาถึงแรงกดทับอันรุนแรงก็กระแทกใบหน้าของชายหนุ่มจนรู้สึกเจ็บ

ในช่วงความเป็นความตาย จี้เทียนซิงมีสีหน้าจริงจัง เขาวาดกระบี่ในมือออกไปต้านรับการลอบสังหารของอีกฝ่ายอย่างสุดกำลัง

“เคร้ง เคร้ง !”

อาวุธทั้งสองชนกันหลายครั้งติดต่อกันจนเสียงของโลหะที่แหลมแสบแก้วหูดังสนั่นไปทั่วบริเวณ

เมื่อคมอาวุธทั้งสองปะทะกันจนเกินประกาย จี้เทียนซิงก็ตื่นตระหนกจากแรงกระแทก แขนของเขารู้สึกสั่นสะท้าน

เขตแดนต้นกำเนิดแท้จริงขั้นที่ 3  ? หรือว่า 4 กันนะ

เขากระซิบอยู่ในใจและเริ่มประเมินระดับพลังของนักฆ่าชุดดำที่อยู่ตรงหน้า

หากว่ากันตรงๆ เขาไม่มีทางชนะนักฆ่าผู้นี้ได้เลย แต่เขาก็ไม่มีวันยอมให้อีกฝ่ายสับสังหารได้ตามใจ

“10 เพลงกระบี่ล้ำลึก !

จี้เทียนซิงกัดฟันแน่นและใช้ออกด้วยเพลงกระบี่สุดกำลังของเขาเพื่อตอบโต้นักฆ่าชุดดำ

ร่างกายทั้งหมดของเขาพองตัวขึ้นและกระดูกลั่น ‘เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ’  ดูราวกับว่าเขาพยายามรีดเค้นพลังออกมาให้ถึงขีดจำกัด

เป้ง เป้ง !

ร่างของทั้งสองฝ่ายกระโจนเข้าใส่กัน แลกเปลี่ยนกระบวนท่ากันอย่างต่อเนื่องภายในป่าของภูเขา

ถึงแม้ว่าจี้เทียนซิงจะรีดเค้นพลังและใช้ออกด้วยวิชาที่ร้ายกาจที่สุดของตน แต่ด้วยระดับบ่มเพาะที่ต่างกันมาก เขาเริ่มเต็มไปด้วยเหงื่อและใบหน้าซีดลงเรื่อยๆ

แม้แต่แขนซ้ายของเขาก็เกิดรอยเลือดจากคมมีดกรีดผ่านยาวเท่ากับตะเกียบ

นักฆ่าชุดดำที่โจมตีจี้เทียนซิงอย่างต่อเนื่องหลายสิบครั้งและทุกครั้งก็สร้างบาดแผลให้ชายหนุ่มได้ แต่กลับไม่อาจสังหารอีกฝ่ายได้เสียที  เขาเริ่มหงุดหงิดขึ้น

เขาเป็นคนจอมยุทธ์ที่ค่อนข้างใจร้อน เมื่อเวลายิ่งผ่านไปนาน ดวงตาของเขาก็เริ่มแดงก่ำด้วยความรำคาญ โทสะอัดแน่นจนเขาตัดสินใจใช้วิชาที่รุนแรงที่สุดเพื่อจบชีวิตอีกฝ่ายโดยเร็ว

มีดคู่รุ้งทองคำ!”

นักฆ่าชุดดำคำรามเสียงต่ำเต็มไปด้วยจิตสังหาร มีดคู่สองเล่มแยกของเป็น 9 และพุ่งเข้าโจมตีจุดสำคัญทั้งเก้าบนร่างของจี้เทียนซิง

จี้เทียนซิงถอยร่นต่อเนื่องจนหลังชนกับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่สูงตระหง่าน เขาไม่มีทางหนีอีกแล้ว

ในช่วงเวลาสำคัญนี้ เขาลังเลเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจบางอย่าง

จงไป  12 ปราณกระบี่ !

 

 

ขณะที่เขาตะโกนด้วยเสียงต่ำ ปราณกระบี่ทั้งสิบสองเล่มก็ปะทุออกจากร่างของเขาทันที และพุ่งเข้าต้านรับกับเงามีดทั้งเก้าของนักฆ่าชุดดำ

เคร้ง เคร้ง เคร้ง .....

12 ปราณกระบี่ บินวนเวียนและปะทะเข้ากับเงามีดทั้ง 9 เสียงเคร้ง เคร้ง ดังกึกก้องสะท้อนไปทั่ว

ถึงแม้ว่าเงามีดทั้งเก้าจะไม่แตกสลาย แต่พวกมันก็ถูกบีบให้เบี่ยงทิศทางไปจนกระทั่งปักเข้าที่ต้นไม้ใหญ่ข้างๆแทน

“ปราณกระบี่ ?!  แถมยังมากมายเช่นนี้... !?”

นักฆ่าชุดดำตะลึงงัน เขาเบิกตากว้างจ้องมองไปอย่างสยดสยอง

ขยะชนชั้นปรับแต่งกายาที่รับกระบวนของเขาได้มากกว่า 30 รอบก็ทำให้เขารู้สึกเหลือเชื่อพอแล้ว

แต่ ณ ตอนนี้ขยะที่ว่านั่นกลับปะทุปราณกระบี่ออกมาจากร่างได้ ! แถมยังมีถึง 12 เล่ม !

เป็นที่ทราบกันโดยชัดเจนว่ามีเพียงยอดฝีมือในเขตแดนต้นกำเนิดแท้จริงขั้นที่ 7 ขึ้นไปเท่านั้นที่สามารถควบแน่นพลังลมปราณในร่างให้ผันแปรเป็นปราณกระบี่และปลดปล่อยพวกมันออกมาภายนอกได้

แล้วขยะที่เลื่องลือของเมืองจักรวรรดิทำเช่นนี้ได้อย่างไร ?

หรือว่าความแข็งแกร่งของมันไม่ได้อยู่ในระดับปรับแต่งกายาอีกแล้ว แต่ฟื้นฟูกลับสู่จุดสูงสุดของมัน,  เขตแดนต้นกำเนิดแท้จริงขั้นที่ 7 ?

นักฆ่าชุดดำครุ่นคิดในใจอย่างตื่นตระหนก

จบบทที่ ตอนที่ 41 มือสังหารโจมตี

คัดลอกลิงก์แล้ว