เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 39 สัญญาระหว่างสองเรา

ตอนที่ 39 สัญญาระหว่างสองเรา

ตอนที่ 39 สัญญาระหว่างสองเรา


ตอนที่ 39 สัญญาระหว่างสองเรา

ทำอย่างไรดี ?

จี้เทียนซิงมองไปยังก้อนหินก้อนใหญ่ที่ห่างออกไปเพียง 4 ฟุต ดวงตาจับจ้องมองไปยังแสงดาราสลัวๆที่ปรากฏบนรอยแยกของหิน  เขาพยายามคิดว่าวิธีอย่างรวดเร็ว

ในเวลานี้เองเสี่ยวปิงหูก็กระโดดออกจากย่ามและไต่ลงมาที่เท้าของจี้เทียนซิง

มันสังเกตเห็นระยะห่างระหว่างก้อนหินทั้งสอง ดวงตาสีเงินของมันเปล่งประกายอย่างเจ้าเล่ห์  จากนั้นก็กระโดดไป

“พรึ่บ !”

ในขณะที่มันดูเหมือนจะตกลงกลางอากาศ มันก็สยายปีกสีครามคู่นั้นออกมาจากใต้ท้องทันที

ร่างของมันเหินเป็นส่วนโค้งสีน้ำเงินกลางอากาศและบินไปที่ก้อนหินซึ่งอยู่ไม่ไกลออกไป

เมื่อได้เห็นฉากนี้ จี้เทียนซิงก็ตกตะลึงและเผยรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจออกมาทันที

"จริงด้วย ! ทำไมข้านึกไม่ถึงเสี่ยวปิงหูนะ มันมีปีกบินได้นี่นา !”

ชายหนุ่มยิ้มให้เสี่ยวปิงหูและกล่าวเตือนอย่างรวดเร็วว่า “เสี่ยวปิงหู ระวังด้วย !”

เสี่ยวปิงหูที่กำลังบินอยู่ในอากาศหันศีรษะมาและเผยรอยยิ้มให้

ในวินาทีต่อมามันก็ได้ขึ้นไปบนก้อนหินที่ดอกไม้ดาราแดงกำลังเบ่งบาน มันเหลือบไปที่รอยแตกของหินแล้วเหยียดกรงเล็บเล็กๆออกมาเพื่อจิกเกาะที่รอยแตกนั้น

มันห้อยต่องแต่งอยู่บนก้อนหินด้วยหางใหญ่ทั้งสิบสองซึ่งดูน่าขบขันมาก

อย่างไรก็ตาม จี้เทียนซิงไม่สนใจสิ่งนี้ ดวงตาของเขาจับจ้องอยู่ที่รอยแตกนั้นและหายใจไม่ทั่วท้อง

ในเวลาต่อมา เสี่ยวปิงหูก็คลานขึ้นมาบนก้อนหินด้วยรอยยิ้มและแบอุ้งมือของมันออกมา เผยให้เห็นดอกไม้สีเงินดอกหนึ่ง ดอกไม้นี้มีขนาดครึ่งฝ่ามือมีกลีบดอกสีเงินหกกลีบและสะท้อนแสงดั่งดวงดาวในยามราตรี

นี่คือดอกไม้ดาราแดง !

ใบหน้าของจี้เทียนซิงเผยรอยยิ้มกว้างที่หาได้ยากเย็นขึ้น เขาตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้นยินดีว่า “เยี่ยมมาก ! ในที่สุดข้าก็ได้มันมาในที่สุด !”

“เสี่ยวปิงหู ขอบใจเจ้ามากแล้ว....”

อย่างไรก็ดี  เสี่ยวปิงหูที่ถือดอกไม้ดาราแดงไว้ในมือกลับไม่ยอมไปหาชายหนุ่ม มันนั่งอยู่บนก้อนหินก้อนนั้นตามเดิม

มันมองจี้เทียนซิงด้วยมุมปากที่ยกยิ้มและดวงตาสีเงินคู่นั้นทอประกายเจ้าเล่ห์ออกมา

“สหาย เจ้าคิดว่าข้าจะมอบมันให้เจ้าง่ายๆเช่นนั้นเชียว ? ตลกแล้ว ข้ามิใช่สัตว์เลี้ยงของเจ้าเสียหน่อย !”

ทันใดนั้นเองใบหน้าของจี้เทียนซิงก็เย็นลง ดวงตาของเขาเปล่งประกายและจ้องมองอีกฝ่ายพลางตะโกนอย่างเย็นชาว่า “เสี่ยวปิงหู เจ้าหมายความว่าอย่างไร ?!”

“เจ้าจะเอาดอกไม้ดาราแดงไปเพื่ออะไร ? สรรพคุณของมันช่วยรักษาตันเถียนและเส้นชีพจรลมปราณ มันมีผลต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์เท่านั้น ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อเจ้าแม้แต่น้อย !”

เสี่ยวปิงหูแสยะยิ้มและพยักหน้า “ก็ถูก  ข้ารู้อยู่แล้ว”

“แม้ข้าจะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากดอกไม้ชนิดนี้ แต่ข้าก็ไม่ให้เจ้าง่ายๆหรอก !  เว้นเสียแต่......  เจ้าจะสัญญากับข้า 3 ข้อก่อน”

จี้เทียนซิงหน้าดำทะมึนและเหยียดนิ้วชี้ไปที่อีกฝ่ายพลางกล่าวว่า “ระยำเอ้ย เจ้ามันจิ้งจอกที่เลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ หมาป่าชัดๆ !”

“ข้าเพิ่งช่วยชีวิตเจ้า ข้าพาเจ้าติดตามมาด้วย ข้าให้อาหารเจ้ากิน แต่ตอนนี้เจ้ากลับมาสร้างเงื่อนไขกับข้างั้นหรือ ?”

เสี่ยวปิงหูยิ้มอย่างภาคภูมิใจยิ่งขึ้นและกล่าวด้วยน้ำเสียงเบาๆว่า “ไอ้หยา... เหล่าจี้ มิเห็นจะต้องโมโหขนาดนี้เลย สิ่งมีชีวิตทุกชนิดล้วนต้องหาทางเอาชีวิตรอด”

“หลังจากทั้งหมดแล้ว ข้ารู้ว่าเจ้ายังไม่ไว้ใจข้า ข้ากลัวว่าสักวันหนึ่งเจ้าจะทอดทิ้งข้าหรือไม่ก็สังหารข้า”

“เจ้ามั่นใจได้เลย เงื่อนไขของข้าง่ายนั้นแสนง่าย ข้ามั่นใจว่าเจ้าต้องยินดียอมรับ”

จี้เทียนซิงตกใจเล็กน้อยและยอมรับว่าเสี่ยวปิงหูฉลาดหลักแหลมมาก มันเดาออกว่าเขายังไม่ไว้ใจมัน เพียงแค่ต้องการใช้ประโยชน์จากมันเท่านั้นถึงพามาด้วย สักวันหนึ่งเขาก็ต้องทิ้งมันหรือไม่ก็ฆ่า

ดังนั้นเขาจึงอดทนต่อความโกรธและกล่าวด้วยใบหน้ามืดครึ้มว่า “งั้นเจ้าก็ว่าเงื่อนไขทั้งหมดให้ข้าลองฟังดูก่อน แล้วข้าจะคิดอีกที”

“ต้องแบบนี้สิเหล่าจี้ ค่อยน่าดูหน่อย”

เสี่ยวปิงหูพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม จากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปเป็นเคร่งเครียดและกล่าวออกมาด้วยความจริงจัง

“เงื่อนไขแรก ไม่ว่าเวลาไหนหรือสถานการณ์ใด เจ้าจักต้องไม่ทอดทิ้งข้า !”

จี้เทียนซิงย่นคิ้วเป็นรอยและใบหน้ามืดมนลง

เสี่ยวปิงหูเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบไป มันก็เอาเล็บอันแหลมคมกรีดกรายไปมาบนดอกไม้ดาราแดงอย่างนุ่มนวลพลางกล่าวว่า “ไอ้หยา... เจ้าดอกไม้น้อย สงสัยจะไม่มีใครอยากได้เจ้าเสียแล้ว”

มันแสร้งทำเป็นประหลาดใจ และเผยรอยยิ้มที่ไม่ปิดบัง

หลังจากนั้นมันก็ชูดอกไม้และสะบัดไปมาเหมือนจะทิ้งลงหน้าผาไปพร้อมกับเหลือบมองไปที่จี้เทียนซิง

เมื่อชายหนุ่มเห็นว่ามันจะฉีกดอกไม้ทิ้ง หัวใจก็ตกลงไปที่ตาตุ่มและกล่าวด้วยใบหน้ามืดมนว่า

"ตกลง  ข้าสัญญา!"

เสี่ยวปิงหูพยักหน้าด้วยความพึงพอใจและกล่าวต่อไปว่า “เงื่อนไขข้อที่สอง ไม่ว่าเมื่อไหร่หรือที่ไหนและในสถานการณ์ใด ตลอดจนวันหนึ่งวันใดที่เจ้าเติบโตจนทะยานไปทั่วชั้นฟ้า หรือครอบครองทั่วหล้าได้แล้วก็ตาม เจ้าจะไม่ฆ่าข้า !”

จี้เทียนซิงจ้องหน้ามันด้วยความหงุดหงิดและตะโกนเสียงต่ำว่า “ข้าสัญญาต่อเจ้า !”

“เยี่ยม !” เสี่ยวปิงหูพยักหน้าด้วยความพึงพอใจอีกครั้ง มันยิ้มแล้วพูดว่า “เงื่อนไขที่สาม เจ้าต้องปกป้องคุ้มครองข้าอย่างสุดชีวิต สุดขั้วหัวใจด้วย เจ้าต้องไม่ทำให้ข้าเจ็บปวด !”

“บัดซบเอ้ย  เสี่ยวปิงหู อย่าให้มันมากเกินไปนัก เจ้าจะให้ข้าคุ้มครองเจ้าตลอดเวลาหรือไง  !?”  จี้เทียนซิงขมกรามแน่น นัยน์ตาของเขาเผยให้เห็นถึงการเจตนาฆ่าอันเยือกเย็น

“ชะ อุ้ย ! ดอกไม้หลุดมือ …”

เสี่ยวปิงหูแสร้งทำเป็นตกใจและปล่อยมือหลวมๆให้ดอกไม้ดาราแดงค่อยๆร่วงหล่นลง

เมื่อจี้เทียนซิงเห็นว่ามันกำลังจะทิ้งดอกไม้ลงไป เขาก็รู้สึกปวดใจ จากนั้นด้วยสีหน้าที่ลังเลเล็กน้อย เขาตะโกนอย่างเย็นชาว่า “อย่า ! ข้าสัญญากับเจ้า!”

เสี่ยวปิงหูยิ้มให้ชายหนุ่มและเชิดหน้าขึ้น แต่มันก็ยังไม่เชื่อเสียทีเดียว

“เหล่าจี้ คำพูดลอยๆมันไม่มีราคา เจ้าต้องสาบานต่อฟ้าดินเสียก่อนข้าจึงจะเชื่อ”

“ข้า.....…” ปอดของจี้เทียนซิงพองจนแทบจะระเบิด เขาจ้องไปที่ใบหน้าของเสี่ยวปิงหูอย่างเยือกเย็น

หากการจ้องมองสามารถฆ่าคนได้ เสี่ยวปิงหูคงตายไปนับร้อยครั้งแล้ว....

“สาบานต่อฟ้าสิ !” เสี่ยวปิงหูยิ้มและพูดต่อไปว่า "ไม่อย่างนั้นข้าจะทิ้งมันลงผาแล้วนา......"

จี้เทียนซิงสูดลมหายใจลึกๆและกัดฟันแน่น จากนั้นก็กล่าวว่า “ข้า จี้เทียนซิงขอสาบานต่อฟ้าดิน ข้าจะรักษาสัญญาทั้งสามข้อที่ให้ไว้กับเสี่ยวปิงหูและไม่มีวันบิดพริ้ว”

เสี่ยวปิงหูนั่งบนก้อนหินและยิ้มให้อีกฝ่าย หลังจากฟังจบมันก็พูดว่า “แค่เนี้ย ? ทำไมฟังดูไม่จริงใจเลยล่ะเหล่าจี้”

“จากที่ข้ารู้มา เจ้ายังพูดไม่จบประโยคช่วงหลังเลย ที่ว่าอะไรนะขอให้อัสนีผ่าธรณีสูบ”

จี้เทียนซิงแทบจะอาเจียนเป็นเลือด ใบหน้าหล่อเหลาของเขากลายเป็นดำทะมึน “จิ้งจอกบัดซบเอ้ย จะเอากันถึงตายเลยใช่ไหม !?”

เสี่ยวปิงหูรู้สึกว่าเล่นพอแล้ว มันไม่ราวีชายหนุ่มต่อไป มันพยักหน้าอย่างต่อเนื่องและกล่าวว่า “ก็ได้ๆ  เห็นแก่ที่เจ้าดูจะจริงใจขึ้นเล็กน้อย งั้นข้าจะเชื่อเจ้า”

“เหล่าจี้ เจ้าต้องจดจำสัญญาระหว่างสองเราไว้ให้มั่นนะ”

หลังจากนั้นมันก็สยายปีกและค่อยๆบินกลับไปหาจี้เทียนและมอบดอกไม้ดาราแดงให้อีกฝ่าย

ชายหนุ่มรีบคว้าดอกไม้มาอย่างทะนุถนอมในทันทีและวางมันไว้ในกล่องไม้จันทน์อย่างระมัดระวัง

“จิ้งจอกบัดซบ ! เจ้า…”

เขาพยายามเอื้อมมือออกไปเพื่อคว้ามันมาทุบตีสักรอบหนึ่ง แต่ดูเหมือนเสี่ยวปิงหูจะมองออก มันกระโดดหนีแล้วกางปีกบินไปกลางอากาศทันที

“เหล่าจี้ อย่าหัวเสียนักเลย  ลองเงยหน้าขึ้นไปข้างบนหน้าผาดูสิ อะไรเอ่ย !”

จี้เทียนซิงโมโหเสี่ยวปิงหูจนลืมเลือนทุกสิ่ง เขาไม่ได้สนใจกับสถานการณ์บนหน้าผาเลยสักนิด

ในขณะนี้เขาสงบลงและนึกขึ้นได้ เขาหันหัวขึ้นไปและเงยหน้ามองหน้าผาด้วยใบหน้าที่เปลี่ยนไปทันที

ที่ขอบหน้าผาด้านบนนั้นเต็มไปด้วยศีรษะของสัตว์อสูรมากกว่าสิบตัว !

ดวงตาที่เยือกเย็นกระหายเลือดกว่าสิบคู่มองไปที่ชายหนุ่มด้วยจิตสังหารที่เต็มเปี่ยม

จบบทที่ ตอนที่ 39 สัญญาระหว่างสองเรา

คัดลอกลิงก์แล้ว