เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 34 จงรับผิดชอบด้วย!

ตอนที่ 34 จงรับผิดชอบด้วย!

ตอนที่ 34 จงรับผิดชอบด้วย!


ตอนที่ 34 จงรับผิดชอบด้วย!

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่

จี้เทียนซิงฟื้นขึ้นมาในที่สุด

ชายหนุ่มรู้สึกแค่เพียงว่าแสงที่แวววาวบนท้องฟ้านั้นกำลังแยงตาเขายิ่งนัก  เขาเหยียดมือออกไปขยี้ตาและลุกขึ้นทันที

เขาเงยหน้าขึ้นและมองเห็นดวงอาทิตย์ลอยสูงบนท้องฟ้า แสงแดดอันร้อนแรงส่องไปทั่วพื้นดิน

“เที่ยงแล้ว ?  ทำไมข้าถึงมาอยู่นี่ ? ไม่ใช่ว่าข้าติดอยู่ในถ้ำหรอกหรือ ?!”

เขาหันหัวไปมองไปรอบๆและอดไม่ได้ที่จะนั่งยองๆบนพื้นด้วยความงุนงง

เขายังคงอยู่ในถ้ำที่ว่างเปล่าขนาดใหญ่ แต่ถ้ำพังทลายลงมาแล้ว

พื้นดินเต็มไปด้วยรอยร้าวและแอ่งน้ำขนาดใหญ่ ก้อนหินดินทรายมากมายกระจายอยู่ไปทั่ว

รอบๆกำแพงถ้ำพังลงมาและแตกร้าวเผยให้เห็นรอยแตกขนาดใหญ่จนมีแสงแดดสลัวลอดเข้ามาจากรอยแตก

จี้เทียนซิงสามารถมองเห็นภูเขาสีเขียวที่อยู่ตรงข้ามได้อย่างชัดเจน

"เกิดอะไรขึ้น? ถ้ำแห่งนี้อยู่ในสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร ?”

“ถ้ำนี้ดูเหมือนจะอยู่ในภูเขา อย่างน้อยก็สูงกว่าพันเมตรจากเชิงเขา มันยากมากที่จะปีนออกไปด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของข้า ...”

“แต่จู่ๆถ้ำก็ยุบตัวและภูเขาทั้งหมดดูเหมือนจะถล่มราบ ข้าสามารถออกจากรอยแตกนี่ได้ทันที”

จี้เทียนซิงสงบลงอย่างรวดเร็วและตัดสินใจปีนออกจากรอยแตกที่กว้างที่สุด

เขามองไปรอบๆจนพบย่ามสัมภาระและกระบี่มังกรโลหิตของตัวเองที่ตกลงไปในซอกหิน

เขาหยิบกระบี่มังกรโลหิตขึ้นมาและสอดเก็บเข้าฝัก จากนั้นก็กำลังจะก้มเก็บย่ามแต่เขากลับพบก้อนนุ่มๆที่มีขนปุยๆในนั้น

“เช้ง !”

จี้เทียนซิงตื่นตัวในทันที เขากระโดดถอยหลังและชักกระบี่ออกมาโดยสัญชาตญาณ

ศีรษะเล็กๆที่มีขนปุกปุยหดกลับเข้าไปในย่ามทันทีและตะโกนอย่างกระวนกระวายว่า "ยะ  อย่าๆ ! อย่าฆ่าข้า !”

จี้เทียนซิงใช้ปลายกระบี่เขี่ยย่ามให้เปิดออกและจ้องไปที่ศีรษะเล็กๆที่ซุกอยู่ในนั้น

มันคือศีรษะเล็กๆที่มีขนสีน้ำเงิน ดวงตาเป็นสีเงินเผยให้เห็นถึงร่องรอยของความเจ้าเล่ห์

จี้เทียนซิงจดจำแววตานี้ได้ทันที เขาโพล่งออกมาว่า “เจ้า…เจ้าคือ  จิ้งจอกระยำตนนั้น ?  เจ้ากลายเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร”

ขณะที่ชายหนุ่มพูดจบก็เหยียดมือออกไปคว้าหัวเล็กๆของจิ้งจอกและดึงออกมาจากย่าม

สภาพของมันยังเต็มไปด้วยขนสีน้ำเงินและยังคงมีหางขนาดใหญ่ 12 หางเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม ขนาดของมันได้หดลงเหลือเท่ากับแมวตัวหนึ่งที่ขนาดใหญ่กว่าปกติไปมาก  นอกจากนี้ความแข็งแกร่งสะท้านฟ้าที่เคยมีก็แทบไม่เหลือหลอ…

จี้เทียนซิงมองไปที่จิ้งจอกครามด้วยความรู้สึกแปลกๆ

แม้ว่าเขาจะเป็นคนที่เฉลียวฉลาดหลักแหลม แต่เขาก็ไม่อาจทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้

แต่เดิมเขากำลังจะตายกลายเป็นอาหารของจิ้งจอกยักษ์สีครามตัวนี้ แต่หลังจากใช้พลังเกินตัวจนหมดสติไปครึ่งวัน เขาก็ตื่นขึ้นมาและพบว่าทั้งถ้ำและภูเขาล้วนพังเรียบ

แม้แต่จิ้งจอกยักษ์สีครามที่มีพลังอำนาจสะเทือนฟ้าและเจ้าเล่ห์หลักแหลมกลับกลายเป็น "ลูกแมว" ที่ผู้ใดก็สามารถสับสังหารได้

จี้เทียนซิงไม่ได้รู้สึกสงสารมันแม้แต่น้อยเพราะมันต้องการจะกินเขาอยู่หมาดๆ เขาจิกหลังคอของมันและถามว่า “ตอนที่ข้าสลบไปเกิดเรื่องอะไรขึ้น ?”

จิ้งจอกครามตัวน้อยที่หดหัวตัวสั่นหันขวับมามองชายหนุ่มในทันทีและคิดในใจว่า โอ๊ะโอ๋  ดูเหมือนว่าเจ้าเด็กนี่ยังไม่รู้เรื่องหลุมดำลึกลับนั่น เอาเว้ย ข้ารอดแล้ว.....”

มันแสร้งทำเป็นสั่นหัวไปมาอย่างดิ้นรนและกล่าวด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองว่า “ข้าบอกเจ้าก็ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่เจ้าต้องสัญญาว่าจักไม่คิดสังหารข้า !”

จี้เทียนซิงขมวดคิ้วและกล่าวพร้อมกับหัวเราะเยาะว่า “โฮ่ ? กล้าสร้างเงื่อนไข ? เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะฆ่าเจ้าเดี๋ยวนี้ !”

หลังจากนั้นชายหนุ่มก็ชี้ปลายกระบี่ไปที่หัวของจิ้งจอกครามตัวน้อยเพื่อเป็นการข่มขู่  แต่อีกฝ่ายกลับมีทีท่าไม่เกรงกลัว มันเชิดหน้าน้อยๆขึ้นและมองชายหนุ่มด้วยท่าทางเหยียดหยาม “เอาเลย ถ้าเจ้าสังหารข้า เจ้าก็ไม่มีวันได้รู้ความจริง เรื่องนี้มันลึกลับและน่าสะพรึงกลัวมาก ! ข้าเดาว่ามันต้องเป็นความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเจ้าแน่นอน  เจ้าไม่อยากรู้หรือไง ?!”

จี้เทียนซิงขมวดคิ้วด้วยความลังเล สุดท้ายเขาก็ลดกระบี่ลงอย่างเงียบๆ

ถ้ำอันกว้างใหญ่ยุบตัว ยอดเขาลูกใหญ่พังทลายและจิ้งจอกยักษ์สีครามกลายเป็นลูกแมวอีกทั้งพลังสะท้านฟ้าของมันก็สูญหาย…สิ่งประหลาดเหล่านี้เกี่ยวข้องกับเขาหรือเปล่านะ ?

แน่นอนว่าชายหนุ่มต้องการรู้ความจริง

เมื่อจิ้งจอกตัวน้อยเห็นว่าชายหนุ่มเก็บกระบี่กลับไปและสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย มันก็เผยรอยยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “ทำตัวว่าง่ายอย่างนี้สิดี สัญญาด้วยสิว่าจะไม่ฆ่าข้าทีหลัง !”

จี้เทียนซิงถอนหายใจและตะโกนออกมาว่า “เลิกพล่ามสักที  พูดมา !”

จิ้งจอกน้อยริมฝีปากหยิกงอและดูไม่ค่อยพอใจ มันกล่าวอย่างช้าๆว่า “ตอนที่เจ้าสลบไป จู่ๆหลุมดำลึกลับที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนก็ปรากฏขึ้นในร่างกายทันที และมันก็ดูดพลังความสามารถของข้าไปจนหมดสิ้น”

“สรุปว่า ที่ข้าต้องมีสภาพอนาถาเช่นนี้ก็เพราะเจ้าล้วนๆเลย ! ไอ้เลวเลย !”

“หลุมดำ ???”

จี้เทียนซิงสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาเปล่งประกาย เขาเข้าใจทันทีว่าหลุมดำที่จิ้งจอกน้อยกล่าวถึงก็คือหลุมดำในตันเถียนของเขาแน่นอน

มันต้องเป็นสุสานเทพกระบี่ที่อยู่ในหลุมดำที่ได้ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ในเวลาสำคัญและดูดกลืนพลังทั้งหมดของจิ้งจอกน้อยไปด้วย !

ข้าไม่คิดเลยว่าสุสานเทพกระบี่จะมีเอฟเฟกต์แบบนี้ หลังจากมีเวลาว่างข้าคงต้องเข้าไปศึกษามัน...”

จี้เทียนซิงครุ่นคิดในใจและถามต่อว่า “แล้วถ้ำทางด้านนั้นคืออะไร ?”

จิ้งจอกน้อยกระพริบตาและตอบโดยไม่คิดว่า "ไม่รู้ ข้าสูญเสียพลังและเป็นลมไป"

จี้เทียนซิงจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเย็นชาและเห็นว่ามันทำท่ามีพิรุธ  แน่นอนว่ามันกำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่แน่นอน

“เหอะ ไม่บอกก็ช่าง ข้าไปดูเองก็ได้ !”

ชายหนุ่มมองอย่างเย็นชา เขาสอดกระบี่คืนฝักและเก็บย่ามเดินไปยังรอยแตกของภูเขาที่อยู่ไม่ไกล

จิ้งจอกน้อยตามติดไปอย่างรวดเร็ว

จี้เทียนซิงหยุดทันทีและหันหลังกลับไปจ้องมองมันพร้อมทั้งตะคอกว่า “เจ้าตามข้ามาทำซากอะไร ? ไปให้พ้นเลย !”

จิ้งจอกน้อยไม่โกรธที่ถูกตะคอก มันเชิดหน้าพูดอย่างมั่นใจว่า “เจ้าดูดกลืนพลังของข้าไปแล้ว เจ้าทำให้ข้ามีสภาพเช่นนี้ แน่นอนว่าข้าต้องเป็นคนของเจ้าและติดตามเจ้าไม่ห่าง !”

จี้เทียนซิงกล่าวอย่างเย้ยหยันว่า “ไอ้ตัวเล็ก ข้าไม่ใช้กระบี่บั่นคอเจ้าก็ถือว่าใจดีมากพอแล้ว ข้ายังไม่ได้คิดบัญชีที่เจ้าจะกินข้าเลย อย่ายั่วโมโหให้มากนัก !”

จิ้งจอกน้อยขมวดคิ้วแน่นและหรี่ตามองอีกฝ่าย มันก้มหัวลงต่ำเผยให้เห็นถึงความไม่พอใจ

“ไอ้ระยำ ! เจ้ามันไร้เกียรติ !  หรือเผ่าพันธุ์มนุษย์ล้วนเป็นเช่นนี้กันหมด คนทรยศ”

“ไร้เกียรติ ทรยศ เจ้าพูดเรื่องอะไร ?”

จี้เทียนซิงขมวดคิ้วแน่นและกล่าวว่า

“ข้าแค่สัญญาว่าจะไม่ฆ่าเจ้า แต่ไม่ได้บอกว่าจะพาเจ้าไปด้วย !”

“ไม่รู้โว้ย ข้าไม่สน ข้าไม่แคร์  ไม่เพียงแค่เจ้าต้องพาข้าไปเท่านั้น แต่เจ้าต้องปกป้องคุ้มครอง รับผิดชอบชีวิตข้าด้วย !”

จิ้งจอกน้อยกล่าวเสริมอย่างหดหู่ว่า “เจ้าเป็นคนทำให้ข้าเป็นแบบนี้แต่ยังคิดจะทิ้งข้าไว้ที่นี่  เจ้าอยากฆ่าข้าสินะ !”

จี้เทียนซิงคิ้วชนกันและตะโกนอย่างดุร้ายว่า “ถ้าเป็นเช่นนั้น งั้นข้าจะใช้กระบี่สังหารเจ้าซะ เจ้าจะได้ไม่ต้องมาพัวพันกับข้าอีก !”

ในขณะที่กล่าวจบ จี้เทียนซิงก็ชักกระบี่มังกรโลหิตออกมาทันที

จิ้งจอกตัวน้อยฟุ่บตัวลงนอนหงายท้องกับพื้นและกางแขนกางขาออกมา  มันร่ำร้องและตะโกนอย่างหดหู่ว่า “เอาเซ่ ถ้าเจ้าคิดจะฆ่าข้าจริงๆงั้นก็ลงมือเลย !”

“ถึงอย่างไรหากข้าอยู่ที่นี่คนเดียวย่อมต้องถูกสัตว์อสูรตัวอื่นๆมาแก้แค้นฉีกร่างเป็นชิ้นๆแน่  ข้าตายด้วยคมกระบี่ในมือเจ้ายังดีเสียกว่า อย่างน้อยข้าก็จะได้กลายเป็นผีตายโหงที่คอยพัวพันเจ้าไปชั่วชีวิต !”

จบบทที่ ตอนที่ 34 จงรับผิดชอบด้วย!

คัดลอกลิงก์แล้ว