เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 33 ปะทุ 12 ปราณกระบี่

ตอนที่ 33 ปะทุ 12 ปราณกระบี่

ตอนที่ 33 ปะทุ 12 ปราณกระบี่


ตอนที่ 33 ปะทุ 12 ปราณกระบี่

ดูเหมือนว่าจิ้งจอกยักษ์สีน้ำเงินจะถูกคำพูดของจี้เทียนซิงทำให้หวั่นไหว มันพยักหน้าเห็นด้วยในที่สุด

“ย่อมได้ ที่เจ้ากล่าวมาก็ถูกต้องมิใช่น้อย หากอาหารไม่คลีนพอ ย่อมส่งผลต่อความอยากอาหารของข้าเป็นแน่”

จากนั้นมันก็โบกอุ้งเท้าหน้าและยิงลำแสงสีฟ้าออกไป

ลำแสงเส้นนั้นกลายเป็นกลุ่มก้อนของมวลน้ำและโอบล้อมจี้เทียนซิงในทันที

“ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ !”

ในพริบตา ร่างกายของจี้เทียนซิงก็ถูกชำระล้างด้วยสายน้ำอันเย็นฉ่ำ ฝุ่นละอองและคราบเลือดแห้งกรังที่ติดบนร่างของเขาก็หายไป

จิ้งจอกยักษ์สีน้ำเงินพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ มันยิ้มแล้วพูดว่า “ตอนนี้เจ้าก็สะอาดเอี่ยมอ่องไปทั้งตัวแล้ว อืม... แถมเจ้ายังขาวน่ากินไม่น้อย ข้าเริ่มอยากอาหารเสียแล้วสิ”

“……..…”

จี้เทียนซิงอึ้งและพูดไม่ออก เขาอยากจะร้องไห้ในใจอย่างอดไม่ได้

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับราชาสัตว์อสูรผู้ยิ่งใหญ่เปี่ยมอำนาจเช่นนี้ เพียงแค่ถ่วงเวลาไว้ได้ก็นับว่าบุญโขแล้ว นับประสาอะไรกับหาทางหนี !

ในกรณีนี้ ชายหนุ่มทำได้เพียงระเบิดพลังทั้งหมดและเข้าต่อสู้แลกชีวิตเท่านั้น

เขากัดฟันแน่น ร่างกายเปล่งเกร็งทั่วร่างเพื่อให้กล้ามเนื้อขยายตัวถึงขีดสุด และกระดูกทั่วร่างลั่นเสียงดัง "แกร่ก แกร่ก"

เขาสามารถได้ยินเสียงการเต้นของหัวใจได้อย่างชัดเจน พลังปราณทะลักหลั่งไหลดั่งน้ำท่วมจนเกิดเสียงดังครืน

ความแข็งแกร่งทางกายภาพของจี้เทียนซิงที่อยู่ในระดับปรับแต่งกายาขั้นที่ 9 นั้นเทียบได้กับพละกำลังราวๆ 2000 ปอนด์ทีเดียว

อย่างไรก็ตาม เส้นลำแสงสีน้ำเงินที่พันรอบตัวเขาอยู่นั้นแข็งแกร่งพอๆกับระดับพลังของร่างต้น การปะทุพลังทั้งหมดของจี้เทียนซิงก็ยังมิอาจสั่นคลอนมันได้แม้แต่น้อย

จิ้งจอกยักษ์สีน้ำเงินเห็นชายหนุ่มดิ้นรนขัดขืนสุดชีวิต มันเพียงจ้องมองดูอย่างเย้ยหยันและไม่คิดจะกินอีกฝ่าย มันกล่าวว่า  “โห ? อาหารของข้าช่างเปี่ยมไปด้วยความพยายาม”

“แต่ยิ่งเจ้าดิ้นรนมากเท่าไหร่ เลือดก็จะร้อนขึ้นและพลังปราณในร่างก็จะหนาแน่นยิ่งขึ้น  ข้าชอบดูการต่อสู้ดิ้นรนของเหยื่อแล้วค่อยกลืนลงท้องทีหลัง  เอาเลย จัดไปให้เต็มที่  ฮ่าๆๆๆ …”

จิ้งจอกยักษ์สีน้ำเงินแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ดวงตาของมันจับจ้องไปที่จี้เทียนซิง ซึ่งดูเหมือนมันจะสนุกและคาดหวังอย่างมาก

จี้เทียนซิงทั้งหดหู่ทั้งเปี่ยมไปด้วยโทสะ แต่เขาก็ทำได้เพียงกัดฟันและดิ้นรนต่อไป

ร่างกายของเขาเริ่มบิดเบี้ยว กล้ามเนื้อและกระดูกขยายตัวออก

ในที่สุดเส้นสายสีน้ำเงินก็คลายออกอย่างหลวมๆ

จิ้งจอกยักษ์สีน้ำเงินเลิกคิ้วขึ้นและกล่าวว่า “เหอๆ อายุเพียงเท่านี้ ไม่คิดว่าจะพอมีฝีมืออยู่บ้าง”

“เอาล่ะ ข้าจะให้โอกาสเจ้ามีชีวิตรอด หากเจ้าสามารถสะบัดหลุดจากพลังของข้าไปได้ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า   แต่ถ้าเจ้าทำไม่ได้จนกระทั่งหมดแรง เจ้าต้องยอมให้ข้ากินแต่โดยดี”

จี้เทียนซิงมองเห็นถึงความหวังในการมีชีวิตรอด เขาระเบิดพลังที่รุนแรงยิ่งขึ้นจนทำให้ผิวหนังบวมเป่งจนกลายเป็นสีแดง

เพื่อรีดเค้นพลังให้ถึงขีดสุด เขาไม่ลังเลเลยที่จะใช้ปราณกระบี่ทั้ง 12 จุดชีพจรในร่าง

อ้ากกกกกกกกกกก !!

จี้เทียนซิงแผดเสียงกรีดร้องและระเบิดปราณกระบี่ทั้ง 12 สายออกมาจนหมดสิ้น  ปราณกระบี่ไร้สภาพพุ่งทะยานออกมาจากจุดชีพจรของเขาและบินวนเวียนอยู่รอบตัว

ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ! ! ! !”

 

 

ปราณกระบี่ทองคำ 12 สายหมุนอย่างรวดเร็วและแผ่กระจายออกไปรอบทิศ มันเปล่งแสงสีทองที่ส่องประกายไปทั่วและทำให้เกิดเสียงดัง

ในช่วงวิกฤตนี้ จี้เทียนซิงได้รับแรงบันดาลใจจากศักยภาพที่ไม่มีที่สิ้นสุด เขาพบว่าปราณกระบี่ในร่างกายสามารถเรียกออกจากร่างและนำมาใช้เช่นนี้ได้

เขาควบคุมปราณกระบี่ทั้ง 12 เล่มที่โคจรไปมารอบๆเพื่อให้ตัดลำแสงสีน้ำเงินที่พันรอบตัวเขาอยู่

“เคร้ง !”

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ปราณกระบี่กระทบกับลำแสงสีน้ำเงิน มันเพียงเกิดเสียงที่ดังแหลมเท่านั้น แต่ไม่บังเกิดผลใดๆ

ลำแสงสีน้ำเงินไม่สามารถทำลายได้ไม่ว่าปราณกระบี่ทั้ง 12 จะผลัดเปลี่ยนหมุนวนกันฟัน ฟาด หรือแทง

ท้ายที่สุดแล้วความแข็งแกร่งของจิ้งจอกสีน้ำเงินกับจี้เทียนซิงนั้นก็ห่างไกลกันเกินไป  ระดับพลังงานต่างกันราวกับอยู่คนละโลก !

จี้เทียนซิงสามารถควบคุมปราณกระบี่ให้ออกมาจากร่างได้ในระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น

“ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ !”

สุดท้ายปราณกระบี่ทั้งหมดก็พุ่งกลับเข้าสู่ร่างและซ่อนตัวอยู่ในจุดชีพจรทั้ง 12 ตามเดิม

พละกำลังและจิตวิญญาณของจี้เทียนซิงถูกใช้ไปมากกว่าขีดจำกัดถึงสองเท่า   ขณะนี้ มีเพียงดวงตาเท่านั้นที่เป็นสีดำแต่ดูว่างเปล่า  ส่วนจิตสำนึกของเขาเริ่มเบลอเสียแล้ว

“บัดซบ.... วันนี้ข้าต้องจบชีวิตที่นี่หรือ ? นี่ข้าต้องกลายเป็นอาหารของจิ้งจอกระยำตนนี้ ?”

“ไม่ได้....  ข้าไม่ยอม !  ข้ายังไม่พบดอกไม้ดาราแดงเลย  ข้ายังไม่ได้ล้างแค้นความอัปยศครั้งใหญ่…”

จี้เทียนซิงเต็มไปด้วยสำนึกที่ไม่จำยอม แต่ในที่สุดเขาก็หลับตาและหมดสติไป

จิ้งจอกยักษ์สีน้ำเงินแสดงออกถึงสีหน้าที่ผิดหวังเล็กน้อย มันกล่าวว่า “เฮ้ เจ้าหนู เมื่อกี้ทำเก๋า แต่สุดท้ายเจ้าก็มีความสามารถเท่าหอยมด ? เฮอะ ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินค่าเจ้าสูงเกินไป !”

หลังจากนั้นมันก็เปิดปากกว้างออก เผยให้เห็นเขี้ยวอันแหลมคมสองข้างและกัดไปที่จี้เทียนซิง

ชายหนุ่มหมดสติและไม่รู้สึกตัว เขาถูกกลืนลงไปโดยจิ้งจอกยักษ์สีน้ำเงิน

ในช่วงเวลาที่สำคัญนี้ ลำแสงสีดำอันมืดมิดก็ปรากฏขึ้นที่ท้องของเขา ณ จุดตันเถียน กลิ่นอายแห่งความตายและเยือกเย็นก็แผ่พุ่งออกมา

“วู้มมมมม !”

แสงสีดำขยายตัวใหญ่ขึ้นนับหมื่นเท่าและกลายเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ที่ห่อหุ้มร่างของจิ้งจอกยักษ์สีน้ำเงิน

หลุมดำแผ่ซ่านไอมรณะอันเย็นยะเยือก มันเต็มไปด้วยมวลอากาศและบรรยากาศที่ลึกลับ

ทันใดนั้นเองจิ้งจอกยักษ์สีน้ำเงินก็แข็งทื่อ ใบหน้าของมันเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ดวงตาสีเงินคู่นั้นของมันเผยให้ถึงความสยองขวัญที่ลึกล้ำ

"นิ  นี่มันคืออะไร ?!"

มันอดไม่ได้ที่จะกรีดร้องและก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว มันต้องการถอยห่างจากหลุมดำลึกลับนี่โดยเร็วที่สุด

อย่างไรก็ตาม แสงสีดำในหลุมดำหมุนวนด้วยความเร็วสูงมาก มันเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังทำลายล้างและการดูดกลืนอันน่ากลัว ภายในเวลาไม่นานจิ้งจอกยักษ์สีน้ำเงินก็ถูกมันคลุมไปทั่วร่าง

มันขยับตัวไม่ได้และล่องลอยอยู่กลางอากาศด้วยความกลัว  มันทำได้เพียงโคจรพลังทั่วร่างออกมาต้านรับพลังลึกลับขุมนี้เท่านั้น

ฟุ่บ ฟุ่บ  ฟุ่บ ฟุ่บ !!

ลำแสงน้ำเงินจำนวนนับไม่ถ้วนบินออกจากร่างของมัน  ทั้งหมดพุ่งเข้าไปในหลุมดำเหมือนน้ำฝนและถูกกลืนกินโดยวังวนสีดำในนั้น

จิ้งจอกยักษ์สีน้ำเงินสังเกตเห็นว่าพลังอันมหาศาลในร่างกายของมันกำลังไหลออกไปอย่างรวดเร็ว ร่างกายของมันค่อยๆหดเล็กลงเรื่อยๆ

“หลุมดำนั่น  …มันกำลังจะ ดูดกลืนความแข็งแกร่งของข้า !?”

“อา ! ไม่ ไม่นะ !  บัดซบ ! ระยำเอ้ย !  เป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร ?”

จิ้งจอกยักษ์สีน้ำเงินเต็มไปด้วยความโกรธกริ้วและหวาดกลัว ดวงตาของมันจ้องไปที่จี้เทียนซิงด้วยความคั่งแค้นชิงชัง

ชายหนุ่มหมดสติไร้ซึ่งการตอบสนองไปโดยสิ้นเชิง  เขาลอยอยู่กลางอากาศและไม่ได้รับรู้เรื่องใดทั้งสิ้น

พลังของจิ้งจอกยักษ์สีน้ำเงินถูกดูดกลืนเร็วขึ้นและเร็วขึ้น รูปร่างของมันหดเล็กลงอย่างรวดเร็วจนมองเห็นด้วยตาเปล่า

หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมงพลังของมันก็ลดลงถึง 40 %และขนาดของมันก็หดลงครึ่งหนึ่ง

หนึ่งชั่วโมงผ่านไปพลังของมันถูกดูดไปแล้วถึง 80% ร่างกายหดเล็กจนเหลือเพียงมีขนาดเท่ากับห้องแคบๆ

หลุมดำยังคงห่อหุ้มตัวมันอยู่และดูดซับพลังอย่างต่อเนื่องและขนาดของมันก็ยิ่งเล็กลงอีก

ไม่เพียงเท่านั้น จิ้งจอกยักษ์สีน้ำเงินยังค้นพบอีกว่าหลุมดำลึกลับที่ปรากฏขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยนี้ไม่เพียงแค่กลืนกินพลังของมัน  แต่มันยังดูดกลืนพลังฟ้าดินในถ้ำไปด้วย !

พลังในการเขมือบที่น่าสะพรึงกลัวนี้ไม่เพียงแค่ดูดไอพลังของฟ้าดินรอบถ้ำ แต่มันยังพัดทำลายพนังและกำแพงจนพังพินาศ

นอกจากนี้ไอพลังฟ้าดินที่อยู่ในอัญมณีรอบถ้ำก็ถูกดูดกลืนไปด้วย สุดท้ายสินแร่ล้ำค่าทั้งหมดก็กลายเป็นหินไร้ค่าที่แตกหักกองระเนระนาด

หลังจากนั้น สิ่งที่น่ากลัวมากกว่าก็เกิดขึ้นตามมา

ถ้ำเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและผนังทั้งหมดของถ้ำปริแตกเป็นช่องว่าง ก้อนหินก้อนกรวดนับไม่ถ้วนถล่มลงมาจากเพดาน

เสียงปริแตกดัง “แกร่ก” เกิดขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดตามมาด้วยเสียง ‘ครืน’ ของการสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหว

ยอดเขาทั้งหมดสั่นด้วยการเคลื่อนของพื้นดินซึ่งทำให้จิ้งจอกยักษ์สีน้ำเงินตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

“ระยำเอ้ย ! ไอ้พลังในการดูดกลืนไร้ที่สิ้นสุดของหลุมดำนี่มันเกิดจากสิ่งใดกันแน่ ?”

“แม้กระทั่งข่ายอาคมอันแข็งแกร่งรอบภูเขาก็ยังถูกทำลายล้างด้วยหลุมดำบัดซบนี่เชียวหรือ ?”

จบบทที่ ตอนที่ 33 ปะทุ 12 ปราณกระบี่

คัดลอกลิงก์แล้ว