- หน้าแรก
- ฮันเตอร์ เจ็ดอารมณ์แปลวิถี
- ตอนที่ 8 ชัยชนะ x การชนะติดต่อกัน
ตอนที่ 8 ชัยชนะ x การชนะติดต่อกัน
ตอนที่ 8 ชัยชนะ x การชนะติดต่อกัน
ตอนที่ 8 ชัยชนะ x การชนะติดต่อกัน
​"หมายเลข 1068 คุณอิลูมิ และหมายเลข 1138 คุณคันไซ กรุณาไปที่สนามประลอง A ชั้น 56 ค่ะ"
​หลังจากรอคอยมานาน เสียงประกาศจากชั้น 50 ก็ขานชื่ออิลูมิออกมาจนได้ และดูเหมือนคู่ต่อสู้ของเขาจะเป็นเจ้าเด็กเกเรอารมณ์ร้อนคนนั้นพอดี
​อิลูมิลุกออกจากห้องพักนักกีฬาขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น 56 มุ่งหน้าสู่สนามประลอง A แม้จะยังไปไม่ถึงตัวสนาม แต่เสียงโห่ร้องกึกก้องด้วยความตื่นเต้นของผู้ชมก็ดังมาเข้าหูแล้ว
​เมื่ออิลูมิเดินพ้นทางเดินเฉพาะสำหรับนักกีฬาเข้าสู่ลานประลอง พื้นที่ในส่วนสนาม A ก็เนืองแน่นไปด้วยผู้ชมที่มารอคอยการปรากฏตัวของเหล่านักสู้ ส่วนคันไซนั้นยืนรออยู่บนเวทีอยู่ก่อนแล้ว เขาจ้องมองมาที่อิลูมิด้วยสายตาดุดัน
​"สวัสดีท่านผู้ชมทุกท่านค่ะ ขออภัยที่ให้รอนาน!"
​เสียงหวานใสของพิธีกรสาวดังขึ้นผ่านลำโพงเพื่อแนะนำตัวผู้เข้าแข่งขัน "คู่ต่อไปถือว่าเป็นคู่ที่พิเศษมากค่ะ เพราะทั้งสองท่านที่ขึ้นมาบนเวทีนี้ล้วนเป็นเด็กหนุ่มที่มีอายุไม่ถึงสิบปีทั้งคู่!"
​"แต่ถึงอย่างนั้นก็ประมาทพวกเขาไม่ได้นะคะ เพราะทั้งสองคนทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการเปิดตัวที่ชั้น 1 และสามารถไต่รวดเดียวจากชั้น 1 ขึ้นมาถึงชั้น 50 ได้อย่างเหนือชั้น"
​"ต่อไป ขอเชิญทุกท่านรับชมภาพเหตุการณ์สุดระทึกจากวิดีโอไฮไลต์ของพวกเขาได้เลยค่ะ"
​ภาพบนหน้าจอยักษ์เหนือลานประลองตัดสลับไปมา แสดงภาพการต่อสู้ที่ชั้น 1 ของอิลูมิและคันไซ พร้อมเสียงบรรยายของพิธีกรสาว "จากภาพจะเห็นได้ว่าคุณอิลูมิโค่นคู่ต่อสู้ที่เป็นนักเทควันโดสายดำลงได้อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ส่วนคุณคันไซก็ใช้หมัดอัปเปอร์คัตที่สวยงามต่อยชายร่างยักษ์หนัก 90 กิโลกรัมจนกระเด็นตกเวทีไปเลยค่ะ!"
​"ท่านผู้ชมคะ พร้อมจะกดปุ่มวางเดิมพันในมือหรือยัง? ถ้าพร้อมแล้ว... เริ่มการเดิมพันได้ค่ะ!"
​เสียงหวานของเธอจุดชนวนบรรยากาศในสนามให้ร้อนระอุ ผู้ชมต่างตะโกนเชียร์พลางกดปุ่มเดิมพัน ตัวเลขใต้รูปภาพของทั้งคู่บนหน้าจอขยับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยุดลงที่ 1560 : 1990
หากดูจากอัตราต่อรองแล้ว อิลูมิเป็นฝ่ายได้เปรียบ อาจเป็นเพราะท่าทางที่ดูเรียบง่ายแต่เฉียบคมของเขา ทำให้คนรู้สึกว่าเขายังมีพลังที่ยังไม่ได้โชว์ออกมาอยู่อีกมาก
​"พวกนี้ตาถั่วหรือไง?" คันไซมองตัวเลขบนหน้าจอพลางสบถอย่างหัวเสีย "ไอ้เด็กเปรตนี่มันเก่งกว่าฉันตรงไหนวะ?"
​เมื่อการเดิมพันสิ้นสุดลง กรรมการก็เดินเข้ามาอธิบายกติกาให้ทั้งคู่ฟัง "การประลองใช้ระบบสะสมคะแนน 3 ยก ยกละ 3 นาที หรือจนกว่าจะน็อคเอาท์"
​หลังจากยืนยันว่าทั้งคู่พร้อมแล้ว กรรมการก็สะบัดมือขวาลงอย่างรวดเร็ว
​"เริ่มได้!"
​วินาทีที่เสียงสัญญาณดังขึ้น อิลูมิก็ยกเท้าก้าวไปข้างหน้าทันที
​ซวบ ซวบ ซวบ...
​คันไซกระโดดถอยหลังรวดเดียวเพื่อทิ้งระยะห่าง เขาไปยืนคุมเชิงอยู่ที่ขอบเวทีด้วยสีหน้าแวดระวัง
​"ดูไม่ออกเลยนะว่านายจะระมัดระวังตัวขนาดนี้" อิลูมิหยุดเท้าที่กำลังก้าวค้างไว้กลางอากาศชั่วครู่ก่อนจะวางลงบนพื้นพร้อมเอ่ยชม "แต่ว่า ผลลัพธ์ที่ว่านายไม่ใช่คู่มือของฉันน่ะ มันถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะ"
​อิลูมิเริ่มก้าวเท้าเดินเข้าหาคันไซอย่างช้าๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ท่าทางที่ดูไม่ยี่หระนั้นสร้างความกดดันให้คันไซอย่างมหาศาล
​"ย้าก!"
​คันไซตะโกนก้องก่อนจะพุ่งตัวเข้าใส่ เขาเข้าประชิดตัวอิลูมิแล้วเหวี่ยงหมัดเล็งเข้าที่ใบหน้า แต่อิลูมิเพียงแค่เอียงตัวไปทางซ้ายเล็กน้อยก็หลบหมัดนั้นได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับวาดเท้าซ้ายเตะตัดล่างใส่ทันที จนคันไซเสียหลักพยายามจะบิดเท้าหนี
​"เอ๊ะ?"
​หมัดของคันไซชกวืด แถมร่างกายยังทำท่าจะล้มกระแทกพื้น เขาเบิกตาค้างด้วยความตกใจ
​ปัง!
​มือของอิลูมิสับเข้าที่ต้นคอของคันไซอย่างจัง คันไซตาเหลือกค้างก่อนจะฟุบลงไปกองกับพื้นและหมดสติไปในทันที
​"น็อกดาวน์!"
​กรรมการชูมือขวาขึ้นพร้อมชูสองนิ้ว เป็นสัญญาณว่าอิลูมิได้คะแนนนำไปก่อน 2 แต้มจากการโจมตีที่เข้าเป้าอย่างจังและการทำให้คู่ต่อสู้ล้มลง
​"นี่ กรรมการ" อิลูมิยืนเอามือซล้วงกระเป๋าอยู่ข้างร่างที่หมดสติของคันไซ พลางเอ่ยเตือน "การประลองจบนานแล้วนะ"
​กรรมการชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบเข้าไปเช็คอาการของคันไซ
"น็อกเอาต์!"
​เมื่อยืนยันสภาพของคันไซแล้ว กรรมการก็ประกาศให้อิลูมิเป็นฝ่ายชนะน็อคทันที
​"ท่านผู้ชมคะ กรรมการตัดสินให้คุณคันไซไม่สามารถแข่งขันต่อได้ คุณอิลูมิชนะน็อคไปค่ะ!"
​เสียงโห่ร้องด้วยความบ้าคลั่งดังระงมไปทั่วอัฒจันทร์ "นักสู้ทั้งสองต่างก็ชนะด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวในการแข่งนัดแรกเหมือนกันแท้ๆ แต่ช่องว่างของฝีมือกลับห่างชั้นกันขนาดนี้ ช่างเหนือความคาดหมายจริงๆ ค่ะ! คุณอิลูมิได้รับชัยชนะ และผ่านเข้าสู่ชั้น 60 ได้สำเร็จ!"
​เสียงประกาศอันตื่นเต้นทำให้ผู้ชมพากันตะโกนก้อง หลายคนถึงกับบอกว่าจะตามไปดูการประลองของอิลูมิที่ชั้น 60 ต่อ
​จนกระทั่งเวลาสามทุ่ม อิลูมิลงแข่งไปทั้งหมดสามนัด และทุกนัดเขาก็ชนะน็อคด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว จนอันดับพุ่งพรวดไปถึงชั้น 90 อย่างรวดเร็ว ขอแค่ชนะอีกนัดเดียวเขาก็จะผ่านเข้าสู่ชั้น 100 ได้แล้ว
​"ความจริงถ้าชนะอีกแค่ครั้งเดียวก็จะได้ห้องพักแล้วแท้ๆ" อิลูมิยืนอยู่ตรงประตูหน้าโถงของหอประลองกลางหาว พลางมองท้องฟ้ายามค่ำคืนแล้วส่ายหัวเบาๆ "ไปหาโรงแรมพักก่อนแล้วกัน"
​เขากวาดสายตามองไปรอบๆ พลางเดินไปตามถนนเพื่อหาที่พัก
หลังจากชนะรวดสี่นัดตั้งแต่ขึ้นมาถึงชั้น 50 เขาก็ได้เงินรางวัลรวมมาถึงห้าแสน ซึ่งมากพอที่จะใช้จ่ายไปได้อีกนาน นับประสาอะไรกับแค่ค่าโรงแรม ถ้าชาติก่อนเขามีความสามารถในการหาเงินแบบนี้ คงไม่ต้องทนเป็นมนุษย์เงินเดือนให้ลำบาก
​ไม่นานนัก เขาก็เจอโรงแรมระดับห้าดาวชื่อว่าวาสเนีย และจองห้องพักเตียงเดี่ยวสำหรับหนึ่งคืน
​…
​เช้าวันต่อมา เวลา 07:10 น.
​แคร่ก...
​อิลูมิเปิดผ้าม่านในห้องพัก แสงแดดแรกของวันสาดส่องเข้ามาทำให้เขารู้สึกตื่นตัวขึ้นทันที เขาใช้เวลาสิบนาทีจัดการธุระส่วนตัว เปลี่ยนมาสวมชุดวอร์มสีขาวล้วน สะพายเป้สีเทา หยิบคีย์การ์ดแล้วเดินออกจากห้อง
​หลังจากรับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารชั้นล่างเรียบร้อย เขาก็เดินเท้าไปยังหอประลองกลางหาว
วันนี้เป้าหมายของเขาคือต้องไปให้ถึงชั้น 100
​ช่วงสาย เวลา 10:30 น. ณ สนามประลอง A ชั้น 90
​"สวัสดีท่านผู้ชมทุกท่านในช่วงสายแบบนี้ค่ะ" เสียงอันสดใสของพิธีกรสาวปลุกเร้าอารมณ์ของผู้ชมให้ลุกโชนจนเกิดเสียงเชียร์สนั่น "คุณอิลูมิ นักสู้ผู้ซึ่งชนะน็อคด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวมาตลอดทุกนัด! เมื่อวานนี้เขาโชว์ฟอร์มร้อนแรงชนะรวดถึงห้านัด ไต่จากชั้น 1 มาถึงชั้น 90 ได้ในพริบตา!"
​"ในวันนี้ เขาจะยังคงรักษาสถิติไร้พ่ายและผ่านเข้าสู่ชั้น 100 ได้อย่างราบรื่นหรือไม่? หรือจะถูกคุณคลีแมนหยุดยั้งเอาไว้เพียงเท่านี้? เรามาลุ้นไปพร้อมกันค่ะ!"
​บรรยากาศในสนามถูกจุดติดจนเดือดพล่าน ในสายตาของอิลูมิ เขามองเห็นควันสีน้ำเงินและสีแดงอ่อนพวยพุ่งออกมาจากตัวผู้ชมทุกคน ซึ่งสิ่งนั้นเป็นตัวแทนของความโลภและความตื่นเต้นสุดขีด
​"เฮ้ เจ้าหนู" ชายที่ยืนเผชิญหน้ากับอิลูมิคือชายหนุ่มผมสกินเฮด ท่อนบนเปลือยเปล่า ท่อนล่างสวมกางเกงฝึกวิทยายุทธ "ฉันไม่ใช่พวกกระจอกที่แกจะมาล้มลงได้ง่ายๆ หรอกนะ"
​"ฉันฝึกศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่เด็ก เรียนรู้เคล็ดลับจากสำนักต่างๆ จนสร้างวิถีการต่อสู้ของตัวเองขึ้นมา ฉันคือคนที่จะต้องขึ้นไปยืนในตำแหน่งเจ้าของชั้นให้ได้"
​"เด็กอย่างแกน่ะ กระทั่งจะเป็นบันไดให้ฉันเหยียบยังไม่คู่ควรเลย"
​"แต่เอาเถอะ การได้เป็นแค่ทางผ่านในเส้นทางสู่ความสำเร็จของฉัน ก็ถือเป็นเกียรติสำหรับแกแล้ว"