- หน้าแรก
- ในเมื่อจนนักก็วาดเทพเจ้าแห่งโชคลาภขึ้นมาซะเลย
- บทที่ 30 - สัญญาณกลับมาแล้ว
บทที่ 30 - สัญญาณกลับมาแล้ว
บทที่ 30 - สัญญาณกลับมาแล้ว
ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้เธอเกิดมาใจดีล่ะ?
แถมยังเป็นบ้านเกิดตัวเองอีก
ถ้าเป็นพวกศิษย์พี่ศิษย์น้องในสำนัก ก่อนสู้คงเขี่ยไอ้ทึ่มสามตัวนั้นทิ้งไปนานแล้ว
ถ้าเจอจิตรกรอารมณ์ไม่ดี เผลอๆ อาจจะใช้เป็นตัวล่อเป้า แล้วเก็บกวาดไปพร้อมกันเลยก็ได้
"เอ๊ะ กลิ่นอายภูตภาพวาดแปลกๆ นั่นหายไปไหนแล้ว?"
ระหว่างไล่ตาม คลื่นพลังม้วนภาพสายวิญญาณที่แปลกประหลาดนั่นจู่ๆ ก็หายวับไป
...
ตอนนี้อู๋เสียนแปลงร่างเป็นอัศวินขี่ไก่ หนีสุดชีวิต
มองดู [เฮยไป๋อู๋ฉาง] ในมือที่พุ่งพรวดเป็นสามดาว หัวใจเบิกบานสุดๆ
[ยมทูตขาวดำ - เฮยไป๋อู๋ฉาง]
ประเภท: ต้นฉบับ (ขอบปักดิ้นทอง)
ระดับ: แกนทองแดง
ภูตภาพวาด: ★★★
ค่าพลัง: 39
คุณสมบัติพรสวรรค์: เรียกวิญญาณจับวิญญาณ, ให้คุณลงโทษ
เพียงแต่เมื่อกี้มีคลื่นพลังจิตสายหนึ่งกวาดผ่านมา ทำให้เขาแอบกังวลลึกๆ
เขาไม่ได้โง่ รอบนี้เฮยไป๋อู๋ฉางไปชุบมือเปิบชาวบ้านเขามาเต็มๆ บังเอิญไปแจมเอาค่าประสบการณ์บอสมาได้
แต่ฟ้าดินเป็นพยาน เขาไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ
เก็บ [เฮยไป๋อู๋ฉาง] เงียบๆ ให้ราชันไก่ลดความเร็วลง แกล้งทำเป็นสู้พัวพันกับมอนสเตอร์แถวนั้น
ไม่นานนัก โลงศพไม้แดงก็เหาะมา
พอเห็นอู๋เสียน โลงศพไม้แดงก็เบรกกลางอากาศ "เอ๊ะ~ เจ้าหนูนี่เอง"
"ผู้อาวุโส?" อู๋เสียนแกล้งทำหน้าตกใจ "ท่านมาทำอะไรแถวนี้ครับ...?"
"เห็นผู้ควบคุมภูตที่มีม้วนภาพสายวิญญาณบ้างไหม?" เซวียหลิงหลิงวิเคราะห์เป็นตุเป็นตะ "น่าจะพลังวิญญาณระดับสี่ ม้วนภาพสายวิญญาณในมืออย่างต่ำต้องแกนเงินสามดาว"
อู๋เสียนทำหน้ามึน สวมบทคนซื่อบื้อเต็มที่
"แน่ใจนะว่าไม่เห็น?"
"ไม่เห็นจริงๆ ครับ"
"ไม่น่าจะใช่นะ?" เซวียหลิงหลิงพึมพำ "ทิศทางนี้ไม่ผิดแน่ๆ?"
จากนั้นก็เหยียบฝาโลงพุ่งไปค้นหาต่ออย่างรวดเร็ว
มองส่งยัยผู้หญิงมีพิษจนลับตา อู๋เสียนถึงวางใจลงได้
ฮ่าๆ ฉลาดจริงๆ เรา!
จากนั้นก็ปล่อยพยัคฆ์เทพออกมาแสดงละครต่อ ไหนๆ กระเป๋าก็เต็มแล้ว ฆ่าไม่ฆ่ามอนสเตอร์ก็ค่าเท่ากัน
แต่ทว่า แอบขำได้ไม่นาน โลงศพไม้แดงที่คุ้นตาก็วนกลับมา
บินวนอยู่เหนือหัวอู๋เสียน จ้องมองอู๋เสียนสำรวจไปมา "บอกพี่สาวมาตามตรง เธอไม่เห็นคนคนนั้นจริงๆ เหรอ?"
อู๋เสียนเหงื่อตกในใจ ยัยนี่มีพิษจริงๆ ด้วย
"ถ้าผู้อาวุโสขวางหูขวางตาผม ก็ลงมือได้เลยครับ"
มีคำกล่าวที่ว่า การแก้ตัวคือการปิดบัง การบุกคือการตั้งรับที่ดีที่สุด อย่าหลงกลไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองเด็ดขาด
ปรากฏว่ามุขนี้ได้ผล
เซวียหลิงหลิงชะงักไป ความสงสัยในแววตาลดลงไปเยอะ "น้องชายไม่ต้องกลัว พี่สาวไม่รังแกเด็กมหาวิทยาลัยหรอก"
ถึงจะสงสัย แต่คงคิดมากไปเอง
เด็กหนุ่มตรงหน้าอายุสิบแปดสิบเก้า ชัดเจนว่าเป็นเด็กมหาวิทยาลัยใสซื่อที่เพิ่งเป็นผู้ควบคุมภูตได้ไม่นาน
ตามการคาดเดาของเธอ คนที่ "ขโมย" ส่วนแบ่ง [วิญญาณหมอกอาฆาต] ไปหนึ่งในสี่ อย่างน้อยต้องมีพลังวิญญาณระดับสี่ บวกกับม้วนภาพระดับสูงแกนเงินสามดาวขึ้นไป
สำหรับเด็กมหาวิทยาลัยทั่วไป มีม้วนภาพแกนสองสามตัวก็ถือว่าหรูแล้ว
"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ผู้อาวุโสเลิกบินวนได้ไหมครับ ผมเวียนหัว" อู๋เสียนแกล้งทำหน้าบูน การแสดงน่าสะอิดสะเอียนจนตัวเองยังรับไม่ได้
แต่ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้หมัดเราไม่แข็งพอล่ะ?
เซวียหลิงหลิงยิ้มมุมปาก ร่อนลงพื้น เก็บม้วนภาพโลงศพไม้แดงเข้ามือ
แกนเงินสามดาวครึ่ง ขอบทอง ทำเอาอู๋เสียนตาค้าง
สมกับเป็นจิตรกรสำนักดัง ลูกหลานตระกูลใหญ่ ขนาดพาหนะยังเป็น [ฉบับทางการ] แกนเงินระดับไฮเอนด์
"มองไปมองมาก็น่าเอ็นดูดีนะ" เซวียหลิงหลิงทำท่าขี้เกียจ ถามส่งๆ "เรียนที่ไหน?"
"ยังไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัยครับ"
"เด็กใหม่ปีนี้เหรอ?" เซวียหลิงหลิงแปลกใจนิดหน่อย "ฐานะทางบ้านใช้ได้นี่ ยังไม่เปิดเทอมที่บ้านก็จัดม้วนภาพให้สามชุดแล้ว?"
"พอถูไถครับ~ พอถูไถ~" อู๋เสียนยิ้มเจื่อน "เอ่อ... ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผู้น้อยขอตัวก่อนได้ไหมครับ?"
เซวียหลิงหลิงไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ในหัวยังครุ่นคิดเรื่องผู้ควบคุมภูตลึกลับคนนั้น
อู๋เสียนขี่ราชันไก่ค่อยๆ เดินจากไป
"เดี๋ยว"
อู๋เสียนตัวแข็งทื่อ ยิ้มขื่นในใจ
สุดท้ายก็โดนดูออกจนได้เหรอ?
"แถวนี้มีร้านข้าวไหม?" เซวียหลิงหลิงลูบท้อง ทำหน้าหงุดหงิดนิดๆ
อู๋เสียนโล่งอก "ทางโน้นน่าจะมีร้านนึงครับ แต่กลัวผู้อาวุโสจะกินไม่ลง แถมตอนนี้วุ่นวายขนาดนี้ ร้านอาจจะไม่เปิด"
"มีก็พอ ทางโน้นใช่ไหม?"
เซวียหลิงหลิงพยักหน้า เดินลิ่วไปทางที่อู๋เสียนชี้
...
กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย อู๋เสียนยกภูเขาออกจากอก
พอรู้ว่าปู่ยังไม่กลับมา ก็อดห่วงไม่ได้ ไม่รู้เมื่อไหร่จะเลิกปิดกั้นเขตสลัม
พวกจ้าวเหอก็หายตื่นตระหนกกันแล้ว เริ่มคิดเรื่องหาเงิน
นี่ไง อู๋เสียนเพิ่งกลับมา พวกนั้นก็ยกโขยงออกไปล่ามอนสเตอร์หาวัสดุกันแล้ว สำหรับพวกเขา นี่เป็นรายได้ก้อนโตเลยทีเดียว
"เสี่ยคะ ทานอะไรรองท้องหน่อย"
ภรรยาของจ้าวเหอเป็นหญิงสลัมผู้ยากจนข้นแค้นทั่วไป ข้างกายมีลูกชายลูกสาวสองคน
"ขอบคุณครับซ้อ"
ท่ามกลางภัยพิบัติ ได้กินข้าวร้อนๆ สักมื้อ ร่างกายก็ผ่อนคลายขึ้นเยอะ
จากนั้น ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของเด็กน้อยสองคน เขาก็กลับเข้าห้อง ปิดประตูวิจัยพัฒนาตัวเองต่อ
รอบนี้เก็บวัสดุดีๆ มาได้เพียบ ลองเอามาผสมสีวิญญาณที่เข้มข้นขึ้น เพื่อแต่งเติมเฮยไป๋อู๋ฉางดู
หลังจากง่วนอยู่พักใหญ่ กางม้วนภาพเฮยไป๋อู๋ฉางออก ลงพู่กันแต่งเติม ใส่รายละเอียด
ภายใต้การทำงานของกฎเกณฑ์ม้วนภาพ คลื่นพลังของเฮยไป๋อู๋ฉางเพิ่มขึ้นเห็นได้ชัด
แต่ตัวม้วนภาพยังไม่ยกระดับ สุดท้ายค่าพลังหยุดอยู่ที่ 57
"ต้องใช้วัสดุมอนสเตอร์ระดับสูงกว่านี้จริงๆ สินะ?"
แต่วัสดุระดับสูง นอกจากใช้เงินฟาดแล้ว ตอนนี้หาได้ยากมาก
ค่อยเป็นค่อยไปแล้วกัน
ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!
เสียงเรียกเข้ามือถือดังรัวๆ ทำเอาอู๋เสียนสะดุ้ง ไม่ใช่แค่เขา มือถือคนอื่นนอกห้องก็ดังระงม
ดูประกาศทางการที่เด้งขึ้นมา อู๋เสียนทั้งตกใจทั้งดีใจ
เนื้อหาประกาศสั้นๆ ง่ายๆ: คลื่นภาพลวงตามิติเริ่มคงที่ ระบบสื่อสารในเมืองซ่อมแซมเสร็จแล้ว ขอให้ชาวเมืองวางใจ การกู้ภัยจะดำเนินการต่อเนื่อง ขอให้ทุกคนใจเย็น... สุดท้าย ไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิต
"สัญญาณมาแล้ว?" อู๋เสียนเห็นแค่ประเด็นนี้
รีบโทรหาปู่ทันที
วินาทีที่ปลายสายรับ อู๋เสียนโล่งอก "ปู่ อยู่ไหนครับ? เป็นไงบ้าง?"
"วางใจได้ ปู่สบายดี" ได้ยินเสียงหลาน ปู่ก็โล่งใจเหมือนกัน "ทางเอ็งระวังตัวหน่อยนะ อย่าเพ่นพ่าน ปู่คงยังกลับไปไม่ได้ชั่วคราว"
อู๋เสียนใจหาย "เกิดอะไรขึ้นครับ?"
"ไม่ต้องตื่นเต้น" ปู่รีบอธิบาย น้ำเสียงแปลกๆ นิดหน่อย "แค่บังเอิญโดนกองทัพเกณฑ์มาช่วยกู้ภัยในเมืองน่ะ"
"..."
อู๋เสียนถอนหายใจ เข้าใจได้
ปู่คงอยากใช้โอกาสนี้ รื้อฟื้นความทรงจำสมัยเป็นทหาร
เดินออกมานอกห้อง ครอบครัวจ้าวเหอก็ดีใจกันยกใหญ่
"คลื่นมิติเบาบางลง นิ่งขึ้นเยอะจริงๆ ด้วย"
บนท้องฟ้า ยานยนต์บินขนาดเล็กบินผ่านไปมา สร้างความอุ่นใจให้คนในสลัมได้บ้าง
แต่ยานพวกนั้นมุ่งหน้าไปทางโรงงานขยะชัดเจน
กำลังซึ้งๆ อยู่ ถนนอีกฝั่งก็มีวัยรุ่นชายหญิงกลุ่มหนึ่งเดินอกผายไหล่ผึ่งเข้ามา "ทุกคนไม่ต้องตื่นตระหนก จากนี้ไปพื้นที่นี้อยู่ในความดูแลของทีมฝึกวิทยาลัยเสวียนเทียน
มีพวกเราอยู่ ทุกคนปลอดภัยแล้ว"
"แปลกแฮะ ทำไมฉันรู้สึกว่าบรรยากาศที่นี่มันแปลกๆ?"
(จบแล้ว)