- หน้าแรก
- ในเมื่อจนนักก็วาดเทพเจ้าแห่งโชคลาภขึ้นมาซะเลย
- บทที่ 31 - แผนภาพเทพจิตวิญญาณและจิตรกรม้วนภาพ
บทที่ 31 - แผนภาพเทพจิตวิญญาณและจิตรกรม้วนภาพ
บทที่ 31 - แผนภาพเทพจิตวิญญาณและจิตรกรม้วนภาพ
"ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นระเบียบเรียบร้อยดีนะ ผิดคาดเลยแฮะ"
"พวกเธอสังเกตไหม ตั้งแต่เข้ามาในเขตนี้ จำนวนสัตว์ประหลาดน้อยลงถนัดตา"
กลุ่มวัยรุ่นชายหญิงเดินคุยกันมาตามทาง ชาวบ้านข้างทางต่างมองด้วยความสงสัย ไม่ได้มีท่าทีตื่นเต้นดีใจเหมือนเจอคนมาช่วยชีวิตอย่างที่คิด
อู๋เสียนยืนมองกลุ่มคนที่เดินผ่านหน้าประตูบ้านไปด้วยสายตาแปลกๆ
เจอเจ้า "สองขี้แย" นั่นอีกแล้วเหรอ?
"นายเองเหรอ?"
สองขี้แยจำอู๋เสียนได้ทันที
สมาชิกคนอื่นๆ ในทีมที่เคยอยู่กับทีมของผางต้าไห่ก็จำอู๋เสียนได้เช่นกัน ต่างพากันทำหน้าสงสัยระคนตกใจ
อู๋เสียนยิ้มบางๆ ประสานมือคารวะ "รบกวนทุกท่านแล้วครับ"
"เกรงใจไปแล้ว เกรงใจไปแล้ว" เห็นอู๋เสียนสุภาพแบบนี้ สองขี้แยก็หัวเราะแก้เก้อ "เป็นหน้าที่ของพวกเราอยู่แล้วครับ"
มิน่าล่ะแถวนี้ถึงได้สงบสุข ที่แท้ก็มีหมอนี่อยู่นี่เอง
พอเดินห่างออกมา เพื่อนร่วมทีมคนอื่นก็อดสงสัยไม่ได้ "คนเมื่อกี้พวกนายรู้จักเหรอ?"
"อืม เคยเจอในดันเจี้ยน เก่งเอาเรื่องเลยแหละ"
"ดูรุ่นราวคราวเดียวกับเรา จะเก่งแค่ไหนเชียว?" เพื่อนร่วมทีมเบะปากไม่เชื่อ "ไม่รู้อาจารย์เหลียงคิดอะไรอยู่ ในเมืองมีที่ดีๆ ตั้งเยอะไม่ไป ดันส่งพวกเรามากันดารแบบนี้"
พูดไม่ทันขาดคำ ข้างหน้าก็มีคลื่นพลังการต่อสู้แผ่ออกมา
"ฮ่าๆ ได้เวลาโชว์ฝีมือแล้วพวกเรา ลุย!"
กลุ่มวัยรุ่นที่กำลังเบื่อหน่ายกระตือรือร้นขึ้นมาทันที รีบพุ่งไปสนับสนุน
แต่ภาพที่เห็นคือชายวัยกลางคนหน้าบากกำลังควบคุมภูตเสือโคร่ง ประสานงานกับกลุ่มผู้ฝึกวิญญาณจนๆ รุมกินโต๊ะแมลงระดับสองสามตัวอย่างสบายๆ แทบไม่ต้องให้พวกเขาช่วย
"โห เขตสลัมกันดารแบบนี้มียอดฝีมือขนาดนี้ด้วยเหรอ?"
"นั่นม้วนภาพอะไร ดุชะมัด!"
"สายเอลฟ์หรือสายสัตว์อสูร? รู้สึกว่าสูสีกับ [พยัคฆ์เปลวเพลิง] ของฉันเลยนะ?"
"ไม่เคยเห็นแฮะ ในเว็บรวมม้วนภาพก็หาไม่เจอ สงสัยจะเป็นม้วนภาพเถื่อนของจิตรกรโนเนมสักคน ไม่น่ากลัวหรอก"
ตัดภาพมาที่สองขี้แย ทั้งคู่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ม้วนภาพรูปเสือนั่น ดูคุ้นๆ อยู่นะ!
...
ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งอู๋เสียนก็ต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญ
ถังเปิงเหยียบสเก็ตบอร์ดพลังงานลอยตัวลงมาจอดเหนือลานบ้านอย่างสง่างาม "เห็นนายปลอดภัยฉันก็วางใจ"
"พี่ถังมาได้ไงครับเนี่ย?"
อู๋เสียนแปลกใจ พี่แกคงไม่ได้ตั้งใจมาช่วยเขาโดยเฉพาะหรอกนะ
"โอกาสดีแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ พอในเมืองสถานการณ์นิ่ง ฉันก็รีบมาเลย" ถังเปิงแววตาเป็นประกาย
"โอกาส? โอกาสอะไรครับ?"
อู๋เสียนนึกเชื่อมโยงไปถึง "ส่วนประกอบพิเศษ" ในวัสดุจากสัตว์ประหลาดภาพลวงตามิติทันที
ถังเปิงกำลังจะอ้าปากตอบ มือถือของอู๋เสียนก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน บังเอิญจริงๆ เป็นเจ๊เถียวโทรมา
"ฮัลโหล~ เจ้าหนูเสียน นายไม่เป็นไรใช่ไหม? เจ๊เถียวพคนมาช่วยแล้ว ซาบซึ้งไหมล่ะ?"
"..." อู๋เสียนหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ "ผมอยู่บ้านครับ"
"เค เดี๋ยวเจ๊ไปหา"
ถังเปิงได้ยินบทสนทนาถึงกับหน้าขึ้นสีดำครึ้ม "เถียวเถียว?"
"ครับ"
"ยัยเด็กนี่ไม่รู้จักโตจริงๆ" ถังเปิงบ่นอุบ "แต่ก็ดี ถือโอกาสพานายสองคนไปคว้าโชควาสนาพร้อมกันเลย"
พูดจบ รถหุ้มเกราะ [แมวภูเขา] คันคุ้นตาก็วิ่งฝุ่นตลบเข้ามา นอกจากถังเถียวเถียวแล้ว ยังมีเด็กระดับหัวกะทิจากโรงเรียนศิลปะติดรถมาด้วยอีกสองสามคน
"พี่คะ? พี่มาอยู่นี่ได้ไง?"
"แวะมาดูความปลอดภัยของเจ้าหนูเสียน" ถังเปิงพูดเสียงดุ "เรานั่นแหละ อยู่ข้างนอกก็ดีอยู่แล้ว จะเข้ามาทำไม?"
ถังเถียวเถียวเบะปาก "ข้างนอกไม่เห็นมีอะไรท้าทายเลยนี่นา"
"เก่งนักนะ เพิ่งเข้าโรงเรียนได้ไม่กี่วัน หางชี้ฟ้าแล้วเหรอ?" ถังเปิงบ่นกระปอดกระแปด "เอาเถอะ ตามพี่มา เจ้าหนูเสียนก็มาด้วย ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสทองของจิตรกรม้วนภาพอย่างพวกเรา"
...
เหนือเขตสลัม นอกม่านพลังปิดกั้น
ผู้อำนวยการโรงเรียนศิลปะและผู้บริหารยืนมองสถานการณ์เบื้องล่าง คุยกันอย่างออกรส
"ไม่เลว~ เด็กฝึกงานรุ่นนี้ใช้ได้ อย่างน้อยก็มีความกล้า มีไฟ" ผู้อำนวยการตายิ้ม เอ่ยปากชม
"นั่นสิ เริ่มมีหลายคนตามมาสมทบแล้ว เด็กใหม่ปีนี้ก็มากันเยอะ" ชายชราข้างๆ เสริม "ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าพวกเขาจะคว้าโอกาสนี้ไว้ได้ไหม"
"เห้อ~ ภาพลวงตามิติ โอกาสดีขนาดนี้ ทำไมสมัยเราไม่เจอแบบนี้บ้างนะ?" ชายชราอีกคนถอนหายใจ
"คนแต่ละรุ่นก็มีวาสนาของตัวเอง" ผู้อำนวยการยิ้ม "ภาพลวงตามิติเป็นแค่ตัวจุดชนวน สุดท้ายจะควบแน่น [แผนภาพเทพ] ได้หรือไม่ ก็อยู่ที่พรสวรรค์
ไม่มีพรสวรรค์ ต่อให้โยนไปอยู่กลางพายุ ก็บินไม่ขึ้นหรอก"
"นั่นสินะ"
...
ตอนนี้อู๋เสียนนั่งรถไปกับสองพี่น้องตระกูลถัง มุ่งหน้าสู่โรงงานกำจัดขยะ
ตลอดทาง อู๋เสียนกับถังเถียวเถียวอดสงสัยไม่ได้
"พี่คะ โอกาสที่พี่พูดถึงมันคืออะไรอะ?"
"สัตว์ประหลาดจากภาพลวงตามิติมีความพิเศษ ในตัวพวกมันจะมีสิ่งที่เรียกว่า [สสารต้นกำเนิดจิต] อยู่" ถังเปิงอธิบาย "สสารนี้สามารถกระตุ้นและช่วยให้จิตรกรม้วนภาพอย่างเราควบแน่น [แผนภาพเทพจิตวิญญาณ] ของตัวเองได้"
อู๋เสียนดวงตาวูบไหว
ถังเถียวเถียวร้องว้าว ตื่นเต้นตาโต "กรี๊ด~ เมื่อสองวันก่อนอาจารย์เพิ่งสอนไปเอง ว่าแผนภาพเทพจิตวิญญาณสร้างยากมาก ใครสร้างได้ถึงจะเรียกว่าจิตรกรม้วนภาพตัวจริงเสียงจริง"
"ถูกต้อง" ถังเปิงพยักหน้า "คนที่ไม่มีแผนภาพเทพ จะเป็นได้แค่จิตรกรฝึกหัดตลอดไป"
"พี่ยังสร้างไม่ได้เหรอ?" ถังเถียวเถียวถามตาใส
ถังเปิงมุมปากกระตุก ส่ายหน้าอย่างขัดเขิน "การควบแน่นแผนภาพเทพมันง่ายที่ไหนล่ะ? โรงเรียนผลิตจิตรกรฝึกหัดออกมาตั้งเท่าไหร่ มีคนที่สร้างแผนภาพเทพได้แทบนับนิ้วได้"
"นึกว่าพี่จะเก่งกว่านี้ซะอีก" ถังเถียวเถียวเบะปาก ทำหน้าผิดหวัง
"..." ถังเปิงรู้สึกเหมือนโดนมีดแทงกลางใจ สายตาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นมุ่งมั่น "ตอนนี้พี่หลอมรวมมรดกม้วนภาพสายจักรกลของตระกูลเราได้สมบูรณ์แล้ว อาศัยโอกาสครั้งนี้ พี่ต้องกู้คืนแผนภาพเทพของบรรพบุรุษตระกูลถัง กอบกู้เกียรติยศตระกูลถังให้ได้!"
"สู้ๆ ค่ะพี่ชาย พี่ทำได้อยู่แล้ว!"
ถังเถียวเถียวให้กำลังใจพี่ชายแบบไม่กั๊ก
อู๋เสียนครุ่นคิด ก่อนจะถามเสียงเบา "แล้วแผนภาพเทพจิตวิญญาณนี่ มันต้องสร้างยังไงครับ?"
"เอ้อ" ถังเปิงเพิ่งนึกได้ว่าอู๋เสียนยังไม่ได้เรียนหลักสูตรจิตรกรอย่างเป็นทางการ เลยยิ้มอธิบาย "สิ่งที่เรียกว่าแผนภาพเทพจิตวิญญาณ ก็คือม้วนภาพพิเศษที่วาดขึ้นในทะเลจิตสำนึกของตัวเอง โดยใช้พลังจิตเป็นหมึก ใช้อำนาจเจตจำนงเป็นพู่กัน ถือเป็นรากฐานสำคัญในการเลื่อนระดับของจิตรกรม้วนภาพ"
"รอยประทับม้วนภาพเหรอครับ?" อู๋เสียนสงสัย
"ไม่ๆๆ" ถังเปิงส่ายหน้า "รอยประทับม้วนภาพเป็นแค่ตราประทับยืนยันลิขสิทธิ์จากกฎเกณฑ์ม้วนภาพ แต่แผนภาพเทพจิตวิญญาณคือผลผลิตจากการผสานแนวคิดม้วนภาพเข้ากับการฝึกฝนพลังจิต
แน่นอนว่ารอยประทับม้วนภาพก็ถือเป็นต้นแบบและจุดเริ่มต้นของแผนภาพเทพ หากต้องการควบแน่นแผนภาพเทพ ต้องใช้รอยประทับม้วนภาพอันใดอันหนึ่งเป็นฐาน แล้วขยายแตกแขนงออกไปจนเป็นระบบที่สมบูรณ์ จากนั้นจึงสื่อสารกับกฎเกณฑ์ฟ้าดิน เพื่อเติมเต็มระบบนั้นให้สมบูรณ์
มันจะช่วยมอบพลังระดับกฎเกณฑ์ให้กับม้วนภาพในระบบนั้นๆ เปรียบเสมือนการสร้างรากฐานที่แท้จริงให้กับภูตภาพวาด
เหตุผลที่ม้วนภาพระดับท็อปของสำนักใหญ่ๆ แข็งแกร่ง ก็เพราะผู้สืบทอดรุ่นสู่รุ่นได้ช่วยกันสร้างรากฐานในระดับกฎเกณฑ์ไว้สูงลิบลิ่วแล้ว
แต่ก็ไม่ใช่ว่าแนวคิดม้วนภาพทุกอันจะคุ้มค่าแก่การสร้างแผนภาพเทพ ยิ่งแนวคิดของภูตภาพวาดแข็งแกร่งเท่าไหร่ เพดานสูงสุดของแผนภาพเทพก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น"
อู๋เสียนพยักหน้าเข้าใจ ในใจเต้นรัว
พูดง่ายๆ แผนภาพเทพจิตวิญญาณเป็นตัวกำหนด "ความเทพ" และ "เพดานบิน" ของภูตภาพวาดภายใต้กฎเกณฑ์ของโลกใบนี้
[ม้วนภาพเหนือธรรมชาติ] เป็นแค่ตัวเครื่องหรือฮาร์ดแวร์สเปกต่างๆ
ก่อนหน้านี้ที่เขาแต่งเติมเฮยไป๋อู๋ฉางแล้วไม่ขึ้นเป็นแกนเงิน อาจจะมีสาเหตุมาจากเรื่องนี้ก็ได้
คอมพิวเตอร์นอกจากจะต้องอัปเกรดฮาร์ดแวร์แล้ว ระบบปฏิบัติการก็ต้องอัปเดตและพัฒนาให้สมบูรณ์ด้วย ถึงจะกลายเป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังได้
คิดได้ดังนั้น "ส่วนประกอบพิเศษ" ที่ซ่อนอยู่ในรอยประทับม้วนภาพ [เฮยไป๋อู๋ฉาง] ในสมองก็เริ่มขยับไหว
ระบบที่สมบูรณ์งั้นเหรอ?
ของแบบนี้ ผมมีเพียบ
(จบแล้ว)