- หน้าแรก
- ในเมื่อจนนักก็วาดเทพเจ้าแห่งโชคลาภขึ้นมาซะเลย
- บทที่ 13 - อัศวินขี่ไก่กับแมลงชั้นยอด
บทที่ 13 - อัศวินขี่ไก่กับแมลงชั้นยอด
บทที่ 13 - อัศวินขี่ไก่กับแมลงชั้นยอด
อู๋เสียนเดินไปไกลแล้ว
ตอนนี้เขากำลังขี่หลังราชันไก่ตามหารังนางพญาแมลงแห่งใหม่
ไม่น่าเชื่อว่าราชันไก่จะขี่ได้จริงๆ ไม่ใช่แค่ราชันไก่ เสือดำของเทพเจ้าแห่งโชคลาภก็เอามาขี่แก้ขัดได้เหมือนกัน แม้ความเร็วจะสู้มอเตอร์ไซค์วิบากจักรกลไม่ได้ แต่ก็สบายกว่าเดินเยอะ
แถมราชันไก่มีพรสวรรค์ [เบญจธรรมราชันไก่] ด้านคุณธรรมฝ่ายบุ๋นช่วยลดการใช้พลังงาน กินพลังงานน้อยกว่าเสือดำเห็นๆ
ข้อเสียอย่างเดียวคือดูแปลกๆ ไปหน่อย
แต่ใครสนล่ะ?
ราชันไก่สมกับเป็นราชันไก่ วิ่งไปสักพักก็ล็อกเป้ารังนางพญาแห่งใหม่ได้
มีเกราะคุ้มกายแห่งโชคลาภเสริมแกร่ง ราชันไก่ขันก้องพุ่งทะยาน
ที่ไหนที่ผ่านไป ฝูงแมลงแตกกระเจิง
ถึงรังนี้จะใหญ่กว่าเดิม แมลงระดับสองก็เยอะกว่า แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งฝีเท้าอันดุดันของราชันไก่ได้
เพราะราชันไก่ก็อัปเกรดตัวเองตลอดทางเหมือนกัน
ขุดนางพญาออกมา จิกทีเดียวตาย ราชันไก่พลังวิญญาณพุ่งพล่าน เลื่อนระดับเป็นภูตภาพวาดสองดาวครึ่งทันที
เก็บศพนางพญา ฝ่าวงล้อมฝูงแมลงที่แตกตื่นหนีไปเขตปลอดภัย
อู๋เสียนรีบเริ่มวิจัย "กระแสข้อมูล" ที่ว่านั่นทันที
ส่วนที่แพงที่สุดของนางพญาคือสมอง
ลองส่งพลังวิญญาณเข้าไปแทรกซึม โครงสร้างวิญญาณภายในสมองนางพญาซับซ้อนกว่าจริงๆ สารวิญญาณหลากหลายชนิดทำปฏิกิริยากัน ประกอบเป็นโครงสร้างพลังงานที่ค่อนข้างเสถียร
จากนั้นใช้พลังจิตสัมผัส
เหมือนจะมีภาพเลือนรางแวบเข้ามาในหัว แล้วก็หายไปในพริบตา
ข้อมูลภาพนั้นไม่ได้มาจากสารวิญญาณชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่มาจากโครงสร้างวิญญาณทั้งหมด
"อะไรน่ะ?"
การค้นพบนี้ทำให้อู๋เสียนทั้งตกใจทั้งประหลาดใจ รีบเร่งพลังจิตสำรวจต่อ
ไม่นาน ภาพอีกชุดก็แวบเข้ามา เหมือนสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ที่ดูแปลกประหลาด แต่ดูไม่ชัด
ลองสัมผัสอีก ก็มีภาพแวบเข้ามาอีก ล้วนเป็นเงาของสิ่งมีชีวิตลึกลับหน้าตาพิสดาร ที่สำคัญคือไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกัน มีทั้งตัวที่มีหนามยักษ์ทั่วตัว มีปีก มีหนวด หรือแม้แต่เงาของสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์
อิหยังวะเนี่ย? (หน้าแบบจาพนม)
"หลุดโลกยิ่งกว่าคัมภีร์ซานไห่จิงอีก" อู๋เสียนอดบ่นไม่ได้
อาจเป็นเพราะพลังจิตเขามีจำกัด ภาพที่แวบเข้ามาเลยไม่ค่อยชัดเจน
แต่หลายตัวในนั้น ชัดเจนว่าไม่เกี่ยวกับ "เผ่าแมลง" เลยสักนิด
"จิตรกรม้วนภาพเขาอาศัยของพวกนี้มามโนโครงสร้างเหรอ?"
พูดตรงๆ นับถือใจเลย
โชคดีที่เขาพกพาวัฒนธรรมอันรุ่งโรจน์จากชาติก่อนมาด้วย ไม่งั้นคงปวดหัวตาย
"ว่าแต่หมอนั่นยังอยากได้ไอ้นี่อยู่ไหมนะ?"
เพราะเขาไม่ได้ไปยุ่งกับโครงสร้างวิญญาณภายในสมองนางพญา สมองก้อนนี้เลยยังสมบูรณ์ดี
ไหนๆ เขาก็ไม่ได้ใช้อยู่แล้ว เอาไปขายแลกเงินดีกว่า
แต่คิดอีกที วันหน้าตอนผสมสี อาจจะต้องใช้สารวิญญาณในสมองนางพญาก็ได้
คำนวณเวลาดูแล้ว สมควรแก่เวลากลับ
ขี่ราชันไก่หันหัวกลับไปทาง [ป้อมปราการปืนใหญ่] กลายร่างเป็นอัศวินขี่ไก่
ระหว่างทางเจอแมลงหลงฝูงประปราย ราชันไก่จัดการได้สบายๆ ไม่รู้สึกยากเลยสักนิด
"รู้สึกว่าวันหลังไม่ต้องมาดันเจี้ยนระดับมือใหม่แบบนี้แล้วมั้ง"
ถึงเขาจะเป็นแค่ผู้ควบคุมภูตมือใหม่ระดับสอง แต่ของในมืออย่าง [ม้วนภาพ] นี่พื้นฐานดีเกินเบอร์ หยิบออกมาสักอันก็เหมือนอาวุธระดับสีม่วง หรือสีส้มในหมู่บ้านมือใหม่แล้ว
บรื้นนน...
เสียงเครื่องยนต์หนักหน่วงดังใกล้เข้ามา แรงกดดันมหาศาล
อู๋เสียนที่ขี่ราชันไก่อยู่หันไปมอง เห็นรถหุ้มเกราะจักรกลขนาดยักษ์กำลังซิ่งหนีการไล่ล่าของฝูงแมลงอยู่กลางทุ่งร้าง
"แค่ดันเจี้ยนมือใหม่ ต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ?"
นึกว่ามอเตอร์ไซค์วิบากก็เท่แล้ว นี่เล่นเอารถหุ้มเกราะศึกมาเลยเหรอ
เปรียบเหมือนคนในหมู่บ้านตีกัน แล้วมีคนขับรถถังมาร่วมวง
ประเด็นคือมีรถหุ้มเกราะขนาดนี้ ยังโดนฝูงแมลงไล่กวดเนี่ยนะ?
"เดี๋ยวนะ ฝูงแมลงนั่นผิดปกติ!"
พอดูดีๆ อู๋เสียนก็เจอความผิดปกติ
ในฝูงแมลงที่วิ่งกันฝุ่นตลบ มีแมลงระดับสองตัวใหญ่กว่าเพื่อนตัวหนึ่งดูโดดเด่นมาก เปลือกทั่วตัวเป็นมันวาว ขาทั้งสามคู่เหมือนมีดแหลมคม หน้าตาน่ากลัว ดุร้ายสุดๆ
ปืนใหญ่ท้ายรถหุ้มเกราะยิงใส่มัน ก็เหมือนเกาให้คัน
"มอนสเตอร์ระดับชั้นยอด?!"
อู๋เสียนทั้งตกใจทั้งสงสัย
ต้องรู้ก่อนว่า อสุรกายต่างมิตินอกจากแบ่งระดับแล้ว ยังแบ่งเกรดด้วย
ค่าสถานะของอสุรกายระดับชั้นยอดจะเหนือกว่าอสุรกายทั่วไปในระดับเดียวกันแบบขาดลอย วัสดุบนตัวก็แพงกว่ามาก
มอนสเตอร์ชั้นยอดในดันเจี้ยนมือใหม่ ก็เหมือนเด็กมหาวิทยาลัยในหมู่บ้านกันดาร ของหายากชัดๆ
ดังนั้น อู๋เสียนไม่ลังเลเลย บังคับราชันไก่กลับหัว มุ่งหน้าไปทางรถหุ้มเกราะทันที
มูลค่าของอสุรกายชั้นยอดตัวเดียว เทียบเท่านางพญาแมลงได้เลยนะ จะพลาดได้ไง?
ครืนนน...
ในรถหุ้มเกราะ เด็กหนุ่มในชุดนักเรียนศิลปะขับรถไปด่าไป "ไม่ใช่ดิ พวกเธอไหวไหมเนี่ย? แค่อสุรกายชั้นยอดระดับสองตัวเดียวก็จัดการไม่ได้? มีดีแค่หน้าตาใช่ไหม?"
ในห้องโดยสาร สาวสวยสี่คนสี่สไตล์ทำหน้าตาน่าสงสาร สภาพดูไม่ได้
"พวกเราพยายามสู้เต็มที่แล้วนะคะ"
"ใช่ค่ะคุณชายน้อย แมลงชั้นยอดนั่นเก่งเกินไป พวกเราเพิ่งเคยเจอครั้งแรกเอง"
"คุณชายน้อย เค้ากลัวง่ะ"
"ฮือๆ เต่าน้อยที่เค้าเพิ่งซื้อมาแตกไปแล้ว ฮือๆ..."
เด็กหนุ่มมุมปากกระตุกยิ้ม คนเราเวลาพูดไม่ออกมันจะยิ้มออกมาเอง
"ช่างเถอะ เป็นกองเชียร์ไปเงียบๆ ละกัน" เด็กหนุ่มโบกมืออย่างหงุดหงิด "สุดท้ายก็ต้องพึ่งฝีมือคุณชายคนนี้เอง"
พูดจบ ก็บังคับรถหุ้มเกราะสะบัดท้ายมังกร ฝุ่นฟุ้งกระจาย พุ่งสวนกลับไปหาฝูงแมลงข้างหลัง
"ชนให้เละไปเลย—!"
แมลงธรรมดาหรือจะทนแรงชนรถหุ้มเกราะไหว โดนชนกระเด็น โดนบดขยี้ตายเรียบ
แต่เจ้าแมลงชั้นยอด ถึงจะถอยกรูด แต่ก็ใช้ขาใบมีดดันหน้ารถไว้ งัดข้อกับรถหุ้มเกราะ
ปัง!
ขาใบมีดสองข้างหนีบกระจกหน้ารถ ทำเอาสี่สาวกรี๊ดลั่น หน้าซีดเผือด
"หนวกหูโว้ย!"
เด็กหนุ่มหงุดหงิด บังคับรถถอยหลังอย่างชำนาญ ทิ้งระยะห่างแล้วพุ่งชนใหม่ ปืนใหญ่บนหลังคารถยกขึ้น ระดมยิงใส่ฝูงแมลงรอบๆ
"มีคน?"
ท่ามกลางความชุลมุน เด็กหนุ่มเหมือนจะเห็นอะไรบางอย่าง
ในฝุ่นควันและไฟสงคราม เงาสีแดงชาดกำลังพุ่งเข้ามาหาฝูงแมลงอย่างรวดเร็ว
สี่สาวในรถดีใจ "มีรุ่นพี่ผ่านมาช่วยเหรอคะ?"
"ช่วยบ้าอะไร มันพุ่งมาหาแมลงชั้นยอดต่างหาก" เด็กหนุ่มบ่นอุบ วินาทีต่อมา สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเหวอ "ตัวอะไรวะ ไก่เหรอ?"
"ว้าย~ ไก่ตัวผู้ตัวเบ้อเริ่มเลย!" สาวสวยข้างๆ ป้องปากร้อง "บนหลังมีหนุ่มน้อยรูปหล่อขี่อยู่ด้วย"
ที่น่าตกใจกว่าคือ หนุ่มบนหลังไก่นั่นดูอายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเขา
กล้าดีนี่ แต่ไม่กลัวตายเหรอ?
ทว่า ฉากต่อไปทำเอาเขาอ้าปากค้าง สงสัยในชีวิต
อัศวินขี่ไก่คนนั้นบุกทะลวงเข้ามาเหมือนไม่มีคนอยู่ หลบหลีกกระสุนปืนใหญ่ของเขาอย่างพลิ้วไหว จัดการแมลงลูกกระจ๊อกอย่างง่ายดาย พุ่งตรงไปหาแมลงชั้นยอด
กะต๊าก—!
เสียงไก่ขันก้องกังวาน ไก่ยักษ์กระพือปีก กระโดดถีบแมลงชั้นยอดกระเด็น
จากนั้นก็บินโฉบไปมาพร้อมกระหน่ำเหยียบ
เปลือกแข็งของแมลงชั้นยอดแตกเป็นรูพรุนด้วยความเร็วที่มองเห็นด้วยตาเปล่า ดวงตาทั้งหกข้างที่หัวโดนไก่จิกบอดหมด ขาใบมีดทั้งหกพยายามสวนกลับ แต่ยากจะโดนไก่ยักษ์ที่คล่องแคล่ว
พอนานๆ ทีโจมตีโดน ก็โดนแสงสีทองคุ้มกายไก่ยักษ์กันไว้ได้
เผลอแป๊บเดียว ขาใบมีดคมกริบหกข้างโดนฉีกไปแล้วสอง
(จบแล้ว)