เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 - เบญจธรรมราชันไก่

บทที่ 12 - เบญจธรรมราชันไก่

บทที่ 12 - เบญจธรรมราชันไก่


เลือกทิศทางได้แล้ว ก็เริ่มเดินเท้าสำรวจ

น่าเสียดายที่เดินหาอยู่นานสองนานก็ไม่เจอเงาอสุรกายแมลงสักตัว

"ไหนบอกว่าอสุรกายแมลงเยอะไง? อยู่ไหนหมด?"

อู๋เสียนเริ่มสงสัยในตัวเอง

พูดไม่ทันขาดคำ เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มก็ดังมาจากด้านหลัง ตามมาด้วยรถมอเตอร์ไซค์วิบากสุดเท่หลายคันซิ่งผ่านตัวเขาไป พริบตาเดียวก็หายวับไปกับตา

วินาทีนี้ เขาถึงเข้าใจว่าทำไม [ป้อมปราการปืนใหญ่] ถึงมีบริการเช่าพาหนะ

ตอนนั้นมีคนแนะนำเขาเหมือนกัน แต่เขาเห็นว่าแพงเลยไม่เช่า

"ช่างเถอะ ประหยัดเงินดีกว่า"

แต่ความจริงตอกย้ำว่า การประหยัดเงินครั้งนี้มันทุลักทุเลเอาเรื่อง

เดินบุกป่าฝ่าดงมาครึ่งชั่วโมง เริ่มจะสงสัยในชีวิตแล้ว

กระตุ้นม้วนภาพ เรียกราชันไก่ออกมา "ไก่ตัวใหญ่ขนาดนี้ น่าจะขี่ได้มั้ง?"

ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ค่อยยืมเสือดำของเทพเจ้าแห่งโชคลาภมาขี่แก้ขัด

กำลังจะปีนขึ้นหลังไก่ เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มก็ดังมาอีกระลอก รถมอเตอร์ไซค์วิบากสภาพค่อนข้างเก่าคันหนึ่งซิ่งเข้ามา เบรกสะบัดท้ายอย่างเท่ ฝุ่นตลบอบอวล

"ไปด้วยกันไหมไอ้หนู?" คนขี่คาบไม้จิ้มฟัน อายุราวสี่สิบกว่า ผิวคล้ำ การแต่งกายดูดิบเถื่อนสไตล์เวสต์แลนด์ "สามสิบ ราคาเดียว"

อู๋เสียนอึ้งไปครู่หนึ่ง รู้สึกคุ้นเคยแปลกๆ

อดนึกถึงพี่วินมอเตอร์ไซค์หน้าสถานีรถไฟในบ้านเกิดชาติก่อนไม่ได้

"ยี่สิบ" อู๋เสียนลองต่อราคา

"ได้ ขึ้นรถ!"

พี่วินฉีกยิ้มกว้าง บอกให้อู๋เสียนขึ้นซ้อนท้าย พร้อมโชว์คิวอาร์โค้ดรับเงิน

หลังจ่ายเงินขึ้นรถ พี่วินก็เปิดโหมดวิบากบ้าพลังทันที พาอู๋เสียนกระเด้งกระดอนจนไส้แทบไหล "ตัวแค่นี้กล้าลงดันเจี้ยนคนเดียว ไม่กลัวตายรึไง!"

"น้าก็มาคนเดียวไม่ใช่เหรอครับ?"

"เทียบกันได้ที่ไหน ฉันมันพวกเก๋าเกมแล้ว" พี่วินคุยโว "ดันเจี้ยนแมลงพวกนี้ฉันรู้ทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าบ้านตัวเอง ถ้าไม่ใช่เพราะเพิ่งถอยมอเตอร์ไซค์มือสองคันนี้มา อยากจะถอนทุนคืน ก็ขี้เกียจเสียเวลารับคนหรอก"

"โซนข้างหน้ามีอสุรกายชุกชุม เหมาะให้เด็กใหม่อย่างเอ็งฝึกมือพอดี"

ไม่นานนัก มอเตอร์ไซค์ก็เบรกสะบัดท้าย

"เอ้า ถึงแล้ว"

พี่วินส่งเสร็จก็บิดคันเร่งหายวับไป ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง

อู๋เสียนมองดูโซนที่มีอสุรกายแมลงเพ่นพ่าน รู้สึกว่าคุ้มกว่าเช่ารถเองเยอะ อย่างน้อยพี่วินก็รู้จุดเกิดมอนสเตอร์

บนทุ่งร้างที่เต็มไปด้วยซากแมลง มีอสุรกายแมลงกระจายตัวอยู่ประปราย กำลังกัดกินซากพวกเดียวกันเอง เป็นพวกอสุรกายแมลงระดับหนึ่ง ขนาดตัวพอๆ กับสุนัขพันธุ์กลาง

โยนม้วนภาพออกไป ราชันไก่ปรากฏตัวอย่างโดดเด่น สายตาเฉียบคมล็อกเป้าเหยื่อทันที

อาจจะสัมผัสได้ถึงอันตราย พวกแมลงที่กำลังกินอาหารพากันตื่นตัว พอเห็นมนุษย์เป็นๆ อย่างอู๋เสียน ก็รีบพุ่งเข้ามา

แต่พอเข้ามาใกล้ กลับโดนกลิ่นอายของราชันไก่ข่มจนตัวสั่น ไม่กล้าเข้าใกล้

"กะต๊าก—!"

ราชันไก่ขันก้อง อสุรกายแมลงไม่กี่ตัวนั้นเหมือนโดนผีหลอก ขาสั่นพั่บๆ

ในขณะเดียวกัน ราชันไก่ก็กระพือปีกพุ่งเข้าใส่

กรงเล็บไก่อันทรงพลังตะปบทีเดียว ฉีกร่างแมลงขาดครึ่งท่อนอย่างง่ายดาย ปากไก่จิกทะลุเปลือกแข็งๆ ได้สบายๆ

แมลงที่เหลือพยายามดิ้นรนสู้กลับ แต่โดนราชันไก่ที่บินว่อนไปมาอย่างคล่องแคล่วกดดันจนหาทิศหาทางไม่เจอ

เพียงชั่วพริบตา แมลงไม่กี่ตัวนั้นก็กลายเป็นเศษซากเกลื่อนพื้น ดูไม่ได้

ราชันไก่ที่ดูดซับ "พลังงานประสบการณ์" ยังไม่หนำใจ สายตาคมกริบกวาดมองรอบด้าน เริ่มหาเหยื่อรายต่อไป

ผ่านการเชื่อมต่อทางม้วนภาพ อู๋เสียนสัมผัสได้ชัดเจนว่าค่าสถานะบางอย่างของราชันไก่เพิ่มขึ้น นี่คือผลจากพรสวรรค์ [เบญจธรรมราชันไก่]

การฆ่าอสุรกายต่างมิติจะช่วยเสริมแกร่งพรสวรรค์เบญจธรรม เพิ่มค่าสถานะและความสามารถ

คุณธรรมฝ่ายบุ๋น: ลดการใช้พลังวิญญาณ

คุณธรรมฝ่ายบู๊: เพิ่มพลังโจมตี

คุณธรรมความกล้า: พลังป้องกันของขน

คุณธรรมความเมตตา: ความต้านทานพิษ

คุณธรรมความสัตย์: การกะจังหวะและความคล่องตัว

ส่วนพรสวรรค์ [สยบภูตขับไล่มาร] ทำให้เสียงขันของราชันไก่มีผลข่มขวัญรุนแรง โดยเฉพาะกับพวกงูเงี้ยวเขี้ยวขอและแมลง

เรียกได้ว่าเป็นนักฆ่าเผ่าแมลงโดยกำเนิด

การเดินทางหลังจากนั้นเรียกได้ว่าราบรื่นไร้อุปสรรค ราวกับเดินในสวนหลังบ้าน ราชันไก่ยิ่งสู้ยิ่งเก่ง ยิ่งสู้ยิ่งดุ

หน้าที่ของอู๋เสียนคือเดินตามหลังราชันไก่คอยเก็บ "ขยะ" น่าเสียดายที่วัสดุแมลงระดับหนึ่งไม่ค่อยมีราคา ได้แต่ขายชั่งกิโล

แต่ราชันไก่ดูเหมือนจะจับกลิ่นอายอสุรกายแมลงได้แม่นยำ เส้นทางที่บุกตะลุยไปเริ่มมีอสุรกายแมลงระดับสองโผล่มา จำนวนและความหนาแน่นของแมลงก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

"ราชันไก่จะไปทำอะไรน่ะ?"

เห็นฝูงแมลงรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนมากขึ้นเรื่อยๆ อู๋เสียนจำต้องเรียกเทพเจ้าแห่งโชคลาภออกมาคุ้มกัน

ด้วยปริมาณไอโชคลาภของเทพเจ้าแห่งโชคลาภในตอนนี้ ฝูงแมลงระดับหนึ่งสองผสมกันแค่นี้เจาะเกราะคุ้มกายแห่งโชคลาภไม่เข้าหรอก

แถมยิ่งเทพเจ้าแห่งโชคลาภมีค่าพลังสูงขึ้น ผลของการป้องกันด้วยไอโชคลาภก็ยิ่งดีขึ้น เมื่อก่อนไอโชคลาภ 100 หน่วยกันดาเมจได้ 100 หน่วย ตอนนี้ใช้แค่ 90 หน่วยก็กันได้แล้ว

ที่สำคัญคือเกราะคุ้มกายใช้แค่ไอโชคลาภ ไม่กินพลังวิญญาณ ไม่ต้องห่วงเรื่องมานาหมด

"นั่นมัน...?!"

ครู่ต่อมา มองเห็นรังนางพญาที่ถูกฝูงแมลงคุ้มกันแน่นหนาอยู่ข้างหน้า อู๋เสียนก็เข้าใจทันที

ราชันไก่กะจะบุกทะลวงรังนี่เอง

แต่เมื่อเผชิญหน้ากับรังนางพญาที่มี "ทหารคุ้มกันแน่นหนา" ราชันไก่ที่เพิ่งเลื่อนระดับเป็นสองดาวก็เริ่มตึงมือ พลังโจมตีพอไหว แต่เลือดกับเกราะเริ่มรับไม่ไหว ร่างภูตภาพวาดเริ่มหม่นแสงลงจากการโดนฝูงแมลงรุมทึ้ง

โชคดีที่ราชันไก่ไม่ได้สู้ตัวคนเดียว

เทพเจ้าแห่งโชคลาภปรายตามอง ไอโชคลาภรอบกายกลายเป็นลำแสงห่อหุ้มร่างราชันไก่ เสือดำคำรามข่มขวัญฝูงแมลง

ราชันไก่ที่เมื่อกี้ยังเพลี่ยงพล้ำ จู่ๆ ก็ฮึดสู้ขึ้นมา เหมือนเปิดโหมดอมตะ บุกตะลุยเข้าใส่รังนางพญาอย่างไม่เกรงกลัว

"จุ๊ๆ นี่สินะพลังแห่งเงินตรา?"

อู๋เสียนอดนึกถึงภาพพวกเทพทรูเติมเกมในโลกออนไลน์ชาติก่อนไม่ได้ เท่ระเบิดไปเลย

ในขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง ชายหนุ่มหน้าตาดีในชุดเครื่องแบบโรงเรียนศิลปะเติงเฟิงกำลังพยายามบุกรังนางพญา

ตรงหน้ามีภูตเอลฟ์เพลิงคอยควบคุมไฟเผาผลาญฝูงแมลง อีกตนเป็นเครื่องจักรสังหารระดมยิงปืนใหญ่ แต่อนิจจาฝูงแมลงมีเยอะเกินไป

"บุกไม่เข้าจริงๆ เหรอเนี่ย?"

ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างเสียดาย เขาเล็งรังนางพญานี้มานานแล้ว แต่มันก็ยังตึงมือไปหน่อย

ขณะที่กำลังจะถอดใจ ฝูงแมลงข้างหน้าจู่ๆ ก็ลดจำนวนลง แรงกดดันหายไปเยอะ

"เกิดอะไรขึ้น? ฝูงแมลงเหมือนจะถอยกลับไปรวมกันที่รังนางพญา"

ชายหนุ่มทั้งแปลกใจทั้งสงสัย รีบพาภูตภาพวาดทั้งสองตนรุกคืบเข้าไปทางรังนางพญา

...

ทางด้านอู๋เสียน ราชันไก่บุกทะลวงถึงรังเรียบร้อย กรงเล็บตะกุยลากหนอนแมลงตัวอ้วนกลมออกมาจากรัง ปากจิกทีเดียวเจาะจุดตาย นางพญาสิ้นใจ

พอนางพญาตาย ฝูงแมลงก็เหมือนขาดเสาหลัก เริ่มแตกตื่นวุ่นวาย บางตัวถึงขั้นกัดกินกันเอง สถานการณ์โกลาหลสุดๆ

"นางพญานี่ของดีนะ"

อู๋เสียนตื่นเต้น รีบเข้าไปดูศพนางพญา

นางพญาแมลงถึงจะอ่อนแอ แต่เป็นวัสดุหายาก มูลค่าสูงมาก

แต่ดีใจได้ไม่กี่วิ ก็ต้องสะดุ้งกับเสียงการต่อสู้ที่รุนแรง

หันไปมอง เห็นเอลฟ์เพลิงกับนักฆ่าจักรกลกำลังไล่กวาดล้างแมลงเข้ามาทางนี้

ข้างหลังภูตทั้งสอง มีชายหนุ่มหน้าตาดีเดินตามมา ตอนนี้กำลังจ้องอู๋เสียนตาค้าง

"สวัสดีครับ ผมโจวฉี นักเรียนปีสองโรงเรียนศิลปะเติงเฟิง"

โจวฉีข่มความตกใจไว้ ประสานมือทักทาย นึกไม่ออกเลยว่าคนตรงหน้าทำได้ยังไง

หรือจะพึ่งพาภูตแปลกหน้าสองตนนั้น?

"มีธุระอะไร?"

อู๋เสียนมองอย่างระแวดระวัง

หมอนี่มีพลังวิญญาณระดับสาม ภูตข้างกายตัวหนึ่งสามดาว อีกตัวสองดาวครึ่ง แถมยังมีสถานะเป็นนักเรียนศิลปะ เรียกว่าดาวรุ่งพุ่งแรงของแท้

"เรียนตามตรง พอดีผมกำลังวางโครงสร้างม้วนภาพชิ้นใหม่ ต้องใช้คุณสมบัติวิญญาณเฉพาะของนางพญาแมลง" โจวฉีลังเลเล็กน้อย "ไม่ทราบว่าจะยอมขายให้ได้ไหมครับ?"

ได้ยินดังนั้น อู๋เสียนก็คลายความระแวงลงบ้าง "ให้ราคาเท่าไหร่?"

โจวฉีดีใจ รีบเสนอราคา "สามหมื่นเป็นไงครับ?"

วัสดุหายากจากแมลงระดับสอง ราคานี้ถือว่าสมเหตุสมผล

"สามหมื่นห้า ขาดตัว" อู๋เสียนโก่งราคาหน้าตาเฉย

"ตกลง"

โจวฉีแม้จะลังเลนิดหน่อย แต่เขาสงสัยในตัวพี่ชายคนนี้มากจริงๆ

หลังจากนั้น ทั้งสองฝ่ายยื่นหมูยื่นแมว การซื้อขายราบรื่น

"บอกได้ไหมครับว่าคุณบุกเข้ามาในรังนางพญาได้ยังไง?" โจวฉีทนความอยากรู้ไม่ไหว

"ก็บุกเข้ามาดื้อๆ นี่แหละ" อู๋เสียนไม่มีอารมณ์จะอธิบาย เลยถามกลับ "ว่าแต่คุณสมบัติหายากของนางพญามันมีประโยชน์อะไรเหรอ?"

"ในคุณสมบัติหายากของนางพญามี 'กระแสข้อมูล' ที่เกี่ยวกับโลกแมลงแฝงอยู่ เป็นส่วนสำคัญมากในการเติมเต็มโครงสร้างและแนวคิดของม้วนภาพที่เกี่ยวข้อง" โจวฉีอธิบาย "แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องที่จิตรกรม้วนภาพถึงจะเข้าใจ สำหรับผู้ควบคุมภูตอย่างพวกคุณคงไม่มีประโยชน์เท่าไหร่"

"อ้อ" อู๋เสียนทำหน้ารับรู้ แกล้งทำเป็นเข้าใจ "พวกคุณใช้วิธีนี้หาแรงบันดาลใจและเชื่อมโยงจินตนาการสินะ?"

"จะเข้าใจแบบนั้นก็ได้ แต่นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่ง หลักๆ ยังต้องดูที่การตระหนักรู้และพรสวรรค์"

อู๋เสียนฟังแล้วก็ยังงงๆ กะว่าเดี๋ยวจะไปล่านางพญาอีกตัวกลับไปลองวิจัยเอง ดูซิว่าไอ้ "กระแสข้อมูล" ที่ว่ามันคืออะไรกันแน่

จากนั้นก็ขอตัวลาโจวฉี ให้ราชันไก่เปิดทาง เดินจากไปอย่างง่ายดาย

มองดูราชันไก่ไล่สับศัตรูเหมือนหั่นผัก โจวฉีใจเต้นไม่เป็นส่ำ

"ไม่เคยได้ยินว่ามีม้วนภาพสายเอลฟ์หรือสายสัตว์อสูรตัวไหนโหดขนาดนี้มาก่อน หรือจะเป็นมรดกตกทอดของตระกูลไหน?"

คิดไปคิดมา ก็ตบหน้าผากตัวเองดังฉาด

"เวรล่ะ ลืมขอเบอร์ติดต่อ!"

...

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 12 - เบญจธรรมราชันไก่

คัดลอกลิงก์แล้ว