- หน้าแรก
- ในเมื่อจนนักก็วาดเทพเจ้าแห่งโชคลาภขึ้นมาซะเลย
- บทที่ 11 - คณะล่าฝันและโลกแมลง
บทที่ 11 - คณะล่าฝันและโลกแมลง
บทที่ 11 - คณะล่าฝันและโลกแมลง
ในตอนนี้ เขามั่นใจแล้วว่าจะสามารถผสมสีสำหรับวาดราชันไก่และพยัคฆ์เทพได้
อู๋เสียนนำวัสดุเกรดเอระดับสองทั้งสองชุดออกมา กระตุ้นพลังวิญญาณเพื่อแทรกซึมและสกัดสารวิญญาณ
เมื่อเทียบกับเศษวัสดุเหลือใช้ สารวิญญาณภายในวัสดุคุณภาพดีนั้นบริสุทธิ์กว่ามาก สิ่งเจือปนก็น้อยนิด การสกัดและจัดการจึงง่ายกว่าเศษวัสดุหลายเท่า
จากนั้นเขานำสารวิญญาณที่สกัดได้มาผสมผสาน ปรุงแต่งให้ได้สีสันและเนื้อสัมผัสที่ต้องการ
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาลงมือผสมสีอย่างจริงจัง อู๋เสียนจึงระมัดระวังเป็นพิเศษ
ค่อยๆ ผสมสารวิญญาณหลายชนิดเข้าด้วยกันทีละนิด ด้วยความกังวลว่าโครงสร้างวิญญาณจะพังทลาย
กระบวนการทั้งหมดเต็มไปด้วยความลุ้นระทึก จนกระทั่งผสมสำเร็จในที่สุด เขาก็ยังแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
สำเร็จแล้วเหรอ?
ตอนฝึกกับเศษวัสดุ โครงสร้างวิญญาณพังไม่เป็นท่าอยู่บ่อยๆ ไม่นึกว่าพอลงสนามจริงจะสำเร็จในครั้งเดียว
"รู้สึกไม่ค่อยยากเท่าไหร่นะ"
อู๋เสียนแอบภูมิใจในใจเล็กน้อย
แน่นอนว่าอาจเป็นเพราะระดับความยากในการผสมสีไม่สูงนัก เพราะเป็นแค่วัสดุระดับสอง และสารวิญญาณที่นำมาผสมก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร
เมื่อสีหลักพร้อมแล้ว อู๋เสียนไม่รอช้า ลงมือวาดราชันไก่และพยัคฆ์เทพทันที
เริ่มจากทดลองวาดบนกระดาษฝึกวาดเพื่อตรวจสอบความเป็นไปได้
ภาพราชันไก่พิทักษ์เรือนในครั้งนี้ไม่พังทลาย กระดาษฝึกวาดเปล่งประกายระยิบระยับ เพียงแต่ติดขัดที่ข้อจำกัดของกระดาษฝึกวาด ทำให้ไม่สามารถก่อตัวเป็นม้วนภาพสมบูรณ์ได้
จากนั้นเขาจึงหยิบกระดาษเกรดดีแบบธรรมดาออกมา เริ่มวาดอย่างระมัดระวัง
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นราวกับสายน้ำไหล กระดาษวาดภาพถูกกฎเกณฑ์ของโลกล็อกเป้าอย่างรวดเร็ว ภาพลักษณ์ของราชันไก่พิทักษ์เรือนปรากฏขึ้นในหัว สอดประสานกับภาพวาดบนกระดาษ
วินาทีที่ตวัดพู่กันเสร็จสิ้น กฎเกณฑ์ของโลกก็รวมตัวกัน แสงเทพสาดส่อง
ราชันไก่ผู้สง่างามในภาพนิมิตในหัวโก่งคอขันก้อง และประทับแน่นลงในจิตวิญญาณของอู๋เสียน ยืนยันสิทธิ์ความเป็น 'เจ้าของลิขสิทธิ์'
ต่างจากม้วนภาพวิถีโบราณอย่างเทพเจ้าแห่งโชคลาภ [ราชันไก่] ไม่ได้ดูดซับวิญญาณและพลังชีวิตของอู๋เสียน แต่กระบวนการวาดทั้งหมดก็สูบพลังวิญญาณและพลังจิตของเขาไปมหาศาล
ภายใต้แสงเทพแห่งกฎเกณฑ์ที่ปกคลุมกระดาษ ด้ายทองร้อยรัดขอบภาพ แกนภาพทองแดงอันวิจิตรบรรจงก่อตัวขึ้นที่ปลายด้านหนึ่ง
พลังแห่งฟ้าดินจัดการเข้ากรอบให้เสร็จสรรพ ราชันไก่ในภาพดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตา
[ราชันไก่พิทักษ์เรือน]
ประเภท: ต้นฉบับ (ขอบปักดิ้นทอง)
ระดับ: แกนทองแดง
ภูตภาพวาด: ★☆
ค่าพลัง: 29
คุณสมบัติพรสวรรค์: สยบภูตขับไล่มาร เบญจธรรมราชันไก่
แกนทองแดง หนึ่งดาวครึ่ง ค่าพลัง 29 ข้อมูลโดยรวมถือว่าใช้ได้ เพราะวัสดุที่ใช้ก็พื้นๆ
พอกระตุ้นพลังวิญญาณเพื่อใช้งาน ราชันไก่ก็ค่อยๆ ปรากฏตัวท่ามกลางแสงนวลตา มันคือไก่ตัวผู้สีแดงทองตัวใหญ่ ขนสวยงามสดใส รูปร่างองอาจ สูงราวหนึ่งเมตร แววตาคมกริบ หงอนไก่สีแดงสดดุจเลือดเปรียบเสมือนมงกุฎแห่งราชา ยังคงกลิ่นอายศิลปะการตัดกระดาษไว้นิดๆ
คำเดียวสั้นๆ: เท่!
"วันหลังต้องตุนกระดาษวาดภาพไว้เยอะๆ แล้วสิ"
เขาเก็บราชันไก่กลับคืน ลุกขึ้นเตรียมตัวออกไปซื้อของ พร้อมกับเอารูป [ราชันไก่พิทักษ์เรือน] ที่วาดบนกระดาษฝึกวาดไปแปะไว้ที่ประตู ถือเป็นการใช้ของเหลือให้เป็นประโยชน์
พอเปิดประตูออกมา ก็เห็นกลุ่มคนแก่ยืนเข้าแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่ง โดยมีปู่ชางหมิงคอยสั่งจัดระเบียบแถว ทำเอาอู๋เสียนยืนงงเป็นไก่ตาแตก
ตั้งแต่ปู่นึกได้ว่าตัวเองเคยเป็นทหาร ก็เริ่มสงสัยว่าเพื่อนเก่ากลุ่มนี้อาจจะเป็นทหารด้วยเหมือนกัน
เลยจัดการ 'ฝึกทหาร' สุดโหดให้เหล่าเพื่อนเกลอ
"ปู่ครับ เบาๆ หน่อย ปู่หวังแกอายุเยอะแล้ว เดี๋ยวจะเป็นลมเป็นแล้งไปซะก่อน"
อู๋เสียนเตือนด้วยความห่วงใย ก่อนจะออกไปซื้อของ
เมื่อมาถึงเขตถนนเหนืออีกครั้ง บรรยากาศดูตึงเครียดผิดปกติ มีหน่วยทหารลาดตระเวนให้เห็นเป็นระยะ ทำให้อู๋เสียนรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
เขารีบโทรหาจ้าวเหอ และเจอตัวพวกเขากำลังคุ้ยขยะอยู่ที่จุดหนึ่ง
"เกิดอะไรขึ้นครับ ทำไมเขตถนนเหนือถึงมีทหารเยอะจัง?"
"เหมือนจะเกี่ยวกับนางพญาแมลงลอกคราบเมื่อคราวก่อน ทางหน่วยป้องกันเลยให้ความสำคัญมาก" จ้าวเหอเองก็ไม่รู้รายละเอียด "ได้ยินว่าสองวันมานี้เจออสุรกายแมลงโผล่มาหลายที่เลย"
"มิติแมลงรั่วไหลเหรอครับ?" อู๋เสียนขมวดคิ้ว
"น่าจะเป็นอย่างนั้น" จ้าวเหอเดา "เอาเป็นว่าช่วงนี้อย่าเพ่นพ่านไปไหนไกล รายได้ลดหน่อยก็ช่างมันเถอะ"
ทุกคนดูไม่ค่อยตื่นตระหนกเท่าไหร่
เพราะในย่านเนินสามหายนะ การรั่วไหลของมิติไม่ใช่เรื่องแปลก ปีหนึ่งต้องเจอสักหนสองหน
"จริงสิเถ้าแก่น้อย วันนี้ได้ของดีมาด้วย สนใจไหม?" จ้าวเหอทำท่าลับๆ ล่อๆ
"ของดีอะไรครับ?" อู๋เสียนตาเป็นประกาย
จ้าวเหอกับลูกน้องควักเศษวัสดุชิ้นเล็กชิ้นน้อยออกมาจากกระเป๋า แนะนำว่า "เก็บได้จากแถวโซนบ้านหรู เป็นของเกรดพรีเมียม อย่างต่ำก็เศษวัสดุจากอสุรกายระดับห้า"
อู๋เสียนไล่ดูทีละชิ้น เป็นของดีจริงด้วย
เขาจึงตกลงซื้อเศษวัสดุเหล่านั้นไว้ทั้งหมด
จากนั้นก็ไปร้านขายอุปกรณ์วาดภาพเจ้าเก่า ซื้อกระดาษเกรดดีห้าแผ่น และกระดาษฝึกวาดอีกสิบแผ่น
"พี่ครับ ไปท่ามิติฝั่งตะวันตก"
เขาเรียกแท็กซี่ไปที่ท่ามิติของประตูมิติเผ่าแมลง ตั้งใจจะพา [ราชันไก่พิทักษ์เรือน] ไปลงดันเจี้ยนแมลงเพื่อลองของ
พอไปถึงที่ ก็ต้องตกใจกับภาพความคึกคักตรงหน้า ร่างของผู้คนท่าทางหยิ่งผยองเดินขวักไขว่ไปมาในท่าเรือ รายล้อมไปด้วยนักผจญภัยมากมายที่มารุมล้อม
"ขอผู้ควบคุมภูตคุณภาพหน่อยได้ไหม" ไม่ไกลนัก เด็กหนุ่มในชุดเครื่องแบบโรงเรียนศิลปะเติงเฟิงยืนอยู่บนที่สูง ชี้นิ้วสั่งการเหล่านักผจญภัยรอบข้าง "สาวสวยมีไหม... อั๊ยยะ ขอแบบวัยรุ่นหน่อย... ป้าไม่เอานะครับ!"
"มองอะไร? คุณชายเพิ่งตั้งทีมครั้งแรก ขอเสพสุขหน่อยจะเป็นไรไป เดี๋ยวค่อยหาสาระทีหลัง"
"อุ๊ย พี่สาวคนนี้แจ่ม มาๆๆ มาเข้าทีมผมเร็ว"
อู๋เสียนมองดูฉากอันเหลือเชื่อนี้ แล้วก็เข้าใจทันที
"อ้อ จริงด้วย โรงเรียนศิลปะเปิดเทอมแล้วนี่นา"
ในฐานะนักเรียนศิลปะที่มีอนาคตไกล คนหนุ่มสาวเหล่านี้ย่อมเป็นที่จับตามองและเนื้อหอมสุดๆ
เหล่านักเรียนศิลปะมักจะเข้าไปในดันเจี้ยนต่างมิติเพื่อ 'เก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจ' และสำรวจหาไอเดีย นักผจญภัยทั้งหลายก็เต็มใจที่จะเข้าร่วมทีมเก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจเพื่อเป็นผู้คุ้มกัน ถือเป็นการ 'ลงทุนกับนางฟ้า'
เผื่อว่านักเรียนคนไหนกลายเป็นจิตรกรม้วนภาพผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต
และนี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้นักเรียนศิลปะเหล่านี้มีนิสัยเชิดหน้าชูคอ วางตัวสูงส่ง
แค่นี้ก็พอมองออกแล้วว่าสถานะของจิตรกรม้วนภาพนั้นสูงส่งเพียงใด
แค่สอบติดโรงเรียนศิลปะก็ยังเนื้อหอมขนาดนี้ ยิ่งถ้าเป็นจิตรกรม้วนภาพตัวจริงจะขนาดไหน
แน่นอนว่าก็ยังมีนักเรียนศิลปะบางคนที่วางตัวเรียบง่าย อย่างน้อยก็ดูปกติกว่าพวกนี้
"เก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจ?"
อู๋เสียนแอบขบคิด เขาไม่ค่อยเข้าใจว่าจิตรกรม้วนภาพเข้าไปเก็บเกี่ยวอะไรในต่างมิติ จะไปหาแรงบันดาลใจอะไรได้
ตอนนี้ถือโอกาสสังเกตการณ์คณะล่าฝันพวกนี้หน่อย เผื่อจะแอบจำอะไรดีๆ มาได้บ้าง
เดินมาถึงใต้ประตูมิติ เขาเลือกทางเข้าดันเจี้ยนแมลงระดับต้น จ่ายค่าตั๋ว 100 เหรียญวิญญาณ
กำลังจะเดินเข้าไป ก็โดนคณะล่าฝันกลุ่มหนึ่งเบียดกระเด็น
"หลบไปๆ อย่าขวางทาง!"
"คุณชายน้อยเดินระวังนะครับ อย่าสะดุดล้ม"
นักเรียนศิลปะท่าทางวางก้ามคนหนึ่งเดินอาดๆ ท่ามกลางวงล้อมของนักผจญภัย เดินกร่างเข้าไปในทางเข้าดันเจี้ยน พวกนักผจญภัยข้างๆ ต่างพากันพินอบพิเทา สรรเสริญเยินยอกันยกใหญ่
มองดูคนกลุ่มนี้เดินเข้าดันเจี้ยนไป อู๋เสียนก็อดบ่นไม่ได้ "เอ่อ... พวกเขาดูเหมือนจะไม่ได้ซื้อตั๋วนะ"
พนักงานคุมทางเข้ามองค้อนเขา แล้วชี้ไปที่ป้ายประกาศ "ดันเจี้ยนนี้อยู่ภายใต้การดูแลของโรงเรียนศิลปะเติงเฟิง นักเรียนและคณะล่าฝันเข้าฟรี"
"..."
อู๋เสียนมุมปากกระตุก
มิน่าล่ะนักเรียนศิลปะถึงเนื้อหอม แค่สิทธิ์เข้าดันเจี้ยนฟรีนี่ก็ยั่วน้ำลายพอแล้ว
คนเหมือนกันแท้ๆ ทำไมมันต่างกันขนาดนี้
ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้เราไม่มีเงินสอบล่ะ
แต่จะว่าไป วันหลังจะขอเกาะสิทธิ์เข้าฟรีของถังเถียวเถียวบ้างได้ไหมนะ?
ก้าวเข้าสู่จุดเชื่อมต่อมิติ ห้วงอวกาศบิดเบี้ยว ปรากฏตัวขึ้นในค่ายพักแรมที่ดูทันสมัยและล้ำยุค คณะล่าฝันกลุ่มเมื่อกี้เดินไปไกลแล้ว เสียงประกาศของสถานีพักพิงดังขึ้นข้างหู
"ป้อมปราการปืนใหญ่ ม้วนภาพอาณาเขตแกนทองแดงสามดาว"
เมื่อเทียบกับ [เมืองภูผามรณะ] ก่อนหน้านี้ [ป้อมปราการปืนใหญ่] ตรงหน้าน่าสนใจกว่ามาก
หลังจากเติมเสบียงง่ายๆ ในป้อมปราการ เขาก็เริ่มออกผจญภัยทันที
วินาทีที่ก้าวออกจากม่านแสงของสถานีพักพิง กลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้งก็พุ่งเข้าจมูก มองไปสุดสายตาเห็นซากแมลงเกลื่อนกลาด พืชพรรณรูปร่างประหลาดกระจายอยู่ทั่วผืนดินรกร้าง ราวกับโลกต่างดาว
(จบแล้ว)