เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 - มันสมเหตุสมผลเหรอ?

บทที่ 14 - มันสมเหตุสมผลเหรอ?

บทที่ 14 - มันสมเหตุสมผลเหรอ?


กว่าเขาจะได้สติ ศพแมลงชั้นยอดก็โดนคนคนนั้นเก็บไปแล้ว แถมยังเก็บกวาดซากแมลงตามทางไปอีกเพียบ

"คุณพระ เก่งมาก!"

"ไก่ตัวผู้ตัวนั้นสุดยอดไปเลย จัดการแมลงชั้นยอดได้ง่ายๆ เลย"

"คุณชายน้อยคะ หนุ่มหล่อคนนั้นก็นักเรียนศิลปะเหมือนกันเหรอคะ?"

แต่เด็กหนุ่มกลับเงียบกริบ แววตาเป็นประกาย จ้องมองแผ่นหลังของอัศวินขี่ไก่ที่กำลังจากไปเขม็ง

"ตาม!"

พูดจบ ก็เร่งเครื่องเต็มสูบไล่ตามอัศวินขี่ไก่ไป

สิ่งที่เขาใส่ใจไม่ใช่วัสดุแมลงชั้นยอดชุดนั้น แต่เป็นตัวอัศวินขี่ไก่คนนั้น และม้วนภาพอันทรงพลังในมือเขา

"ทีมเก็บตัวมหาวิทยาลัยไหนกัน? ยอดขุนพลชัดๆ!"

"ปีนี้มีหลายสถาบันมาเก็บตัวที่เมืองเย่าหยาง ไม่รู้ว่าเป็นเด็กใหม่ของมหาวิทยาลัยไหน?"

ปี๊นๆๆ—

บีบแตรเตือนรัวๆ ส่งสัญญาณให้อัศวินขี่ไก่หยุด

หารู้ไม่ อัศวินขี่ไก่ในตอนนี้กำลังสบถด่าพร้อมซิ่งหนีสุดชีวิต

"เชอะ~ ตัวเองไม่มีฝีมือ ยังไม่ยอมให้คนอื่นเอาไปอีกเหรอ?"

"ราชันไก่ ไปทางนั้น!"

ความเร็วของราชันไก่ย่อมสู้รถหุ้มเกราะไม่ได้ แต่ราชันไก่สามารถลุยไปในภูมิประเทศที่วิบากได้

ส่วนรถหุ้มเกราะข้างหลังเจอทางวิบากก็ต้องขับอ้อม

สลัดหลุดจากรถหุ้มเกราะสำเร็จ อู๋เสียนแอบกระหยิ่มใจ เที่ยวนี้กำไรเน้นๆ

แต่อนิจจา ดีใจได้ไม่นาน เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มก็ดังมาจากข้างหลังอีก

"..."

นึกว่ารถหุ้มเกราะตามมาทัน พอมองชัดๆ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นพิกล

เห็นรถมอเตอร์ไซค์เก่าๆ คุ้นตา ลากควันดำโขมงมาแต่ไกล ไม่ใช่ใครที่ไหน น้าวิมอเตอร์ไซค์คนก่อนหน้านั่นเอง

น้าวินไล่ตามราชันไก่ทัน พอเห็นว่าเป็นอู๋เสียน น้าวินก็ชะงักไปเหมือนกัน "อ้าว~ ไอ้หนู ยังไม่ตายอีกเหรอ?"

"..."

อู๋เสียนพูดไม่ออกกับคำทักทายของน้าแก

"ขี่ไก่ยักษ์เดินทาง มีสไตล์ดีนี่หว่าไอ้หนู" น้าเหลือบมองราชันไก่ของอู๋เสียน แซวขำๆ "จะไปไหม? สามสิบ ราคาเดียว"

"สิบห้า"

"ได้ ขึ้นรถ!" น้าวินรับงานทันที

ทำเอาอู๋เสียนพูดไม่ออก สงสัยคราวหน้าต้องกดราคาเหลือสิบ

จ่ายเงินขึ้นรถ น้าวินเปิดโหมดเร็วแรงทะลุนรกอีกครั้ง

ทั้งสองเพิ่งไปได้ไม่นาน รถหุ้มเกราะก็ตามมาถึงตรงนี้ เด็กหนุ่มเจ้าของรถเกาหัวแกรก หงุดหงิดสุดขีดที่ตามไม่เจอ

"ไม่ใช่ดิ พี่แกจะหนีอะไร? คุณชายอย่างฉันน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ?" เด็กหนุ่มไม่เข้าใจ

สาวสวยข้างๆ เดาเสียงเบา "เขาอาจจะนึกว่าคุณชายน้อยจะมาแย่งวัสดุแมลงชั้นยอดมั้งคะ?"

"แมลงชั้นยอดระดับสองตัวเดียวนี่นะ?" เด็กหนุ่มหมดคำจะพูด

"สำหรับคุณชายอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่สำหรับพวกเราคนธรรมดา มันเป็นเงินก้อนโตเลยนะคะ"

"เออๆ ก็ได้"

เด็กหนุ่มเบ้ปากอย่างเซ็งๆ ยังไงก็ไม่เข้าใจอยู่ดี เงินแค่นั้นจะทำอะไรได้?

จังหวะนั้น สเก็ตบอร์ดติดไอพ่นท้ายพ่นไฟวูบวาบก็ลอยมาหยุดอยู่เหนือรถหุ้มเกราะ ทำเอาสี่สาวตาลุกวาว

"รุ่นพี่โจว มาด้วยเหรอคะ?"

เด็กหนุ่มสายเปย์จำโจวฉีบนสเก็ตบอร์ดได้ทันที จุ๊ปากมองสเก็ตบอร์ดไอพ่นใต้เท้าโจวฉี

เป็นพาหนะที่ไม่เลว เสียอย่างเดียวพาสาวเชียร์มาด้วยไม่ได้ วันหลังหามาขับโชว์สาวเล่นสักอันก็ดี

"นึกว่าใครเอารถหุ้มเกราะมาลงดันเจี้ยนมือใหม่ ที่แท้ก็รุ่นน้องเสี่ยหวังนี่เอง" โจวฉีแซวขำๆ "จริงสิ นายเห็นคนพกม้วนภาพไก่ตัวผู้ตัวใหญ่ๆ บ้างไหม?"

เมื่อกี้ตอนกำลังกลับป้อมปราการ แว่วเสียงไก่ขันคุ้นหู เลยตามเสียงมา

"ไก่ตัวผู้?" รุ่นน้องเสี่ยหวังชะงัก "รุ่นพี่รู้จักพี่คนนั้นเหรอ?"

"ทำไม เจอเหรอ?" โจวฉีตาเป็นประกาย

"ก็ไล่ตามอยู่นี่ไง เสียดายคลาดกันแล้ว" รุ่นน้องเสี่ยหวังตื่นเต้น "ว่าแต่พี่คนนั้นสังกัดไหน? โหดเอาเรื่องนะ! แล้วไก่ยักษ์นั่น รุ่นพี่รู้ไหมว่าเป็นผลงานของปรมาจารย์ท่านไหน?"

โจวฉีส่ายหน้ายิ้ม "คำถามพวกนี้ฉันก็อยากถามนายเหมือนกัน"

จากนั้น ทั้งสองก็แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เจอมา

พอรู้ว่าอู๋เสียนจัดการแมลงชั้นยอดระดับสองได้สบายๆ โจวฉีก็ไม่แปลกใจ

กลับกัน รุ่นน้องเสี่ยหวังทำท่าตกใจเว่อร์วัง "อะไรนะ บุกเดี่ยวถล่มรังนางพญา? รุ่นพี่ล้อเล่นป่าวเนี่ย? มัน... มัน... สมเหตุสมผลเหรอ?"

"ก็ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่" โจวฉีหน้าเคร่งขรึม "แต่เห็นมากับตา"

...

อู๋เสียนนั่งรถกลับมาถึงเขตถนนเหนือ ตรงดิ่งไปร้านขายวัสดุเจ้าประจำ

"เถ้าแก่ ที่ร้านมี..."

เพิ่งอ้าปาก เถ้าแก่ก็ดักคอ "มี ร้านเรามีทุกอย่าง"

"เอ่อ ผมจะมาปล่อยของ"

เถ้าแก่เปลี่ยนโหมดทันควัน "รับ ร้านเรารับหมด ให้ราคายุติธรรม"

อู๋เสียนมองเถ้าแก่ที่นั่งชิลอยู่ในเคาน์เตอร์ คิดในใจว่าเถ้าแก่ก็น่าสนใจดีเหมือนกัน

ครู่ต่อมา มองกองซากแมลงพะเนินเทินทึก เถ้าแก่ผิดหวังเล็กน้อย "ของแมลงเหรอ ราคามันไม่ค่อยดีนะ อย่างที่รู้ๆ กัน"

"ไม่เป็นไร คิดตามราคาตลาดเลยครับ" อู๋เสียนเข้าใจ "อีกอย่าง ผมมีศพแมลงพิเศษอยู่ตัวหนึ่ง เถ้าแก่ดูให้หน่อยว่าได้เท่าไหร่?"

พูดจบ ก็งัดศพแมลงชั้นยอดระดับสองออกมา

"หืม~?!" เถ้าแก่ตาสว่างทันที "แมลงชั้นยอดระดับสอง พ่อหนุ่มฝีมือไม่เบานี่!"

"ฟลุคครับ... เก็บตกของชาวบ้านมา"

"เสียหายหนักไปหน่อย แต่ยังไงก็เป็นวัสดุชั้นยอด" เถ้าแก่พิจารณาสภาพ แล้วตีราคาคร่าวๆ "แยกขายคงได้สักสามหมื่น เหมาหมดสามหมื่นละกัน โอเคไหม?"

"ตกลง"

จากนั้น เถ้าแก่สั่งลูกน้องนับของ รวมกับวัสดุแมลงอื่นๆ ทั้งหมดเป็นเงิน 54,382 เหรียญวิญญาณ

"จริงสิ ที่ร้านมีวัสดุหายากไหมครับ?" อู๋เสียนถามเผื่อไว้

"มี แต่มีแค่ระดับสี่ลงไปนะ" เถ้าแก่ตอบทันที "แถมของที่มีหน้าร้านไม่เยอะ ถ้าอยากได้เจาะจง สั่งของได้"

"เอ่อ ตอนนี้ยังไม่ต้องการ แค่ถามดูเฉยๆ" อู๋เสียนรีบขอตัวลา

"ไว้มาอุดหนุนใหม่นะพ่อหนุ่ม"

ออกจากร้านขายวัสดุ เดินไปร้านขายยาใกล้ๆ

ทุ่มเงินหนึ่งหมื่นแปด ซื้อ [น้ำยาเร่งพลังวิญญาณ] มาหนึ่งกล่อง เป็นน้ำยาวิญญาณที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการฝึกฝนพลังวิญญาณ ของที่คนรวยเขาใช้กัน

ตอนนี้เรื่องม้วนภาพแก้ปัญหาได้แล้ว แต่ระดับพลังวิญญาณของตัวเองต้องตามให้ทันด้วย

พอฝึกถึงระดับสอง การเลื่อนระดับเริ่มยากขึ้นเห็นได้ชัด

ต้องรู้ก่อนนะว่า ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนธรรมดามันมีทุกด้าน

อยากตามรอยเท้าคนรุ่นเดียวกันให้ทัน การลงทุนทรัพยากรการฝึกฝนก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

กลับถึงสลัม

ปู่ดูแปลกไปมากตั้งแต่ความทรงจำฟื้นคืนมาบางส่วน

นี่ไง ไม่รู้ไปหาเครื่องออกกำลังกายมาจากไหน กำลังยกเหล็กอยู่ในบ้าน

"มา~ หลาน มาออกกำลังกายกับปู่!" ปู่ยกดัมเบลด้วยมือเดียว กวักมือเรียกอู๋เสียน "ลูกผู้ชายต้องมีกล้าม ร่างกายที่แข็งแกร่งคือรากฐานของการต่อสู้"

"..."

อู๋เสียนถึงจะขำ แต่ก็ไม่อยากขัดใจปู่ เลยเล่นเป็นเพื่อน

"เอ้อ~ พยายามอย่าใช้พลังวิญญาณ ไม่งั้นไม่ได้ผล" ปู่คอยจัดท่าให้อู๋เสียนพลางเตือน "วันสองวันนี้ปู่นึกเทคนิคการต่อสู้กับวิธีฝึกร่างกายในกองทัพขึ้นมาได้ เดี๋ยวจะสอนให้ วันหน้าเวลาตีกับใครจะได้ใช้"

อู๋เสียนพยักหน้าหงึกหงัก ไม่กล้าปฏิเสธความหวังดีของปู่

"จริงสิ เมื่อกี้แม่หนูตระกูลถังมาหา เดี๋ยวโทรกลับหาเขาหน่อยนะ"

"ครับ"

เล่นกับปู่ต่ออีกสักพัก ก็กลับเข้าห้อง โทรกลับหาถังเถียวเถียว

"เจ๊เถียวมาหาผมเหรอ? มีอะไรครับ?"

"ก็นี่เป็นการลงดันเจี้ยนเก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจครั้งแรก ก็เลยอยากชวนนายเข้าคณะล่าฝันด้วยกันไง" ถังเถียวเถียวหัวเราะร่า "เสียดายวันนี้นายไม่อยู่ อดเห็นความเท่ของกระต่ายหยกฉันเลย เท่ระเบิด!"

อู๋เสียนยิ้มแห้ง "คราวหน้าบอกล่วงหน้าหน่อยนะครับ"

สิทธิ์เข้าฟรีแบบนั้น ไม่ใช้ก็เสียของเปล่า

"แล้วนายซื้อม้วนภาพอะไรมา? ใช้ดีไหม?" ถังเถียวเถียวถามด้วยความอยากรู้ "ช่วงนี้ฉันก็ว่าจะหาม้วนภาพอื่นมาเสริมกำลังรบอยู่เหมือนกัน"

"ถึงเวลาเดี๋ยวก็รู้เอง" อู๋เสียนทำความลับ

"เชอะ~" ถังเถียวเถียวไม่สน "ม้วนภาพราคาไม่เกินสองล้าน จะเก่งแค่ไหนเชียว?"

อู๋เสียนยิ้มไม่ตอบ

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 14 - มันสมเหตุสมผลเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว