- หน้าแรก
- สตรีมเมอร์กู้จักรวาล แค่ไลฟ์สดจกพุงเสือ ก็กลายเป็นขวัญใจคนทั้งกาแล็กซี
- บทที่ 28 : กองทัพกบฏแทบอกแตกตายเพราะลูกน้องใบ้!
บทที่ 28 : กองทัพกบฏแทบอกแตกตายเพราะลูกน้องใบ้!
บทที่ 28 : กองทัพกบฏแทบอกแตกตายเพราะลูกน้องใบ้!
บทที่ 28 : กองทัพกบฏแทบอกแตกตายเพราะลูกน้องใบ้!
"ไอ้พวกสวะ! พวกแกมันพวกไม่ได้เรื่อง ทำอะไรก็พังพินาศไปหมด!"
วัลเคนมองดูลูกน้องที่ยืนตัวสั่นงันงกไม่กล้าแม้แต่จะปริปากพูด แล้วก็เดือดดาลจนฟิวส์ขาด กวาดข้าวของบนโต๊ะทิ้งกระจุยกระจาย ปาใส่หน้าไอ้พวกไม่ได้เรื่องพวกนั้นอย่างเกรี้ยวกราด
พวกลูกน้องโดนปาใส่จนหัวร้างข้างแตก เลือดอาบหน้า แต่ก็ไม่มีใครกล้าหลบ กลัวว่าจะยิ่งโดนหนักกว่าเดิม
"สั่งให้ไปสืบเรื่องนังคนดูแลสัตว์ที่ชื่อเหลียงเหอ แต่พวกแกดันพาตัวเองไปติดคุกซะงั้น!"
ยิ่งพูดถึงเรื่องนี้ วัลเคนก็ยิ่งของขึ้น
เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่านังเด็กเมื่อวานซืนจากดาวบ้านนอกอย่างดาวบลูสตาร์ ทำไมถึงมีปัญญาจัดการกับลูกน้องฝีมือดีของเขาตั้งสามคนได้?!
สรุปสั้นๆ ก็คือ... ไอ้พวกลูกน้องของเขามันห่วยแตกเองนั่นแหละ!
"แล้วยังมีเรื่องที่ฉันอุตส่าห์ไปขอความร่วมมือจากสายข่าวบนดาว D139 เพื่อล่อให้ยัยเหลียงเหอนั่นออกจากเขตอนุรักษ์ฯ อีก ผลเป็นไงล่ะ? สั่งให้ไปดักปล้นคน แต่ดันโดนเขายิงปืนใหญ่สวนกลับมาจนยานเละเป็นจุลทั้งคนทั้งยาน!"
มีลูกน้องไม่ได้เรื่องแบบนี้ ทำเอาคนเป็นหัวหน้าอย่างเขาแทบจะเอาปี๊บคลุมหัวเดิน!
"ทำไมไม่พูดฮะ?! อมสากอยู่หรือไง เป็นใบ้เหรอวะ?!"
โดนตะคอกใส่หน้าขนาดนี้ ไอ้ลูกน้องกลับพยักหน้าหงึกๆ ทำตาใสซื่อ... เพราะมันเป็นใบ้จริงๆ
เดิมทีลูกน้องใบ้คนนี้เป็นแค่ลิ่วล้อระดับล่างสุด ไม่มีทางได้เสนอหน้ามาให้วัลเคนเห็นหรอก แต่เพราะภารกิจล้มเหลวพังไม่เป็นท่าติดๆ กันสองครั้งรวด ตอนนี้วัลเคนเลยกลายเป็นขุนพลไร้กองทัพ เหลือลูกน้องให้สับโขกแค่ไอ้ใบ้นี่คนเดียว
พอคิดได้แบบนั้น วัลเคนก็โกรธจนปวดขมับ ชี้หน้าไอ้ลูกน้องใบ้ด้วยมือที่สั่นเทา หน้าดำหน้าแดงไปหมด
"นี่แกเป็นสายลับที่ศัตรูส่งมาปั่นประสาทฉันให้ตาย เพื่อที่พวกมันจะได้ขึ้นเป็นใหญ่แทนใช่ไหมฮะ?!"
เขาไม่อยากจะคิดเลยว่า ถ้าเบื้องบนรู้เรื่องความล้มเหลวซ้ำซากนี้เข้า จะมองว่าเขาไร้ความสามารถแล้วสั่งปลดเขาออกจากตำแหน่งหรือเปล่า!
ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห ยิ่งโมโหก็ยิ่งจินตนาการไปไกล วัลเคนทั้งโกรธทั้งกลัว วิตกกังวลกับอนาคตของตัวเองจนแทบนั่งไม่ติด
"ไสหัวไป! ไสหัวออกไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้!"
หลังจากไล่ตะเพิดไอ้ลูกน้องใบ้ที่เอาแต่เงียบเป็นเป่าสากออกไปแล้ว วัลเคนก็เริ่มใช้ความคิดหาวิธีแก้ตัว
ตอนนี้ถ้าเขาอยากจะสร้างผลงานไถ่โทษ เพื่อกู้ภาพลักษณ์ในสายตาเบื้องบนกลับคืนมา มีแค่สองทางเลือกเท่านั้น คือ หนึ่ง... จับตัวบีสต์แมนระดับ SSS มาให้ได้ หรือ สอง... ลักพาตัวเหลียงเหอ แล้วใช้หล่อนเป็นเหยื่อล่อจับบีสต์แมนระดับ SSS!
ในเมื่อลูกน้องที่มีอยู่มันพึ่งพาไม่ได้ เขาก็เหลือทางเลือกสุดท้าย... ต้องไปขอความช่วยเหลือจาก 'หมอนั่น'
[ถึงเพื่อนเก่า เอเลียส... ฉันต้องการความช่วยเหลือจากนาย ด่วนที่สุด]
หลังจากชั่งใจอยู่นาน ในที่สุดวัลเคนก็ตัดสินใจส่งข้อความนี้ออกไป
'เอเลียส' ชื่อนี้เป็นตัวแทนของความตายและอำนาจมืดอย่างแท้จริง
------------------------
กลับมาที่ดาว D139...
เพราะโดนจับได้คาหนังคาเขาว่ากำลังพยายาม 'ฉกคน' ไปต่อหน้าต่อตา ถึงจะแค่พูดเล่นๆ ก็เถอะ แต่ดยุกควงหลินก็ยังแอบกระดากอายจนไม่กล้าสู้หน้าฮั่วอัน สุดท้ายเลยต้องยอมตกปากรับคำ ปล่อยให้ฮั่วอันห่อควงเหย่ใส่กล่องส่งกลับไปรักษาตัวที่เขตอนุรักษ์สัตว์ป่าดาวเทียนเย่าแต่โดยดี
ก็ใครใช้ให้ตอนนี้ควงเหย่ติดเหลียงเหอแจจนไม่เห็นหัวพ่อบังเกิดเกล้าอย่างเขาแล้วล่ะ
"คุณเหลียงเหอครับ ฝากดูแลไอ้ลูกชาย... เอ้ย ฝากดูแลเจ้าเสือดาวหิมะด้วยนะครับ"
ดยุกควงหลินมีภารกิจด่วนจากจักรวรรดิ ต้องรีบเดินทางกลับไปยังดาวจินฮุย จึงไม่สามารถเดินทางไปด้วยได้
โชคดีที่หลังจากได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องมาหลายวัน เสือดาวหิมะเมิ่งจี๋ก็พ้นขีดอันตรายภายใต้การดูแลอย่างเอาใจใส่ของเหลียงเหอ และแข็งแรงพอที่จะโดยสารยานบินด่วนพิเศษกลับไปยังดาวเทียนเย่าได้แล้ว
"ท่านดยุกวางใจได้เลยค่ะ ฉันจะดูแลเสือดาวหิมะเมิ่งจี๋เป็นอย่างดีค่ะ"
เห็นดยุกควงหลินพร่ำฝากฝังด้วยความอาลัยอาวรณ์ เหลียงเหอก็อดซาบซึ้งใจไม่ได้ ในฐานะผู้อุปการะ เขารักและรับผิดชอบต่อเสือดาวหิมะเมิ่งจี๋อย่างแท้จริง
หลังจากร่ำลาดยุกควงหลินเสร็จ เหลียงเหอก็พาเสือดาวหิมะที่ตอนนี้เดินเหินได้คล่องแคล่วแล้วขึ้นยานบินด่วนพิเศษ คราวนี้คงเพราะบทเรียนจากการโดนซุ่มโจมตีครั้งก่อน ศูนย์บัญชาการจึงส่งนักบินรุ่นเก๋ามากประสบการณ์มาขับยานให้
"เฮ้! รอฉันด้วย!"
จังหวะที่ประตูยานกำลังจะปิด จู่ๆ ฮั่วเอ๋อร์เต๋อที่หายหัวไปหลายวันก็โผล่พรวดมาที่หน้าประตู โบกไม้โบกมือหยอยๆ ร้องเรียกให้เหลียงเหอรอก่อน
"แฮก... แฮก... ในที่สุดก็มาทันเวลา"
"นายมาทำไม?"
ฮั่วอันยืนกอดอก ปรายตามองฮั่วเอ๋อร์เต๋อที่กำลังหอบแฮกๆ ด้วยสายตาเย็นชา คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์
"โธ่ อาเล็ก! ทำไมใจจืดใจดำจังเลยล่ะครับ! ผมอุตส่าห์วิ่งวุ่นช่วยอาปราบพวกกบฏที่เหลือจนเหนื่อยสายตัวแทบขาด ข้าวปลาก็ไม่ได้ตกถึงท้อง ต้องทนดูดแต่สารอาหารประทังชีวิตเนี่ย!"
ฮั่วอันกับฮั่วเอ๋อร์เต๋อเป็นอาหลานกันเหรอเนี่ย?! เหลียงเหอแอบเซอร์ไพรส์อยู่ในใจ
และเมื่อได้ยินคำฟ้องร้องของฮั่วเอ๋อร์เต๋อ เหลียงเหอก็หันไปมองฮั่วอันด้วยความสงสัย ทำเอาฮั่วอันถึงกับตัวแข็งทื่อ ก่อนจะตวัดสายตาพิฆาตใส่หลานชายตัวแสบ
"ถ้าอย่างนั้น... แกก็อยู่ช่วยเคลียร์พื้นที่บนดาว D139 ให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยกลับก็แล้วกัน"
พูดจบ ฮั่วอันก็เอื้อมมือไปกดปิดประตูยานอย่างไร้เยื่อใย ไม่เปิดโอกาสให้ฮั่วเอ๋อร์เต๋อได้โต้แย้ง แต่ฮั่วเอ๋อร์เต๋อรู้ทัน เอาตัวแทรกเข้าไปขวางประตูไว้ได้หวุดหวิด
"อาเล็ก! ตอนนี้ผมเป็นบอดี้การ์ดของคุณเหลียงเหอนะครับ! คนเดียวที่จะตัดสินใจว่าจะให้ผมอยู่หรือไปได้ ก็คือคุณเหลียงเหอเท่านั้น!"
ที่ฮั่วเอ๋อร์เต๋อตื้อไม่ยอมถอยแบบนี้ ไม่ใช่เพราะรักงานอะไรหรอก แต่เป็นเพราะฝีมือทำกับข้าวของเหลียงเหอมันอร่อยจนลืมไม่ลงต่างหาก! ขืนให้อยู่ที่นี่กินสารอาหารต่อ เขาต้องขาดใจตายแน่ๆ!
"คุณเหลียงเหอคร้าบ~ คุณยังต้องการบอดี้การ์ดอย่างผมอยู่ใช่ไหมคร้าบ?"
เจอชายฉกรรจ์ร่างยักษ์กล้ามล่ำบึ้กมาทำเสียงออดอ้อนใส่แบบนี้ เหลียงเหอถึงกับขนลุกเกรียวไปทั้งตัว รู้สึกสยองจนแทบจะอาเจียน
บอกตามตรง... เธอเริ่มจะเข้าใจหัวอกของฮั่วอันแล้วล่ะ แต่ตอนนี้ในความดูแลของเธอมีก้อนขนเพิ่มมาอีกตั้งหนึ่งตัว มีฮั่วเอ๋อร์เต๋อไว้คอยช่วยแบกหามหรือสับเนื้อกระดูกก็เข้าท่าดีเหมือนกัน
"พี่ฮั่วคะ ให้เขาขึ้นมาเถอะค่ะ อย่างน้อยกลับไปเขาก็ช่วยฉันขนของหรือสับเนื้อได้นะคะ"
ได้ยินเหลียงเหอออกโรงช่วยพูดให้ ฮั่วอันก็เห็นด้วยกับเหตุผลนั้น เดิมทีที่เขาส่งฮั่วเอ๋อร์เต๋อไปอยู่กับเหลียงเหอ ก็เพื่อคุ้มครองเธอในตอนที่เขาไม่อยู่
ในเมื่อตอนนี้เหลียงเหอยังต้องการเขาอยู่ จะหนีบหลานชายตัวดีนี่กลับไปด้วยก็ไม่ใช่ปัญหา
"ในเมื่อเป็นแบบนั้น แกก็เชื่อฟังคำสั่งของเหลียงเหอให้ดีล่ะ เขตอนุรักษ์ฯ ของฉันไม่เลี้ยงคนกินข้าวเปล่าหรอกนะ"
"รับทราบครับผม!"
พอฮั่วอันยอมใจอ่อน ฮั่วเอ๋อร์เต๋อก็รีบขยิบตาปิ๊งๆ ส่งซิกขอบคุณเหลียงเหอที่ช่วยพูดให้
แต่ดันโดนฮั่วอันจับได้คาหนังคาเขา เลยโดนถลึงตาใส่พร้อมกับเบ้ปากหมั่นไส้... เฮ้อ ชักจะเริ่มเสียใจที่ให้มันตามมาด้วยซะแล้วสิ
ยานบินด่วนพิเศษมีขนาดเล็กกว่ายานอวกาศโดยสารมาก แต่ก็กว้างขวางพอให้ผู้โดยสารสี่คน ซึ่งรวมถึงสวีอี้และเสือดาวหิมะเมิ่งจี๋ที่เกาะติดเหลียงเหอแจ นั่งกันได้อย่างสบายๆ ไม่แออัด
"เสือดาวน้อย มากินข้าวเร็ว"
เหลียงเหอเลือกที่นั่งตรงกลางโดยมีเสือดาวหิมะนั่งอยู่ข้างๆ ส่วนฮั่วอัน สวีอี้ และฮั่วเอ๋อร์เต๋อ กระจายตัวนั่งประกบหน้าหลัง เป็นค่ายกลคุ้มกันอย่างแน่นหนา
ด้วยความพยายามอย่างหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมา อาการของเสือดาวหิมะเมิ่งจี๋ก็ดีขึ้นมาก ความอยากอาหารก็กลับมาเป็นปกติ โชคดีที่ก่อนออกเดินทาง เหลียงเหอทำเนื้อกระป๋องโฮมเมดลอตใหม่เตรียมไว้เยอะพอสมควร ให้เจ้าเสือดาวหิมะกินได้แบบจุใจไปเลย
"เหมียว~"
พอได้กลิ่นหอมของเนื้อกระป๋อง เสือดาวหิมะก็ไม่ได้พุ่งเข้าใส่แบบตะกละตะกลามเหมือนเคย มันเอาหัวมาถูไถแก้มเหลียงเหอเบาๆ แล้ววางปลายหางนุ่มๆ ลงบนฝ่ามือของเธอ ออดอ้อนอย่างน่ารักน่าชังเพื่อเป็นการขอบคุณสำหรับของอร่อย
"ฮ่าๆๆ เอาล่ะๆ เลิกอ้อนได้แล้ว รีบกินเนื้อซะสิ"
เหลียงเหอที่แพ้ทางสัตว์ขนปุยอยู่แล้ว ลูบหัวโตๆ ของเสือดาวหิมะด้วยความเอ็นดู บีบหูมันเล่นเบาๆ แล้วเลื่อนเนื้อกระป๋องไปตรงหน้ามัน
ตอนนี้เธอไม่ต้องเอาอาหารมาล่อให้มันยอมกินยาอีกแล้ว มันอยากกินเท่าไหร่เธอก็ให้กิน ขอแค่ไม่กินจนจุกตายก็พอ
ภาพความอบอุ่นและน่ารักระหว่างหนึ่งคนกับหนึ่งสัตว์ร้าย ทำเอาสวีอี้กับฮั่วเอ๋อร์เต๋อที่ต้องทนฝืนกลืนสารอาหารรสชาติแย่ๆ แอบอิจฉาตาร้อนผ่าวอยู่ในใจ
ทำไมเจ้าเสือดาวนั่นถึงได้กินเนื้อกระป๋องแสนอร่อย แต่พวกเขากลับต้องมานั่งดูดสารอาหารด้วยล่ะ! โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมเอาซะเลย!
"เหลียงเหอ! ผมก็อยากกินเนื้อกระป๋องบ้างอ่า!"
[จบตอน]