เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 : เธอคือความหวังของบีสต์แมนระดับ SSS ทุกคน!

บทที่ 29 : เธอคือความหวังของบีสต์แมนระดับ SSS ทุกคน!

บทที่ 29 : เธอคือความหวังของบีสต์แมนระดับ SSS ทุกคน!


บทที่ 29 : เธอคือความหวังของบีสต์แมนระดับ SSS ทุกคน!

เห็นสวีอี้กับฮั่วเอ๋อร์เต๋อทำหน้าละห้อย หิวโซขนาดจ้องจะแย่งเนื้อกระป๋องของเสือดาวหิมะเมิ่งจี๋กิน เหลียงเหอก็ทั้งขำทั้งสงสาร รีบหยิบกล่องข้าวที่เตรียมไว้ออกมาแจกจ่ายให้ทั้งคู่

"โชคดีนะที่ตอนทำเนื้อกระป๋องให้ควงเหย่ ฉันเผื่อเวลาทำกับข้าวใส่กล่องมาด้วย ไม่งั้น... เจ้าเสือดาวน้อยของฉันต้องโดนแย่งข้าวชัวร์เลย"

ได้ยินเหลียงเหอพูดแหย่ สวีอี้กับฮั่วเอ๋อร์เต๋อก็ไม่โกรธสักนิด กลับรับกล่องข้าวมาด้วยสีหน้าปลาบปลื้มน้ำตาแทบไหล

"ผมรู้อยู่แล้ว ว่าเหลียงเหอต้องไม่ลืมพวกเรา!"

"ใช่ๆๆ! ติดสอยห้อยตามเหลียงเหอ รับรองไม่อดตาย เยี่ยมไปเลย!"

เห็นสองคู่หูหน้าหนายืนประจบสอพลอแลกข้าวกิน ฮั่วอันก็แทบจะหลุดขำออกมา โดยเฉพาะฮั่วเอ๋อร์เต๋อ หลานชายตัวดีนี่มันช่างทำตัว 'สร้างชื่อเสียง' ให้อาอย่างเขาซะจริงๆ!

"แต่ว่า... ข้าวกล่องมันเย็นชืดหมดแล้ว จะกินยังไงล่ะ?"

เพราะชาวอวกาศคุ้นชินกับการกินสารอาหารมาตลอด เลยไม่มีคอนเซปต์ของการกิน 'อาหารร้อนๆ' อย่าว่าแต่ยานบินด่วนพิเศษเลย แม้แต่ยานอวกาศโดยสารขนาดใหญ่ก็ไม่มีอุปกรณ์อุ่นอาหารติดตั้งไว้หรอก

"ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันฝากเพื่อนที่ดาวบลูสตาร์ซื้อไมโครเวฟแล้วส่งผ่านไปรษณีย์ด่วนพิเศษข้ามดวงดาวมาให้แล้ว ขอแค่มีปลั๊กไฟก็ใช้ได้เลย"

ตอนที่ถูกเรียกตัวด่วนมาที่ดาว D139 เหลียงเหอก็เล็งเห็นปัญหาเรื่องการอุ่นอาหารแล้ว เธอเลยรีบไหว้วานให้เพื่อนจัดการส่งไมโครเวฟตามมาให้ถึงที่

"หัวหน้าฮั่วอันคะ ค่าไมโครเวฟกับค่าส่งไปรษณีย์... เบิกได้ใช่ไหมคะ?"

ของพวกนี้ไม่ใช่ของใช้แล้วทิ้ง เอาไปตั้งไว้ใช้ที่เขตบริการที่เจ็ดต่อได้ ถือเป็น 'อุปกรณ์สำนักงาน' ได้... มั้ง?

เห็นเหลียงเหอเอะอะก็เรียก 'หัวหน้าฮั่วอัน' ฮั่วอันไม่ได้มองว่าเธอประจบประแจงเลยสักนิด กลับรู้สึกว่าเธอเป็นคนแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้ดีมากต่างหาก

"แน่นอนครับ เบิกได้อยู่แล้ว"

ฮั่วอันกระตุกยิ้มมุมปาก อนุมัติคำขอเบิกงบอย่างรวดเร็ว ทำเอาเหลียงเหอยิ้มแก้มปริจนตาหยี

รู้อยู่แล้วเชียว ว่าหัวหน้าฮั่วอันเป็นเจ้านายที่ใจป้ำสุดๆ!

เพราะสวีอี้กับคนอื่นๆ ไม่รู้วิธีใช้ไมโครเวฟ แถมยังหิวจนตาลาย เหลียงเหอเลยต้องเป็นคนสาธิตวิธีอุ่นอาหารให้ดูรอบหนึ่ง ก่อนจะปล่อยให้พวกเขาจัดการส่วนที่เหลือกันเอง

"ว้าว! นี่มันเมนูอะไรเนี่ย? เอามาคลุกข้าวสวยร้อนๆ ต้องอร่อยเหาะแน่ๆ!"

พอเปิดฝากล่องข้าว กลิ่นหอมเข้มข้นของซอสก็ลอยเตะจมูก อย่าว่าแต่สองสายกินอย่างสวีอี้และฮั่วเอ๋อร์เต๋อเลย แม้แต่ฮั่วอันก็ยังลอบกลืนน้ำลาย

"เนื้อตุ๋นมันฝรั่งน่ะค่ะ ฉันเห็นว่าพวกคุณกินเผ็ดกันได้ เลยแอบใส่พริกไปนิดหน่อย"

บังเอิญจริงๆ ที่ทั้งสามคนนี้เคยลิ้มรสฝีมือทำอาหารของเธอมาแล้ว เหลียงเหอเลยกะระดับความเผ็ดที่แต่ละคนรับไหวได้อย่างแม่นยำ

เหตุผลที่เธอเลือกทำเมนูนี้ ก็เพราะการเดินทางไกล เนื้อตุ๋นมันฝรั่งจะเก็บไว้ได้นานกว่า แถมตอนเอาไปอุ่นไมโครเวฟ น้ำซอสชุ่มฉ่ำก็จะซึมเข้าเนื้อข้าว ทำให้ข้าวไม่แห้งแข็งจนเสียรสชาติ

"เนื้อตุ๋นมันฝรั่งเหรอ? น่ากินสุดๆ ขอชิมเลยละกัน!"

เจอเมนูใหม่เข้าไป สวีอี้กับฮั่วเอ๋อร์เต๋อก็ตาลุกวาว ตั้งตารอที่จะได้ลิ้มรสความอร่อย

"เหลียงเหอ แล้วมื้อเย็นเราจะกินเมนูนี้อีกไหม?"

มื้อเที่ยงยังไม่ทันตกถึงท้อง ฮั่วเอ๋อร์เต๋อก็เริ่มคิดถึงมื้อเย็นซะแล้ว

"ไม่ค่ะ มื้อเย็นเราจะกินแกงกะหรี่เนื้อกัน"

เพราะดาว D139 เพิ่งผ่านสงครามมาหมาดๆ ตลาดวัตถุดิบเลยยังไม่ฟื้นตัว เธอหาซื้อได้แค่เนื้อวัวอย่างเดียว โชคดีที่เธอมีวิสัยทัศน์กว้างไกล พกเครื่องปรุงรสต่างๆ ติดกระเป๋ามาด้วย ไม่งั้นต่อให้เป็นแม่ครัวหัวป่าก์ก็คงทำอาหารไม่ได้ถ้าไม่มีวัตถุดิบ

อ้อ... ส่วนข้าวสารน่ะ ฮั่วอันเป็นคนจัดการหามาให้

"อยากให้ถึงมื้อเย็นไวๆ จัง... เอิ๊ก!"

หลังจากกินอิ่มหนำสำราญ สี่คนกับอีกหนึ่งตัวก็เริ่มงีบหลับพักผ่อน เหลียงเหอไม่ได้ใจดำลืมสองนักบินที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ เธอฝากฮั่วเอ๋อร์เต๋อเอาข้าวกล่องไปให้พวกเขาสองชุด ส่วนจะกินหรือไม่กินนั้น ก็สุดแล้วแต่พวกเขาจะตัดสินใจ

"เหมียว~"

เหลียงเหอรู้สึกหนักอึ้งที่ช่วงท้อง เสือดาวหิมะเมิ่งจี๋ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แต่พอเห็นว่าเป็นใบหน้าตอนหลับของเหลียงเหอ มันก็ลดความระแวดระวังลง ค่อยๆ วางอุ้งเท้าที่เก็บกรงเล็บมิดชิดลงบนตัวเธออย่างแผ่วเบา หนึ่งคนหนึ่งเสือดาวนอนซุกตัวอิงแอบกันอย่างอบอุ่นและงดงาม

—-------------------

แน่นอนว่า เรื่องความสามารถพิเศษของเหลียงเหอในการรับมือกับบีสต์แมนช่วงวิวัฒนาการถูกรายงานให้เบื้องบนรับทราบอย่างรวดเร็ว ก็แหม... ควงเหย่บาดเจ็บสาหัสจากการรบกับพวกกบฏ อาการของเขาอยู่ในความสนใจของสาธารณชนอยู่แล้ว แถมเบื้องบนก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก

ที่จักรวรรดิเรียกตัวดยุกควงหลินกลับด่วน ก็เพราะเรื่องนี้แหละ

"ท่านดยุกจะบอกว่า ทันทีที่ควงเหย่เห็นหน้าคนดูแลสัตว์จากดาวบลูสตาร์คนนั้น เขาก็ยอมเชื่อฟังแต่โดยดีงั้นรึ?"

กษัตริย์แห่งจักรวรรดิจินฮุยรับฟังรายงานจากดยุกควงหลินด้วยความประหลาดใจและเคลือบแคลงใจ

"ไม่ใช่แค่นั้นพะยะค่ะ เพียงแค่ได้ยินเสียงของเธอ ควงเหย่ที่กำลังคลุ้มคลั่งก็สงบลงได้ กระหม่อมเห็นมากับตาตัวเอง ไม่มีทางเป็นเรื่องหลอกลวงแน่นอนพะยะค่ะ"

ในฐานะดยุกแห่งจักรวรรดิ การที่ควงหลินยอมส่งลูกชายที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะไปออกรบในยามที่จักรวรรดิขาดแคลนกำลังพล ย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์ความจงรักภักดีของเขาได้เป็นอย่างดี กษัตริย์จึงไม่สงสัยในคำพูดของเขา

แต่การที่แค่ได้ยินเสียงก็สามารถสงบสติอารมณ์บีสต์แมนในช่วงวิวัฒนาการได้ มันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อเกินไปจริงๆ

"แล้วเธอมีพฤติกรรมอะไรแปลกๆ หรือมีความสามารถพิเศษอะไรที่โดดเด่นอีกไหม?"

ไม่ใช่ว่ากษัตริย์จะขี้ระแวง แต่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับบีสต์แมนระดับ SSS พระองค์จำเป็นต้องซักถามให้ละเอียดถี่ถ้วน

"เท่าที่กระหม่อมสังเกตดูในช่วงหลายวันนี้ เธอเป็นคนที่มีความอดทนกับสัตว์สูงมาก และรักสัตว์จากใจจริงพะยะค่ะ"

เพราะเห็นแบบนี้ ดยุกควงหลินถึงกล้าฝากฝังให้เหลียงเหอดูแลควงเหย่อย่างหมดห่วง ลำพังแค่โดนฮั่วอันจับได้ว่าแอบฉกคนน่ะ ไม่พอที่จะทำให้เขายอมถอยหรอก

"อ้อ... แล้วเธอก็ไม่รู้ด้วยพะยะค่ะ ว่าเสือดาวหิมะเมิ่งจี๋ตัวนั้นคือควงเหย่"

เพราะงั้น ตัดประเด็นที่ว่าเธออาจจะเข้าหาบีสต์แมนระดับ SSS เพื่อหวังผลประโยชน์ไปได้เลย

เมื่อได้ยินดังนั้น กษัตริย์ก็เริ่มคิดว่าบางทีพระองค์อาจจะคิดมากไปเอง เหลียงเหออาจจะเป็นแค่คนดูแลสัตว์ที่รักสัตว์ธรรมดาๆ คนหนึ่งจริงๆ ก็ได้

ส่วนเรื่องที่เธอมีผลกับบีสต์แมนระดับ SSS นั้น คงเป็นเรื่องบังเอิญ และเป็นพรจากสวรรค์

"ถ้าอย่างนั้น เราก็ต้องให้ความร่วมมือกับสหพันธ์ ปกป้องคุณเหลียงเหอคนนี้ไว้ให้ดี เธอคือความหวังของบีสต์แมนระดับ SSS ทุกคน!"

และเธอก็เป็นความหวังของครอบครัวบีสต์แมน ของประชาชน ของจักรวรรดิ และของสหพันธ์ด้วย!

ในขณะเดียวกัน เหลียงเหอที่ได้รับการยกย่องให้เป็น 'ความหวัง' ก็เดินทางกลับมาถึงเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าดาวเทียนเย่าพร้อมกับเสือดาวหิมะเมิ่งจี๋อย่างปลอดภัย

"โอ้มายก๊อด! ในที่สุดก็ถึงบ้านสักที! ไม่เคยรู้สึกคิดถึงที่ทำงานขนาดนี้มาก่อนเลย!"

พอมายืนอยู่หน้าประตูเขตอนุรักษ์ฯ สวีอี้ก็มองไปรอบๆ ด้วยความปลาบปลื้มจนน้ำตาแทบไหล ทริปออกภาคสนามครั้งนี้มันช่างทรหดอดทนเหลือเกิน!

ฮั่วอันปรายตามองสวีอี้ด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะหันมาหาเหลียงเหอและหลานชายจอมทึ่ม

"ฉันมีประชุมต้องไปเข้า พวกเธอสองคนกลับไปที่เขตบริการที่เจ็ดก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันให้คนเอาเสบียงไปส่งให้"

ไม่อยู่ตั้งหลายวัน ของสดที่ตุนไว้คงเน่าเสียหมดแล้ว ในฐานะผู้คุ้มครอง ฮั่วอันจะยอมให้สาวน้อยชาวดาวบลูสตาร์สุดบอบบางคนนี้ท้องเสียไม่ได้เด็ดขาด

"รับทราบค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่ฮั่ว!"

"ไม่ต้องเกรงใจ ส่วนแก! ไปถึงก็หัดช่วยทำงานบ้าง ไม่ใช่เอาแต่กินอย่างเดียว!"

เทียบกับคำพูดอธิบายอย่างอ่อนโยนที่ใช้กับเหลียงเหอ พอหันมาคุยกับฮั่วเอ๋อร์เต๋อหลานชายตัวแสบ น้ำเสียงของฮั่วอันก็เปลี่ยนเป็นดุดันกระด้างขึ้นมาทันที

"รู้แล้วน่า..."

ฮั่วเอ๋อร์เต๋อกลอกตาบนกับความสองมาตรฐานของอา แต่ด้วยความเกรงกลัวบารมี ก็เลยต้องยอมตอบรับเสียงอ่อย

เหลียงเหอโบกมือลาฮั่วอันด้วยรอยยิ้ม แล้วพาฮั่วเอ๋อร์เต๋อกับเสือดาวหิมะเมิ่งจี๋ขึ้นยานบิน มุ่งหน้ากลับสู่อาณาเขตของตัวเอง... เขตบริการที่เจ็ด

"ไม่รู้ป่านนี้เซดริลกับแลนดอนจะเป็นยังไงบ้างนะ? ฉันไม่อยู่ตั้งหลายวัน พวกเขาจะยอมกินข้าวดีๆ แล้วดูแลตัวเองกันหรือเปล่านะ?"

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 29 : เธอคือความหวังของบีสต์แมนระดับ SSS ทุกคน!

คัดลอกลิงก์แล้ว