เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 : ข้อความเสียงทำลายความมั่นใจของหมอสวี

บทที่ 25 : ข้อความเสียงทำลายความมั่นใจของหมอสวี

บทที่ 25 : ข้อความเสียงทำลายความมั่นใจของหมอสวี


บทที่ 25 : ข้อความเสียงทำลายความมั่นใจของหมอสวี

"แย่แล้ว! ควงเหย่ฟื้นแล้ว!"

เพื่อป้องกันไม่ให้ดยุกควงหลินหลุดปากความลับหลังจากเหลียงเหอเดินทางมาถึง ฮั่วอันที่ได้รับข้อความแจ้งเตือนจากฮั่วเอ๋อร์เต๋อล่วงหน้า จึงกำลังเร่งซักซ้อมบทพูดกับดยุกควงหลินอยู่

ทว่าเพิ่งจะตกลงกันเสร็จสรรพ เสียงตะโกนโหวกเหวกของสวีอี้ก็ดังมาจากหน้าห้องรักษา ทั้งสองคนจึงรีบวิ่งหน้าตั้งไปดูทันที

"ทำไมถึงตื่นเร็วกว่ากำหนดล่ะ?"

ตามปริมาณยาสลบที่ฉีดเข้าไป ควงเหย่น่าจะสลบเหมือดไปอีกหลายชั่วโมงสิถึงจะถูก

สวีอี้รีบปิดประตูห้องรักษาดังปัง ยกมือขึ้นทาบอกด้วยความขวัญเสีย ทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้น แต่ก็ยังไม่วายเหลียวหลังกลับไปมองในห้องรักษาอย่างระแวดระวัง

"ความระแวดระวังของควงเหย่สูงเกินไป ต่อให้โดนยาสลบเข้าไปเต็มโดส เขาก็ยังฝืนเกร็งตัวต้านฤทธิ์ยาไว้"

ควงเหย่เป็นถึงพลเอกแห่งจักรวรรดิ ผ่านสมรภูมิรบมานับไม่ถ้วน การที่เขามีสัญชาตญาณระวังภัยขั้นสูงขนาดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

แต่คนที่น่าสงสารที่สุดคือสวีอี้ ที่กะจะฉวยโอกาสตอนเขาหลับไม่รู้เรื่องเข้าไปเปลี่ยนยาให้ใหม่ แต่จังหวะที่กำลังทายาอยู่นั้น จู่ๆ เสือดาวหิมะก็ลืมตาโพลง นัยน์ตาสีฟ้าครามวาวโรจน์ไปด้วยรังสีฆ่าฟันจ้องเขม็งมาที่เขา เล่นเอาสวีอี้ตกใจแทบสิ้นสติ

"พอควงเหย่รู้ตัวว่าโดนขัง เขาก็เริ่มคลุ้มคลั่ง แผลเพิ่งทำเสร็จก็ปริแตกอีกแล้ว"

มองดูเสือดาวหิมะเมิ่งจี๋ที่เดินวนกระสับกระส่ายไปมาในห้องรักษา ทำลายข้าวของเครื่องใช้จนพังยับเยิน ก่อนจะไปนอนขดตัวซุกอยู่มุมห้อง กัดหางตัวเองอย่างน่าสงสาร คนเป็นพ่ออย่างดยุกควงหลินก็ปวดใจจนทนดูไม่ได้ ขอบตาแดงก่ำขึ้นมาทันที

"แล้วทีนี้จะทำยังไงดี?!"

ถ้าปล่อยให้ควงเหย่ดื้อดึงไม่ยอมรักษาแบบนี้ต่อไป ต่อให้ไม่ตายเพราะระเบิดของพวกกบฏ ก็คงต้องตายเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหวเป็นแน่

"หัวหน้าฮั่วอัน คุณเหลียงเหอที่คุณพูดถึง... อีกนานแค่ไหนกว่าจะเดินทางมาถึงที่นี่?"

"อย่างเร็วที่สุดก็ครึ่งวันครับ"

สีหน้าของฮั่วอันเคร่งเครียดไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเมื่อได้รับข้อความจากฮั่วเอ๋อร์เต๋อว่ายานบินโดนกองทัพกบฏดักโจมตีระหว่างทาง เขาก็ยิ่งเป็นกังวล

"ผมเพิ่งได้รับรายงานว่า กองทัพกบฏส่งยานรบไปลอบโจมตียานบินของเหลียงเหอ เพื่อขัดขวางไม่ให้เธอเดินทางมาที่ดาว D139 ครับ"

"ว่าไงนะ?!"

พอได้ยินแบบนั้น ดยุกควงหลินก็แทบจะกระโดดตัวลอย นั่นมันคนสำคัญที่จะมากอบกู้ชีวิตลูกชายเขาเชียวนะ!

"ไอ้พวกกบฏชั่วช้า! ไม่ได้การล่ะ! ฉันจะนำกองกำลังไปคุ้มกันคุณเหลียงเหอด้วยตัวเอง! ต้องพาเธอมาให้ถึงที่นี่อย่างปลอดภัยให้ได้!"

ดยุกควงหลินอารมณ์เดือดดาลขั้นสุด หันหลังเตรียมจะพุ่งออกไป แต่ฮั่วอันรีบคว้าแขนรั้งไว้ซะก่อน

"ท่านดยุก ผมเข้าใจความร้อนใจของท่านนะครับ แต่ในตอนนี้... ควงเหย่ต้องการท่านมากกว่า"

เพื่อป้องกันไม่ให้ดยุกควงหลินทำอะไรวู่วามจนเกิดเรื่อง ฮั่วอันจึงต้องหางานให้เขาทำ นั่นก็คือ... การอยู่เป็นเพื่อนลูกชาย

"ถึงยังไงท่านกับควงเหย่ก็เป็นพ่อลูกกัน บางทีการพูดคุยกับเขาอาจจะช่วยให้เขาสงบลงได้บ้าง"

ฮั่วอันไม่ได้ตั้งใจจะให้ดยุกควงหลินเข้าไปเผชิญหน้ากับเสือดาวหิมะในห้องรักษาหรอก แค่อยากให้ลองส่งเสียงไปปลอบประโลมดู อย่างน้อยก็หวังว่ามันจะช่วยให้เขาหยุดทำร้ายตัวเองได้

"แบบนี้... จะได้ผลเหรอ?"

ดยุกควงหลินลังเล ขมวดคิ้วมองเสือดาวหิมะที่กลับมาคลุ้มคลั่งอาละวาดในห้องรักษาอีกครั้ง

"ไม่ลองก็ไม่รู้นี่ครับ"

"ก็ได้"

ดยุกควงหลินยอมทำตามคำแนะนำของฮั่วอัน แต่ก็ไม่ลืมกำชับหนักแน่นให้ฮั่วอันส่งคนไปคุ้มกันเหลียงเหออย่างเต็มที่ เพราะชีวิตของควงเหย่ขึ้นอยู่กับเธอแล้ว

"ผมทราบดีครับ"

ฮั่วอันให้สวีอี้พาดยุกควงหลินไปที่ห้องกระจายเสียง แล้วเปิดไมค์เชื่อมต่อกับลำโพงในห้องรักษา ทันทีที่เสียงของพ่อดังขึ้น เสือดาวหิมะเมิ่งจี๋ก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัว แยกเขี้ยว กางกรงเล็บ เข้าสู่โหมดเตรียมพร้อมโจมตีทันที

"โฮก!"

ได้ยินแต่เสียง ไม่เห็นตัวคน ยิ่งทำให้เสือดาวหิมะเมิ่งจี๋รู้สึกหวาดระแวงและคลุ้มคลั่งหนักกว่าเดิม มันเริ่มพุ่งชนประตูอย่างบ้าคลั่ง ไม่สนเลยว่าบาดแผลบนตัวจะฉีกขาดรุนแรงแค่ไหน

"ไม่ได้การ! รีบบอกให้ท่านดยุกหยุดพูดเดี๋ยวนี้!"

ฮั่วอันรีบสั่งระงับทันที เขาไม่คิดเลยว่าเสียงของพ่อจะไม่ได้ช่วยอะไรเลย แถมยังไปกระตุ้นให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก

เมื่อเห็นลูกชายพุ่งชนประตูอย่างไม่คิดชีวิตผ่านจอภาพ ดยุกควงหลินก็ใจสลาย รีบปิดไมค์หยุดพูดทันทีโดยไม่ต้องรอให้ฮั่วอันสั่ง

ทางด้านสวีอี้ก็ร้อนรนไม่แพ้กัน

"ฮั่วอัน! ต้องหาทางหยุดควงเหย่เดี๋ยวนี้! ขืนปล่อยไว้แบบนี้เขาได้ตายจริงๆ แน่!"

ในฐานะสัตวแพทย์ สวีอี้ย่อมเข้าใจสภาพจิตใจของควงเหย่ในตอนนี้ดีที่สุด มองไม่เห็นศัตรู ร่างกายก็บาดเจ็บสาหัส หนีก็หนีไม่ได้ สู้ก็สู้ไม่ไหว ความรู้สึกไร้ทางออกนี้ทำให้ควงเหย่หวาดผวาอย่างหนัก เขาต้องการจะหนี!

แต่ถ้าหนีไม่ได้... เขาก็ยอมตายดีกว่าต้องถูกมนุษย์จองจำ!

"บัดซบ! ทีนี้จะทำยังไงดี?!"

จะให้ยิงยาสลบใส่ควงเหย่อีกรอบงั้นเหรอ?

อย่าว่าแต่ตอนนี้ไม่สามารถเข้าไปฉีดยาให้ถึงตัวได้เลย การได้รับยาสลบติดต่อกันในระยะเวลาสั้นๆ มันส่งผลเสียต่อระบบประสาทอย่างรุนแรงนะ!

"ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด"

ในขณะที่ทุกคนกำลังมืดแปดด้าน และดยุกควงหลินก็กระวนกระวายใจจนแทบเป็นบ้า จู่ๆ ออปติคอลคอมของสวีอี้ก็ดังขึ้น เป็นข้อความเสียงจากเหลียงเหอ

[คุณหมอสวีคะ อีกประมาณสามชั่วโมงพวกเราน่าจะถึงดาว D139 แล้ว รบกวนคุณหมอช่วยส่งข้อมูลของเสือดาวหิมะเมิ่งจี๋มาให้ฉันดูล่วงหน้าหน่อยได้ไหมคะ?]

เหลียงเหอคิดว่า การที่พวกเขาลงทุนส่งยานบินด่วนมารับเธอไปดาว D139 กลางดึกแบบนี้ แสดงว่าสถานการณ์คงเข้าขั้นวิกฤต เธอจึงอยากใช้เวลาว่างบนยานศึกษาข้อมูลของคนไข้ล่วงหน้า จะได้เตรียมตัวรับมือและช่วยสวีอี้รักษาได้ทันท่วงทีเมื่อไปถึง

สวีอี้ได้ยินดังนั้นก็เตรียมจะอัดเสียงตอบกลับ แต่จู่ๆ ข้อมือของเขาก็ถูกคว้าหมับจนสะดุ้ง พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นดยุกควงหลินกำลังชี้มือสั่นเทาไปที่หน้าจอมอนิเตอร์ ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ

"หมอ... หมอสวี! ควงเหย่เขา... เขาสงบลงแล้ว!"

น้ำเสียงใสกระจ่างและอ่อนโยนที่ส่งผ่านออปติคอลคอม ดังลอดผ่านไมค์ในห้องกระจายเสียงที่ยังไม่ได้ปิด เข้าไปดังก้องในห้องรักษา

เสือดาวหิมะเมิ่งจี๋ที่กำลังคลุ้มคลั่งพุ่งชนประตูอย่างเอาเป็นเอาตาย ทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น ก็ราวกับถูกดึงสติกลับมา หูแหลมๆ กระดิกเบาๆ ชะงักการโจมตีลงกะทันหัน ทำเอาทุกคนที่เฝ้าดูอยู่ถึงกับอึ้งกิมกี่

"เฮ้ย นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?"

สวีอี้ขยับตัวเข้าไปใกล้หน้าจอด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่เสียงพึมพำของเขาดันดังลอดผ่านไมค์เข้าไปด้วย ทำให้เสือดาวหิมะเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง สวีอี้ตกใจรีบกระโดดถอยหลังหนีแทบไม่ทัน

"สวีอี้ เปิดข้อความเสียงของเหลียงเหอเมื่อกี้ให้ควงเหย่ฟังอีกรอบสิ"

ฮั่วอันที่จับจุดสังเกตได้ก่อนใครเพื่อน รีบออกคำสั่งทันที

สวีอี้รีบทำตามอย่างว่าง่าย และภาพที่ปรากฏบนหน้าจอก็คือ เสือดาวหิมะกลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง มันหันมองซ้ายมองขวาด้วยความอยากรู้อยากเห็น เหมือนกำลังมองหาต้นเสียง สวีอี้เห็นดังนั้นก็เพิ่งจะตระหนักถึงความจริงบางอย่าง

"บ้าน่า?! แค่เสียงของเหลียงเหอก็สะกดมันได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?!"

นี่มันหยามหน้าหมออย่างเขาชัดๆ!

สวีอี้ชักจะไม่เชื่อสายตาตัวเอง ลองกดปิดข้อความเสียงของเหลียงเหอ แล้วให้ดยุกควงหลินพูดออกไมค์ดูอีกรอบ

ผลลัพธ์ก็เป็นไปตามคาด เสือดาวหิมะกลับมาคลุ้มคลั่ง ส่งเสียงขู่คำรามและตะกุยประตูอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง หนักเข้าถึงขั้นยกอุ้งเท้าขึ้นมาปิดหูตัวเองด้วยซ้ำ!

"อะไรกัน เสียงของพวกเรามันระคายหูขนาดนั้นเลยเหรอ?"

หลังจากทดลองเปิดสลับไปมาอยู่สามสี่รอบ จนกลัวว่าเสือดาวหิมะจะประสาทแดกไปซะก่อน ดยุกควงหลินกับสวีอี้ก็ต้องยอมรับความจริงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

"ไอ้ควงเหย่! นี่แกลำเอียงยอมฟังแต่เสียงของเหลียงเหองั้นเหรอ?! มันจะเกินไปแล้วนะเว้ย!"

ทั้งดยุกควงหลินและสวีอี้ต่างก็ถูกความสองมาตรฐานของเสือดาวหิมะเมิ่งจี๋ตอกหน้าหงาย ในใจลึกๆ ก็แอบดีใจที่เหลียงเหอสามารถรับมือกับบีสต์แมนระดับ SSS ได้ผลชะงัด แต่อีกใจก็แอบหมั่นไส้ไอ้เสือหิมะจอมเลือกปฏิบัติอยู่ไม่น้อย

"อะแฮ่ม... สงสัยจะถึงวัยต่อต้านพ่อแม่แล้วล่ะมั้ง?"

ดยุกควงหลินได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า คงเป็นเพราะน้ำเสียงของเหลียงเหอมันทั้งหวานทั้งละมุน ควงเหย่ก็เลยยอมสงบสติอารมณ์ลงล่ะมั้ง?

"เอาเถอะ อย่างน้อยก็ไม่ต้องกลัวว่าควงเหย่จะหาเรื่องตายไปซะก่อนล่ะนะ"

สวีอี้ถอนหายใจยาว ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง กะจะจิบน้ำดับกระหายสักหน่อย แต่ดยุกควงหลินก็รีบพุ่งเข้ามาดึงตัวเขาให้ลุกขึ้นอีกรอบ

"หมอสวี! คุณจะหยุดไม่ได้นะ! ถ้าควงเหย่ไม่ได้ยินเสียงคุณเหลียงเหอ เขาต้องอารมณ์เสียอีกแน่ๆ!"

"???"

สรุปว่า... สัตวแพทย์ฝีมือดีอย่างเขา ต้องตกกระป๋องกลายมาเป็นเครื่องเล่นเทปวนข้อความเสียงของเหลียงเหองั้นเหรอ?!

"...รับทราบครับ ท่านดยุก"

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 25 : ข้อความเสียงทำลายความมั่นใจของหมอสวี

คัดลอกลิงก์แล้ว