- หน้าแรก
- สตรีมเมอร์กู้จักรวาล แค่ไลฟ์สดจกพุงเสือ ก็กลายเป็นขวัญใจคนทั้งกาแล็กซี
- บทที่ 22 : บอดี้การ์ดคนใหม่กินจุน่าดู!
บทที่ 22 : บอดี้การ์ดคนใหม่กินจุน่าดู!
บทที่ 22 : บอดี้การ์ดคนใหม่กินจุน่าดู!
บทที่ 22 : บอดี้การ์ดคนใหม่กินจุน่าดู!
บนโต๊ะอาหารตัวเล็กมีกับข้าววางอยู่สามอย่าง เนื้อผัดพริกดอง ผัดวุ้นเส้นหมูสับ และยำแตงกวาตบ
เหลียงเหอมองดูผู้ชายร่างยักษ์ฝั่งตรงข้ามที่กำลังสวาปามข้าวอย่างเอาเป็นเอาตาย แล้วแอบถอนหายใจเงียบๆ
เขากินเก่งชะมัดเลยแฮะ กับข้าวแค่นี้จะพอยาไส้ไหมเนี่ย?
"ซี๊ด... อร่อยโคตร! ซี๊ดดด~"
ตะเกียบของฮั่วเอ๋อร์เต๋อพุ่งเป้าไปที่จานเนื้อผัดพริกดองแบบรัวๆ ยิ่งกินก็ยิ่งเผ็ด ยิ่งเผ็ดก็ยิ่งอยากกิน ตอนนี้เขาซึ้งถึงสัจธรรมที่ฮั่วอันบอกแล้วว่า การมารับจ้างคุ้มครองคนชาวดาวบลูสตาร์คนนี้ มีแต่กำไรกับกำไร!
แค่ได้กินของอร่อยระดับภัตตาคารแบบนี้ ต่อให้ให้ทำงานฟรีเขาก็ยอม ขอแค่มีข้าวเลี้ยงก็พอ!
"ค่อยๆ กินก็ได้ค่ะ ไม่มีใครแย่งหรอก"
เพราะตอนแรกหุงข้าวไว้กินคนเดียว เหลียงเหอเลยต้องแบ่งข้าวของตัวเองให้เขาครึ่งหนึ่ง แล้วรีบซาวข้าวหุงหม้อใหม่ทันที
เห็นเขากินจุขนาดนี้ เธอกลัวกับข้าวจะไม่พอ เลยต้องลุกไปทำผัดวุ้นเส้นหมูสับเพิ่มมาอีกจาน
"ขอบคุณครับ"
ฮั่วเอ๋อร์เต๋อรับแก้วน้ำผลไม้ที่เหลียงเหอยื่นให้มาดื่ม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจอีกครั้ง
"นี่น้ำอะไรครับ? มะนาวเหรอ?"
แต่มะนาวมันเปรี้ยวจี๊ดจนเข็ดฟันไม่ใช่หรือไง?
"น้ำผึ้งมะนาวค่ะ กินของหวานๆ จะได้แก้เผ็ด"
เมื่อสองสามวันก่อน แลนดอนออกไปบินเล่นแล้วคาบเลมอนป่ากลับมาฝาก เธอเห็นว่าลูกสวยดี แถมเป็นน้ำใจของเจ้าเหยี่ยว เลยเอามาทำน้ำผึ้งมะนาวแช่เย็นไว้
"อร่อย! หวานชื่นใจมาก!"
ฮั่วเอ๋อร์เต๋อไม่เกรงใจสักนิด พอดื่มน้ำแก้เผ็ดเสร็จก็กลับไปจ้วงข้าวต่ออย่างเมามัน แป๊บเดียวข้าวครึ่งชามก็อันตรธานหายไปในพริบตา
โชคดีที่หม้อหุงข้าวไฟฟ้าที่เหลียงเหอพกมาจากดาวบลูสตาร์มีระบบหุงด่วน แป๊บเดียวข้าวหม้อใหม่ก็สุกพร้อมเสิร์ฟ เธอตักข้าวเพิ่มให้เขาจนพูนชาม
ถึงจะหิวโซแค่ไหน แต่ฮั่วเอ๋อร์เต๋อก็ยังมีความเกรงใจ เขารอจนกระทั่งเหลียงเหอกินอิ่มและวางตะเกียบลง ถึงได้เริ่มปฏิบัติการกวาดล้างโต๊ะอาหารอย่างเป็นทางการ
"สุดยอด... อร่อยเหาะไปเลย!"
เกิดมาเพิ่งจะเคยรู้สึกว่าการกินข้าวมันมีความสุขขนาดนี้!
พอนึกถึงช่วงเวลายี่สิบสามสิบปีที่ต้องทนกล้ำกลืนฝืนกินสารอาหาร ฮั่วเอ๋อร์เต๋อก็อยากจะทุบอกชกหัวตัวเองด้วยความเจ็บใจ รู้งี้อพยพไปอยู่ดาวบลูสตาร์ตั้งนานแล้ว!
"เอ่อ... คุณคือบอดี้การ์ดที่หัวหน้าฮั่วอันส่งมาให้ฉัน... จริงๆ เหรอคะ?"
เมื่อเห็นฮั่วเอ๋อร์เต๋อกวาดเรียบแม้กระทั่งน้ำแกงก้นจาน เหลียงเหอก็เริ่มเข้าเรื่อง ประเมินชายร่างยักษ์ผิวสีแทนเข้มตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์
ส่วนสูงเหยียบสองเมตร กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ทำให้เขาดูเหมือนภูเขาขนาดย่อม ยืนบังแดดให้เธอได้สบายๆ เวลาออกไปข้างนอกไม่ต้องพกร่มเลยล่ะ
"แน่นอนสิครับ! ผมเคยเป็นทหารในกองทัพสหพันธ์มาก่อน เรื่องฝีมือรับรองหายห่วง!"
ฮั่วเอ๋อร์เต๋อดูเป็นคนซื่อๆ ตรงไปตรงมา เขาตบหน้าอกตัวเองดังป้าบๆ รับประกันความปลอดภัยให้เหลียงเหออย่างแข็งขัน
"ในเมื่อเป็นคนที่หัวหน้าฮั่วอันเลือกมา ฉันก็วางใจค่ะ งั้นเดี๋ยวฉันไปบอกให้เพื่อนร่วมงานช่วยเตรียมของใช้ส่วนตัวมาให้คุณนะคะ"
"ไม่ต้องหรอกครับ! ผมเตรียมมาเองหมดแล้ว!"
ก่อนหน้านี้ ฮั่วอันกำชับนักหนาว่าอย่าไปสร้างความลำบากให้เหลียงเหอ ให้เตรียมของใช้มาเองให้พร้อม เขาเลยพกมาแม้กระทั่งเตียงพับส่วนตัว
เมื่อเห็นฮั่วเอ๋อร์เต๋อเตรียมพร้อมมาอย่างดี เหลียงเหอก็เบาใจ ไม่ต้องมานั่งจัดการอะไรยุ่งยาก
"ปกติฉันจะนอนในห้องรักษากับเซดริลและแลนดอน งั้นคุณไปพักที่ห้องข้างๆ เรือนพักสัตว์ก็แล้วกันนะคะ"
เมื่อกี้เซดริลกับแลนดอนแสดงท่าทีระแวดระวังฮั่วเอ๋อร์เต๋ออย่างเห็นได้ชัด บวกกับเรื่องความเหมาะสมชายหญิง การให้เขาไปพักแยกห้องน่าจะดีที่สุด
"ได้ครับ! ตามใจคุณเลย"
ฮั่วเอ๋อร์เต๋อเป็นคนอยู่ง่ายกินง่าย นอกจากเรื่องอาหารการกินที่ถูกยกระดับมาตรฐานขึ้นมาจนทะลุเพดานแล้ว เรื่องอื่นเขาไม่ซีเรียสเลยสักนิด
การลงมือทำงานของฮั่วเอ๋อร์เต๋อก็ฉับไว พอตกลงเรื่องห้องพักเสร็จ เขาก็เริ่มขนสัมภาระลงจากยานบินทันที
เดินไปมาขนของกุกกักๆ ถือซะว่าเป็นการย่อยอาหารไปในตัว
พอเขาจัดของเสร็จ เหลียงเหอก็อาบน้ำแต่งตัวเสร็จพอดี เธอพาแลนดอนกับเซดริลไปดู 'ทอมแอนด์เจอร์รี่' ต่อ ดูไปดูมาก็เผลอหลับไปพร้อมกับก้อนขนทั้งสอง
"เหลียงเหอคนที่ฮั่วอันพูดถึง... น่าสนใจดีแฮะ"
ฮั่วเอ๋อร์เต๋อมองดูไฟในเรือนพักสัตว์ดับลง มุมปากกระตุกยิ้มบางๆ ซึ่งขัดกับภาพลักษณ์ชายฉกรรจ์ซื่อบื้อที่แสดงออกเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง ก่อนที่เขาจะหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องพักของตัวเอง
ในขณะเดียวกัน บนสตาร์เน็ตก็กำลังลุกเป็นไฟด้วยคลิปวิดีโอสองตัวล่าสุดที่เหลียงเหอเพิ่งอัปโหลด
[คนเลี้ยงสัตว์ก้อนขน : ตั้งใจจะอาบน้ำให้แมวยักษ์ ดันกลายเป็นสงครามสาดน้ำไปซะได้ เหนื่อยหอบเลยจ้า]
[คนเลี้ยงสัตว์ก้อนขน : วันนี้ก็เป็นอีกวันที่กินอิ่มพุงกาง!]
คลิปแรกเป็นเหตุการณ์ชุลมุนตอนที่เหลียงเหออาบน้ำให้เซดริล แต่ดันทำน้ำกระเด็นใส่แลนดอนจนกลายเป็นลูกนกตกน้ำ สุดท้ายก็บานปลายกลายเป็นสงครามสาดน้ำสุดฮา
แน่นอนว่าเหลียงเหอยังคงใช้โปรแกรมเบลอหน้าตัวเองไว้เหมือนเดิม
[ฮ่าๆๆ! เหยี่ยวล่าสัตว์สีครามน่ารักอ่าาา พอน้ำโดนเท้านิดเดียวก็กระโดดดึ๋งหนีขึ้นต้นไม้เลย ท่าทางจะเกลียดน้ำสุดๆ!]
[ใครซวยกว่ากันไม่รู้ ระหว่างโดนน้ำสาดใส่ กับโดนโกรธจนลืมตัวบินขึ้นฟ้าแต่ก็ยังเปียกอยู่ดี หน้าตาท่าน*** ตอนหงุดหงิดที่ขนเปียกนี่โคตรฮา!]
[ดีจังเลย ภาพดูอบอุ่นเป็นกันเองมาก เสือโคร่งราชาทมิฬกับเหยี่ยวล่าสัตว์สีครามดูมีความสุขสุดๆ ตอนอยู่กับคนดูแลสัตว์คนนี้!]
คลิปสงครามสาดน้ำได้รับเสียงตอบรับอย่างท่วมท้น ยอดไลก์ยอดแชร์พุ่งกระฉูด แถมยังมีคนดาวน์โหลดเก็บไว้เป็นคอลเลกชันส่วนตัว สร้างรายได้ให้เหลียงเหอเป็นกอบเป็นกำ
แต่พอมาถึงคลิปที่สอง เสียงตอบรับของชาวเน็ตกลับไปคนละทิศคนละทาง
[อ๊ากกก! คนเลี้ยงสัตว์ใจร้ายเกินไปแล้ว! ฉันกำลังทนกลืนสารอาหารรสชาติพิลึกพิลั่นอยู่นะ เธอมาโพสต์ของกินยั่วตอนดึกๆ แบบนี้ได้ไง!]
[แงงง! นั่นมันอาหารบ้านเกิดฉันนี่นา แต่ฉันกลับไม่มีบุญได้กิน! ฉันเกลียดเธอออ คนเลี้ยงสัตว์!]
[อาหารดาวบลูสตาร์มันอร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ? ฉันจำได้ว่าสหพันธ์เคยพยายามวิจัยเรื่องอาหารการกินอยู่นะ ไม่มีเชฟคนไหนสู้เชฟดาวบลูสตาร์ได้เลยเหรอ?]
ในอดีต ชาวอวกาศก็ไม่ได้ดื่มแต่สารอาหารหรอก พวกเขาพยายามนำวัตถุดิบต่างๆ มาปรุงอาหาร แต่รสชาติมันมักจะออกมาบรรลัยจนแทบกลืนไม่ลง
สุดท้ายเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนอดตาย สหพันธ์เลยต้องทุ่มงบวิจัยผลิตสารอาหารออกมา แถมยังอุตส่าห์เอาใจใส่ด้วยการแต่งกลิ่นแปลกๆ อย่างรสมะนาวเปรี้ยวจี๊ด รสแตงโมตุ๋นหมู หรือรสนมผสมพริก ออกมาให้เลือกสรรอีกด้วย
สวีอี้ที่เพิ่งจะทำแผลให้บีสต์แมนที่ได้รับบาดเจ็บเสร็จ บังเอิญเปิดสตาร์เน็ตมาเจอคลิปของเหลียงเหอพอดี น้ำลายก็สอขึ้นมาทันที
"คิดถึงฝีมือทำกับข้าวของเหลียงเหอจังโว้ยยย!"
เมื่อไหร่เขาจะได้กลับเขตอนุรักษ์ฯ สักทีวะเนี่ย?!
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่สวีอี้รู้สึกรักงานของตัวเองที่เขตอนุรักษ์ฯ ขนาดนี้ ไม่อยากออกไปทำงานนอกสถานที่เลยสักนิด
"คุณหมอสวี! คุณหมอสวี! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!"
เสียงตะโกนลั่นทำเอาสวีอี้ตื่นจากภวังค์ฝันหวานถึงอาหารอร่อย เขามองเจ้าหน้าที่ที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาด้วยสายตาเบื่อหน่าย ถอนหายใจเฮือกใหญ่
"มีอะไรอีกล่ะ? ตกใจเป็นกระต่ายตื่นตูมไปได้"
"ท่านพลเอก..."
เจ้าหน้าที่หอบแฮกๆ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กว่าจะพูดจบประโยค
"ท่านพลเอกบาดเจ็บครับ!"
ควงเหย่บาดเจ็บเนี่ยนะ?
สวีอี้มองหน้าคนส่งข่าวด้วยสีหน้าเอือมระอา
"นี่มันสนามรบนะโว้ย บาดเจ็บก็เรื่องปกติไหม? ฉันก็ทำแผลให้เขาทุกวันอยู่แล้ว จะแหกปากทำไม?"
นิสัยบ้าบิ่นชอบพุ่งชนทะลวงฟันแบบควงเหย่ ถ้าไม่บาดเจ็บสิถึงจะแปลก
หมอนั่นก็แค่ได้ใจที่ตัวเองมีฉายาว่าเป็น 'สัตว์เทพ' เลยทำตัวห้าวเป้งเป็นฮีโร่ในสนามรบไปทั่ว
"ไม่ใช่ครับ! มันไม่ได้มีแค่นั้น!"
ถ้าแค่บาดเจ็บธรรมดา เขาคงไม่วิ่งหน้าตาตื่นมาหาสวีอี้หรอก!
"ท่านพลเอกโดนพวกรีเบลลอบกัด อาการสาหัสมาก! ที่สำคัญคือ... ท่านเข้าสู่ช่วงวิวัฒนาการแล้วครับ!"
"แกว่าไงนะ?!"
พอได้ยินคำว่า 'วิวัฒนาการ' สวีอี้ก็เด้งตัวลุกพรวดจากเก้าอี้ทันที ผลักเจ้าหน้าที่คนนั้นออกไปให้พ้นทาง เตรียมจะวิ่งพุ่งออกไปดูอาการ แต่กลับถูกดึงแขนรั้งไว้ซะก่อน
"หมอสวีครับ! หัวหน้าฮั่วอันสั่งผมไว้ว่า ให้คุณรีบติดต่อหาคนคนหนึ่งด่วน... เขาบอกว่ามีแค่ผู้หญิงคนนั้นคนเดียวที่จะช่วยท่านพลเอกได้!"
เธอคนนั้น?
เธอ!
สวีอี้ตระหนักได้ในทันที รีบควานหาออปติคอลคอมที่ตัวเองเพิ่งโยนทิ้งไว้บนโต๊ะอย่างลุกลี้ลุกลาน
"หมอสวี?"
สวีอี้เดินวนไปวนมาด้วยความกระวนกระวายใจ จนกระทั่งได้ยินเสียงสัญญาณ 'ติ๊ด' ตามมาด้วยน้ำเสียงหวานใสที่คุ้นเคย เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ราวกับได้พบที่พึ่งสุดท้าย
"เหลียงเหอ! เรื่องคอขาดบาดตาย ช่วยด้วยยย!"
[จบตอน]