- หน้าแรก
- สตรีมเมอร์กู้จักรวาล แค่ไลฟ์สดจกพุงเสือ ก็กลายเป็นขวัญใจคนทั้งกาแล็กซี
- บทที่ 20 : ก็แค่คนเลี้ยงสัตว์ธรรมดาๆ คนหนึ่ง... เท่านั้นเอง
บทที่ 20 : ก็แค่คนเลี้ยงสัตว์ธรรมดาๆ คนหนึ่ง... เท่านั้นเอง
บทที่ 20 : ก็แค่คนเลี้ยงสัตว์ธรรมดาๆ คนหนึ่ง... เท่านั้นเอง
บทที่ 20 : ก็แค่คนเลี้ยงสัตว์ธรรมดาๆ คนหนึ่ง... เท่านั้นเอง
การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเหลียงเหอ ไม่เพียงแต่ทำให้พวกโจรตกใจจนแทบสิ้นสติ แต่คนในห้องควบคุมก็ขวัญหนีดีฝ่อไม่แพ้กัน
"ธ... เธอ... เธอ! ทำไมไม่รู้จักซ่อนตัวให้ดี ออกมาหาที่ตายทำไมเนี่ย?!"
"จบสิ้นกัน คราวนี้จบเห่จริงๆ หัวหน้าเขตฮั่วอันกลับมาพวกเราโดนสับเละแน่!"
"ยังจะห่วงเรื่องโดนด่าอยู่อีกเหรอ?! ตอนนี้ต้องหาทางช่วยคนก่อนสิเว้ย!"
ห้องควบคุมวุ่นวายโกลาหล หัวหน้าศูนย์ใหญ่ขมวดคิ้วแน่น สีหน้าเคร่งเครียดแต่ไม่ปริปากพูดอะไร
ก่อนหน้านี้เขาแอบสังเกตพฤติกรรมของแม่หนูเหลียงเหอคนนี้มาตลอด เธอไม่ใช่คนโง่เขลาเบาปัญญาที่จะทำอะไรวู่วามโดยไม่คิดหน้าคิดหลังแน่
"หยุดโวยวายกันได้แล้ว! เงียบ! แล้วรีบนำทางให้หน่วยคุ้มกันต่อไป"
น้ำเสียงทรงอำนาจของหัวหน้าศูนย์ใหญ่ทำให้ห้องควบคุมค่อยๆ สงบลง ทุกคนกลับมาจดจ่ออยู่หน้าจอ และทำหน้าที่เป็น 'เนวิเกเตอร์มนุษย์' บอกทิศทางให้หน่วยคุ้มกันต่อไปอย่างใจเย็น
"หัวหน้าครับ! หัวหน้า! ดูนั่นสิครับ!"
เสียงตะโกนเรียกด้วยความตื่นตระหนก ทำให้หัวหน้าศูนย์ใหญ่คิดว่าเหลียงเหอกำลังตกอยู่ในอันตราย รีบพุ่งตัวไปดูหน้าจอทันที แต่ยิ่งดูก็ดวงตาก็ยิ่งเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง
"นั่น... นั่นใช่เหลียงเหอจริงๆ เหรอ?"
สาวน้อยชาวดาวบลูสตาร์ผู้บอบบางและแสนน่ารักคนนั้นน่ะนะ?
หรือว่าโดนใครสวมรอยมาหรือเปล่าเนี่ย?!
ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอคือเหลียงเหอที่พุ่งพรวดฝ่าวงล้อมเข้าไปกลางวงชายชุดดำด้วยความเร็วแสง ในจังหวะที่พวกมันยังไม่ทันตั้งตัว เธอก็ทำลายค่ายกลของพวกมันจนแตกกระเจิง
เซดริลและแลนดอนที่รู้ใจกันเป็นอย่างดี อาศัยจังหวะนั้นแยกตัวไปจัดการศัตรูคนละตัว เปลี่ยนสถานการณ์จาก 2 รุม 3 กลายเป็นการดวลเดี่ยว 1 ต่อ 1 ทันที
"โห! เหลียงเหอฉลาดมาก! รู้จักใช้แผนแยกกันตี แบบนี้อีกเดี๋ยวพวกมันก็เสร็จท่านจอมพลกับท่านผู้บัญชาการแน่!"
"อะไรของนายวะ! ไม่เห็นฝีมือการต่อสู้ของเหลียงเหอหรือไง? เธอเล่นงานตัวหัวหน้าซะอยู่หมัดเลยนะเว้ย!"
"นั่นเธอใส่อะไรที่มืออยู่น่ะ? ถุงมือเหรอ? ทำไมอานุภาพทำลายล้างมันถึงได้รุนแรงขนาดนั้น!"
จังหวะที่เหลียงเหอพุ่งชนพวกมันจนกระเจิง เธอก็ใช้ทักษะการต่อสู้อันแพรวพราวและพลิกแพลง แย่งปืนเลเซอร์มาจากมือพวกมันได้อย่างง่ายดาย เพื่อป้องกันไม่ให้ปืนลั่นไปโดนเซดริลกับแลนดอน
และที่สำคัญกว่านั้น ในเรือนพักสัตว์ยังมีลูกหมาป่าน้อยอีกสองตัว ในฐานะคนดูแลสัตว์ ความปลอดภัยของสัตว์ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง!
เมื่อไร้อาวุธปืน พวกมันก็ต้องพึ่งพากำลังหมัดล้วนๆ แต่สถานการณ์กลับตาลปัตร ผิดคาดจากที่พวกแขกไม่ได้รับเชิญคิดไว้ลิบลับ
"อ๊ากกก!"
ถุงมือที่เหลียงเหอสวมอยู่ ไม่รู้ว่าทำมาจากวัสดุอะไร ประกายแสงสีเงินวาบสะท้อนแสงจันทร์ยามค่ำคืน พลังหมัดที่อัดกระแทกเข้าเนื้อเน้นๆ ทำให้ตัวหัวหน้าถึงกับทรุดฮวบพ่ายแพ้ไปอย่างรวดเร็ว
"ลูกพี่!"
ชายอีกสองคนเห็นท่าไม่ดีกะจะพุ่งเข้าไปช่วย แต่ก็โดนเซดริลและแลนดอนสกัดดาวรุ่งไว้ได้ทัน ยิ่งลนลานก็ยิ่งพลาดท่า โดนกรงเล็บและคมเขี้ยวฝังเข้าเนื้อไปหลายแผล
"ดูเหมือนลูกน้องแกจะรักแกมากเลยนะ"
เหลียงเหอไม่เพียงแต่กดตัวหัวหน้าแก๊งไว้กับพื้นได้อย่างอยู่หมัด แต่เธอยังดูชิลๆ เหมือนไม่ได้ออกแรงอะไรมากมายด้วยซ้ำ ภาพความแข็งแกร่งนี้ขัดกับภาพลักษณ์สาวน้อยบอบบางที่ทุกคนเคยเห็นอย่างสิ้นเชิง ทำเอาหัวหน้าศูนย์ใหญ่และทีมงานอ้าปากค้างไปตามๆ กัน
"แก... แกเป็นใครกันแน่?!"
เสียงตะโกนถามด้วยความเจ็บปวดและเคียดแค้นของชายชุดดำ ดังก้องไปทั่วเรือนพักสัตว์ ซึ่งนั่นก็เป็นคำถามที่หัวหน้าศูนย์ใหญ่และทุกคนอยากรู้คำตอบเหมือนกัน
"ฉันน่ะเหรอ?"
เหลียงเหอคลี่ยิ้มบางๆ ก่อนจะประเคนหมัดเข้าที่หน้ามันอีกฉาดใหญ่ อาศัยจังหวะที่มันล้มคว่ำ จับแขนมันบิดไพล่หลังเต็มแรง เสียงกระดูกลั่น 'กร๊อบ' ดังชัดเจน แขนข้างนั้นใช้งานไม่ได้อีกต่อไป
"ฉันก็แค่... คนดูแลสัตว์ธรรมดาๆ คนหนึ่ง... เท่านั้นเอง"
เหลียงเหอล้วงเข็มยาสลบที่เตรียมไว้ออกมาปักเข้าที่คอของมันอย่างแม่นยำ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอต้องเสียเวลาอ้อมไปเอาเข็มยาสลบมาเตรียมไว้ล่ะก็ พวกมันไม่มีทางรอดเข้าถึงตัวเรือนพักสัตว์ได้หรอก
หลังจากจัดการตัวหัวหน้าจนสลบเหมือดไปแล้ว เหลียงเหอก็กำหมัดแน่น หันไปจ้องมองชายชุดดำอีกสองคนที่เหลือด้วยสายตาเย็นเยียบ
โดยเฉพาะเมื่อเห็นสภาพของเซดริลกับแลนดอน ที่อุตส่าห์รักษาแผลจนเกือบหายดีแล้ว แต่กลับต้องมาได้แผลเพิ่มเพราะไอ้พวกสวะพวกนี้ เหลียงเหอก็กัดฟันกรอดด้วยความโกรธจัด
"เซดริล ปิดประตู! อย่าให้พวกมันหนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!"
ปัง!
บานประตูใหญ่ถูกกระแทกปิดดังสนั่น กว่าหน่วยคุ้มกันจะฝ่าฟันอุปสรรคตามคำบอกทางของห้องควบคุมมาถึงเขตบริการได้ ประตูก็ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ
และภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาของพวกเขาคือ... ร่างของชายชุดดำสามคนที่ถูกซ้อมจนสะบักสะบอม นอนสลบไสลไม่ได้สติจมกองเลือดอยู่บนพื้น
"เหลียงเหอ... เอ่อ... ค... คุณ... พวกคุณไม่เป็นไรใช่ไหม?"
หัวหน้าหน่วยคุ้มกันเคยเจอเหลียงเหอมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ไม่รู้ทำไม... รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเธอในตอนนี้ มันชวนให้รู้สึกขนลุกแปลกๆ ดูเป็นบุคคลอันตรายที่ห้ามเข้าไปแหยมเด็ดขาด
เมื่อจัดการศัตรูเสร็จสิ้น เหลียงเหอก็ปรับโหมดกลับมาเป็นปกติ เธอถอดถุงมือออกอย่างใจเย็น ริมฝีปากยกยิ้มหวานหยดย้อย แววตาที่เคยวาวโรจน์ไปด้วยรังสีฆ่าฟันเลือนหายไปจนหมดสิ้น
"ฉันสบายดีค่ะ"
"อ่า... ค... ครับ งั้นก็ดีแล้วครับ"
เห็นการเปลี่ยนสีหน้าปานพลิกฝ่ามือของเหลียงเหอ ทุกคนก็พร้อมใจกันกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ โดยเฉพาะลูกทีมหน่วยคุ้มกัน ต่างภาวนาในใจว่าขออย่าให้เหลียงเหอโกรธที่พวกเขามาสาย แล้วพาลมาลงไม้ลงมือกับพวกเขาเลย
"งั้น... พวกผมขอพาตัวคนร้ายไปเลยนะครับ?"
"เชิญค่ะ ลำบากพวกคุณแล้วนะ"
เหลียงเหอไม่ได้โกรธเคืองที่หน่วยคุ้มกันมาช้า เธอพอจะเดาออกว่าต้องมีเหตุสุดวิสัยบางอย่างขัดขวางการเดินทางของพวกเขาแน่ๆ เพราะยังไงซะ เขตอนุรักษ์ฯ ก็ต้องห่วงความปลอดภัยของเซดริลและแลนดอนอยู่แล้ว
อีกอย่าง ตั้งแต่แรกเธอก็ไม่ได้หวังพึ่งใครมาช่วยอยู่แล้ว ไม่คาดหวังก็ไม่ผิดหวัง
"เอ่อ... เหลียงเหอครับ คือว่า... ท่านหัวหน้าศูนย์ใหญ่ฝากมาถามน่ะครับ ว่า... ถุงมือของคุณ..."
เช่นเดียวกับกรณีของหนังสติ๊ก อาวุธทุกชนิดที่นำเข้ามาในเขตอนุรักษ์ฯ จะต้องผ่านการตรวจสอบและลงทะเบียนให้เรียบร้อย
"อ๋อ ถุงมือนี่น่ะเหรอคะ เชิญเอาไปตรวจสอบได้ตามสบายเลยค่ะ"
เหลียงเหอโยนถุงมือที่เพิ่งถอดออกให้หัวหน้าหน่วยคุ้มกันอย่างไม่ใส่ใจ หัวหน้าหน่วยรับมาอย่างลุกลี้ลุกลาน แต่พอของตกถึงมือ เขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ถุงมือคู่นี้... น้ำหนักปาเข้าไปหลายสิบกิโล! ต่อให้ไม่มีความคม แค่เอาไปฟาดหัวคนก็ตายคาที่ได้แล้ว มิน่าล่ะไอ้พวกนั้นถึงร้องโหยหวนซะขนาดนั้น ขนาดฟังผ่านเครื่องมือสื่อสารยังขนลุกเลย
"ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วครับ ไม่มีปัญหาอะไร เชิญเก็บไว้ได้เลยครับ"
เมื่อตรวจสอบเสร็จ หัวหน้าหน่วยก็คืนถุงมือให้เหลียงเหอ ก่อนจะสั่งลูกน้องหามร่างคนร้ายกลับไปรับโทษ
เหลียงเหอรับถุงมือที่หนักอึ้งกลับมา ดวงตาหลุบต่ำลงซ่อนประกายบางอย่างที่วาบผ่านนัยน์ตา ก่อนที่มันจะจางหายไปในพริบตา
เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง สายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับเสือโคร่งราชาทมิฬและเหยี่ยวล่าสัตว์สีครามที่ยังคงยืนเฝ้าอยู่ที่ประตู
"เซดริล! แลนดอน!"
เหลียงเหอยกมือขึ้นเท้าสะเอว ทำหน้าดุใส่
สองสัตว์ร้ายรู้ตัวว่ากำลังจะโดนสวดยับ ขาข้างหนึ่งก้าวเตรียมจะชิ่งหนี แต่เหลียงเหอไวกว่า คว้าหางเสือและปีกเหยี่ยวไว้ได้ทันควัน
"คิดจะหนีงั้นเหรอ?!"
ความจริงด้วยพละกำลังของเซดริลและแลนดอน การจะสะบัดหลุดจากมือเหลียงเหอนั้นง่ายนิดเดียว แต่เพราะกลัวเธอจะเจ็บ ทั้งคู่เลยยอมหยุดนิ่งแต่โดยดี ก้มหน้ารับฟังคำบ่นอย่างสงบเสงี่ยม
เห็นท่าทางหงอยๆ ของพวกมัน เหลียงเหอก็ใจอ่อนยวบ ดุไม่ลงอีกต่อไป ที่เหลือก็แค่ความปวดใจที่เห็นพวกมันต้องมาเจ็บตัว
"เลิกทำหน้าตาน่าสงสารได้แล้ว ตามฉันมาที่ห้องรักษาเลย"
พูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น เหลียงเหอก็เดินนำหน้าไป โดยไม่ลืมแวะอุ้มเสี่ยวเหนียนเกากับเสี่ยวจือหมาที่แอบซ่อนตัวอยู่ใต้ตู้เก็บของในห้องเก็บของออกมาด้วย เจ้าตัวเล็กทั้งสองสั่นพั่บๆ ด้วยความกลัว
เซดริลและแลนดอนที่รู้ตัวว่ารอดจากการโดนดุแล้ว ก็รีบกระดิกหู สะบัดปีก เดินตามก้นเหลียงเหอไปต้อยๆ
พวกมันรู้ดีว่าเหลียงเหอเป็นห่วง เลยให้ความร่วมมือในการตรวจเช็กและทำแผลเป็นอย่างดี ภาพความว่าง่ายนี้ทำเอาคนในห้องควบคุมอิจฉาตาร้อนกันเป็นแถว
"ท่านจอมพลกับท่านผู้บัญชาการนี่เลือกปฏิบัติสุดๆ เลยว่ะ ถ้าเป็นพวกเรานะ อย่าว่าแต่ทำแผลเลย แค่โผล่หน้าไปก็โดนตบหัวหลุดแล้ว"
"ตอนที่สัตว์ร้ายได้รับบาดเจ็บ สัญชาตญาณระวังภัยจะทำงานหนักที่สุด การที่พวกมันยอมให้ความร่วมมือแบบนี้ แสดงว่าพวกมันไว้ใจเหลียงเหอแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยนะ"
"โชคดีนะที่มีเหลียงเหออยู่ ไม่งั้นแผลของเซดริลกับแลนดอนคงแย่กว่านี้ แถมอาจจะรักษาไม่หายด้วยซ้ำ"
หัวหน้าศูนย์ใหญ่ยืนกอดอกดูภาพในห้องรักษา หูฟังรายงานจากหัวหน้าหน่วยคุ้มกันไปด้วย สายตาที่เคยมองเหลียงเหอด้วยความอ่อนโยนเอ็นดู บัดนี้กลับแฝงไปด้วยความคมกริบและเย็นชาเมื่อหันไปมองรายงาน
"สรุปก็คือ... พวกมันเป็นคนของกองทัพกบฏ และเป้าหมายของพวกมันคือการมาจับตัวเหลียงเหองั้นสินะ?"
[จบตอน]