- หน้าแรก
- สตรีมเมอร์กู้จักรวาล แค่ไลฟ์สดจกพุงเสือ ก็กลายเป็นขวัญใจคนทั้งกาแล็กซี
- บทที่ 13 : เสือซื่อบื้อปะทะเหยี่ยวจอมมารยา ใครจะวิน?
บทที่ 13 : เสือซื่อบื้อปะทะเหยี่ยวจอมมารยา ใครจะวิน?
บทที่ 13 : เสือซื่อบื้อปะทะเหยี่ยวจอมมารยา ใครจะวิน?
บทที่ 13 : เสือซื่อบื้อปะทะเหยี่ยวจอมมารยา ใครจะวิน?
บีสต์แมนระดับ SSS จะเข้าสู่ช่วงวิวัฒนาการหลังจากบรรลุนิติภาวะ ซึ่งกินเวลาประมาณสามถึงห้าปี ในช่วงนี้พวกเขาจะกลายร่างเป็นสัตว์ร้ายอย่างไม่เป็นเวลา จนกว่าร่างจิตภูตในรูปแบบสัตว์ป่าจะวิวัฒนาการจนสมบูรณ์
ดังนั้น ในแง่หนึ่ง แม้เซดริลและแลนดอนจะผ่านศึกมาอย่างโชกโชน แต่จริงๆ แล้วพวกเขาเพิ่งจะอายุยี่สิบต้นๆ เท่านั้น
ตอนแรก พ่อของแลนดอนหลงคิดว่าลูกชายกำลังตามจีบผู้หญิงจริงๆ และตั้งใจจะโทรมาแนะนำให้เขาจริงใจกับฝ่ายหญิงให้มากๆ แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าความจริงที่ได้รับรู้จะทำให้เขาช็อกยิ่งกว่าเดิม
"สรุปว่า... คนเลี้ยงสัตว์ที่ชื่อเหลียงเหอคนนั้น สามารถเข้าใกล้บีสต์แมนที่กลายร่างเป็นสัตว์ร้ายได้งั้นเหรอ?"
"ถูกต้องครับ ผมกำลังรวบรวมบันทึกของแลนดอนในช่วงสองสามวันนี้อยู่ เดี๋ยวจะส่งเข้าไปในกลุ่มผู้ปกครองให้นะครับ"
ฮั่วอันเตรียมเอกสารข้อมูลไว้ตั้งแต่แรกแล้ว แต่เพราะเกิดเรื่องวุ่นๆ บนสตาร์เน็ตเสียก่อนเลยต้องล่าช้าไปบ้าง ตอนนี้เขาจัดการส่งข้อมูลลงในกลุ่มผู้ปกครองของแลนดอนเรียบร้อย และไม่ลืมส่งก็อปปี้อีกชุดไปให้กลุ่มของเซดริลด้วย
[กลุ่มผู้ปกครองแลนดอน]
[ฮั่วอัน: @All (รูปภาพ) (วิดีโอ)]
[ฮั่วอัน: รบกวนช่วยเก็บเป็นความลับด้วยนะครับ ขอบคุณครับ]
[พ่อแลนดอน: รับทราบ!]
พ่อของแลนดอนเป็นบีสต์แมนที่เกษียณอายุแล้ว พรสวรรค์ของเขาไม่สูงเท่าลูกชาย จึงไม่เคยผ่านช่วงวิวัฒนาการมาก่อน และเพราะไม่เข้าใจกระบวนการนี้แหละ เขาถึงได้เป็นห่วงลูกชายจับใจ
ตอนที่รู้ว่าบีสต์แมนในช่วงวิวัฒนาการเมื่อกลายร่างเป็นสัตว์ร้ายจะจำใครไม่ได้ ต่อต้านการเข้าใกล้ ปฏิเสธการให้อาหาร และไม่ยอมรับการรักษา เขาก็เครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ถึงได้ยอมตกลงส่งแลนดอนมาอยู่ในความดูแลของเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ดาวเทียนเย่า
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะตัดสินใจได้ถูกต้องที่สุดในชีวิต!
"ดีจังเลย! ในที่สุดลูกชายเราก็มีที่พึ่งแล้ว"
แม่ของแลนดอนเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา เธอมองดูคลิปวิดีโอที่ลูกชายได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากเหลียงเหอด้วยความตื้นตันใจ น้ำตาแห่งความยินดีไหลรินไม่ขาดสาย
"คนเลี้ยงสัตว์ที่ชื่อเหลียงเหอคนนี้ อาจจะเป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ของบีสต์แมนระดับ SSS ทุกคนเลยก็ว่าได้ ฉันเดาว่าอีกไม่นานสหพันธ์คงเรียกพวกเราไปประชุมลับแน่"
เมื่อเทียบกับภรรยา พ่อของแลนดอนมองการณ์ไกลกว่ามาก เขานึกไปถึงลูกของเพื่อนสนิทที่ใกล้จะเข้าสู่ช่วงวิวัฒนาการเต็มที และกำลังกลุ้มใจเรื่องนี้อยู่พอดี
ในขณะที่ผู้ใหญ่กำลังคิดการใหญ่ ทางด้านเหลียงเหอและพรรคพวกกลับกำลังเล่นวอลเลย์บอลกันอย่างสนุกสนานไร้ความกังวล
"แกว๊ก!"
เป็นไปตามที่เหลียงเหอคาดการณ์ไว้ ปีกวงกว้างของแลนดอนตบลูกบอลได้แม่นยำและรุนแรงทุกดอก ทำเอาเซดริลหัวเสียจนลืมตัว อ้าปากงับลูกบอลดื้อๆ ซะงั้น
"พรืด... เซดริล ทำแบบนี้ผิดกติกานะรู้ไหม?"
เหลียงเหอหัวเราะคิกคักพลางบีบหูขนปุยของเสือโคร่งราชาทมิฬเบาๆ ถึงปากจะบอกว่าผิดกติกา แต่เธอก็ไม่ได้จริงจังอะไรมากนัก สัตว์ป่าที่ไหนจะไปเข้าใจกติกาการเล่นกีฬากันล่ะ?
"โฮก?"
พอโดนบีบหู เซดริลก็ยอมคายลูกบอลออกจากปากแต่โดยดี เขาเอียงคอทำหน้าซื่อตาใส ดวงตาสีทองกะพริบปริบๆ อย่างไร้เดียงสา ก่อนจะเอาหัวถูไถซอกคอเหลียงเหออย่างประจบประแจง
เห็นภาพบาดตาบาดใจแบบนั้น แลนดอนที่เดิมทีก็ไม่พอใจที่ต้องอยู่ทีมเดียวกับสวีอี้อยู่แล้ว ก็ยิ่งหงุดหงิด รีบบินข้ามฝั่งมาใช้จะงอยปากจิกหัวเสือรัวๆ ทันที
"แกว๊ก!"
"โฮก!"
"แกว๊ก!"
สองสัตว์ร้ายเปิดศึกตะลุมบอนกันชุลมุน ไม่สนจงสนใจมันแล้ววอลเลย์บงวอลเลย์บอล ตอนนี้เป้าหมายเดียวคือการถอนขนอีกฝ่ายให้ล้านเตียน!
"ตายจริง! เลิกตีกันเดี๋ยวนี้นะ!"
เห็นสถานการณ์เริ่มบานปลาย เหลียงเหอก็ปิ๊งไอเดีย คว้าลูกวอลเลย์บอลแล้วขว้างออกไปสุดแรงเกิด
"ใครเก็บลูกบอลกลับมาได้คืนนี้ฉันจะหวีขนให้เป็นรางวัล!"
คำว่า 'หวีขน' เหมือนมีมนต์สะกด ดึงดูดความสนใจของเสือโคร่งราชาทมิฬและเหยี่ยวล่าสัตว์สีครามได้ชะงัด ทั้งคู่ผละออกจากกันทันที แล้วพุ่งทะยานตามลูกบอลไปอย่างไม่คิดชีวิต
จริงๆ พวกเขาฟังที่เหลียงเหอพูดไม่ออกหรอก แต่เพราะเป็นคำสั่งของเธอ พวกเขาถึงยอมทำตามเพื่อเอาใจเธอ
"โฮก!"
"แกว๊ก!"
แลนดอนได้เปรียบเรื่องความเร็วเพราะบินได้ แต่จะงอยปากของเขากลับคาบลูกวอลเลย์บอลกลมๆ ใหญ่ๆ ไว้ไม่ได้
ส่วนเซดริลที่วิ่งตามมาทีหลัง แค่อ้าปากงับทีเดียวก็คาบลูกบอลไว้ได้สบายๆ ทำเอาแลนดอนหัวเสียสุดๆ
"แกว๊ก~"
แลนดอนอาศัยจังหวะบินเร็วกว่า โฉบกลับมาหาเหลียงเหอก่อน เขาเอาหัวเล็กๆ ถูไถออดอ้อน ร้องเสียงหงุงหงิงเหมือนจะฟ้องว่าถูกรังแก
"โอ๋ๆ ไม่ร้องนะจ๊ะ พี่สาวผิดเองแหละที่ใช้ลูกบอลใหญ่ไป คราวหน้าพี่สาวจะขอโทษแลนดอนด้วยการหาลูกเล็กๆ ให้นะ ตกลงไหม?"
เหลียงเหอลูบหัวปลอบใจแลนดอนอย่างอ่อนโยน จังหวะเดียวกันนั้น เซดริลที่คาบลูกบอลวิ่งกลับมาพอดีเห็นฉากนี้เข้าก็ของขึ้นทันที คายลูกบอลทิ้งแล้วกระโจนเข้าใส่แลนดอนอีกรอบ
มหกรรมชุลมุนวุ่นวาย 'เสือกระโจนเหยี่ยวโผบิน' เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เล่นเอาเหลียงเหอปวดหัวตึบ
สุดท้ายเธอต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด มือหนึ่งหยิกหูเซดริล อีกมือคว้าปีกแลนดอน แล้วลากทั้งสองตัวกลับเขตบริการไปดื้อๆ
"ฮ่าๆๆ ขำจะบ้าตาย! ท่านจอมพลกับท่านผู้บัญชาการตอนอยู่ด้วยกันนี่โคตรฮา แต่ก็ต้องยอมใจเหลียงเหอจริงๆ ที่ปราบสองตัวนี้อยู่หมัด"
"เพิ่งรู้ว่าท่านผู้บัญชาการมีสกิล 'แอ๊บใส' ร้ายลึกขนาดนี้ ท่านจอมพลผู้ซื่อบื้อของเราเสียเปรียบเต็มประตูเลยว่ะ"
"โชคดีนะที่ปฏิบัติการตามรักแท้นั่นเป็นแค่เรื่องแต่ง ไม่งั้นท่านจอมพลเซดริลคงแพ้หมดรูป สู้ความมารยาของท่านผู้บัญชาการแลนดอนไม่ได้แหงๆ"
ทีมงานในห้องควบคุมคุ้นชินกับฉากหยุมหัวกันของสองยักษ์ใหญ่ในช่วงหลายวันนี้แล้ว แต่ดูกี่ทีก็ยังรู้สึกว่าทั้งแปลกทั้งฮา ช่วยคลายเครียดจากการทำงานได้เป็นอย่างดี
กลับมาถึงเขตบริการ เหลียงเหอก็จัดการตรวจดูแผลให้พวกเขาทั้งคู่ โชคดีที่ตอนหยุมหัวกันต่างฝ่ายต่างยั้งมือ แผลเลยไม่ปริ เหลียงเหอทายาให้เสร็จก็เริ่มเตรียมมื้อเย็น
สวีอี้ขอตัวกลับไปทำงานตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เหลียงเหอเลยนำอาหารที่ทางศูนย์เตรียมไว้ให้เซดริลและแลนดอนมาหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วเสิร์ฟให้ตรงหน้า
"เฮ้ย! ทำไมเหลียงเหอถึงกล้าผสมยาลงไปในอาหารต่อหน้าต่อตาเซดริลกับแลนดอนเลยล่ะ?!"
เสียงอุทานดังลั่นห้องควบคุม ภาพที่เห็นคือเหลียงเหอกำลังเทผงยาที่สวีอี้จัดไว้ให้ลงในชามอาหารของทั้งคู่แบบไม่ปิดบัง แถมยังเติมผงวิตามินบำรุงขนลงไปด้วย
"ทำแบบนั้นพวกเซดริลกับท่านผู้บัญชาการจะยอมกินเหรอ? เดิมทีพวกเขาก็ไม่ไว้ใจมนุษย์อยู่แล้วนะ!"
"เหลียงเหอชักจะเหลิงเกินไปแล้ว ทำแบบนี้มันหยามกันชัดๆ คิดว่าพวกเขาโง่หรือไง?"
"จบกัน! ต่อไปนี้ท่านจอมพลกับท่านผู้บัญชาการต้องไม่ยอมกินอาหารที่เหลียงเหอให้อีกแน่ๆ ทุกอย่างกำลังจะพังพินาศ!"
ตรงข้ามกับความตื่นตระหนกของเพื่อนร่วมงาน เหลียงเหอกลับดูชิลๆ ในความคิดของเธอ สัตว์น่ะมีสัญชาตญาณที่แม่นยำยิ่งกว่าอะไร พวกมันรู้ดีว่าใครประสงค์ดีหรือประสงค์ร้าย
บางทีการทำลับๆ ล่อๆ อาจจะยิ่งทำให้พวกมันระแวง สู้ทำตรงไปตรงมาแบบนี้แหละได้ผลดีกว่า
"โฮก?"
"แกว๊ก?"
และก็เป็นไปตามที่เหลียงเหอคิด เซดริลกับแลนดอนเห็นเธอโรยผงแปลกๆ ลงไปหลายอย่างก็ไม่ได้โวยวายหรือเดินหนี แค่มองหน้าเธอด้วยความสงสัยเท่านั้น
"ของพวกนี้ดีต่อร่างกายพวกนายทั้งนั้น ห้ามกินทิ้งกินขว้างนะจ๊ะ"
เหลียงเหอคลุกเคล้าอาหารกับยาให้เข้ากัน แล้วเลื่อนชามไปตรงหน้าพวกเขา
สองสัตว์ร้ายดมฟุดฟิดพิสูจน์กลิ่น เงยหน้าขึ้นสบตากับเหลียงเหอที่ส่งยิ้มหวานเปี่ยมไปด้วยความหวังดีให้ สุดท้ายพวกเขาก็ค่อยๆ คาบชิ้นเนื้อเข้าปากอย่างระมัดระวัง
สัญชาตญาณการระวังภัยของสัตว์ร้ายนั้นเฉียบคม แต่ในขณะเดียวกัน สัญชาตญาณในการรับรู้สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายก็เฉียบคมไม่แพ้กัน
"โฮก!"
"แกว๊ก!"
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีพิษภัยแถมยังมีประโยชน์ สองยักษ์ใหญ่ก็สวาปามอาหารในชามอย่างเอร็ดอร่อย ทิ้งให้ทีมงานในห้องควบคุมยืนอ้าปากค้างด้วยความทึ่ง
"บอกตรงๆ นะ ฉันเริ่มจะเชื่อแล้วว่า... ต่อให้เหลียงเหอใส่ยาพิษลงไปต่อหน้าต่อตา พวกเขาก็คงคิดว่าเธอกำลังหวังดีและยอมกินแต่โดยดีแน่ๆ"
[จบตอน]