- หน้าแรก
- สตรีมเมอร์กู้จักรวาล แค่ไลฟ์สดจกพุงเสือ ก็กลายเป็นขวัญใจคนทั้งกาแล็กซี
- บทที่ 2 : สร้างความตื่นตะลึงให้เพื่อนร่วมงานสักหน่อย
บทที่ 2 : สร้างความตื่นตะลึงให้เพื่อนร่วมงานสักหน่อย
บทที่ 2 : สร้างความตื่นตะลึงให้เพื่อนร่วมงานสักหน่อย
บทที่ 2 : สร้างความตื่นตะลึงให้เพื่อนร่วมงานสักหน่อย
ไม่รู้ว่าท่านจอมพลเสียสติไปแล้วหรือยัง แต่ที่แน่ๆ คนในห้องควบคุมกลางแทบจะบ้าตายกันหมดแล้ว
"เขา... เขายอมกินเนื้อที่เหลียงเหอป้อนจริงๆ ด้วย!"
นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีคนสามารถป้อนอาหารสัตว์ร้ายได้สำเร็จ บรรยากาศภายในห้องควบคุมเต็มไปด้วยความตื่นเต้นปนขนลุกซู่
เมื่อเห็นภาพที่น่าเหลือเชื่อบนหน้าจอมอนิเตอร์ พวกเขาเริ่มสงสัยแล้วว่าเสือตัวนั้นถูกสับเปลี่ยนตัวไปหรือเปล่า!
ในฐานะหัวหน้าเขต ฮั่วอันแม้จะตกตะลึงไม่แพ้กัน แต่ก็ยังคงรักษามาดสุขุมเอาไว้ได้
ทว่าในวินาทีถัดมา เขาก็เกือบจะเก็บอาการไม่อยู่เหมือนกัน
"พวกคุณไม่ได้เตรียมสารอาหารให้เธอเหรอ?"
หลังจากป้อนเซดริลจนอิ่มแล้ว เหลียงเหอก็หยิบกล่องทัปเปอร์แวร์ออกมาจากท้ายยาน พร้อมกับถุงทำความร้อนสองถุงเพื่ออุ่นอาหาร
"ดูเหมือนชาวดาวบลูสตาร์จะยึดติดกับการทานอาหารปรุงสุกใหม่ๆ ก็เลยไม่ชอบดื่มสารอาหารครับ" เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลที่รับเหลียงเหอเข้ามาทำงานรีบอธิบาย
ทางด้านเซดริลที่กินอิ่มจนพุงกาง เริ่มขยับจมูกดมกลิ่นหอมฉุยที่ลอยมาจากกล่องข้าวของเหลียงเหอ อุ้งเท้าหน้าตะกุยพื้นยิกๆ ด้วยความอยากรูอยากเห็น
"นี่ข้าวเย็นฉัน นายกินไม่ได้นะ"
เหลียงเหอดันหัวโตๆ ของเจ้าเสือออกเบาๆ มืออีกข้างก็ลูบหัวมันอย่างเอ็นดู พลางอธิบายอย่างใจเย็น
"เจ้าตัวเล็ก กับข้าวของฉันใส่เกลือแล้วก็เครื่องปรุงรสเยอะแยะ นายกินเข้าไปเดี๋ยวขนร่วงหมด สุขภาพจะแย่เอานะ"
"โฮก!" (อยากกิน!)
"ไม่ได้จ้ะ เป็นเด็กดีหน่อยสิ"
"งื้ด..."
เมื่อไม้แข็งไม่ได้ผล เสือโคร่งราชาทมิฬก็เริ่มใช้ไม้อ่อน ลงไปนอนกลิ้งเกลือกอ้อนวอนกับพื้น ทำเอาเหลียงเหอหัวเราะร่า เธยวางกล่องข้าวลง แล้วคว้าเจ้าเสือตัวยักษ์มากอดหมับ ก่อนจะประทับรอยจูบลงบนหน้าผากมันฟอดใหญ่
"ทำไมน่ารักขนาดนี้เนี่ย! ชอบนายจังเลย!"
เซดริลที่โดนขโมยจูบถึงกับสตั๊น ตากลมโตสีทองกระพริบปริบๆ ด้วยความงุนงง ลิ้นสากเลียอุ้งเท้าแก้เขิน สายตาก็แอบชำเลืองมองเหลียงเหอที่เริ่มลงมือทานมื้อเย็นอย่างเอร็ดอร่อย
"เธอ... เธอจูบเซดริล! เธอกล้าดียังไง?!"
"ประเด็นคือท่านจอมพลไม่ตบเธอคว่ำต่างหาก!"
"โลกทัศน์ของฉันพังทลายหมดแล้ว และฉันสังหรณ์ใจว่ามันจะพังลงไปเรื่อยๆ ด้วย"
ฮั่วอันที่โลกทัศน์พังพินาศไม่ต่างกัน ตอนนี้ไม่อยากจะพูดอะไรอีกแล้ว เขาทำได้เพียงบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมด แล้วส่งไฟล์วิดีโอไปให้ครอบครัวของเซดริลดู
ใช่แล้ว ถึงจะเป็นบีสต์แมนระดับ SSS หรือเป็นถึงจอมพลแห่งสหพันธ์ ก็ยังมีพ่อแม่คอยเป็นห่วงนะ!
[กลุ่มผู้ปกครองเซดริล]
[ฮั่วอัน: @All ส่งวิดีโอ]
บีสต์แมนทุกคนที่อยู่ในช่วงวิวัฒนาการจะมีกลุ่มแชทสำหรับผู้ปกครองโดยเฉพาะ แต่โดยปกติแล้ว ถ้าไม่มีเรื่องคอขาดบาดตาย กลุ่มนี้จะเงียบกริบ
เพราะเมื่อบีสต์แมนกลายร่างและเข้าสู่เขตอนุรักษ์ การติดตามตัวพวกเขานั้นยากลำบากมาก ดังนั้นการไม่มีข่าวจึงถือเป็นข่าวดีที่สุด
วินาทีที่ฮั่วอันส่งคลิปวิดีโอลงกลุ่ม พ่อแม่ของเซดริลถึงกับใจหายวาบ กลัวว่าจะได้เห็นภาพลูกชายในสภาพปางตาย
[พ่อเซดริล: ???]
[แม่เซดริล: นี่ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า?!]
ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของพวกเขา... ยอมให้คนเข้าใกล้? แถมยังยอมกินอาหารที่มนุษย์ป้อนอีกต่างหาก!
ต้องเข้าใจก่อนว่า บีสต์แมนที่อยู่ในสภาวะสัตว์ร้ายนั้นคือสัตว์ป่าเต็มร้อย ดุร้ายถึงขนาดจำพ่อแม่ตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ!
[พ่อเซดริล: ผู้หญิงในคลิปเป็นใคร? ผมต้องการข้อมูลของเธอทั้งหมด]
[ฮั่วอัน: เธอเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์คนใหม่ ชื่อเหลียงเหอ มาจากดาวบลูสตาร์ครับ]
ฮั่วอันส่งประวัติของเหลียงเหอให้ จากนั้นก็ปิดหน้าต่างแชท เพราะเขามีเรื่องสำคัญกว่าต้องทำ
"ส่งคนไปที่ดาวบลูสตาร์ รับสมัครชาวดาวบลูสตาร์เพิ่มอีกสักสองสามคน"
เขาอยากจะทดลองอะไรบางอย่าง
"หัวหน้าครับ หรือว่าคุณอยากจะพิสูจน์ว่าชาวดาวบลูสตาร์เป็นข้อยกเว้น?"
'สวีอี้' สัตวแพทย์ประจำเขต เดาความคิดของฮั่วอันออกทันที แต่น่าเสียดายที่เขาต้องดับฝันเจ้านาย
สวีอี้ส่ายหน้าเบาๆ แล้วถอนหายใจ "นอกจากเหลียงเหอแล้ว ก่อนหน้านี้เราก็เคยรับชาวดาวบลูสตาร์มาทำงานเหมือนกัน แต่ไม่มีใครเข้าใกล้บีสต์แมนที่กลายร่างได้เลยสักคนครับ"
นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเขาตกตะลึงกับการกระทำของเหลียงเหอ เพราะเธอคือ 'ข้อยกเว้น' เพียงหนึ่งเดียว!
ได้ยินดังนั้น ฮั่วอันที่นั่งอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ก็เคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบาๆ สายตายังคงจับจ้องไปที่ภาพของเหลียงเหอกับเซดริลอย่างครุ่นคิด
"รอเหลียงเหอกลับออกมา บอกให้เธอมาพบผมด้วย"
"ครับ"
เหลียงเหอที่ยังไม่รู้ตัวว่าถูกหมายหัว ทานมื้อเย็นเสร็จก็เก็บข้าวของเตรียมตัวกลับศูนย์บริการ
พื้นที่ของเขตอนุรักษ์สัตว์ป่ากว้างใหญ่ไพศาลมาก มีศูนย์บริการกระจายอยู่ถึงสิบแห่ง เหลียงเหอเลือกไปยัง 'เขตบริการที่เจ็ด' ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด
"เอ๊ะ? เจ้าตัวเล็ก นายจะกลับพร้อมฉันเหรอ?"
รู้สึกถึงน้ำหนักที่กดทับลงมาด้านหลัง พอหันไปมองก็จ๊ะเอ๋กับหน้าแมวยักษ์ ดวงตาสีทองจ้องมองแผงควบคุมยานบินด้วยความสงสัยใคร่รู้
"โฮก!"
เห็นเจ้าเสือทมิฬนั่งนิ่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถ เหลียงเหอก็ปิดประตูยาน ปรับโหมดเป็นระบบลอยตัว แล้วมุ่งหน้าสู่เขตบริการที่เจ็ด
เมื่อมาถึง สวีอี้ที่มารอรับอยู่ก่อนแล้วก็รีบตรงเข้ามาทันที
แม้เหลียงเหอจะทำแผลเบื้องต้นให้แล้ว แต่พวกเขายังไม่วางใจในฝีมือของเธอ เพื่อความชัวร์ ให้สัตวแพทย์มืออาชีพตรวจดูอาการอีกทีน่าจะดีกว่า
"กรร!"
ทันทีที่ประตูยานเปิดออก เซดริลก็เริ่มส่งเสียงขู่คำราม เห็นได้ชัดว่าเขาจำกลิ่นของสวีอี้ได้แม่น
สัมผัสได้ถึงความหงุดหงิดของเจ้าเสือ เหลียงเหอยังไม่ทันได้ทักทายสวีอี้ ก็ต้องรีบโดดลงจากยานไปกอดคอปลอบเจ้าแมวยักษ์ด้านหลังก่อน
"โอ๋ๆ ไม่เอาไม่ดุนะ เขาไม่ใช่คนไม่ดี เด็กดีไม่โกรธนะ"
กับสัตว์แล้ว เหลียงเหอมีความอดทนสูงเสมอ น้ำเสียงของเธออ่อนโยนจนน่าใจหาย
จากที่กำลังแยกเขี้ยวขู่จะไล่สวีอี้ พอโดนกล่อมเข้าหน่อย เซดริลก็ค่อยๆ สงบลง ภาพนี้ทำเอาสวีอี้ถึงกับเดาะลิ้นด้วยความทึ่ง
"เหลียงเหอ เซดริลบาดเจ็บ ผมต้องตรวจอาการเขา รบกวนช่วยพาเขาไปที่ห้องพยาบาลหน่อยได้ไหมครับ?"
สวีอี้รู้สถานะตัวเองดี ถึงเห็นคาตาว่าเซดริลยอมลงให้เหลียงเหอ แต่เขาก็ไม่คิดเข้าข้างตัวเองว่าจะได้รับสิทธิพิเศษนั้นด้วย เลยต้องอาศัยบารมีเหลียงเหอช่วย
"ได้สิคะ"
ในฐานะเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์ นี่เป็นหน้าที่ของเธออยู่แล้ว
"ที่แท้นายชื่อเซดริลเหรอ? ชื่อเท่สมตัวเลยนะเนี่ย"
แม้สัตว์ร้ายจะฟังภาษาคนไม่ออก แต่พวกมันไวต่ออารมณ์ความรู้สึก
เซดริลเอาหัวถูไถฝ่ามือเธออย่างออดอ้อน แล้วเดินตามต้อยๆ ลงจากยานบิน โดยมีสวีอี้เดินนำหน้า
เพื่อความปลอดภัยของสวีอี้ เหลียงเหอเลยเดินคั่นกลาง และนั่นทำให้เธอไม่ทันสังเกตเห็นท่าทีเตรียมขย้ำเหยื่อของเซดริล
"โฮก!"
หางตาเหลือบเห็นเงาสีทองพุ่งวาบผ่านหน้า เหลียงเหอปฏิกิริยาไวปานวอก รีบพุ่งเข้าไปคว้าตัวเสือโคร่งราชาทมิฬไว้เต็มอ้อมกอด!
คนในห้องควบคุมเห็นฉากนี้เข้าเต็มตา ถึงกับอ้าปากค้าง
"ปฏิกิริยาตอบสนองของเหลียงเหอจะไวเกินไปไหม?! คว้าตัวเสือโคร่งราชาทมิฬได้ทัน แถมยังไม่โดนแรงกระแทกล้มอีก!"
"น้ำหนักตัวของเสือโคร่งราชาทมิฬเท่ากับผู้ชายตัวโตๆ หลายคนรวมกันเลยนะ เหลียงเหอที่เป็นชาวดาวบลูสตาร์ตัวแค่นั้นทำได้ยังไง?!"
"ต่อให้เหลียงเหอมีแรงเยอะผิดปกติ แต่การหยุดเสือที่กำลังพุ่งโจมตีให้หยุดกะทันหันแบบนั้น... มันผิดกฎฟิสิกส์ชัดๆ!"
เหลียงเหอที่ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องเหนือมนุษย์ของตัวเอง ถูกแรงปะทะของเซดริลชนจนเซถอยหลังไปหลายก้าว กว่าจะทรงตัวได้ก็เล่นเอาเกือบแย่
ส่วนเซดริล ทันทีที่ได้กลิ่นกายของเธอก็หยุดการโจมตีทันที สองเท้าหลังยันพื้นไว้แน่น พยายามถ่ายน้ำหนักตัวไม่ให้ทับร่างเธอมากเกินไป
"เป็นอะไรไปฮึ?"
พอยืนได้มั่นคง เหลียงเหอก็ไม่ได้รู้สึกว่าเจ้าเสือตัวหนักอะไร เธอลูบขนปลอบประโลมให้เขาผ่อนคลายอย่างใจเย็น แต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมจู่ๆ เขาถึงพุ่งใส่สวีอี้
"ก่อนหน้านี้เซดริลบาดเจ็บหนัก เราเลยต้องใช้ปืนยาสลบยิงแล้วหามกลับมา พอตื่นขึ้นมาเขาก็คลุ้มคลั่งอาละวาด"
ตอนนั้นสวีอี้ไม่มีทางเลือก นอกจากต้องวางยาสลบอีกรอบแล้วมัดไว้เพื่อรักษา สงสัยเจ้านี่คงจะแค้นฝังหุ่นน่าดู
"เจ้าตัวเล็ก นี่นายเป็นพวกเจ้าคิดเจ้าแค้นเหรอเนี่ย"
เหลียงเหอบีบแก้มยุ้ยๆ ของเจ้าเสือเบาๆ เซดริลแยกเขี้ยวยิงฟันใส่แต่ก็ไม่ยอมกัดเธอสักแอะ ท่าทางน่ารักน่าชังจนเหลียงเหอหลุดขำ
"แต่ก็นะ น่ารักขนาดนี้ อนุญาตให้เจ้าคิดเจ้าแค้นได้! เนอะ?"
[จบตอน]