- หน้าแรก
- สตรีมเมอร์กู้จักรวาล แค่ไลฟ์สดจกพุงเสือ ก็กลายเป็นขวัญใจคนทั้งกาแล็กซี
- บทที่ 1 : เจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์รายงานตัว!
บทที่ 1 : เจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์รายงานตัว!
บทที่ 1 : เจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์รายงานตัว!
บทที่ 1 : เจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์รายงานตัว!
"โฮก!"
เสียงคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่น ทำเอาใบไม้ที่จวนเจียนจะร่วงพรูลงมาอย่างบ้าคลั่ง ฝังร่างของ 'เหลียงเหอ' ที่กำลังหลบแดดอยู่ใต้ต้นไม้จนมิด
"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?"
หญิงสาวตะเกียกตะกายปัดใบไม้ออกจากตัว ก่อนจะลุกขึ้นมาจากกองใบไม้ในสภาพมอมแมม แล้วรีบบังคับยานบินมุ่งหน้าไปยังทิศทางของเสียงคำรามทันที
ในขณะเดียวกัน บรรยากาศภายในห้องควบคุมกลางแห่งเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าเทียนเย่ากำลังตึงเครียดถึงขีดสุด
"เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงมีสัตว์ร้ายหลุดเข้ามาในเขตอนุรักษ์ได้?!"
"แย่แล้ว! เซดริลจับกลิ่นอายของสัตว์ร้ายได้ ตอนนี้ปะทะกันแล้วครับ!"
"ข่าวดีคือสัตว์ร้ายตายแล้ว แต่ข่าวร้ายคือ... เซดริลได้รับบาดเจ็บ!"
เซดริลไม่ใช่แค่เสือโคร่งราชาทมิฬที่มีลำตัวยาวกว่าสามเมตร ดูองอาจน่าเกรงขามสมฉายาราชาแห่งพงไพรเท่านั้น แต่เขายังเป็นถึงจอมพลแห่งสหพันธ์ดวงดาว... บีสต์แมนระดับ SSS นามว่า 'เซดริล'
บีสต์แมนระดับ SSS คือนักรบโดยกำเนิด เมื่อบรรลุนิติภาวะพวกเขาจะเข้าสู่ 'ช่วงวิวัฒนาการ' เพื่อสร้างร่างจิตภูตที่เป็นสัตว์ป่าออกมา โดยระยะเวลานี้จะกินเวลาประมาณสามถึงห้าปี
ในระหว่างกระบวนการวิวัฒนาการ พวกเขาจะเข้าสู่สภาวะ 'คลุ้มคลั่ง' อย่างไม่แน่นอน สูญเสียจิตสำนึกของมนุษย์ และกลายเป็นสัตว์ร้ายโดยสมบูรณ์
"บ้าเอ๊ย! บีสต์แมนที่กลายร่างเป็นสัตว์จะไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้เด็ดขาด แบบนี้เราก็เข้าไปรักษาเขาไม่ได้สิ!"
บีสต์แมนในร่างสัตว์ร้ายจะไม่ยอมรับการถูกกักขังหรือการให้อาหาร แม้แต่เครื่องติดตามตัว ทันทีที่พวกเขารู้ตัวว่ามีมันอยู่ ก็จะพยายามทำลายทิ้งทันที หากฝืนเข้าไปใกล้ มีแต่จะยิ่งยั่วยุให้พวกเขาคลั่ง หรือถึงขั้นอดอาหารประท้วง
"ผมจะนำทีมออกไปตามหาเซดริลเอง ให้สัตวแพทย์เตรียมปืนยาสลบไว้ให้พร้อม"
'ฮั่วอัน' หัวหน้าเขตอนุรักษ์ฯ ที่เพิ่งได้รับรายงานรีบตรงเข้ามาสั่งการทันที
ทว่า ยังไม่ทันที่เขาจะได้ออกปฏิบัติการ ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอมอนิเตอร์ก็ทำให้เขาถึงกับพูดไม่ออก
"นั่น... ใครกัน?"
บนหน้าจอ เครื่องติดตามสัญญาณจับภาพของเสือโคร่งราชาทมิฬได้สำเร็จ แต่สิ่งที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าคือ... ข้างกายของเซดริล กลับมีมนุษย์ชาวดาวบลูสตาร์ตัวเล็กน่ารักยืนอยู่ด้วย!
"โฮก!"
เนื่องจากเพิ่งผ่านการต่อสู้กับสัตว์ร้ายมาหมาดๆ ดวงตาของเสือโคร่งราชาทมิฬจึงยังแดงก่ำด้วยความดุร้าย การที่มีมนุษย์เข้ามาใกล้ในเวลานี้ ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณการต่อต้านและความรังเกียจของเขาให้พุ่งสูงขึ้น
"เจ้าตัวเล็กนี่ ขู่เก่งซะด้วย"
ทว่าเสียงคำรามเตือนต่ำๆ นั้นดูจะไร้ผล เหลียงเหอผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นสาวน้อยบอบบาง ก้าวขายาวๆ เดินตรงเข้าไปหาอย่างไม่เกรงกลัว แถมปากยังเรียกเสือยักษ์ยาวสามเมตรว่า 'เจ้าตัวเล็ก' หน้าตาเฉย เล่นเอาทั้งคนทั้งเสือถึงกับไปไม่เป็น
"โฮก!"
เมื่อเห็นเหลียงเหอเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เสือโคร่งราชาทมิฬที่บาดเจ็บอยู่แล้วก็ฝืนยืนขึ้น โก่งตัว ขนพองฟู พยายามขู่ขวัญมนุษย์ผู้บังอาจตรงหน้าให้กลัวจนหัวหด
"โฮก!"
อย่าเพิ่งเข้าใจผิด เสียงนี้ไม่ได้มาจากเสือ แต่เป็นเหลียงเหอที่ทำเสียงเลียนแบบเสือคำรามตอบกลับไปต่างหาก
ได้ยินเสียงร้องของพวกเดียวกัน เจ้าเสือใหญ่ถึงกับชะงัก ยืนนิ่งทำหน้างง มองเหลียงเหอตาปริบๆ ความดุร้ายในดวงตาสีทองจางลงไปถนัดตา ท่าทีเตรียมพร้อมโจมตีเมื่อครู่ผ่อนคลายลงทันที
"งือ?"
"โฮก!" (เสียงตอบรับ)
เมื่อได้ยินเสียงตอบรับจากเหลียงเหออีกครั้ง เซดริลในร่างเสือก็เริ่มเข้าใจว่าเมื่อกี้หูไม่ได้ฝาด เจ้าเสือขี้สงสัยจึงเผลอปล่อยให้เหลียงเหอเดินเข้ามาประชิดตัว และยอมให้เธอทำแผลให้แต่โดยดี
เห็นแบบนั้น เหลียงเหอก็อดขำไม่ได้ จริงๆ แล้วถ้าอยากให้เสือยอมจำนน เราต้องดุให้ยิ่งกว่า ต้องคำรามให้ดังกว่ามัน
เหลียงเหอรีบคว้าโอกาสทอง หยิบกล่องปฐมพยาบาลที่เตรียมไว้ออกมาจัดการทำแผลให้เสือโคร่งราชาทมิฬอย่างรวดเร็ว และในจังหวะที่เจ้าเสือเริ่มจะได้สติ เธอก็ระดมคำชมชุดใหญ่ไฟกระพริบ เป่าหูจนเจ้าป่าเคลิ้มจนหาทางกลับบ้านไม่ถูก สุดท้ายก็ได้แต่ยอมจำนน ปล่อยเลยตามเลย
"เจ้าก้อนขนนี่มาจากไหนเนี่ย ทำไมเด็กดีจัง แป๊บเดียวนะ เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว"
เซดริลที่เพิ่งผ่านศึกหนักมามีบาดแผลเต็มตัว โดยเฉพาะขาหลังที่โดนกัดจนขนแหว่ง
เหลียงเหอผู้คลั่งไคล้ขนปุยเป็นชีวิตจิตใจ เมินเสียงครางขู่ต่ำๆ ของเซดริลไปอย่างสิ้นเชิง พอทำแผลเสร็จ เธอก็ถือโอกาส 'ลวนลาม' เจ้าแมวยักษ์อย่างจุใจ
ขนสีทองลายพาดกลอนดำขลับ สัมผัสนุ่มมือสั้นเกรียนแต่มันขวับ เหลียงเหองัดสารพัดเทคนิคการนวดแมวออกมาใช้ เล่นเอาดวงตาทรงอำนาจที่เคยเป็นเส้นขีดดุร้าย กลายเป็นดวงตากลมโตสุกใสเหมือนพระอาทิตย์ดวงน้อยๆ
"งือ..."
กลิ่นกายเฉพาะตัวของเหลียงเหอที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยลอยมาแตะจมูก เซดริลทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนพื้นหญ้าอย่างเกียจคร้าน หรี่ตาลงอย่างสบายอารมณ์ แม้แต่หางที่เคยฟาดไปมาด้วยความหงุดหงิดก็สงบนิ่งลง
"พระเจ้าช่วย... เธอทำให้ท่านจอมพลสงบลงได้...? แถมยังยอมให้ทำแผลเฉยเลย!?"
ภายในห้องควบคุม เจ้าหน้าที่ที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันอ้าปากค้าง กว่าจะเรียกสติกลับมาได้ก็ผ่านไปพักใหญ่
สัตวแพทย์ที่เตรียมเข็มยาสลบไว้พร้อมมือ หันไปมองหน้าหัวหน้าเขตเงียบๆ
"หัวหน้าครับ... เรายังต้องออกไปหาเซดริลอีกไหมครับ?"
ดูจากรูปการณ์แล้ว คงไม่จำเป็นแล้วล่ะมั้ง
ฮั่วอันยืนมองภาพหญิงสาวชาวดาวบลูสตาร์ตัวเล็กที่ค่อยๆ ซุกตัวเข้าไปนอนหนุนพุงเซดริลอย่างเงียบงัน หนึ่งคนหนึ่งเสือนอนอาบแดดกันอย่างสบายใจเฉิบ ไม่สนความเป็นตายของคนทางนี้เลยสักนิด
"ใครช่วยบอกผมทีว่าเธอเป็นใคร? แล้วเธอเข้ามาในเขตหวงห้ามได้ยังไง?"
"หัวหน้าครับ เธอเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์คนใหม่ ชื่อเหลียงเหอ มาจากดาวบลูสตาร์ครับ ช่วงนี้มีบีสต์แมนกลายร่างเยอะมาก ผมเลยให้เธอไปเดินสำรวจพื้นที่ก่อน ยังไม่ได้เริ่มอบรมงานเลยครับ"
ดาวบลูสตาร์เป็นดาวเคราะห์เก่าแก่ แต่เพิ่งจะเข้าร่วมสหพันธ์ดวงดาวได้ไม่นาน
ชาวดาวบลูสตาร์มีส่วนสูงเฉลี่ยไม่เกิน 180 เซนติเมตร ในสายตาของเผ่าพันธุ์อื่นในจักรวาล พวกเขาคือตัวแทนของความ 'ตัวเล็กและบอบบาง'
"งั้นแปลว่า... เธอไม่รู้สินะว่าเซดริลคือจอมพลแห่งสหพันธ์? เธอแค่คิดว่าเขาเป็นเสือธรรมดาๆ?"
เขตอนุรักษ์สัตว์ป่าเทียนเย่า ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษเพื่อปกป้องบีสต์แมนระดับ SSS ของสหพันธ์โดยเฉพาะ
บีสต์แมนที่กลายร่างเป็นสัตว์ป่าต้องเผชิญกับกฎแห่งการคัดสรรตามธรรมชาติ ซึ่งเต็มไปด้วยอันตราย หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียวก็อาจถึงแก่ชีวิต
บีสต์แมนระดับ SSS นั้นหายากมาก แทบทุกคนล้วนดำรงตำแหน่งสำคัญ หรือไม่ก็เป็นเชื้อพระวงศ์
ดังนั้น สหพันธ์จึงลงมติให้สร้างเขตอนุรักษ์นี้ขึ้นที่ดาวเทียนเย่า ซึ่งอยู่ใกล้เมืองหลวงที่สุด เพื่อช่วยให้พวกเขาผ่านพ้นช่วงวิวัฒนาการไปได้อย่างปลอดภัย
"น่าจะเป็นอย่างนั้นครับ"
คำตอบของลูกน้องทำให้ฮั่วอันตกอยู่ในภวังค์ความคิดอีกครั้ง
เขากำลังคิดว่า การที่เหลียงเหอสามารถเข้าใกล้เซดริลในร่างสัตว์คลุ้มคลั่งได้ เป็นเพียงกรณีพิเศษ หรือชาวดาวบลูสตาร์คนอื่นก็ทำได้เหมือนกัน?
ถ้าไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ แปลว่าเขตอนุรักษ์ฯ ควรรับสมัครชาวดาวบลูสตาร์เพิ่ม เพื่อมาดูแลบีสต์แมนเหล่านี้หรือไม่?
อย่างน้อยเวลาบาดเจ็บ ก็จะได้ให้ความร่วมมือในการรักษา
"ส่งข้อมูลของเหลียงเหอมาให้ผมที"
การจะเข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์ที่นี่ได้ ประวัติของเหลียงเหอต้องผ่านการตรวจสอบมาอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว ฮั่วอันไม่ได้กังวลเรื่องที่มาที่ไปของเธอ แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องเช็กให้ละเอียด
—----------------------------------------------
"หัวหน้าครับ ดูเหมือนพวกเขาจะตื่นแล้ว"
เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวของเซดริล รีบรายงานทันทีที่เห็นเหลียงเหอพาเสือโคร่งราชาทมิฬเดินออกจากจุดเดิม
"นั่นเธอกำลังจะไปล่าสัตว์เหรอ? โอ๊ย! ทำไมเธอไม่พา ท่านจอมพล กลับมาที่ศูนย์บริการล่ะ?"
"จะพามาทำไม? ท่านจอมพลไม่เคยยอมกินอาหารที่มนุษย์ป้อนอยู่แล้ว นายอยากเห็นท่านอดตายรึไง"
"แต่เครื่องมือแพทย์ที่ศูนย์ดีกว่านะ! อย่างน้อยก็ตรวจเช็กละเอียดได้"
"ฝันไปเถอะ เซดริลคงกัดเครื่องมือแพทย์พังยับแน่"
เหลียงเหอที่ยังไม่รู้ตัวว่ากำลังโดนนินทาผ่านจอมอนิเตอร์ มองคราบเลือดเปรอะเปื้อนบนตัวเซดริลด้วยความไม่สบายใจ
เสือต่างจากแมวตรงที่พวกมันค่อนข้างชอบเล่นน้ำ แต่ตอนนี้เขามีแผลสด ยังไม่ควรโดนน้ำจะดีกว่า
"ช่างเถอะ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง หาอะไรกินก่อนดีกว่า"
เหลียงเหอหันหลังเดินกลับไปที่ยานบิน ตอนที่เข้ามาในเขตนี้ เธอคิดเผื่อไว้แล้วว่าอาจจะต้องให้อาหารสัตว์ เลยขนเนื้อสดกับผลไม้มาเพียบ มีครบทั้งสำหรับสัตว์กินเนื้อและกินพืช
"โฮก!"
พอเห็นเหลียงเหอเดินหนี เสือโคร่งราชาทมิฬก็รีบก้าวเท้าตามไปทันที ไม่มีทีท่าว่าจะแยกตัวไปไหน
"รู้แล้วน่า ฉันรออยู่นี่ไง นายค่อยๆ เดินสิ"
เพราะเป็นห่วงแผลของเซดริล เหลียงเหอเลยเดินช้ามากๆ ภาพหนึ่งคนหนึ่งเสือเดินทอดน่องไปที่ยานบินราวกับกำลังเดินเล่นในสวนหลังบ้าน ทำเอาคนในห้องควบคุมเปิดหูเปิดตาอีกครั้ง
ขอเสียมารยาทหน่อยเถอะ... เหลียงเหอเหมือนกำลังจูงหมาเดินเล่นไม่มีผิด
เหลียงเหอเปิดท้ายยาน หยิบเนื้อสดก้อนโตออกมาสองชิ้น ใช้มีดพกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ เทใส่กะละมังแล้ววางลงตรงหน้าเซดริล
"เธอทำอะไรน่ะ? เธอคิดว่าแค่เข้าใกล้ท่านจอมพลได้ แล้วท่านจะยอมกินเนื้อที่เธอป้อนเหรอ? ตลกตายล่ะ!"
"จบกัน ถ้าเซดริลประท้วงอดอาหารขึ้นมาจะทำไง? รีบหยุดเธอเร็ว!"
"เชี่ย! พวกนายเลิกโวยวายสักที! ดูจอมอนิเตอร์สิ ท่านจอมพลบ้าไปแล้วเหรอเนี่ย?!"
[จบตอน]