เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 ร้านอาหารกลางทะเล: ครีกเป็นใครกัน?

บทที่ 25 ร้านอาหารกลางทะเล: ครีกเป็นใครกัน?

บทที่ 25 ร้านอาหารกลางทะเล: ครีกเป็นใครกัน?


รางวัลจากการทำภารกิจให้คืบหน้าไปนั้นขึ้นอยู่กับตัวละครที่เป็นผู้กระตุ้นภารกิจนั้น

การที่ได้รับรางวัลเป็นการเพิ่มระดับของฮาคิเกราะจากการ์ป นั้นอยู่ในความคาดหมายของหลินโม่โดยสมบูรณ์

การพัฒนาของฮาคิเเกราะและฮาคิสังเกตจะไม่ปล่อยออร่าใด ๆ ออกมา

ดังนั้น มีเพียงแค่หลินโม่เท่านั้นที่สามารถรู้สึกถึงมันได้

การ์ปเองก็ไม่มีทางรู้เลยว่าพลังของหลินโม่พัฒนาขึ้นอย่างกะทันหัน

หลังจากนั้น

หลินโม่เตะการ์ปออกจากเรือของตัวเอง

การ์ปที่ไม่เต็มใจเท่าไหร่ก็ต้องยอมกลับไปที่เรือของตัวเอง และมองดูหลินโม่ที่ยังคงแล่นเรือต่อไป

แต่เมื่อคิดไปคิดมาแล้ว เขาก็ยังรู้สึกเป็นห่วง จึงตัดสินใจตามไปด้วย

จนกระทั่งช่วงเย็น ทั้งสองก็กลับมาถึงบาราติเอทีละคน

หลินโม่ลากปลาตัวใหญ่มากกว่าสามเมตรตัวหนึ่งกลับมาด้วย

จริง ๆ แล้วเขาอยากจับราชันย์ทะเลมามากกว่า

น่าเสียดาย...

แม้แต่ตัวที่เล็กที่สุดก็สามารถทำให้เรือของเขาล่มได้

ดังนั้นจึงต้องล้มเลิกความคิดนั้นไป

ในบาราติเอ

มีจำนวนห้องพักสำหรับพนักงานอย่างจำกัด

โดยปกติแล้วจะมีพนักงานอยู่ร่วมกันห้องละสามถึงสี่คน

เซฟขาแดงจึงจัดให้หลินโม่พักอยู่ในห้องเดียวกับซันจิ

คืนนั้น

ซันจิกับหลินโม่มาพบกันที่ดาดฟ้าหลังร้านบริเวณชั้นสองตามที่ตกลงกันไว้

แสงจันทร์จาง ๆ ส่องกระทบทั้งสองคน

ซันจิที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นก็กล่าวอย่างร้อนรนว่า "หลินโม่ ฉันพร้อมแล้ว! เริ่มกันเถอะ!"

หลินโม่มองเขาอย่างไร้อารมณ์

ตอนนี้ซันจิยังผอมเกินไป

ถ้าฝึกเพิ่มพละกำลังทันที ร่างกายอันบอบบางของซันจิอาจจะรับไม่ไหว

หลินโม่จึงพูดขึ้นตรง ๆ ว่า "ตั้งแต่นี้ไป มัดตุ้มน้ำหนักสองกิโลกรัมไว้ที่ข้อเท้า ไม่ว่าเวลาจะกินข้าว ทำงาน หรือเข้านอน ห้ามถอดออก จนกว่าจะชิน จากนั้นค่อยเพิ่มน้ำหนักขึ้น"

"หา?" ซันจิอุทานออกมาด้วยความตกใจ "นี่เป็นการฝึกกล้ามเนื้อขาฉันใช่ไหม?"

หลินโม่พยักหน้าเล็กน้อย

"แล้วหลังจากนั้นล่ะ?" ซันจิถามด้วยความตื่นเต้น "ฉันต้องฝึกอะไรต่อ? ฝึกความแม่นยำในการเตะรึเปล่า?"

"อย่าใจร้อน" หลินโม่กล่าวต่อ "เพิ่มความแข็งแรงของข้อเท้าให้ได้ก่อน ค่อยไปฝึกเรื่องอื่น"

"ถ้าหากว่างมาก ก็ไปศึกษากายวิภาคศาสตร์ซะ"

ซันจิถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพึมพำออกมา "ศึกษากายวิภาคศาสตร์แล้วมันจะช่วยอะไรได้?"

หลินโม่ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "พลังที่ปราศจากทักษะ ก็เป็นเพียงแค่พลังที่กระจัดกระจายไร้ความหมาย"

หลังจากพูดจบ หลินโม่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรต่ออีก เขาเดินผ่านซันจิแล้วกลับเข้าไปในห้องพักเพื่อพักผ่อน

ซันจิยืนอึ้งอยู่บนดาดฟ้า ครุ่นคิดถึงคำพูดของหลินโม่

ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน

ความหมายของหลินโม่คือให้เขาฝึกควบคุมพลังให้เป็นทักษะงั้นเหรอ?

หรือว่าทักษะที่ว่านี้ จะเกี่ยวข้องกับกายวิภาคศาสตร์ที่หลินโม่บอกให้ศึกษา?

ซันจิยกมือขึ้นเกาศีรษะ คิดเรื่องนี้ทั้งคืน แต่ก็ยังหาคำตอบไม่ได้

เช้าวันต่อมา

หลินโม่สั่งอาหารเช้าที่ร้านอาหาร

ส่วนการ์ปที่ใส่ชุดลำลอง ก็นั่งลงที่โต๊ะข้าง ๆ เหมือนเมื่อวานและสั่งอาหารเช้าแบบเดียวกัน

"ดื่มเหล้าตั้งแต่เช้าเลยเหรอ? ยังหนุ่มอยู่แท้ ๆ แต่เป็นพวกขี้เหล้าซะแล้ว" การ์ปมองหลินโม่ที่กำลังกินข้าวและดื่มเหล้าไปด้วย พลางหัวเราะ

หลินโม่ไม่สนใจเขา และกินอาหารของตัวเองต่อไป

ในใจเขารู้สึกแปลกใจไม่น้อย

เมื่อวานนี้การ์ปก็ยอมรับไปแล้วว่าเขาปฏิเสธเข้าร่วมกองทัพเรือ

แต่ทำไมยังไม่ไปอีก?

การ์ปยิ้มพลางถามว่า "ตอนนายอยู่ที่หมู่บ้านวินด์มิลล์ เคยเจอเด็กที่ชื่อ 'ลูฟี่' ไหม? นั่นเป็นหลานชายของฉัน"

"ไม่รู้จัก" หลินโม่ตอบอย่างใจเย็น

เขาอยู่ที่หมู่บ้านวินด์มิลล์แค่ประมาณสิบวัน และในช่วงนั้นลูฟี่ก็ไม่ได้มาที่บาร์เลย ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เคยพบกัน

"เฮ้อ น่าเสียดาย" การ์ปเท้าคางด้วยสีหน้าผิดหวัง "ฉันนึกว่านายกับลูฟี่เป็นเพื่อนกันซะอีก แล้วว่าแต่ 'เอส' ล่ะ นายรู้จักเขาไหม?"

หลินโม่มองการ์ปอย่างหมดคำพูด

ไอ้หมอนี่ พูดเรื่องพวกนี้ขึ้นมาทำไมกัน?

"ไม่รู้จัก" หลินโม่ตอบอย่างไร้อารมณ์

การ์ปหัวเราะลั่น "ฮ่า ๆๆ ไม่เป็นไร ไว้เจอกันวันหน้าก็ยังไม่สาย นายกับพวกนั้นอาจได้เป็นเพื่อนกันก็ได้นะ ฮ่า ๆๆ"

ทันใดนั้น

ประตูร้านอาหารก็ถูกเตะเปิดอย่างแรง!

ชายคนหนึ่งที่มีใบหน้าดุดัน นำลูกน้องกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามาในร้านอย่างกราดเกรี้ยว

"ส่งไอ้เด็กหัวทองนั่นมา!" ชายที่นำหน้าตะโกนดังลั่น

"เฮ้ นั่นมันลูกน้องของครีกไม่ใช่เหรอ?"

"หา? ครีก? เจ้านั่นคือโจรสลัดที่กำลังสร้างปัญหาไปทั่วอีสต์บลูอยู่ตอนนี้ไม่ใช่เหรอ? ทำไมลูกน้องมันถึงมาที่บาราติเอกัน?"

"ไม่รู้สิ แล้วไอ้เด็กหัวทองที่มันพูดถึงจะใช่คนเดียวกับที่เสิร์ฟอาหารให้พวกเราเมื่อกี้รึเปล่า?"

"เฮ้อ เด็กนั่นซวยแล้วล่ะ..."

เสียงซุบซิบดังขึ้นทั่วร้านอาหาร

บางคนก็กลัวจนไม่กล้าพูดอะไรออกมา

หลินโม่ยังคงกินอาหารของตัวเองต่อไป

ส่วนการ์ปก็มองเหล่าลูกน้องของครีกอย่างละเอียด พยายามนึกอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็จำไม่ได้ว่า "ครีก? เป็นโจรสลัดงั้นเหรอ? ทำไมฉันไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเจ้าหมอนั่นเลย?"

แขกโต๊ะข้าง ๆ ได้ยินดังนั้นจึงกระซิบเตือนว่า "ครีกเป็นโจรสลัดที่ปรากฏตัวในอีสต์บลูเมื่อไม่นานมานี้ ทำเรื่องเลวร้ายมานับไม่ถ้วน ตอนนี้มีกองเรือโจรสลัดทั้งหมด 15 ลำภายใต้คำสั่งของเขา"

"กองเรือ 15 ลำเชียวเหรอ" การ์ปลูบคางพลางครุ่นคิด ก่อนจะหันมามองหลินโม่แล้วหัวเราะ "บังเอิญจริง ๆ เมื่อเช้าฉันเพิ่งให้ลูกน้องนำเรือรบออกไป... หลินโม่ นายคิดว่าฉันควรทำยังไงดี?"

หลินโม่มองเขาด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย "แล้วแต่เลย"

แพดดี้เดินลงมาจากชั้นบนพร้อมถือจานอาหารลงมา

เมื่อเห็นว่ามีกลุ่มคนยืนอออยู่ตรงประตู เขาก็รีบวางจานอาหารลงบนโต๊ะของแขกตามลำดับ จากนั้นก็เดินเข้ามาหาพวกนั้นพร้อมกับถูมือไปมา พลางส่งยิ้มให้

"ยินดีต้อนรับครับ พวกคุณมาทานอาหารกันใช่ไหม?"

ชายที่เป็นหัวหน้ากลุ่มถลึงตาใส่แพดดี้ ก่อนจะกระชากคอเสื้อของเขาขึ้นมา แล้วตะคอกเสียงดัง

"ส่งไอ้เด็กหัวทองนั่นมาให้ฉัน!"

"เด็กหัวทอง?" พัดดี้ยังคงยิ้มอยู่ "แสดงว่าท่านลูกค้าทั้งหลายมาเพื่อตามหาคน ไม่ได้มาทานอาหารสินะ?"

"หืม? หรือว่าแกฟังที่ฉันพูดไม่รู้เรื่อง?" ชายคนนั้นเบิกตากว้าง แล้วกำหมัดขึ้น ก่อนจะง้างมือขึ้นเตรียมต่อยหน้าแพดดี้เต็มแรง

แต่แพดดี้กลับไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย

เขาคว้าหมัดของอีกฝ่ายเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย และในชั่วพริบตา ออร่าของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน!

"ถ้าพวกแกไม่ได้มาทานอาหาร ก็ออกไปซะ!"

พูดจบ พัดดี้ก็ยกเท้าขึ้นหมายจะเตะชายคนนั้นออกไปจากร้าน

ทว่าอีกฝ่ายกลับควักปืนออกมาจากเอว และเล็งไปที่ศีรษะของพัดดี้อย่างรวดเร็ว!

แพดดี้หยุดการเคลื่อนไหวลงทันที

เหงื่อเริ่มซึมออกมาบนหน้าผากของเขา

ขณะเดียวกัน

ซันจิกำลังเดินลงมาจากชั้นบนอย่างช้า ๆ พร้อมกับถือจานอาหาร

เนื่องจากที่ข้อเท้าของเขามีตุ้มน้ำหนักผูกติดอยู่

เมื่อเขาเห็นแพดดี้ถูกเล็งปืนใส่ ก็หยุดชะงักไปชั่วขณะ

"พี่เฉียง! ฉันเจอเด็กหัวทองแล้ว!" ลูกน้องของชายที่ถือปืน ตะโกนขึ้นพร้อมกับชี้ไปที่ซันจิที่อยู่บนบันไดวน

"หึ!" ชายที่ถูกเรียกว่าพี่เฉียงแค่นเสียงเย็นชา ก่อนจะหันปากกระบอกปืนไปทางซันจิ "ไอ้หนู! โทษตัวเองเถอะที่ไปยุ่งกับผู้หญิงของหัวหน้าเรา ได้เวลาตายของแกแล้ว!"

สิ้นเสียง ชายคนนั้นก็ดึงไกปืนทันที!

กระสุนพุ่งตรงไปที่ซันจิอย่างรวดเร็ว!

ซันจิยืนนิ่งแข็งทื่อด้วยความตกใจจนขยับตัวไม่ออก

ในหัวของเขามีเพียงสี่คำที่ดังก้องอยู่

"อา... จบเห่แล้ว!"

จบบทที่ บทที่ 25 ร้านอาหารกลางทะเล: ครีกเป็นใครกัน?

คัดลอกลิงก์แล้ว