เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 - รถเมล์ผีพุ่งชนจดหมาย

บทที่ 22 - รถเมล์ผีพุ่งชนจดหมาย

บทที่ 22 - รถเมล์ผีพุ่งชนจดหมาย


กระดาษที่เพิ่งถูกยัดเข้าไปในประตูตู้ดูเหมือนจะถูกอะไรบางอย่างคว้าเอาไว้ เพียงชั่วพริบตามันก็จมหายไปในความมืดหลังบานประตู

เจียงซานนับหนึ่งถึงสิบในใจ พอเขานับจบ กระดาษที่ออกมาจากตู้กลับไม่ใช่กระดาษแผ่นเดิม แต่เป็นจดหมายสีแดงฉาน

"?!"

"จดหมายสีแดงจากไปรษณีย์ผี?"

เจียงซานตกใจ เพราะเขาจำได้ว่าตอนหยางเจียนยัดกระดาษเข้าไปครั้งแรก สิ่งที่ออกมาก็คือกระดาษแผ่นเดิมนี่นา

ทำไมพอถึงตาเขา กระดาษแผ่นเดิมถึงกลายเป็นจดหมายจากไปรษณีย์ผีไปได้ แถมยังเป็นสีแดงอีก?

"จดหมายชั้นห้าของไปรษณีย์ผี?"

เจียงซานหน้าเครียด ไม่กล้ายื่นมือไปหยิบจดหมายแดงนั่น เขาไม่อยากเข้าไปในไปรษณีย์ผีเพื่อไปส่งจดหมายให้จางต้งตอนนี้หรอกนะ

ด้วยความกระจอกของเขาตอนนี้ ขืนไปก็เท่ากับแจกแต้มให้ "จักรพรรดิจางต้ง" ชัดๆ

เพื่อความไม่ประมาท เจียงซานใช้อาณาเขตผีพลิกจดหมายสีแดงดู เพราะตอนที่มันร่วงลงมา เขาเห็นแวบๆ ว่าด้านหลังจดหมายมีอะไรเขียนอยู่

"ผี"

ทันทีที่เจียงซานเห็นคำแรก จู่ๆ ทุกสิ่งรอบตัวก็เลือนหายไป ความมืดมิดจากทุกทิศทุกทางโถมเข้าใส่เจียงซาน

ตอนนี้เขาเหมือนหลุดเข้ามาอยู่ในมิติวิญญาณ

"!"

เจียงซานร้องในใจว่าฉิบหายแล้ว ตอนนี้เขาคงอยู่บนเส้นทางที่มุ่งสู่ไปรษณีย์ผี

ขณะที่เขากำลังพยายามเปิดใช้อาณาเขตผีอย่างบ้าคลั่ง เส้นทางเล็กๆ เส้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืด ที่ปลายทางนั้นมองเห็นอาคารไปรษณีย์ยุคสาธารณรัฐรัฐจีนตั้งตระหง่านอยู่ลางๆ

"เฮ้ยพวก ข้ายังไม่ได้แตะเลยนะโว้ย ไหงโผล่มานี่ได้?"

พอพบว่าใช้อาณาเขตผีไม่ได้เลย เจียงซานก็เตรียมทำใจยอมรับชะตากรรม

แต่สีแดงสดบนถนนเล็กๆ นั่นดึงดูดความสนใจเขา

จดหมายสีแดงยังไม่หายไป แต่มันกลับไปตกอยู่บนเส้นทางที่มุ่งสู่ไปรษณีย์ผี

เจียงซานกำลังจะขยับตัวไปเก็บ แต่เขาก็ต้องชะงักค้าง เพราะเขาพบว่าที่ปลายทางฝั่งไปรษณีย์ผี มีรถเมล์คันหนึ่งกำลังพุ่งตรงมาทางเขาด้วยความเร็วระดับนรกแตก

"รถเมล์ผีมาทำอะไรที่นี่?" เจียงซานงุนงง จ้องมองรถเมล์ผีที่พุ่งเข้ามาด้วยความตึงเครียด

แม้เจียงซานจะไม่รู้วัตถุประสงค์ของรถเมล์ผี แต่เขารู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของมันดี

ถ้าเป้าหมายของรถเมล์ผีคือการพุ่งชนเขา ต่อให้รู้ว่าสู้ไม่ได้ เจียงซานก็พร้อมจะแลกด้วยชีวิต

เขาไม่ยอมตายโง่ๆ แบบนี้แน่

ลมหนาวพัดกรรโชกขึ้นท่ามกลางความมืด พัดพาจดหมายสีแดงบนถนนให้ลอยละลิ่ว

"สาม... สอง... หนึ่ง... มาแล้ว!"

เจียงซานเกร็งไปทั้งตัว เตรียมพร้อมจะให้ผีหน้าคนตายกลืนกินอักษรผี แล้วลุ้นว่าการรีสตาร์ตของหน้าผีจะช่วยให้รอดจากการพุ่งชนครั้งนี้ได้ไหม

แต่เขากลับพบว่า เป้าหมายของรถเมล์ผีไม่ใช่ตัวเขา แต่เป็นจดหมายที่เขียนเงื่อนไขของตู้ผีฉบับนั้น!

รถเมล์ผีพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว ชนจดหมายที่ลอยอยู่กลางอากาศจนขาดกระจุยเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ก่อนที่เศษซากเหล่านั้นจะสลายหายไปในความมืด

เจียงซานหรี่ตามองรถเมล์ผีไร้คนขับคันนั้น พลางนึกเชื่อมโยงไปถึงเส้นทางการเติบโตของหยางเจียน ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่า:

"ดูท่าหยางเจียนคงต้องไปโรงแรมซีซาร์อย่างเลี่ยงไม่ได้สินะ"

ในต้นฉบับ หยางเจียนจัดการเหตุการณ์ผีอดอยากเสร็จก็ไปเจอกับจ้าวเล่ยที่ถูกผีหนังสือพิมพ์ควบคุม บวกกับคำขอร้องของสำนักงานใหญ่ ถึงได้จับพลัดจับผลูเข้าไปในโรงแรมซีซาร์

ต้องยอมรับว่า

ที่นั่นมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาฝีมือของหยางเจียนในภายหลัง

ตั้งแต่มีดหั่นศพไปจนถึงกล่องดนตรี เรียกได้ว่าเป็นไอเทมผีระดับเทพที่ช่วยให้หยางเจียนรอดตายมาได้นับครั้งไม่ถ้วน

"ช่างเถอะ รอจบเรื่องผีอดอยากค่อยไปหาผีหนังสือพิมพ์ที่โรงแรมซีซาร์ละกัน" เจียงซานบ่นอย่างช่วยไม่ได้

ยังไงซะผีหนังสือพิมพ์ก็คงไม่หนีไปไหนไกล รอให้เขาครอบครองเลือดผีได้ก่อนค่อยไปขังมัน เผลอๆ โอกาสสำเร็จจะสูงกว่าด้วยซ้ำ

จากนั้นเขาก็มองไปที่ไปรษณีย์ผีในความมืด พลันรู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมา

"สิ่งที่ต้องมา ถึงอย่างไรก็ต้องเผชิญสินะ"

เจียงซานสูดหายใจลึก แล้วเริ่มออกเดินมุ่งหน้าสู่ไปรษณีย์ผี แต่ยังไม่ทันก้าวขาไปได้สองก้าว จู่ๆ ความมืดรอบตัวก็อันตรธานหายไป

ตรงหน้าเขาคือตู้ผีเก่าคร่ำคร่าใบเดิม

"กลับมาแล้ว?"

เจียงซานลองใช้อาณาเขตผี พบว่าตัวเองกลับมาอยู่ที่เมืองต้าชางแล้วจริงๆ เขาถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก

ทำไมรถเมล์ผีต้องพุ่งชนจดหมายเงื่อนไขที่ตู้ผีให้เขาด้วย เจียงซานก็สุดจะรู้ แต่เขารู้อย่างหนึ่ง:

"จดหมายสีแดงนั่นเขียนเงื่อนไขของตู้ผีเอาไว้ เสียดายที่ยังไม่ทันได้ดู ดูท่าตราบใดที่ตัวเองยังไม่เก่งพอ ก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งกับอีเวนต์สำคัญที่ส่งผลต่อการเติบโตของหยางเจียนมากเกินไป"

จากสถานการณ์เมื่อครู่ เจียงซานสรุปบทเรียนได้อย่างรวดเร็ว

"เฮ้อ หมดอารมณ์ ไปดีกว่า ไปหาหวังเสี่ยวเฉียงเอาเงินไปแลกทองคำดีกว่า" เจียงซานถอนหายใจอย่างเซ็งๆ

"จุดหมายต่อไป คลับเสี่ยวเฉียง ไปหาประธานหวังเล่นแก้เซ็ง!"

เป้าหมายถูกผู้เฒ่าฉินในอนาคตแทรกแซง เจียงซานเลยหงุดหงิดงุ่นง่าน เขาเปิดอาณาเขตผีแล้วหายวับไปจากบ้านอิฐยุคสาธารณรัฐ

พอมาถึงคลับเสี่ยวเฉียง เจียงซานกลับไม่เจอหวังเสี่ยวเฉียง?

เขากวาดตามองพวกผู้ควบคุมผีในคลับ เมินสายตาไม่เป็นมิตรพวกนั้น แล้วจ้องเป๋งไปที่เย่จวิ้นซึ่งกำลังนั่งกระดกเหล้าอยู่บนโซฟา

"ไอ้หมอนี่มันขี้เมาตัวจริง วันนั้นถ้าดื่มน้อยกว่านี้หน่อย ไม่ซิ่งรถแข่ง ข้าก็คงไม่ต้องทุบหัวมันจนแบะหรอก" เจียงซานคิด

จากนั้นเขาก็เดินทำหน้านิ่งเข้าไปหาเย่จวิ้นแล้วถามว่า:

"เย่จวิ้น ประธานหวังไปไหน?"

พอได้ยินเสียงเจียงซาน เย่จวิ้นที่กำลังทำหน้าฟินก็หน้าเปลี่ยนสีทันที เขาตอบอย่างไม่เต็มใจว่า:

"ได้ข่าวว่าบอสของบริษัทซ่างทงเทคโนโลยีที่มีดีลกับคลับโดนผู้ควบคุมผีฆ่าตายพร้อมกิ๊ก ประธานหวังเลยออกไปตรวจสอบ"

ได้ยินคำตอบของเย่จวิ้น เจียงซานเงียบไปครู่หนึ่ง เขากำลังจะอ้าปากพูด ก็ได้ยินเสียงหวังเสี่ยวเฉียงดังมาจากหน้าประตู:

"เจียงซาน ไปรอฉันที่ห้องทำงาน"

"ประธานหวัง ผมไม่นิยมไม้ป่าเดียวกันนะ"

หวังเสี่ยวเฉียง: ...

นั่งรอในห้องทำงานได้ประมาณสิบนาที หวังเสี่ยวเฉียงก็กลับมา ประโยคแรกที่ทักเจียงซานคือ:

"นายฆ่าเปาโลกับแมรี่กิ๊กของมันเหรอ?"

"เฮ้ย ประธานหวัง ไม่มีหลักฐานอย่ามากล่าวหากันซี้ซั้วนะ ผมไม่เคยฆ่าใคร กฎของผมคือเงินมาชีวิตคืนสนองมาตลอด" เจียงซานตอบ

"งั้นแสดงว่าสองคนนั้นจ่ายค่าซื้อชีวิตไม่พอ?" น้ำเสียงของหวังเสี่ยวเฉียงเริ่มเย็นชาขึ้น แล้วพูดต่อว่า:

"หมอกหนาที่ปกคลุมตึกซ่างทงเมื่อคืนคืออาณาเขตผีของนายใช่ไหม ผีสามตนในห้องลับของเปาโลอยู่ที่นายหรือเปล่า? ถ้าอยู่ ผมแนะนำให้คืนกลับไปซะภายในคืนนี้"

คำพูดของหวังเสี่ยวเฉียงทำให้เจียงซานเริ่มสนใจ เขาคิดว่าหวังเสี่ยวเฉียงแม้จะทะเยอทะยาน แต่ก็ไม่น่าจะถึงขั้นต้องปกป้องผลประโยชน์ของนักล่าผีต่างชาติพวกนั้น ที่พูดแบบนี้แสดงว่าต้องมีอะไรแน่

"จะมาเหมาว่าหมอกลงคืออาณาเขตผีผมไม่ได้นะ เจียงซานคนนี้ไม่รับเป็นแพะรับบาป อีกอย่างในบริษัทพวกนั้นมีผีตั้งสามตนเลยเหรอ? แล้วถ้าไม่คืนจะเป็นยังไง?" เจียงซานย้อนถาม

สายตาที่หวังเสี่ยวเฉียงมองเจียงซานเริ่มเย็นเยียบ ถ้าไม่ใช่เพราะเจียงซานเป็นสมาชิกคลับและไม่ได้มีผลประโยชน์ขัดแย้งกับเขามากนัก

ป่านนี้เขาคงหาทางกำจัดเจียงซานไปนานแล้ว

ส่วนเรื่องเปาโลแห่งตึกซ่างทง ตายก็ตายไปสิ คนมีถมเถไป

แต่ผีสามตนในตึกนั่นสำคัญต่อองค์กรต่างชาตินั้นมาก เขาไม่อยากให้คลับของเขาต้องมาเดือดร้อนเพราะเจียงซาน

เมื่อเห็นท่าทีลังเลของหวังเสี่ยวเฉียง เจียงซานก็พอเดาอะไรได้:

หวังเสี่ยวเฉียงกลัวว่า "นักบวช" จะมาหาเรื่องที่คลับสินะ?

แม้เจียงซานจะไม่แน่ใจว่าตอนนี้ไอ้นักบวชนั่นเก่งแค่ไหน แต่ตอนที่หยางเจียนมีผีแค่สองตน ความหลอนของนักบวชแทบจะไม่ได้คุกคามหยางเจียนเลยด้วยซ้ำ

ถ้ามันมาจริง ใครจะอยู่ใครจะไปก็ยังไม่แน่

และเจียงซานมั่นใจว่า นักบวชไม่มีความกล้าพอที่จะข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงที่นี่หรอก

ไม่ต้องพูดถึงตอนสงครามระดับชาติที่สเกลพลังพังพินาศ ในใจลึกๆ ของเจียงซาน เขาไม่เคยคิดเลยว่า ผู้ควบคุมผีจากประเทศเล็กเท่ารูหนูจะมีปัญญาเก่งเกินหน้าระดับกัปตันได้ยังไง?

ดูแค่ผลงานที่ผ่านมา เจ้าของคฤหาสน์ยังเก่งกว่ากัปตันอันดับท้ายๆ ด้วยซ้ำ

เป็นเพราะตัวเขาเองกระจอก หรือพวกนั้นมันเก่งเกินไป?

เมืองต้าชางไม่ใช่คฤหาสน์ของพวกคิง และไม่ใช่ปราสาทเก่าแก่ของพวกมัน

ถ้ากล้าโผล่มา ไม่ต้องถึงมือสำนักงานใหญ่หรอก เจียงซานนี่แหละจะสอนให้ไอ้นักบวชนั่นรู้ซึ้งถึง "มารยาทของมหาอำนาจ" ด้วยการกระทำเอง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 22 - รถเมล์ผีพุ่งชนจดหมาย

คัดลอกลิงก์แล้ว