- หน้าแรก
- ม่านหมอกอาถรรพ์ เจียงซานกับคำสาปพลิกโลก
- บทที่ 22 - รถเมล์ผีพุ่งชนจดหมาย
บทที่ 22 - รถเมล์ผีพุ่งชนจดหมาย
บทที่ 22 - รถเมล์ผีพุ่งชนจดหมาย
กระดาษที่เพิ่งถูกยัดเข้าไปในประตูตู้ดูเหมือนจะถูกอะไรบางอย่างคว้าเอาไว้ เพียงชั่วพริบตามันก็จมหายไปในความมืดหลังบานประตู
เจียงซานนับหนึ่งถึงสิบในใจ พอเขานับจบ กระดาษที่ออกมาจากตู้กลับไม่ใช่กระดาษแผ่นเดิม แต่เป็นจดหมายสีแดงฉาน
"?!"
"จดหมายสีแดงจากไปรษณีย์ผี?"
เจียงซานตกใจ เพราะเขาจำได้ว่าตอนหยางเจียนยัดกระดาษเข้าไปครั้งแรก สิ่งที่ออกมาก็คือกระดาษแผ่นเดิมนี่นา
ทำไมพอถึงตาเขา กระดาษแผ่นเดิมถึงกลายเป็นจดหมายจากไปรษณีย์ผีไปได้ แถมยังเป็นสีแดงอีก?
"จดหมายชั้นห้าของไปรษณีย์ผี?"
เจียงซานหน้าเครียด ไม่กล้ายื่นมือไปหยิบจดหมายแดงนั่น เขาไม่อยากเข้าไปในไปรษณีย์ผีเพื่อไปส่งจดหมายให้จางต้งตอนนี้หรอกนะ
ด้วยความกระจอกของเขาตอนนี้ ขืนไปก็เท่ากับแจกแต้มให้ "จักรพรรดิจางต้ง" ชัดๆ
เพื่อความไม่ประมาท เจียงซานใช้อาณาเขตผีพลิกจดหมายสีแดงดู เพราะตอนที่มันร่วงลงมา เขาเห็นแวบๆ ว่าด้านหลังจดหมายมีอะไรเขียนอยู่
"ผี"
ทันทีที่เจียงซานเห็นคำแรก จู่ๆ ทุกสิ่งรอบตัวก็เลือนหายไป ความมืดมิดจากทุกทิศทุกทางโถมเข้าใส่เจียงซาน
ตอนนี้เขาเหมือนหลุดเข้ามาอยู่ในมิติวิญญาณ
"!"
เจียงซานร้องในใจว่าฉิบหายแล้ว ตอนนี้เขาคงอยู่บนเส้นทางที่มุ่งสู่ไปรษณีย์ผี
ขณะที่เขากำลังพยายามเปิดใช้อาณาเขตผีอย่างบ้าคลั่ง เส้นทางเล็กๆ เส้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืด ที่ปลายทางนั้นมองเห็นอาคารไปรษณีย์ยุคสาธารณรัฐรัฐจีนตั้งตระหง่านอยู่ลางๆ
"เฮ้ยพวก ข้ายังไม่ได้แตะเลยนะโว้ย ไหงโผล่มานี่ได้?"
พอพบว่าใช้อาณาเขตผีไม่ได้เลย เจียงซานก็เตรียมทำใจยอมรับชะตากรรม
แต่สีแดงสดบนถนนเล็กๆ นั่นดึงดูดความสนใจเขา
จดหมายสีแดงยังไม่หายไป แต่มันกลับไปตกอยู่บนเส้นทางที่มุ่งสู่ไปรษณีย์ผี
เจียงซานกำลังจะขยับตัวไปเก็บ แต่เขาก็ต้องชะงักค้าง เพราะเขาพบว่าที่ปลายทางฝั่งไปรษณีย์ผี มีรถเมล์คันหนึ่งกำลังพุ่งตรงมาทางเขาด้วยความเร็วระดับนรกแตก
"รถเมล์ผีมาทำอะไรที่นี่?" เจียงซานงุนงง จ้องมองรถเมล์ผีที่พุ่งเข้ามาด้วยความตึงเครียด
แม้เจียงซานจะไม่รู้วัตถุประสงค์ของรถเมล์ผี แต่เขารู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของมันดี
ถ้าเป้าหมายของรถเมล์ผีคือการพุ่งชนเขา ต่อให้รู้ว่าสู้ไม่ได้ เจียงซานก็พร้อมจะแลกด้วยชีวิต
เขาไม่ยอมตายโง่ๆ แบบนี้แน่
ลมหนาวพัดกรรโชกขึ้นท่ามกลางความมืด พัดพาจดหมายสีแดงบนถนนให้ลอยละลิ่ว
"สาม... สอง... หนึ่ง... มาแล้ว!"
เจียงซานเกร็งไปทั้งตัว เตรียมพร้อมจะให้ผีหน้าคนตายกลืนกินอักษรผี แล้วลุ้นว่าการรีสตาร์ตของหน้าผีจะช่วยให้รอดจากการพุ่งชนครั้งนี้ได้ไหม
แต่เขากลับพบว่า เป้าหมายของรถเมล์ผีไม่ใช่ตัวเขา แต่เป็นจดหมายที่เขียนเงื่อนไขของตู้ผีฉบับนั้น!
รถเมล์ผีพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว ชนจดหมายที่ลอยอยู่กลางอากาศจนขาดกระจุยเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ก่อนที่เศษซากเหล่านั้นจะสลายหายไปในความมืด
เจียงซานหรี่ตามองรถเมล์ผีไร้คนขับคันนั้น พลางนึกเชื่อมโยงไปถึงเส้นทางการเติบโตของหยางเจียน ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่า:
"ดูท่าหยางเจียนคงต้องไปโรงแรมซีซาร์อย่างเลี่ยงไม่ได้สินะ"
ในต้นฉบับ หยางเจียนจัดการเหตุการณ์ผีอดอยากเสร็จก็ไปเจอกับจ้าวเล่ยที่ถูกผีหนังสือพิมพ์ควบคุม บวกกับคำขอร้องของสำนักงานใหญ่ ถึงได้จับพลัดจับผลูเข้าไปในโรงแรมซีซาร์
ต้องยอมรับว่า
ที่นั่นมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาฝีมือของหยางเจียนในภายหลัง
ตั้งแต่มีดหั่นศพไปจนถึงกล่องดนตรี เรียกได้ว่าเป็นไอเทมผีระดับเทพที่ช่วยให้หยางเจียนรอดตายมาได้นับครั้งไม่ถ้วน
"ช่างเถอะ รอจบเรื่องผีอดอยากค่อยไปหาผีหนังสือพิมพ์ที่โรงแรมซีซาร์ละกัน" เจียงซานบ่นอย่างช่วยไม่ได้
ยังไงซะผีหนังสือพิมพ์ก็คงไม่หนีไปไหนไกล รอให้เขาครอบครองเลือดผีได้ก่อนค่อยไปขังมัน เผลอๆ โอกาสสำเร็จจะสูงกว่าด้วยซ้ำ
จากนั้นเขาก็มองไปที่ไปรษณีย์ผีในความมืด พลันรู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมา
"สิ่งที่ต้องมา ถึงอย่างไรก็ต้องเผชิญสินะ"
เจียงซานสูดหายใจลึก แล้วเริ่มออกเดินมุ่งหน้าสู่ไปรษณีย์ผี แต่ยังไม่ทันก้าวขาไปได้สองก้าว จู่ๆ ความมืดรอบตัวก็อันตรธานหายไป
ตรงหน้าเขาคือตู้ผีเก่าคร่ำคร่าใบเดิม
"กลับมาแล้ว?"
เจียงซานลองใช้อาณาเขตผี พบว่าตัวเองกลับมาอยู่ที่เมืองต้าชางแล้วจริงๆ เขาถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
ทำไมรถเมล์ผีต้องพุ่งชนจดหมายเงื่อนไขที่ตู้ผีให้เขาด้วย เจียงซานก็สุดจะรู้ แต่เขารู้อย่างหนึ่ง:
"จดหมายสีแดงนั่นเขียนเงื่อนไขของตู้ผีเอาไว้ เสียดายที่ยังไม่ทันได้ดู ดูท่าตราบใดที่ตัวเองยังไม่เก่งพอ ก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งกับอีเวนต์สำคัญที่ส่งผลต่อการเติบโตของหยางเจียนมากเกินไป"
จากสถานการณ์เมื่อครู่ เจียงซานสรุปบทเรียนได้อย่างรวดเร็ว
"เฮ้อ หมดอารมณ์ ไปดีกว่า ไปหาหวังเสี่ยวเฉียงเอาเงินไปแลกทองคำดีกว่า" เจียงซานถอนหายใจอย่างเซ็งๆ
"จุดหมายต่อไป คลับเสี่ยวเฉียง ไปหาประธานหวังเล่นแก้เซ็ง!"
เป้าหมายถูกผู้เฒ่าฉินในอนาคตแทรกแซง เจียงซานเลยหงุดหงิดงุ่นง่าน เขาเปิดอาณาเขตผีแล้วหายวับไปจากบ้านอิฐยุคสาธารณรัฐ
พอมาถึงคลับเสี่ยวเฉียง เจียงซานกลับไม่เจอหวังเสี่ยวเฉียง?
เขากวาดตามองพวกผู้ควบคุมผีในคลับ เมินสายตาไม่เป็นมิตรพวกนั้น แล้วจ้องเป๋งไปที่เย่จวิ้นซึ่งกำลังนั่งกระดกเหล้าอยู่บนโซฟา
"ไอ้หมอนี่มันขี้เมาตัวจริง วันนั้นถ้าดื่มน้อยกว่านี้หน่อย ไม่ซิ่งรถแข่ง ข้าก็คงไม่ต้องทุบหัวมันจนแบะหรอก" เจียงซานคิด
จากนั้นเขาก็เดินทำหน้านิ่งเข้าไปหาเย่จวิ้นแล้วถามว่า:
"เย่จวิ้น ประธานหวังไปไหน?"
พอได้ยินเสียงเจียงซาน เย่จวิ้นที่กำลังทำหน้าฟินก็หน้าเปลี่ยนสีทันที เขาตอบอย่างไม่เต็มใจว่า:
"ได้ข่าวว่าบอสของบริษัทซ่างทงเทคโนโลยีที่มีดีลกับคลับโดนผู้ควบคุมผีฆ่าตายพร้อมกิ๊ก ประธานหวังเลยออกไปตรวจสอบ"
ได้ยินคำตอบของเย่จวิ้น เจียงซานเงียบไปครู่หนึ่ง เขากำลังจะอ้าปากพูด ก็ได้ยินเสียงหวังเสี่ยวเฉียงดังมาจากหน้าประตู:
"เจียงซาน ไปรอฉันที่ห้องทำงาน"
"ประธานหวัง ผมไม่นิยมไม้ป่าเดียวกันนะ"
หวังเสี่ยวเฉียง: ...
นั่งรอในห้องทำงานได้ประมาณสิบนาที หวังเสี่ยวเฉียงก็กลับมา ประโยคแรกที่ทักเจียงซานคือ:
"นายฆ่าเปาโลกับแมรี่กิ๊กของมันเหรอ?"
"เฮ้ย ประธานหวัง ไม่มีหลักฐานอย่ามากล่าวหากันซี้ซั้วนะ ผมไม่เคยฆ่าใคร กฎของผมคือเงินมาชีวิตคืนสนองมาตลอด" เจียงซานตอบ
"งั้นแสดงว่าสองคนนั้นจ่ายค่าซื้อชีวิตไม่พอ?" น้ำเสียงของหวังเสี่ยวเฉียงเริ่มเย็นชาขึ้น แล้วพูดต่อว่า:
"หมอกหนาที่ปกคลุมตึกซ่างทงเมื่อคืนคืออาณาเขตผีของนายใช่ไหม ผีสามตนในห้องลับของเปาโลอยู่ที่นายหรือเปล่า? ถ้าอยู่ ผมแนะนำให้คืนกลับไปซะภายในคืนนี้"
คำพูดของหวังเสี่ยวเฉียงทำให้เจียงซานเริ่มสนใจ เขาคิดว่าหวังเสี่ยวเฉียงแม้จะทะเยอทะยาน แต่ก็ไม่น่าจะถึงขั้นต้องปกป้องผลประโยชน์ของนักล่าผีต่างชาติพวกนั้น ที่พูดแบบนี้แสดงว่าต้องมีอะไรแน่
"จะมาเหมาว่าหมอกลงคืออาณาเขตผีผมไม่ได้นะ เจียงซานคนนี้ไม่รับเป็นแพะรับบาป อีกอย่างในบริษัทพวกนั้นมีผีตั้งสามตนเลยเหรอ? แล้วถ้าไม่คืนจะเป็นยังไง?" เจียงซานย้อนถาม
สายตาที่หวังเสี่ยวเฉียงมองเจียงซานเริ่มเย็นเยียบ ถ้าไม่ใช่เพราะเจียงซานเป็นสมาชิกคลับและไม่ได้มีผลประโยชน์ขัดแย้งกับเขามากนัก
ป่านนี้เขาคงหาทางกำจัดเจียงซานไปนานแล้ว
ส่วนเรื่องเปาโลแห่งตึกซ่างทง ตายก็ตายไปสิ คนมีถมเถไป
แต่ผีสามตนในตึกนั่นสำคัญต่อองค์กรต่างชาตินั้นมาก เขาไม่อยากให้คลับของเขาต้องมาเดือดร้อนเพราะเจียงซาน
เมื่อเห็นท่าทีลังเลของหวังเสี่ยวเฉียง เจียงซานก็พอเดาอะไรได้:
หวังเสี่ยวเฉียงกลัวว่า "นักบวช" จะมาหาเรื่องที่คลับสินะ?
แม้เจียงซานจะไม่แน่ใจว่าตอนนี้ไอ้นักบวชนั่นเก่งแค่ไหน แต่ตอนที่หยางเจียนมีผีแค่สองตน ความหลอนของนักบวชแทบจะไม่ได้คุกคามหยางเจียนเลยด้วยซ้ำ
ถ้ามันมาจริง ใครจะอยู่ใครจะไปก็ยังไม่แน่
และเจียงซานมั่นใจว่า นักบวชไม่มีความกล้าพอที่จะข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงที่นี่หรอก
ไม่ต้องพูดถึงตอนสงครามระดับชาติที่สเกลพลังพังพินาศ ในใจลึกๆ ของเจียงซาน เขาไม่เคยคิดเลยว่า ผู้ควบคุมผีจากประเทศเล็กเท่ารูหนูจะมีปัญญาเก่งเกินหน้าระดับกัปตันได้ยังไง?
ดูแค่ผลงานที่ผ่านมา เจ้าของคฤหาสน์ยังเก่งกว่ากัปตันอันดับท้ายๆ ด้วยซ้ำ
เป็นเพราะตัวเขาเองกระจอก หรือพวกนั้นมันเก่งเกินไป?
เมืองต้าชางไม่ใช่คฤหาสน์ของพวกคิง และไม่ใช่ปราสาทเก่าแก่ของพวกมัน
ถ้ากล้าโผล่มา ไม่ต้องถึงมือสำนักงานใหญ่หรอก เจียงซานนี่แหละจะสอนให้ไอ้นักบวชนั่นรู้ซึ้งถึง "มารยาทของมหาอำนาจ" ด้วยการกระทำเอง
[จบแล้ว]